ท้ายที่สุดแล้วก็เลิกพูดเื่ที่น่าหวาดกลัวกันไป และพูดแต่เื่ดีๆด้านดีๆให้นึกถึงกัน ไม่ว่าจะเป็สภาพฮวงจุ้ยที่ดี หรือแม้แต่พิธีกรรมใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ ไหนจะความคาดหวังที่จะได้รับเครื่องลางจากอาจารย์หรือซินแสใหญ่ ที่มีชื่อเสียงที่จะมาถึงหมู่บ้านเป่าเฉิงเพื่อประกอบพิธีใหญ่แห่งนี้อีกด้วย ก็ทำให้ชาวบ้านตื่นเตันเื่นี้กันไปแทนที่เสียแล้ว
“ได้ยินทางท่านนายพลบอกด้วยอีกนะว่าคนที่จะมาทำพิธีกรรมในรอบนี้เป็คนที่มีชื่อเสียงด้านนี้โดยเฉพาะต้นตระกูลสืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบันนี้ ทางเมืองใหญ่หรือหัวเมืองเล็กๆต่างพากันรู้จักตระกูลนี้ดีถึงความเก่งกาจในการวางฮวงจุ้ยและทำพิธีกรรมให้สมบูรณ์แบบตามโบราณที่สืบทอดกันมา พวกเราทุกๆคนเองก็เคยได้ยินกันถึงตระกูลเจินใช่ไหมเล่า”ปู่
“ตระกูลเจิน…!!!!”ทุกๆคนในหมู่บ้าน
“ใช่แล้วหัวหน้าตระกูลเจินและผู้สืบทอดโดยตรงจะมาทำพิธีกรรมในครั้งนี้ที่หมู่บ้านเป่าเฉิงของพวกเรา ช่างเป็อะไรที่โชคดีสำหรับพวกเราจริงๆนะที่ได้คนระดับนี้เดินทางมาถึงหมู่บ้านของพวกเรา”ตา
“เคยได้ยินแต่ชื่อเสียงที่เล่าต่อกันมาหลายปี ไม่คิดเลยว่าวันนี้พวกเราจะมีโอกาสได้เจอะเจอคนตระกูลเจินจริงๆนะครับพ่อ”ลุงกัวกัว
“แถมเขาพูดกันว่ายิ่งเครื่องรางที่พวกเขาทำยิ่งหาได้ยากและราคาแพงมากๆ นี่ถ้าเขาให้พวกเราจริงๆก็จะดีมากเลยนะครับ”ลุงเฮยเซ่อ
“เครื่องรางที่แน่ๆที่พวกเราจะได้กันก็คงจะเป็การวางตาม ในพิธีกรรมของพวกเขาอย่างแน่นอนเพื่อเสริมและขจัดสิ่งดีกับสิ่งไม่ดี อันนี้แหละที่ทางหมู่บ้านเป่าเฉิงของพวกเราจะได้เปรียบเลย”หัวหน้าหมู่บ้านแซ่เจา
“ใช่แล้ว ของที่นำมาทำประกอบพิธีกรรมแน่นอนว่าพวกเขาจะต้องวางไว้อย่างถาวร นี่คือสิ่งที่ดีเหมือนกับหมู่บ้านเป่าเฉิงของพวกเราได้ปรับฮวงจุ้ยให้ดีขึ้นและมีเครื่องรางเสริมความสมบูรณ์ขึ้นอีกด้วย มีแต่ได้กับได้ล่ะ”ตา
“ดีจังเลย….”คนในหมู่บ้าน ต่างพากันพูดในทางที่โชคดีที่ได้รับรู้เื่ราวที่ละเอียดมากขึ้นจากปาก ปู่ ตา หัวหน้าหมู่บ้านเจาของพวกเขาที่ได้พูดคุยรายละเอียดกับท่านนายพลจ้านมาแล้วนั่นเอง
“เครื่องรางของขลังอะไรแบบนี้ล่ะมั้งคงไม่ต่างจากของขลังที่เราเคยได้ยินล่ะเนอะ น่าตื่นเต้นเหมือนกันนะเนี่ยเกิดมาไม่เคยเห็นพิธีอะไรแบบนี้เหมือนกัน มีแต่ดูในหนังล่ะ”เสี่ยวจื่อน้อย
เ้าตัวเล็กเองก็บ่นพึมพำพูดกับตัวของเธอเอง เมื่อได้ยิน ปู่กับตาพูดถึงในเื่การทำพิธีบอกกล่าวเ้าของสุสานแห่งนี้ และเป็การเหมือนขออนุญาตป่า ูเาอะไรแบบนี้อย่างที่พวกเราทุกๆคนเข้าใจกันเพื่อทำให้เกิดความสบายใจนั่นเอง เพราะสิ่งลี้ลับที่คนทั่วๆไปไม่สามารถมองเห็นก็ไม่ควรมองข้ามไปเช่นกัน
พวกเขาทำตามพิธีต่างๆให้ถูกต้องและครบหมด เพื่อคลายความกังวลของคนที่ต้องอาศัยอยู่ใกล้เคียงและสำหรับคนงานที่กำลังทำอยู่ด้วย
พอถึงเวลาคนของตระกูลเจินก็มาถึงที่หมู่บ้านเป่าเฉิง พร้อมกับการจัดโต๊ะเตรียมทำพิธี ทั้งทหาร นักศึกษา นักขุด ฯลฯ และคนในหมู่บ้านเป่าเฉิงก็พร้อมเพรียงกัน พากันมารวมตัวกันครบ
“ว้าว…..สุดยอดไปเลยดูน่าเกรงขามมากๆ”เสี่ยวจื่อน้อย
“ใช่ๆน้องเล็ก พี่สาวก็พึ่งจะเคยเห็นนะ”พี่สาวอู๋ิจื่อ
แต่ละคนก็เฝ้ามองดูการทำพิธีกรรมครั้งใหญ่นี้กันอย่างตื่นเต้น และเงียบสงบที่สุดเพื่อไม่ให้เป็การรบกวนพิธีที่กำลังจะเกิดขึ้นอยู่ ณ ตอนนี้
เมื่อผ่านพ้นพิธีใหญ่ไปแล้วแน่นอนว่าเสี่ยวจื่อน้อยก็ไม่ได้อยากจะรั้งรออยู่ที่เดิมนานนัก เป็เวลาที่เธออยากจะหาทางสำรวจพื้นที่ส่วนอื่นของหมู่บ้านเป่าเฉิงต่อเลย
“พี่สาว พี่ชายพวกเราไปเดินเล่นตรงที่อื่นกันบ้างดีกว่านะ ตรงนี้เสี่ยวจื่อเบื่อแล้วล่ะ”เสี่ยวจื่อน้อย
“ถ้าอย่างนั้นพวกเราไปเดินเล่นที่อื่นกัน เดี๋ยวพี่จะไปบอกแม่ก่อนนะ”พี่สามจงจื่อ
“ตกลง งั้นเสี่ยวจื่อรอตรงนี้นะ”เสี่ยวจื่อน้อย
“พวกเราไปด้วยพี่น้องห้านิ้ว …!!”พวกเด็กๆในหมู่บ้าน
“ได้สิ…”สองสาวน้อย
พวกเด็กๆต่างพากันขอตัวออกไปหาที่เล่นกันตรงบริเวณอื่นกันบ้าง
“อ้า…สดชื่นจริงๆเลย ฟืด….ฟืด..”เสี่ยวจื่อน้อย ที่กางแขนออกมาและสูดลมหายใจเข้าลึกๆให้เต็มปอดของเธออย่างเต็มที่
“พวกพี่ชายในเครื่องแบบก็อยู่รอบๆหมู่บ้านเป่าเฉิงของพวกเราจริงๆเลยนะพี่สาว”เสี่ยวจื่อน้อย
“ปู่กับตา เล่าให้ฟังว่า ช่วยกันคนที่ไม่เกี่ยวข้องเข้ามาหมู่บ้านเป่าเฉิงของพวกเรา่เวลาที่กำลังขุดสุสานกันอยู่น่ะน้องเล็ก”พี่สาวอู๋ิจื่อ
“โอ้…จริงสิขืนให้คนอื่นๆเข้ามาวุ่นวายคนที่รับผิดชอบดูแลงานตรงสุสานเก่าอาจจะทำงานหนักขึ้นเพราะมีแต่ชาวบ้านคอยมามุงดูกันน่ะเนอะพี่สาว พวกเขาทำถูกแล้วล่ะ”เสี่ยวจื่อน้อย
“ใช่ๆ”พี่สาวอู๋ิจื่อ
“ตอนนี้หน้าหมู่บ้านเป่าเฉิงของพวกเราก็ยังมีคนจากที่อื่นมาคอยเฝ้ามองดูอยู่เต็มไปหมดเลยนี่หน่า ไม่รู้ว่าตอนนี้พากันกลับบ้านกันไปหรือยัง หรือว่ายังรออยู่ก็ไม่รู้นะ”เสี่ยวจื่อน้อย
“นั่นน่ะสิพี่สาวก็ไม่รู้เหมือนกัน”พี่สาวอู๋ิจื่อ
“ยังมีคนอยู่เต็มหน้าทางเข้าหมู่บ้านของเราน่ะน้องเล็ก น้องสี่ ก่อนที่พวกเราจะออกมาเล่นแถวนี้กัน พวกพี่ๆที่พึ่งมาจากทางนั้นก็บอกว่ายังมีชาวบ้านยังรออยู่เลย”พี่ใหญ่หมูจื่อ
“โอ้….ช่างมีความอดทนกันมากจริงๆนะรอกันเป็ชั่วโมงๆยังไม่กลับกันอีก”เสี่ยวจื่อน้อย
“ถ้าเป็พวกเราก็คงจะทำเหมือนพวกเขานั่นแหละน้องเล็ก นานๆทีจะเจอเหตุการณ์ใหญ่โตน่าตื่นเต้นแบบนี้นะ”พี่รองสือจื่อ
“ใช่ๆ”พี่สามจงจื่อ
“หมู่บ้านเป่าเฉิงของพวกเราดังใหญ่แล้วล่ะสิคราวนี้น่ะ ใช่ม๊า???”เสี่ยวจื่อน้อย
“ใช่ๆ…”คนอื่นๆ
พวกเด็กๆต่างพากันคุยเหตุการณ์ที่ผ่านมาั้แ่เริ่มมีขบวนรถมากมายเข้ามายังที่หมู่บ้านเป่าเฉิงของพวกเราจนกระทั่งถึงตอนนี้ มีแต่เื่ให้ตื่นเต้นกันตลอดเวลาคุยกี่รอบก็ไม่มีใครบ่นว่าเบื่อกันเลยมีแต่พูดเล่ากันวนไปวนมาอยู่แบบนี้
เสี่ยวจื่อน้อยกับพี่สาวอู๋ิจื่อก็พากันจูงมือเดินไปเรื่อยๆ เจออะไรข้างทางที่ดึงดูดความสนใจก็หยุดแวะไปเรื่อยตลอดเส้นทางอย่างเพลิดเพลิน
จนกระทั่งเสี่ยวจื่อน้อยเริ่มจะเห็นม่านละอองหมอกสีขาวนวลๆเกิดขึ้นอีกแล้ว และเป็ครั้งแรกของวันนี้ที่เสี่ยวจื่อน้อยได้เจอ
“โอ้….มันมาอีกแล้ว”เสี่ยวจื่อน้อยเดินชะลอความเร็วและหยุดฝีเท้าลงเมื่อแน่ใจอย่างชัดเจนว่าม่านหมอกขาวๆพวกนี้กินระยะอยู่่ไหน
“เอ๋….???น้องเล็กมีอะไรหรือเปล่าทำไมจู่ๆหยุดเดินล่ะ”พี่สาวอู๋ิจื่อ ที่กำลังก้าวเดินไปข้างหน้าเรื่อยๆก็ต้องหยุดชะงักเดินด้วยเช่นกัน เพราะมือของเธอที่กำลังจับจูงน้องเล็กอยู่นั้นเริ่มตึง แบบมีความรู้สึกว่าน้องเล็กกำลังดึงพี่สาวอยู่หรือหยุดเดิน
“พี่สาวรอก่อนนะ เสี่ยวจื่อน้อยว่าเหมือนจะเห็นสถานที่พื้นที่ทับซ้อนอีกแล้วล่ะ”เสี่ยวจื่อน้อย ที่ตอบพี่สาวไปแต่ว่าสายตาของเธอไม่ได้ละจากจุดเป้าหมายที่กำลังมองอย่างลุ้นๆไปด้วย ณ เวลานี้
“จริงเหรอน้องเล็ก???น้องเล็กกำลังจะเห็นสถานที่ใหม่ๆอีกแล้ว!!”พี่สาวอู๋ิจื่อ ที่ได้ยินว่าน้องเล็กเหมือนจะเห็นสถานที่แปลกๆซ้อนขึ้นมาอีกแล้ว ก็อดที่จะตื่นเต้นไม่ได้แต่ก็ไม่กล้าพูดเสียงดัง หรือะโให้พวกพี่ชายรับรู้
“งั้นรอพี่สาวก่อนนะ พี่สาวจะตามพี่ชายก่อน”พี่สาวอู๋ิจื่อ
“ได้ๆพี่สาว”เสี่ยวจื่อน้อย ที่ยืนหยุดนิ่งอยู่ที่เดิมมองไปยังม่านหมอกตรงบริเวณป่าด้านหน้าอย่างใจจดใจจ่อ
“พี่ชาย น้องเล็กเจออีกแล้ว”พี่สาวอู๋ิจื่อ ที่วิ่งไปสะกิดหลังพี่ใหญ่หมูจื่อ
“ห๊ะ…..อุ๊บ….”พี่ใหญ่หมูจื่อ ที่รีบปิดปากของตัวเองอย่างรวดเร็วไม่ให้ส่งเสียงดังออกมา และพยักหน้ารับทราบ
“งั้นเดี๋ยวน้องของกลับไปหาน้องเล็กก่อนนะเพราะปล่อยให้น้องเล็กอยู่คนเดียวด้วย”พี่สาวอู๋ิจื่อ
“ได้ๆน้องสี่ เดี๋ยวพี่ใหญ่จัดการที่เหลือเองนะ”พี่ใหญ่หมูจื่อ
พี่สาวก็หันหลังกลับไปหาน้องเล็กเสี่ยวจื่ออย่างรวดเร็ว ส่วนพี่ใหญ่หมูจื่อ ที่ได้รับข่าวจากน้องสี่ของเขาก็จัดการบอกข่าวให้พวกพี่น้องที่เหลืออีกทั้ง 6 คนรับรู้สถานการณ์ปัจจุบันอยู่ในขณะนี้อย่างเร่งด่วน เพื่อเตรียมตัวรับมือที่ไม่รู้ว่ามันจะคืออะไรกันแน่จากน้องเล็กของพวกเขา
“อย่างนั้นเหรอ..!!!พวกเราจัดการให้เพื่อนๆชะลอการเดินทางต่อให้อยู่แถวๆนี้กันนะ”พี่สุ่ยหู
“ได้ครับ…”พวกน้องๆ
“ส่วนพวกเราแบ่งไปประกบน้องเล็กและน้องสี่ด้วย ที่เหลือคอยดูแลอยู่รอบๆ เพื่อดึงดูดความสนใจไปที่อื่น”พี่ไคว่จื่อ
“ตกลง”พวกพี่น้อง
พวกพี่ชายทั้ง 7 คนต่างก็แบ่งหน้าที่กันทำอย่างรวดเร็ว ถึงแม้รอบนี้จะไม่ใช่ครั้งแรกที่จะต้องรับมือก็ตามที แต่ก็ยังดูว่าพวกพี่ชายยังคงตื่นเต้นกันมากมายอยู่ดีนั่นแหละ
“ไม่รู้ว่าครั้งนี้น้องเล็กจะเจอสถานที่แบบไหนกันนะ”พี่หวงเซ่อ
“นั่นน่ะสิตื่นเต้นจังเลย จะเป็อดีตหรืออนาคตกันนะ”พี่หงเซ่อ
“ขนาดพวกเราไม่ได้เห็นแบบน้องเล็กยังตื่นเต้นขนาดนี้ แล้วน้องเล็กของพวกเราจะตื่นเต้นมากมายขนาดไหนกันเนอะว่าไหม???”พี่หวงเซ่อ
“ใช่ๆ..”พวกพี่ชาย
กลับมาทางด้านสองสาวน้อยที่ตอนนี้ยืนอยู่เคียงข้างกันตลอด มีพวกพี่ชายอยู่ช่วยรอบๆตัวไม่ได้ไกลกันเป็ฝ่ายสนับสนุน
“ใกล้แล้ว ม่านหมอกเริ่มจะจางแล้วใช่ไหมนะ???”เสี่ยวจื่อน้อยเริ่มที่จะหรี่ตามองเพ็งสถานที่พื้นที่ทับซ้อนตรงด้านหน้าอีกครั้ง
“ละอองหมอกขาวๆที่น้องเล็กว่ายังไม่จางหายไปอีกเหรอ??”พี่สาวอู๋ิจื่อ
“ก็ใช่น่ะสิพี่สาว มันก็แปลกมากนะสถานที่แบบไหนกันอีกล่ะที่จะมีละอองม่านหมอกขาวๆลอยไปมาอีกน่ะ อย่าบอกนะว่าจะเจอสุสานอีกน่ะ!!!บรื๋อ….. จะเป็แหล่งฮวงจุ้ยที่ตั้งสุสานมากเกินไปหรือเปล่าถ้าเกิดเป็จริงๆน่ะ”เสี่ยวจื่อน้อย ที่มองสถานที่พื้นที่ทับซ้อนปริศนาตรงหน้าอย่างที่จะอดขนลุกขึ้นมาอีกไม่ได้ถ้าเกิดเป็สุสานอีกแห่งหนึ่งจะทำอย่างไรกัน
“ถ้าไม่มีแผ่นป้ายตั้งวางชื่อ มันอาจจะไม่ใช่สุสานก็ได้นะน้องเล็ก แล้วตอนนี้น้องเล็กเห็นอะไรอย่างอื่นอีกไหมน้องจากหมอกสีขาวๆที่ยังคงมีอยู่น่ะ??”พี่สาวอู๋ิจื่อ
“งั้นขอเสี่ยวจื่อเข้าไปดูใกล้ๆอีกสักนิด”เสี่ยวจื่อน้อย ที่ค่อยๆก้าวขาสั้นๆของเธอไปทางด้านหน้าเพื่อเข้าใกล้กับสถานที่พื้นที่ทับซ้อนให้มากกว่าเดิม แต่ก็ไม่กล้าก้าวเข้าไปอย่างรวดเร็วเพราะกลัวว่าจะเป็สุสานแห่งใหม่อีกน่ะสิ!!!
“เป็อย่างไรบ้างน้องเล็ก เห็นอะไรอย่างอื่นอีกไหม”พี่สาวอู๋ิจื่อ ที่รอคอยฟังคำตอบจากน้องเล็กของเธอ
“เอ๋…..???แปลกจังทำไมรู้สึกว่ามันอุ่นๆ อย่างไรไม่รู้สิอากาศมันไม่เหมือนตรงพื้นที่ปัจจุบันเลย”เสี่ยวจื่อน้อย
“อุุ่นๆ…???”พี่สาวอู๋ิจื่อ
*************
เสี่ยวจื่อน้อยกำลังจะมองเห็นสถานที่พื้นที่ทับซ้อนอีกครั้งหนึ่งแล้ว แต่ว่าจะเป็สถานที่อดีต??? หรือว่าอนาคตกันล่ะ??
เพราะว่าเสี่ยวจื่อน้อยเหมือนกับเห็นม่านหมอกมันไม่จางหายไปสักที บรรยากาศไม่แตกต่างจากตอนที่เจอสุสานของตระกูลพ่อค้าที่ตอนนี้กำลังอยู่ในการดูแลของคนจากเมืองใหญ่ในตอนนี้เลย
ลองเดากันดูนะจ๊ะว่าเสี่ยวจื่อน้อยจะย้อนอดีต หรือก้าวไปสู่พื้นที่แห่งอนาคตกันแน่ และเป็สถานที่แบบไหนกัน??และจะมีประโยชน์ต่อหมู่บ้านเป่าเฉิงอีกหรือไม่นะ??? รอติดตามตอนต่อไปจ้า!!