“แล้วต้นไม้ข้างบ่อกำเนิดน้ำทิพย์พิสุทธิ์นั่นเล่ามีอะไรพิเศษไหม” หยางเถาอวี้ถาม
“นายหญิงช่างสังเกตุนักนั่นคือต้นปราณกำเนิดพิภพ เป็ต้นไม้ที่ให้กำเนิดพลังปราณในโลกเบื้องบนห้วงมิติแห่งนี้มีพลังปราณเข้มข้นกว่าภายนอกถึงร้อยเท่าก็เพราะมัน”รุ่ยเอ๋อตอบคำถามอย่างไม่รู้เบื่อ
“ที่โลกภายนอกมีหรือไม่”
“ไม่มีเ้าค่ะนายหญิงต้นไม้ชนิดนี้ท่านซ่างเสินอู่ตี้นำมาจากโลกเบื้องบน”
“แล้วไอ้โลกเบื้องล่างโลกเบื้องบนนี่คืออะไร”
“โลกเบื้องล่างนิยามถึงโลกที่ไม่มีผู้ฝึกปราณถึงระดับเซียนเช่นที่โลกบำเพ็ญเซียนแห่งนี้เ้าค่ะโลกเบื้องบนคือบรรดาโลกที่มีผู้บรรลุเซียนปรากฏ” รุ่ยเอ๋อกล่าวตัดบท
“อ้อแล้วพลังแสงที่เข้มข้นเล่า มาจากที่ใด” หยางเถาอวี้ซักไซ้ต่อไป
“ท่านซ่างเสินอู่ตี้วางค่ายกลกำเนิดแสงด้วยอัญมณีกำเนิดแสง์อนันต์ซึ่งนำมาจากโลกเบื้องบนเช่นกันไว้ในูเาลูกนั้นเ้าค่ะ”
“ที่แท้ก็เป็เช่นนี้แล้วเรือนไผ่หลังนั้นเล่า” หยางเถาอวี้ชี้ไปยังเรือนไม้ไผ่
“นั่นคือเรือนที่นายท่านในอดีตท่านหนึ่งสร้างไว้เป็สถานที่พักผ่อนเ้าค่ะ”
“แหมนึกว่าจะมีความพิเศษอะไรเช่นเข้าไปแล้วมีของวิเศษต่างๆ ซะอีก ”หยางเถาอวี้บ่นพึมด้วยความผิดหวังเล็กน้อย
“มีอยู่จริงเ้าค่ะเป็ของสะสมจากนายท่านในอดีตทุกท่านเ้าค่ะ” รุ่ยเอ๋อเอ่ย
“ไอ้หยาดีจริง” หยางเถาอวี้ได้ยินเช่นนี้ก็ตื่นเต้นนัก “แต่... ไว้ค่อยเข้าไปสำรวจทีหลังแล้วกันเวลานี้ข้าคิดว่าคงสมควรแก่การกลับออกไปข้างนอกแล้ว” หยางเถาอวี้ลังเลอยู่ครู่หนึ่งจึงตัดใจจากความอยากรู้อยากเห็นที่เอ่อล้นอยู่ในใจด้วยกลัวว่าจะการสำรวจสิ่งต่างๆในมิติที่กว้างใหญ่แห่งนี้จะทำให้เสียเวลาจนกลับถึงบ้านช้ากว่ายายจาง
“แล้วแต่นายหญิงจะเห็นสมควรเ้าค่ะ”รุ่ยเอ๋อตอบคำ
หยางเถาอวี้กำหนดจิตออกมาจากโลกมิติกุญแจหยกวารีเมื่อลงยืนได้มั่นคงแล้วจึงกวาดตามองสำรวจรอบโถงถ้ำอีกครั้งหนึ่งเผื่อว่าจะมีอะไรหลุดรอดสายตาครั้นเห็นว่าตนไม่พลาดสิ่งใดแล้วจึงยอบกายลงคำนับแก่อดีตผู้กุญแจหยกวารีก่อนตัดสินใจเดินกลับออกไปยังปากถ้ำเพื่อกลับบ้านยายจาง
“วันนี้มีเื่ต่างๆเกิดขึ้นมากมาย ตรงกลับบ้านกันเถอะทีเจวัน”
“รับทราบครับเ้านาย”
...
หยางเถาอวี้กลับถึงบ้านยายจางก่อนเวลายามอู่ราวครึ่งชั่วยามนางจัดการต้มน้ำโจ๊กกระจับใส่เห็ดไว้รอยายจางกลับจากป่าสิ่งที่นึกได้และไม่ยอมพลาดอีกอย่างคือการทดลองใช้ดาบเจได เอ้ยลำแสงเลเซอร์มาประยุกต์ผ่าฟืนอย่างที่จินตนาการไว้
‘ทีเจวัน เร็วเข้าเปิดโหมดเลเซอร์ผ่าตัดหน่อย’ หยางเถาอวี้สั่งพลางเดินตรงไปยังกองไม้ที่เตรียมไว้ทำฟืน
‘เอาจริงหรือครับเ้านายผมนึกว่าเ้านายแค่ล้อเล่น’ ทีเจวันโอดครวญ
‘จริงสิ มันคงสะดวกสบายและเบาแรงกว่าการใช้มีดผ่าฟืนเป็กองอีกอย่าง วันนี้นายก็ยังมีพลังงานเหลืออยู่ไม่น้อย’
‘ก็ได้ครับแต่เ้านายระวังอุบัติเหตุด้วยนะครับ ถ้าโดนนิ้วนี่นิ้วขาดเลยนะขอรับ’ ทีเจวันไม่วายสำทับ
‘รู้แล้วน่า’ ว่าแล้วหยางเถาอวี้ก็ยกข้อมือขึ้นเป็มุมขนานกับพื้น หลังมือหันออกไปด้านนอกลำแสงเลเซอร์ถูกยิงเฉียงขึ้นไปเป็มุมราว 30 องศาจากข้อมือ พอกะตำแหน่งได้ที่แล้วก็ค่อยๆขยับข้อมือลงไปตามแนวไม้เนื้อแข็งขนาดยาวถูกผ่าแยกจากกันจนมีขนาดพอเหมาะอย่างรวดเร็วราวกับตัดเต้าหูไร้เสียงกระทบใดๆ เกิดขึ้น
“โอ้วๆๆเป็ไงล่า.... ผลงานความคิดสร้างสรรค์ของข้า ฮ่าๆๆ...” หยางเถาอวี้หัวเราะพึงใจ นางจัดการตัดไม้เป็ท่อนๆจนหมดกอง จากนั้นก็ยกไม้ทีละท่อนขึ้นมาผ่าเป็ซีก ทั้งหมดทำงานได้สัมพันธ์กับจังหวะการปิดเปิดลำแสงเลเซอร์เป็อย่างดีดังใจอันที่จริงก็ต้องเรียกว่าทำได้ตามใจนึกนั่นแหละเพราะนางสั่งการผ่านจิตซึ่งมีความว่องไว ตอบสนองดังใจนึก ราวกับลำแสงเลเซอร์นั้นเป็มือไม้ของตนก็ไม่ปานยิ่งทำก็ยิ่งมีความชำนาญและความแม่นยำ ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งเค่อดีก็ผ่าฟืนกองใหญ่จนเสร็จขณะที่ไปล้างมือล้างไม้ปิดจ๊อบก็มองเห็นยายจางเดินพ้นชายป่ากลับมาพอดี
“เหนื่อยไหมเ้าคะท่านยาย”ยายจางเปิดประตูรั้วไม้เตี้ยๆ เดินเข้ามา ได้ยินเสียงทักทายสดใสดังขึ้นจากท้ายครัวหยางเถาอวี้เร่งฝีเท้าเดินเข้ามาช่วยรับตะกร้าสานและเครื่องมือเครื่องไม้จากยายจาง
“ได้เห็นอวี้เอ๋อก็หายเหนื่อยแล้ว”ยายจางเดินตามหยางเถาอวี้ซึ่งเดินไปวางตะกร้าไว้ที่ส่วนครัว มองเห็นกองฟืนข้างครัวที่ถูกผ่าและจัดวางไว้เรียบร้อยจึงพลันใ
“อวี้เอ๋อผ่าฟืนทั้งหมดคนเดียวเช่นนี้ไม่เจ็บมือแย่หรือ”พูดไม่พูดเปล่า ยายจางรีบคว้ามือทั้งสองข้างของหยางเถาอวี้ขึ้นมาดูด้วยความเป็ห่วงแต่กลับพบว่าฝ่ามือทั้งสองของเด็กน้อยยังคงนุ่มนิ่มไร้ซึ่งริ้วรอยาแหรือตุ่มพุพองใดๆนางให้รู้สึกทั้งเบาใจทั้งแปลกใจนัก
“ไม่เป็ไรหรอกเ้าค่ะท่านยายข้าอู้อยู่บ้านว่างๆ จึงค่อยๆ ทำไปพักไป” หยางเถาอวี้หาข้อแก้ตัวจะบอกได้อย่างไรว่าผ่าด้วยแสงเลเซอร์
“ท่านยายกลับมาเหนื่อยๆคงหิวแล้ว ข้าเพิ่งต้มโจ๊กกระจับใส่เห็ดและเนื้อปลาที่เหลือลงไปท่านยายมาทานก่อนเถอะเ้าค่ะ” หยางเถาอวี้รีบยกหม้อต้มโจ้กไปไว้บนโต๊ะอาหารเพื่อกลบเกลื่อนเื่ราวนางชักชวนยายจางทานมื้อเที่ยงอย่างกระตือรือล้น
วันนี้ยายจางตัดไม้ไผ่มาเพิ่มเพราะมีความคิดที่จะสานลอบไปดักปลาอีกหลายๆอัน นางอยากนำปลาสดไปขายในตัวอำเภอเพื่อหารายได้เพิ่ม่เย็นทั้งคู่จึงนั่งผ่าไม้ไผ่ เหลาและสานลอบได้อีกสามใบ ข้องสามใบก่อนหัวค่ำเล็กน้อยจึงพร้อมสำหรับการนำลอบทั้งสี่ใบไปวางตามลำธาร
ตกกลางคืนเมื่อมีเวลาเป็ส่วนตัวหลังจากที่ยายจางเข้านอนหยางเถาอวี้จึงค่อยตั้งสมาธิพิจารณาถึงสิ่งต่างๆ ที่ได้รับมาในวันนี้อย่างจริงจัง
‘ทีเจวัน ชั้นมีความคิดดีๆ ในมิติของรุ่ยเอ๋อมีพลังธาตุแสงเข้มข้นกว่าโลกภายนอกถึงร้อยเท่าถ้านายได้ชาร์จพลังธาตุแสงในมิติของรุ่ยเอ๋อ ใช้เวลาแค่สี่สิบนาทีกว่าก็เต็มแล้ว แถมเท่ากับเวลาที่โลกภายนอกแค่ไม่ถึงสองนาที’
‘จริงด้วยครับ’
‘พูดอีกนัยหนึ่ง ถ้านายเข้าไปอยู่ในมิติของรุ่ยเอ๋อบ่อยๆก็เรียกได้ว่านายแทบจะอยู่ในสถานะพลังงานเต็มตลอดเวลาเลยทีเดียว’
หยางเถาอวี้อยากแว๊บเข้าไปหาความเป็ส่วนตัวและโกงเวลาในมิติกุญแจหยกวารีนานๆแต่กลัวว่าหากยายจางตื่นขึ้นมาไม่เห็นนางก็จะสงสัยเอาได้ บ้านหลังนี้คับแคบหันไปหันมาก็แทบเห็นหน้ากันไปทุกส่วน คิดไปคิดมาจึงหาข้อสรุปที่เหมาะสมต่อเหตุการณ์นางจะเข้าไปในมิติของรุ่ยเอ๋อแค่ราวหนึ่งวัน ซึ่งเท่ากับเวลาภายนอกสามเค่อเศษหากยายจางตื่นมาค่อยอ้างว่าไปเข้าห้องน้ำละกัน แม้ในความเป็จริงห้องน้ำคือโลกพิศวงอันหยางเถาอวี้พยายามไปเยี่ยมเยียนให้น้อยครั้งที่สุดก็ตาม
ภายในมิติของรุ่ยเอ๋อหยางเถาอวี้เริ่มจากการส่งจิตเข้าไปสำรวจแหวนและกำไลมิติอย่างเป็ทางการ
ในแหวนมิติมีเสื้อผ้าเครื่องใช้ส่วนตัวซึ่งไม่ค่อยเป็ประโยชน์ต่อหยางเถาอวี้นักเพราะเป็ข้าวของของบุรุษทั้งสิ้น ต่อมาเป็ตำราสมุนไพรพลังปราณ สมุนไพรเซียนตำราสัตว์อสูร แผนที่แสดงทวีปทั้งห้าอย่างคร่าวๆ อันได้แก่ทวีปเสวียนอู่ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศเหนือทวีปชิงหลงอยู่ทางทิศตะวันออก ทวีปจูเชวี่ยอยู่ทิศใต้ ทวีปไป๋หู่อยู่ทางทิศตะวันตกและทวีปหวงหลงตั้งอยู่ตรงกลางทวีปทั้งสี่ แผนที่อีกฉบับแสดงทวีปชิงหลงอย่างละเอียดบนแผนที่มองเห็นเส้นเขตแดนแสดงตำแหน่งเมืองต่างๆ หยางเถาอวี้มองเห็นเขตเมืองน่านจิงเมืองซุยและป่าหมื่นอสูรถูกกำกับอยู่ในแผนที่ฉบับนี้ ชัดเจนว่าเวลานี้นางอยู่บนทวีปชิงหลงนี่เอง
หยางเถาอวี้คิดจะเรียกเอาตำราต่างๆและแผนที่ออกมาให้ทีเจวันสแกน
“เอ๋ทำไมข้าไม่สามารถสั่งให้ข้าวของข้างในออกมาได้เล่า” หยางเถาอวี้หันไปถามรุ่ยเอ๋อที่ปรากฏกายออกมานั่งอยู่ข้างกันเงียบๆั้แ่หยางเถาอวี้เข้ามาในมิติส่วนตัว เพียงแต่มิได้ชวนนางคุยแต่อย่างใด ด้วยรู้ว่าหยางเถาอวี้กำลังหมกมุ่นอยู่กับการสำรวจทรัพย์สินที่ได้มา
“การสำรวจสิ่งของภายในอุปกรณ์ห้วงมิติหรือห้วงมิติพิศวงใช้จิตสำรวจได้แต่การนำสิ่งของเข้าออกต้องอาศัยการส่งพลังปราณเล็กน้อยเข้าไปยังสิ่งของเ่าั้ด้วยเ้าค่ะนายหญิง”รุ่ยเอ๋อไขข้อข้องใจ
“จ๊ากอย่างนี้มิแปลว่าข้าได้แต่มอง แต่ไม่สามารถเอาข้าวของต่างๆ ออกมาใช้ได้เหรอ”หยางเถาอวี้ทำหน้าหงอย อุทานด้วยความผิดหวัง
“เื่นี้ข้าช่วยได้ข้าสามารถดึงพลังปราณจากรอบกายมาถ่ายทอดแก่นายหญิงและช่วยควบคุมการดึงหรือเก็บสิ่งของได้ตามที่นายหญิง้าผ่านจิตที่เชื่อมโยงระหว่างเราเ้าค่ะ”รุ่ยเอ๋อปลอบใจ
“โธ่ค่อยยังชั่วหน่อย แล้วก็ไม่รีบบอก เล่นเอาหัวใจน้อยๆ ของข้าเหี่ยวแฟบไปเลยเชียว”หยางเถาอวี้บ่น
“ขออภัยเ้าค่ะนายหญิงข้าหลงคิดว่าท่านทราบอยู่แล้ว”เื่นี้เป็ความรู้พื้นฐานธรรมดาของโลกบำเพ็ญเซียน ใครเล่าจะคิดว่านายหญิงของตนไม่รู้นางลืมไปว่านายหญิงของตนมาจากต่างโลก
“ข้าแค่บ่นเล่นเ้าอย่าได้ถือเป็จริงเป็จัง งั้นเ้าก็ช่วยข้านำตำราต่างๆ กับแผนที่ออกมาทีเถิด”หยางเถาอวี้เอ่ย
“เ้าค่ะนายหญิง”ยิ่งได้คุยกัน รุ่ยเอ๋อยิ่งรู้สึกชอบหยางเถาอวี้มากขึ้นนางเป็เ้านายที่ใจดีและเป็กันเองกับรุ่ยเอ๋อยิ่งนักที่ผ่านมาไม่มีใครเคยใส่ใจกับความคงอยู่ของนาง เวลานี้รุ่ยเอ๋อรีบทำตามคำสั่งทันทีนางรวบรวมพลังปราณรอบกายในปริมาณเพียงเล็กน้อยและถ่ายทอดแก่หยางเถาอวี้พร้อมกับช่วยควบคุมพลังปราณไว้เนื่องจากหยางเถาอวี้ยังไม่ได้เรียนรู้วิธีการฝึกปราณหรือการเรียกใช้
“นายหญิงกำหนดจิตส่งพลังปราณไปยังสิ่งที่้าและเรียกดึงออกมานะเ้าคะลองสังเกตุการไหลของพลังปราณที่ข้าช่วยควบคุมเอาไว้ดีๆ เ้าค่ะ”
“เข้าใจแล้ว”หยางเถาอวี้สังเกตุตามที่รุ่ยเอ๋อแนะนำและเข้าใจวิธีการทำงานทันทีกองตำราและแผนที่จึงปรากฏออกมาวางเรียงบนพื้นอย่างเป็ระเบียบ
“ทีเจวันนายช่วยสแกนตำราทุกเล่มไว้ให้ชั้นที แต่ยังไม่ต้องโอนข้อมูลมาให้นะส่วนแผนที่ก็จะได้บันทึกไว้ทำแผนที่ภูมิศาสตร์ของโลกบำเพ็ญเซียน”หยางเถาอวี้ดึงตำราต่างๆ ในแหวนมิติออกมาให้ทีเจวันบันทึกข้อมูล
“รับทราบครับ”ทีเจวันดำเนินการตามคำสั่งทันที
หยางเถาอวี้หันกลับไปสนใจสิ่งของถัดไปหลังสั่งความกับทีเจวันภายในแหวนมิติยังมีเงิน 1000 ตำลึงทอง 500 ตำลึงเงินกับเศษเหรียญอีแปะอีกถุงหนึ่ง
ยังมีผลึกหยกส้มผลึกหยกเหลืองและผลึกหยกเขียวอย่างละหลายร้อยก้อน
หยางเถาอวี้มองเงินกับผลึกหยกจนตาลายสมองหมุนติ้วคำนวณตัวเลขคร่าวๆ อย่างรวดเร็ว “เรารวยแล้วๆ”นางะโลั่นคุยกับรุ่ยเอ๋อ เฉพาะผลึกหยกทั้งหมดที่ได้มารวมแล้วมีมูลค่าหลายล้านตำลึงทองเลยทีเดียว
อันที่จริงสำหรับผู้ฝึกปราณผลึกหยกเหล่านี้ยังถือว่าเป็จำนวนน้อยนิดนักอาจไม่เพียงพอที่จะส่งเสริมให้ผู้ฝึกปราณใช้ดูดซับพลังปราณจนทะลวงขั้นของตนได้ด้วยซ้ำแต่สำหรับหยางเถาอวี้ผู้เป็มือใหม่ของโลกบำเพ็ญเซียนและการฝึกปราณนางยังไม่เข้าใจถึงความสำคัญของผลึกลมปราณดีพอ เวลานี้มองเห็นเพียงมูลค่าที่ตีออกมาเป็ตัวเงิน
แต่อีกไม่นานนางก็คงจะได้รับรู้
ลำดับต่อมาหยางเถาอวี้ส่งจิตเข้าไปสำรวจกำไลมิติซ้ำอีกครั้งั้แ่เมื่อกลางวันหยางเถาอวี้ก็เห็นคร่าวๆ แล้วว่าภายในกำไลห้วงมิติพิศวงไม่มีอะไรมากนักเพราะของสะสมส่วนใหญ่เสื่อมสภาพไปตามกาลเวลาที่ผ่านมาเนิ่นนานเกินไปส่วนขวดยาหลายขวดที่อยู่ในนั้นหยางเถาอวี้ยังไม่มีข้อมูลว่าเป็ยาอะไรบ้างนางจึงกวาดมือขึ้นครั้งหนึ่งเพื่อหยิบขวดยาเ่าั้ออกมาให้รุ่ยเอ๋อช่วยดู
“รุ่ยเอ๋อเ้าช่วยข้าดูหน่อยว่ายาเหล่านี้เป็ยาอะไรบ้าง”ข้ายังไม่มีข้อมูลยาของโลกบำเพ็ญเซียน
“ได้เ้าค่ะนายหญิง”รุ่ยเอ๋อตอบคำพร้อมกวาดตามองขวดยาสิบกว่าขวดตรงหน้า
“ขวดสีขาวเป็ยาฟื้นฟูพลังปราณระดับสูงเ้าค่ะขวดสีแดงเป็ยารักษาาแทั่วไประดับสูงส่วนขวดสีดำเป็ยารักษาอาการาเ็ภายในระดับสูงเ้าค่ะ”
“มันยังไม่เสื่อมประสิทธิภาพใช่หรือไม่”หยางเถาอวี้ลองเปิดจุกขวดยาสีขาวและเทออกมาบนฝ่ามือสองสามเม็ด นางพิจารณาสัณฐานยาเม็ดทรงกลมผิวยาเรียบเกลี้ยงเงางาม แค่เทออกมาก็ได้กลิ่นหอมสดชื่นชวนให้ร่างกายรู้สึกเปี่ยมล้นไปด้วยพลัง คิดว่ายาคงยังไม่เสื่อมสภาพแต่ก็ลองถามรุ่ยเอ๋อผู้น่าจะมีประสบการณ์มากกว่านางดู
“ยาเม็ดระดับสูงสามารถเก็บได้นับร้อยปีโดยไม่เสื่อมสภาพยิ่งเก็บในกำไลหินห้วงมิติพิศวงก็ยิ่งอยู่ได้นานนับสิบเท่าเ้าค่ะนายหญิง” รุ่ยเอ๋อตอบ
“ดีๆมีของดีเก็บไว้กับตัวย่อมช่วยให้อุ่นใจขึ้น” หยางเถาอวี้ยิ้มร่าดีใจไม่รู้เป็ครั้งที่เท่าไหร่กับโชควาสนาที่ได้รับในวันนี้