บทที่ 45
คนบ้า
จางหยุนหันกลับไปมองด้านหลังอย่างรวดเร็ว ด้วยการที่ตนเองนั้นเป็นถึงผู้บำเพ็ญขอบเขตผนึกตันเถียนขั้นกลาง
ประสาทสัมผัสของเขาที่พัฒนาขึ้นหลังจากที่มาสู่ระดับขั้นกลาง มันยกระดับแล้วก้าวกระโดดไปไกลมาก
ในตอนนี้แม้ว่าจะอยู่ห่างพอสมควร แต่ว่าจางหยุนก็ได้กลิ่นเลือดที่ลอยมาตามลมอย่างรวดเร็ว
เมื่อสัมผัสและมั่นใจได้ว่านั่นคือกลิ่นเลือดจริงๆ จางหยุนยิ่งขมวดคิ้วเข้าหากัน เพราะเขาสัมผัสได้ว่ากลิ่นเลือดที่ลอยมาสายลมนั้นมันกำลังเข้าใกล้มาเรื่อยๆ
และพริบตานั้นร่างของคนผู้หนึ่งก็พุ่งออกมาจากพุ่มไม้ อีกฝ่ายกลิ้งไปกับพื้นก่อนที่จะนอนหมดสภาพอยู่บนพื้น
จางหยุนหรี่ตาเล็กลงจ้องมองไปยังร่างของผู้ที่อยู่ๆก็ปรากฏตัวขึ้น อีกฝ่ายเป็นบุรุษหนุ่มอายุน่าจะ 18-19 ปี
แต่ว่าตบะขอบเขตของคนผู้นี้ไม่ธรรมดา เพราะว่าเป็นถึงผู้บำเพ็ญขอบเขตผนึกตันเถียนขั้นปลาย การที่อายุเพียงแค่นี้แต่ว่ามีระดับพลังอยู่ในระดับนี้ เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไป
อย่างเช่นเพื่อนบ้านที่อยู่ทางด้านขวาของจางหยุน อายุยี่สิบกว่าๆก้าวสู่ขอบเขตผนึกตันเถียนขั้นปลายได้ ก็ถือว่าเป็นอัจฉริยะแล้ว แต่ว่าคนหนุ่มผู้นี้ที่ปรากฏตัวขึ้นมาเหมือนว่าจะมีพรสวรรค์เหนือกว่า
คนที่มีพรสวรรค์เช่นนี้ส่วนใหญ่จะเป็นคนที่มีภูมิหลังไม่ธรรมดา จางหยุนเหลือบมองเสื้อผ้าที่อีกฝ่ายสวมใส่ ปรากฏว่าชุดที่สวมใส่นั้นไม่ใช่ชุดธรรมดา เห็นได้ชัดว่าเป็นการตัดเย็บอย่างพิเศษและใช้วัตถุวิเศษ
จางหยุนที่ดูรายการสินค้าของหอการค้าเหรียญสวรรค์มาแล้ว เขาจดจำได้ว่านี่คือสมบัติวิเศษระดับต่ำ ที่ถูกทำขึ้นมาจากหอการค้าเหรียญสวรรค์แล้วก็ขายเป็นจำนวนมาก
ราคาของมันก็ไม่ถูก เพราะว่ามีราคาอยู่ถึงหนึ่งพันเหรียญปฐพี ถ้าเกิดว่าสวมใส่อาภรณ์ที่เป็นสมบัติวิเศษแบบนี้ แน่นอนว่าย่อมมีความสามารถในการป้องกันเพิ่มขึ้น
เพียงแต่ว่าสภาพของชายหนุ่มที่อยู่กับพื้นตอนนี้ จางหยุนจะกล่าวว่าอย่างไรดี ทั่วทั้งร่างกายของอีกฝ่ายเต็มไปด้วยบาดแผลและอาการบาดเจ็บ
ส่วนสมบัติวิเศษระดับต่ำที่เป็นอาภรณ์ที่สวมใส่ ก็เห็นได้ชัดว่าเสียหายจากการที่รับการโจมตีหลายต่อหลายครั้ง ทำให้ปราณวิญญาณที่ปลดปล่อยออกมาจากตัวของอาภรณ์ดูหม่นหมองลงไปมาก
จางหยุนมองชายหนุ่มผู้นั้นที่ยังคงสติเอาไว้ อีกฝ่ายไม่สามารถขยับร่างกายได้ ได้แต่นอนที่อยู่ที่พื้นหายใจโรยรินเพียงแต่ว่าตาทั้งสองข้างยังคงเปิดอยู่
ชายหนุ่มผู้นั้นหันมองอย่างยากลำบากมาที่ร่างของจางหยุน ดวงตาของมันส่องประกายแห่งความหวัง
น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความอิดโรยเอ่ยออกมา “รีบพาข้ากลับเมือง!!”
ได้ยินน้ำเสียงของอีกฝ่ายจางหยุนขมวดคิ้วในทันที เพราะว่าน้ำเสียงที่ฟังดูอิดโรยนั้นไม่ใช่คำขอร้องแต่ว่าแฝงเร้นไปด้วยคำสั่งของผู้ที่เหนือกว่า
จางหยุนแม้จะได้ยินแล้วแต่เขาก็ยังคงยืนนิ่ง จ้องมองร่างของชายหนุ่มผู้นั้นที่ตอนนี้นอนนิ่งอยู่กับพื้นไม่สามารถขยับได้
เมื่อเห็นว่าชายวัยกลางคนผู้นั้นไม่ขยับ ชายหนุ่มยิ่งขมวดคิ้วยังไม่พึงพอใจตวาดออกมาด้วยเสียงทั้งหมดของตนเอง “เศษสวะรีบพาข้ากลับเมือง!!”
ที่ชายหนุ่มกล้าสั่งการออกมาด้วยน้ำเสียงและท่าทางเช่นนี้ มันก็เป็นเพราะว่ามันเห็นรูปลักษณ์ภายนอกและอายุของจางหยุน
จางหยุนตอนนี้เป็นชายวัยกลางคนอายุเกือบจะห้าสิบปีแล้ว แต่ว่ายังเป็นเพียงแค่ผู้บำเพ็ญขอบเขตผนึกตันเถียนขั้นกลาง เห็นได้ชัดว่าพรสวรรค์ย่ำแย่ที่สุด
คนแบบนี้ในสายตาของชายหนุ่ม ที่อายุเพียงแค่สิบแปดก็ก้าวเข้าสู่ขอบเขตผนึกตันเถียงขั้นปลาย ก็ไม่ได้แตกต่างจากเศษสวะเลยแม้แต่น้อย
และอีกอย่างที่ทำให้ตัวของมันนั้นกล้าสั่งการจางหยุนแบบนี้ ก็เป็นเพราะว่าฐานะที่ไม่ธรรมดาของมัน
จางหยุนยังคงยืนนิ่ง จ้องมองชายหนุ่มผู้นั้น ท่าทางของเขาภายนอกไม่มีอันใดเปลี่ยนไป เพียงแต่ว่าถ้าเกิดว่าจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาจริงๆ ภายในส่วนลึกของดวงตาในตอนนี้เหมือนกับว่ามีความเย็นชาสาดประกายขึ้นมา
ชายหนุ่มผู้นั้นใบหน้าบิดเบี้ยวเต็มไปด้วยความเดือดดาล มันเค้นเสียงลอดลายฟันออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความอาฆาต “ตัวของเจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าเป็นผู้ใด ข้าเป็นคนของตระกูลหวังแห่งเมืองวายุแดง”
จางหยุนยังคงใบหน้าเรียบเฉย ก่อนที่เขาจะหันหลังแล้วก็เตรียมที่จะเดินจากไป
เมื่อชายหนุ่มเห็นว่าชายวัยกลางคนผู้นั้น แม้ว่าจะได้ยินว่าตนเองนั้นเป็นคนของตระกูลหวัง แต่ก็ยังคงไม่สนใจแล้วก็ตั้งท่าที่จะเดินจากไป
ชายหนุ่มในฐานะอัจฉริยะของตระกูล ตัวของมันทั้งชีวิตจะเคยได้รับความอัปยศเช่นนี้อย่างนั้นหรือ
ในตอนนี้ความโกรธภายในใจของมันราวกับเปลวไฟ ที่เมื่อลุกไหม้แล้วก็ยิ่งโหมรุนแรงขึ้นไม่มีท่าทีว่าจะดับลง
มองแผ่นหลังของจางหยุนที่ค่อยๆเดินจากไป ชายหนุ่มกัดฟันแน่นเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยจิตสังหาร
“เศษสวะผู้ใดให้ความกล้ากับเจ้าตายซะ!!”
ชายหนุ่มใช้พลังวิญญาณที่เหลือภายในร่างของตนเอง ถ่ายเทเข้าไปภายในที่กระบี่ภายในมือ
กระบี่เล่มนั้นไม่ใช่กระบี่ธรรมดามันเป็นสมบัติวิเศษระดับต่ำ แต่คุณภาพของมันไม่เหมือนกับสมบัติวิเศษระดับต่ำของหัวหน้าหวัง ที่เป็นดาบที่มีราคาเพียงแค่ห้าร้อยเหรียญปฐพี
กระบี่เล่มนี้มีความงดงามกว่ามาก แถมระดับของสมบัติวิเศษที่ถูกนำมาหลอมสร้างก็ยังสูงกว่าด้วย ถึงแม้ว่าจะถูกประเมินว่าเป็นสมบัติวิเศษระดับต่ำเช่นเดียวกับดาบของหัวหน้าหวัง แต่ว่ากระบี่เล่มนี้มีความคมแล้วก็มีความทรงพลังมากกว่า ส่วนราคาของมันก็สูงถึงหนึ่งพันร้อยเหรียญปฐพี เป็นราคาที่ขยับไปอีกเพียงแค่เล็กน้อยก็จะได้สมบัติวิเศษขั้นกลางแล้ว
กระบี่เล่มนั้นเมื่อมีปราณวิญญาณถ่ายทอดเข้าไป มันก็เริ่มค่อยๆสั่นไหวก่อนที่จะลอยขึ้น ตัวของปลายกระบี่ชี้ตรงไปที่หลังคอของจางหยุน ชายหนุ่มบังคับปราณวิญญาณและโคจรวิชาควบคุมกระบี่ พริบตานั้นกระบี่ที่ลอยขึ้นจากฝ่ามือพุ่งทะยานไปอย่างไม่มีผู้ใดถือจับ
คมกระบี่ที่แหลมคมห่อหุ้มไปด้วยปราณวิญญาณ พุ่งทะยานไปเป้าหมายคือบริเวณหลังคอของจางหยุน ตั้งใจที่จะสังหารให้ตกตายในครั้งเดียว
เพียงแต่ว่าจางหยุนที่เดินอยู่ควรจะสัมผัสได้ถึงการโจมตีนี้ เขากับไม่ได้หันหลังกลับมาเลยแม้แต่น้อยยังคงเดินด้วยท่าทางผ่อนคลาย
ชายหนุ่มผู้นั้นเห็นท่าทางแบบนั้นดวงตาก็ถึงกับหดเล็กลง มันสัมผัสได้แล้วว่ามีบางอย่างที่ผิดปกติ
แล้วมันเองก็เกิดขึ้นจริงๆในขณะที่กระบี่เล่มนั้น มันกำลังจะพุ่งทะลวงเข้าไปที่ท้ายทอยของจางหยุน
มีมือข้างหนึ่งปรากฏขึ้นมาคว้าจากกระบี่เล่มนั้นเอาไว้ต้านทานมันเอาไว้อย่างเต็มแรง ทันทีที่มือข้างนั้นคว้าจับเข้าที่ไปคมกระบี่ เกิดเสียงระเบิดของอากาศที่ฉีกขาด กระบี่ที่เป็นสมบัติวิเศษขั้นต่ำชิ้นนั้นสั่นสะเทือน ราวกับว่าพยายามที่จะหลุดจากการควบคุมของฝ่ามือนั้น
ร่างที่ปรากฏตัวขวางกระบี่คือซากเทวะของหัวหน้าองครักษ์หวัง ในตอนนี้มือข้างขวาของมันคว้าจับกระบี่เล่มนั้นเอาไว้อย่างมั่นคง
ชายหนุ่มพยายามควบคุมกระบี่อย่างเต็มแรง เพียงแต่ว่ากระบี่เล่มนั้นก็ไม่สามารถหลุดออกมาจากมือของหัวหน้าหวังได้เลย
ชายหนุ่มผู้ที่มีพื้นเพมาจากตระกูลหวังผู้นั้น ใบหน้าถึงก็เปลี่ยนไป สัมผัสวิญญาณของมันบ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่าชายปริศนาที่ปรากฏตัวขึ้น มีปราณวิญญาณภายในร่างกายที่แข็งแกร่งกว่ามันเสียอีก
“นี่..” ชายหนุ่มหวังจะพูดอะไรบางอย่าง
เพียงแต่ว่าหัวหน้าหวังเคลื่อนไหวแล้ว ร่างกายพุ่งทะยานเข้าไปอย่างรวดเร็วพริบตาเดียวก็มาอยู่บนล่างของชายหนุ่ม
กระบี่เล่มนั้นที่เคยถูกบังคับด้วยวิชาของชายหนุ่ม ในตอนนี้แปรเปลี่ยนกลายเป็นคุมกระบี่ในมือของหัวหน้าหวังสะบั้นศีรษะของชายหนุ่มลงอย่างง่ายดาย
จางหยุนที่เดินอยู่ด้านหน้าไม่หยุดเดินเลยแม้แต่น้อย เขายกฝ่ามือของตนเองขึ้นมา โลงศพโบราณสีดำปรากฏขึ้นบนฝ่ามือ
เขาโคจรวิชาซากเทวะ โลงศพโบราณขยายใหญ่ขึ้นภายในอากาศ ฝาโลงศพเปิดออกอย่างช้าๆกลุ่มควันสีดำพุ่งออกมาจากภายในโรงศพ มันพุ่งเข้าไปห่อหุ้มร่างของชายหนุ่มผู้นั้น จากนั้นก็ดึงศพเข้าไปภายในโลงอย่างรวดเร็ว
ฝาโลงศพโบราณถูกปิดลง ก่อนที่มันจะหดย่อขนาดลงจนเหลือขนาดเท่าเดิม จางหยุนโบกมือเล็กน้อยร่างของหัวหน้าองครักษ์หวัง ก็เปลี่ยนกลายเป็นเส้นแสงสีดำหุ้มกลับเข้ามาภายในโลงศพ
โลงศพในมือของจางหยุนมันค่อยๆจางหายไป ด้านหลังของจางหยุนในยามนี้เหลือเพียงแค่ความว่างเปล่า ไม่มีศพของชายหนุ่มผู้นั้นหลงเหลืออยู่เลย เหลือเพียงแค่คราบเลือดที่อยู่บนพื้นเท่านั้น
แม้กระทั่งร่องรอยการต่อสู้เองก็ไม่มีเพราะว่าอีกฝ่ายโดนสังหารได้อย่างง่ายดาย จางหยุนเดินทางกลับเมืองวายุแดงด้วยใบหน้าเรียบเฉย แทบจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงของอารมณ์เลยแม้แต่น้อย