ผมเชื่อว่าใครหลายคนคงเคยได้ยินเื่สยองขวัญในสถานศึกษากันมามากพอสมควรที่ดังๆก็มักจะเป็ในมหาวิทยาลัยไม่ก็โรงเรียนเป็ซะส่วนใหญ่งั้นวันนี้เรามาฟังเื่สยองขวัญในรั้วสถานศึกษาฝั่งอาชีวะกันบ้างดีกว่า
ย้อนกลับไปเมื่อสองปีที่แล้ว่ที่ผมเรียนอยู่ชั้นปวช.2วิทยาลัยที่ผมเรียนอยู่นั้นเป็วิทยาลัยเอกชนในกรุงเทพเื่ที่ผมจะเล่ามันเป็เื่ของเพื่อนคนนึงในสาขาผมขอเรียกว่าวินล่ะกันวินเนี่ยเขาค่อนข้างที่จะมีนิสัยเกเร ทั้งชอบโดดเรียน มีเื่ชกต่อยบ้างสูบบุหรี่บ้างแต่ก็ไม่หนักขนาดที่จะโดนเพ่งเล็ง
ในวันหนึ่งสัปดาห์ก่อนสอบปลายภาคก็เป็่ที่มีการเรียนการสอนเป็ปกติแต่ส่วนใหญ่อาจารย์ก็จะให้นักศึกษาเริ่มเคลียร์งานกันในวันนั้นผมและเพื่อนคนอื่นๆก็เข้าเรียนกันตามปกติยกเว้นวิน วันนั้นวินเข้าสายถ้าจำไม่ผิดก็ประมาณสัก 10 โมงกว่าๆได้วิทยาลัยของผมแม้จะเป็วิทยาลัยเอกชนแต่ก็ใช่ว่าจะเข้าสายได้นะมันก็มีกฏมีระเบียบเหมือนวิทยาลัยอื่นๆนี่แหละ
ทันทีที่วินเข้าเขตวิทยาลัยมาเท่านั้นแหละอาจารย์ฝ่ายปกครองที่เห็นดังนั้นก็รีบโผล่มาดักหน้าเขาทันที
“นี่เธอน่ะทำไมถึงมาสาย”
อาจารย์ฝ่ายปกครองหรือที่พวกเราที่เรียกกันว่าอ.ธงชัยพูดด้วยน้ำเสียงกึ่งดุพร้อมกับใช้ไม้เท้าคู่ใจของแกชี้มาทางเขา
“รถติดเลยมาสายครับ”
วินพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งราวกับไม่สำนึกผิดเลยแม้แต่น้อยอ.ธงชัยที่ได้ยินดังนั้นก็ถึงกับส่ายหัวทันที
“ถ้ารู้ว่ารถมันติดก็ตื่นให้มันเร็วกว่านี้สิหัดเผื่อเวลาซะบ้าง เธอน่ะสายหลายครั้งแล้วนะเดี๋ยวคะแนนความประพฤติมันจะไม่เหลือเอา”
อ.ธงชัยพูดไปก็เขียนรายงานความประพฤติลงสมุดไปวินที่ได้ยินดังนั้นเขาก็แอบมองบนเล็กน้อยผมขออธิบายก่อนอ.ธงชัยเนี่ยแกเป็อาจารย์ฝ่ายปกครองาุโแกทำงานอยู่ที่วิทยาลัยนี้มาเป็สิบปี และอีกไม่กี่ปีแกก็จะเกษียณแล้วแน่นอนว่าด้วยความาุโของแกทำให้นักศึกษาและอาจารย์ส่วนใหญ่ต่างเกรงและนับถือกันไม่น้อยยกเว้นเด็กเกเรอย่างวินน่ะนะ
“หลังเลิกเรียนมาพบอาจารย์ที่ห้องปกครองด้วยเดี๋ยวจะให้ไปทำจิตอาสา จะได้เพิ่มคะแนน”
วินที่ได้ยินแบบนั้นก็ถึงกับขมวดคิ้วทำหน้าไม่พอใจทันที
“ตอนเย็นผมไม่ว่าง”
เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบแต่คำตอบที่ได้กลับมานั้นก็ยิ่งทำให้เขาหงุดหงิดเข้าไปใหญ่
“ไม่ต้องมาอ้างเลยเธอพูดแบบนี้มากี่ครั้งแล้ว ครั้งที่แล้วเธอก็ไม่มาไม่รู้ล่ะวันนี้เธอต้องมาแก้คะแนนด้วย ไปเรียนได้แล้ว”
พูดเสร็จอ.ธงชัยแกก็ไล่วินออกจากห้องทันทีส่วนวินก็เถียงอะไรไม่ได้นอกจากเดินออกมาจากห้องด้วยความหงุดหงิด
เวลาล่วงเลยผ่านไปจนถึงตอนเย็นเป็เวลาที่นักศึกษาทุกสาขาเลิกเรียนวินตรงกลับบ้านทันทีเขาไม่ได้ไปตามที่อ.ธงชัยนัดเอาไว้ระหว่างกลับบ้านขณะที่เขากำลังเดินผ่านลานกว้างข้างไซต์ก่อสร้างแห่งหนึ่งจู่ๆก็มีเสียงของใครคนหนึ่งเรียกเขาเอาไว้วินหันไปตามเสียงพบว่าเป็กลุ่มเด็กวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งที่ไม่คุ้นหน้าหนึ่งในกลุ่มวัยรุ่นเดินตรงดิ่งมาหาเขาพร้อมกับทำสีหน้าหาเื่ใส่เขา
“เฮ้ยมึงอ่ะเด็กวศินหรอ”
วศินที่ว่าก็คือชื่อวิทยาลัยของพวกเราชื่อเต็มก็คือวิทยาลัยวศินศาสตร์ ส่วนเด็กพวกนั้นก็คือเด็กสถาบันอื่นเขารู้ดีว่าตอนนี้พวกนั้นกำลังจะหาเื่เขาถ้าถามว่าเพราะทำไมก็คงเพราะเขาเป็เด็กวศินศาสตร์ยังไงล่ะเด็กวศินศาสตร์ที่ไม่ว่าจะเดินไปทางไหนเด็กสถาบันอื่นก็พร้อมที่จะหาเื่
วินมองคนตรงด้วยสีหน้านิ่งด้วยความไม่เกรงกลัวลอบถอนหายใจก่อนไปหนึ่งทีก่อนจะขยับตัวเพื่อจะเบี่ยงหนีแต่คนตรงหน้าที่เห็นว่าเขากำลังจะเดินหนีเขาก็ขยับตัวมาบังวินทันทีพร้อมกับผลักที่ไหล่เขาอย่างแรง
“มึงหยิ่งหรอวะคิดว่าหล่อนักหรือไง”
วินใช้ลิ้นดุนกระพุ้งแก้มด้วยความหงุดหงิดก่อนจะลอบถอนหายใจออกมาอีกครั้งเพื่อนของเด็กคนที่ยืนอยู่ข้างหน้าวินเริ่มเดินเข้ามาสมทบพร้อมกับมองหน้าวินด้วยสีหน้าที่พร้อมจะหาเื่
จากสถานการณ์ในตอนนั้นวินรู้ดีว่ายังไงก็มีเื่แน่นอนแม้วินพยายามจะเบี่ยงตัวหนีแต่ไม่ว่ายังไงพวกเด็กวัยรุ่นพวกนั้นก็ไม่ยอมให้เขาไปแถมยังทั้งผลักทั้งด่าเขาอีกด้วยและสุดท้ายก็ตามคาดครับวินมีเื่กับเด็กพวกนั้นแม้เดิมทีวินจะมีทักษะการต่อสู้อยู่บ้าง เนื่องจากเมื่อ่มอต้นเขาเคยเรียนศิลปะการต่อสู้มาไม่น้อยแต่การที่เขาตัวคนเดียวต้องสู้กับเด็กสี่ถึงห้าคนมันก็ไม่ใช่เื่ง่ายเลย
หลังจากปะทะกันสุดท้ายพวกเขาก็มาจบกันที่โรงพักวินและเด็กพวกนั้นถูกจับขังแยกระหว่างรอผู้ปกครองมาประกันตัวเวลาผ่านล่วงเลยผ่านไปนับชั่วโมงผู้ปกครองของเด็กพวกนั้นเริ่มทยอยมารับกลับจนเหลือแค่เขาเพียงคนเดียววินยังคงนั่งรอเวลาไปเรื่อยจน่ประมาณสี่ทุ่มจนในที่สุดก็มีคนมาประกันตัวเขาวินเดินตามคุณตำรวจออกมาจนมาพบกับคนที่มาประกันตัวให้เขาทันทีที่เจอหน้าก็พบว่าคนๆนั้นไม่ใช่ใครนอกจากอ.ธงชัยนั่นเอง
หลังจากที่อ.ธงชัยจัดการจ่ายเงินประกันเสร็จสรรพทั้งคู่ก็เดินออกมาจากสถานีตำรวจวินหันไปขอบคุณอาจารย์ก่อนจะเอ่ยขอเลขบัญชีเพื่อจะคืนเงินแต่อ.ธงชัยแกก็ปฏิเสธครับพร้อมกับดันมือของวินที่ถือโทรศัพท์พร้อมกับบอกว่า
“ไม่ต้องคืนอาจารย์หรอกเธอเก็บเอาไว้เถอะ แล้วทีหลังก็อย่าไปมีเื่กับใครเขาอีกล่ะ”
วินไม่ตอบได้แต่พยักหน้ากลับไป
ในวันถัดมาวินมาเรียนตามปกติวันนี้เขาไม่ได้เข้าสายเหมือนวันอื่นๆทันทีที่ก้าวเข้าวิทยาลัยเขารู้สึกััได้ถึงสิ่งที่แปลกไปเพราะปกติอ.ธงชัยจะออกมาตรวจเครื่องแบบนักศึกษาทุกเช้าแต่วันนี้กลับไม่เห็นเงาของเขาแม้แต่น้อย
หลังจากเข้าแถวเคารพธงชาติเสร็จเขาก็เดินขึ้นตึกไปเรียนตามปกติในวันนั้นผมได้เข้าไปคุยกับวินเื่ที่เขาไปมีเื่กับเด็กสถาบันอื่นวินก็เล่ามาตามที่ผมเล่าเอาไว้ตอนต้นนั่นแหละบอกก่อนว่าที่จริงผมค่อนข้างสนิทกันพอสมควรเพราะตอนมอต้นเราเคยเรียนที่เดียวกันแต่ก็ไม่ได้สนิทมากพึ่งจะมาสนิทตอนเรียนปวช.นี่แหละ
หลังจากคุยกันเสร็จผมกับวินก็แยกกลับมานั่งเรียนตามเดิมในขณะที่กำลังเรียนอยู่นั้นจู่ๆวินก็เห็นอะไรบางอย่างที่ด้านหลังของอาจารย์ที่อยู่หน้าห้องวินเพ่งตามองสิ่งที่อยู่ด้านหลังของอาจารย์ปรากฏว่ามันเป็เงาดำรูปร่างคล้ายคนที่กำลังจ้องมองมาที่เขาอยู่ในวินาทีนั้นวินไม่ได้มีความกลัวแม้แต่น้อยเขาทำการจ้องกลับไปที่เงาดำนั่นจนผมที่นั่งอยู่ด้านหน้าหันมาเรียกจนเขาหลุดออกจาภวังค์ไป
“วิน มึงมองอะไรวะ”
วินหันมามองผมสายตาของเขาในตอนนั้นมันเต็มไปด้วยความงงและสงสัยเป็อย่างมากเขาเหลือบมองไปยังที่หน้าห้องอีกครั้งปรากฏว่าตอนนี้เงาดำนั่นมันหายไปแล้ว
“เปล่า ไม่มีอะไร”
เขาหันมาตอบผมก่อนจะลอบถอนหายใจออกมาเล็กน้อยพร้อมกับยกมือนวดขมับเบาๆสิ่งที่เขาเห็นบางทีอาจจะเกิดจากที่เขานอนน้อยก็เป็ได้
ในขณะเดียวกันหลังจากผมที่ถามเขาเสร็จผมก็หันกลับมานั่งเรียนตามเดิมแต่หารู้ไม่ว่าหลังนี้จะมีเหตุการณ์แปลกๆเกิดขึ้น
ในมุมของผมและคนอื่นๆในขณะที่พวกเรากำลังเรียนกันอยู่นั้นจู่ๆก็ได้ยินเสียงดังตึงมาจากทางด้านหลังผมหันไปดูพบว่าเป็วินที่กำลังเขาฟุบหลับลงไปกับโต๊ะดื้อๆเลยในตอนนั้นทุกคนในห้องต่างใกันมากอาจารย์ที่กำลังสอนอยู่ก็รีบเข้ามาดู
“นภนัทรเป็อะไร”
เธอเอ่ยถามพร้อมกับเขย่าตัววินเบาๆพร้อมกับยกตัววินขึ้นจากโต๊ะแต่ก็ใอีกครั้งเมื่อพบว่าขณะที่กำลังจะยกตัววินขึ้นจู่ๆก็มีเืหยดลงมาไม่น้อยผมยันตัวขึ้นก่อนจะไปช่วยอาจารย์จับตัวของวินขึ้นพบว่าเขาหัวแตกเป็แผลใหญ่ไม่น้อย
“ตายแล้วพวกเธอเรียกรถพยาบาลเดี๋ยวนี้เลย”
อาจารย์ที่เห็นสภาพของวินในตอนนั้นเขาก็หันไปบอกเพื่อนในห้องให้เรียกรถพยาบาลทันทีไม่นานรถพยาบาลก็มาถึงเ้าหน้าที่ขึ้นมาบนตึกก่อนจะมาพาวินนำส่งโรงพยาบาลในตอนนั้นผมก็ขอติดรถไปด้วยเพราะผมเป็ห่วงเขาแม้จะไม่ได้สนิทกันมากแต่เขาก็เป็เพื่อนคนหนึ่งที่รู้จักกันมาั้แ่มอต้นแล้วอีกอย่างเขาไม่มีเพื่อนคนอื่นที่สนิทด้วย
เมื่อมาถึงโรงพยาบาลผมก็นั่งรอคุณหมอตรวจร่างกายของวินผมบอกก่อนนะว่าอาจารย์ไม่ได้ตามมาด้วยผมก็ไม่รู้เหมือนกันนะว่าทำไมอาจจะเป็เพราะวินเป็เด็กเกเรที่อาจารย์คนอื่นๆต่างก็ไม่ค่อยจะสนใจบวกกับพ่อแม่ของเขาดันเป็ผู้มีอิทธิพลในวงการสีเทาด้วยเลยไม่อยากมีใครยุ่ง
ไม่นานคุณหมอก็เรียกผมเข้าไปคุยเื่อาการของวินคุณหมอแจ้งว่าเกิดจากที่วินพักผ่อนน้อยเกินไปเลยทำให้วูบหลับไปก่อนจะถามรายละเอียดเล็กๆน้อยๆอย่างเช่นเขาได้ทำงานพาร์ทไทม์มั้ยหรือติดเกมหรือเปล่าซึ่งผมก็ตอบไปตามเท่าที่รู้นั่นแหละ จากคุยไปได้สักแป๊บคุณหมอก็ได้เปิดรูปเอ็กซเรย์รูปหนึ่งให้ดูพร้อมกับชี้ไปที่กระดูกบริเวณหัวไหล่ให้ดู
“หมอพบว่าที่หัวไหล่ของคนไข้มีรอยช้ำเหมือนกับรอยมืออยู่หมอก็ได้เอ็กซเรย์ออกมาแล้วพบว่ากระดูกบริเวณหัวไหล่มีรอยร้าวเล็กๆเกิดขึ้นนะครับพอทราบมั้ยว่าคนไข้ได้ไปมีเื่กับใครหรือเปล่า”
ผมที่ได้ยินดังนั้นถึงกับพูดไม่ออกเดี๋ยวนะรอยช้ำที่เหมือนกับรอยมือนี่มันอะไรกันเท่าที่ผมจำได้ว่าวินไม่ได้เล่าเื่นี้ให้ผมฟัง หรือว่าเขาปกปิดเื่นั้นกันนะผมส่ายเล็กน้อยพร้อมกับบอกเหตุการณ์เมื่อวานกับคุณหมอไปตามตรงคุณหมอเลยสันนิษฐานว่าน่าจะมาเกิดจากที่วินไปมีเื่กับพวกเด็กนอกสถาบันนั่นแหละ
หลังจากคุยกับคุณหมอเสร็จสรรพผมก็ตรงไปยังห้องพักฟื้นของวินทันทีกโดยไม่ลืมที่จะโทรแจ้งอาจารย์ประจำภาคด้วยผมเข้ามาในห้องพักฟื้นนั่งเล่นอยู่ที่โซฟาไปพลางขณะที่ผมกำลังเล่นอยู่นั้นจู่ๆหางตาก็เหลือบเห็นอะไรบางอย่างที่ปลายเตียงที่วินนอนอยู่ผมค่อยๆเงยหน้าอย่างช้าๆก็ต้องใเพราะคนที่ยืนอยู่ปลายเตียงนั้นก็คืออ.ธงชัยที่กำลังจ้องวินด้วยสายตาที่ดูน่าสงสารแต่ประเด็นคืออ.ธงชัยน่ะเสียไปั้แ่เมื่อวานแล้วน่ะสิผมที่เห็นแบบนั้นก็ทำอะไรไม่ถูกจนกระทั่งวินที่นอนอยู่บนเตียงเริ่มขยับตัวพอผมหันไปที่ปลายเตียงพบว่าแกหายไปแล้วผมรีบรุดไปที่เตียงก่อนจะค่อยๆช่วยพยุงตัวเขาให้ขึ้นมานั่งพิงก่อนจะถามถึงเหตุการณ์ทั้งหมดว่าเกิดอะไรขึ้นวินมองหน้าผมสักพักก่อนจะลอบถอนหายใจและเล่าเื่ที่เขาเจอให้ฟัง
ย้อนกลับไปตอนที่จะเกิดเหตุขณะที่วินกำลังจ้องไปที่กระดานไวท์บอร์ดจู่ๆเงาดำนั่นมันก็โผล่ขึ้นมาอีกครั้งแต่ครั้งนี้มันไม่ได้แค่ยืนเฉยๆแต่มันกลับไต่ขึ้นไวท์บอร์ดก่อนที่มันจะหยุดและหันหัวกลับมามองเขาด้วยดวงตาสีขาวโพลนไม่ใช่แค่นั้นนักศึกษาคนอื่นๆที่นั่งอยู่ในห้องก็กลายเป็เหมือนเงาดำและกำลังมองมาที่เขาด้วยวินาทีที่เขาเห็นถึงกับพูดไม่ออกเดิมทีวินเป็คนที่ไม่ค่อยเชื่อเื่ผีและไม่ได้กลัวอยู่แล้วแต่การมาเจอเหตุการณ์แบบนี้กับตัวเองมันเลยทำให้เขาไปไม่ถูกเลยสถานการณ์ในตอนนี้มันเหมือนกับพวกหนังสยองขวัญที่เขาเคยดูทั้งบรรยากาศและความรู้สึกแต่สิ่งเดียวที่บอกได้ก็คือความน่ากลัวของผีพวกนี้น่ากลัวกว่าในหนังสิบเท่าเลย
วินหายใจถี่กวาดสายตามองไปรอบๆพร้อมกับลุกจากเก้าอี้หมายจะตรงออกนอกห้องแต่ยังไม่ทันที่จะได้เดินออกจากโต๊ะจู่ๆก็มีมือปริศนาแตะที่ไหล่ก่อนจะกดให้นั่งลงตามเดิมวินค่อยๆเหลือบตามองไปที่ไหล่พบว่ามือที่จับอยู่นั้นมันเป็มือสีดำซีดที่มีแผลเหวอะหวะจนเห็นเนื้อด้านในลมหายใจของคนด้านหลังค่อยๆเข้ามาใกล้จนรดต้นคอก่อนที่มันจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง
“จะหนีไปไหนนภนัทรเธอยังไม่ได้แก้คะแนนเลย”
เสียงแหบแห้งนั่นแม้จะมันจะฟังจนเกือบไม่ได้ศัพท์แต่วินก็รู้ทันทีว่าคนที่อยู่ด้านหลังนั้นคืออ.ธงชัยแน่ๆแต่ทำไมอ.ธงชัยถึงมาในสภาพนี้ได้ล่ะแต่วินาทีนั้นวินไม่สนใจแล้วว่าอ.ธงชัยจะเป็ผีหรือเป็คนในตอนนี้เขาแค่้าที่จะออกไปจากตรงนี้เท่านั้นแต่ไม่ว่ายังไงเขาก็ไม่สามารถลุกออกจากตรงนั้นได้ยิ่งเขาพยายามจะหนีมากเท่าไหร่แรงกดก็มากขึ้นจนไหล่ของเขาเริ่มเจ็บเหมือนกระดูกจะแตกเลย
ด้วยความเจ็บจากแรงมือที่กดลงมามากขึ้นเรื่อยๆจนเขาเริ่มจะทนไปไม่ไหวสุดท้ายวินก็ตัดสินใจพูดประโยคนึงออกมา
“เดี๋ยวผมจะไปแก้คะแนนที่ติดค้างไว้ให้ เพราะฉะนั้นปล่อยผมไปเถอะ”
ทันทีที่เขาพูดจบแรงบีบก็ค่อยๆเบาลงก่อนจะหายไปวินเงยหน้าขึ้นพลางกวาดสายตามองรอบๆห้องพบว่าเงาดำพวกนั้นมันหายไปหมดแล้วเหลือแต่โต๊ะที่ว่างเปล่าวินถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ก่อนจะแตะมือลงที่ไหล่ตรงที่ถูกบีบมันเ็ปร้าวไปหมดเหมือนจะถูกจะแตกเลยเขาหลับตาฟุบลงกับโต๊ะด้วยความเหนื่อยล้าก่อนภาพทุกอย่างจะตัดไป
หลังจากวินเล่าเหตุการณ์เสร็จเขาก็ถามถึงเื่ของอ.ธงชัยว่าทำไมเขาถึงเจอแกในสภาพแบบนี้ในตอนนั้นผมนั่งคิดอยู่ครู่ใหญ่เพราะผมกลัวว่าถ้าเล่าไปแล้วผมกลัวว่าเขาจะรู้สึกผิดนี่สิแต่ท้ายสุดผมก็เลือกที่จะเล่าทุกอย่างให้เขาฟัง
ย้อนกลับไปเมื่อวานหลังจากที่อ.ธงชัยประกันตัววินเสร็จเขาก็ขับรถกลับบ้านแต่ระหว่างทางดันเกิดมีหมาวิ่งตัดหน้าทำให้รถของอ.ธงชัยพุ่งลงข้างทางชนเข้ากับต้นไม้ใหญ่ทันทีในตอนนั้นอ.ธงชัยยังไม่เสียชีวิตทันทีแกพยายามตั้งสติคลานออกมาจากรถเพื่อจะมาขอความช่วยเหลือจากคนข้างนอกแต่ก็ออกมาได้ยังไม่พ้นรถต้นไม้ใหญ่ที่ชนนั้นมันก็ดันเกิดหักล้มทับอ.ธงชัยไปเต็มๆจนในที่สุดแกก็สิ้นใจณ ที่ตรงนั้นเลยครับ
เมื่อผมเล่าจบน้ำตาของวินก็ไหลลงมาทันทีพร้อมกับโทษตัวเองที่เป็ต้นเหตุของเื่นี้ผมก็ไม่รู้จะทำยังไงก็เลยได้แต่คอยปลอบเพื่อนอยู่ใกล้เพื่อที่เขาจะไม่คิดสั้น
หลังจากผ่านมาได้หนึ่งอาทิตย์วินก็กลับมาหายดีทันทีที่เขาออกจาโรงพยาบาลนั้นเขาก็ตรงดิ่งไปพบกับญาติของอ.ธงชัยทันทีพร้อมกับกล่าวขอโทษและขอขมากับครอบครัวด้วยทางครอบครัวของอ.ธงชัยก็ไม่ได้ติดใจอะไรนะพวกเขาเข้าใจและให้อภัยวินอีกทั้งยังปลอบใจวินด้วยส่วนเื่ิญญาของอ.ธงชัยที่เราเจอกันหลังจากวันนั้นพวกเราก็ไม่ได้เจออีกเลยผมคิดว่าอาจารย์แกน่าจะไปสู่สุขคติแล้วล่ะ
พอกลับมาเรียนวินก็กลับมาแก้คะแนนจิตพิสัยจนหมดและเลิกทำตัวเกเรอีกด้วยอีกทั้ง่สอบปลายภาควินยังทำคะแนนได้ท็อปของสาขาอีกเรียกได้ว่ากลายเป็คนละคนเลยส่วนความสัมพันธ์ของผมกับวินก็เริ่มสนิทมากขึ้นจนกลายเป็เพื่อนสนิทรู้ใจกันอีกทั้งเพื่อนในห้องรวมถึงอาจารย์คนอื่นๆก็เริ่มเข้าหาวินจนถึงตอนนี้เรียกได้ว่าเขานี่รู้จักคนไปทั่ววิทยาลัยเลยก็ได้