มองไปยังกระสุนที่พุ่งเข้ามามู่หลินเป็นเพียงคนเดียวที่ยังคงสงบและยื่นมือออกไปด้วยท่าทีสบายๆ
ควับ!
พริบตากระสุนลูกนั้นก็ถูกคว้าเอาไว้ได้อย่างง่ายดาย ส่งผลให้หม่าลี่ที่ยืนอยู่พลันตัวชะงักไปก่อนส่ายหัวด้วยความไม่อยากเชื่อ“เป็นไปไม่ได้!’’
มันเป็นไปได้ยังไงที่คนธรรมดาสามารถรับกระสุนได้อย่างง่ายดายเช่นนี้สําคัญเลยต่อให้เป็นผู้ฝึกยุทธ์ก็ไม่แน่ว่าจะทําได้แล้วชายหนุ่มคนนี้ทํามันได้ยังไง?
สัตว์ประหลาด!
“แกมันเป็นสัตว์ประหลาด!’’ เมื่อนึกคิดได้ความกลัวก็เริ่มเข้าปกคลุมจิตใจของหม่าลี่จนทําให้เขาตื่นตะหนกและทําการเหนี่ยวไกอย่างบ้าคลั่ง “ตาย! ตาย! ตาย! ตายไปซะ!’’
ปัง!ปัง! ปัง!
ควับ!
ยังคงเป็นอีกครั้งที่มู่หลินคว้ามันเอาไว้อย่างไรก็ตามครั้งนี้เมื่อเขาคว้ามันเอาไว้แล้วเขาเพียงแค่นเสียงเย็นชาหนึ่งครั้งก่อนสะบัดมันไปยังทิศทางของหม่าลี่
ฉึก!
เสียงทะลุดังขึ้นเป็นเสียงเดียวกันก่อนปรากฏให้เห็นรูตามจุดต่างๆบนร่างของหม่าลี่ ไม่ช้า เลือดก็ปรากฏออกมา
“อ๊ากกกก!’’ฉับพลันเมื่อความเจ็บปวดแล่นไปถึงสมอง หม่าลี่ก็ทนไม่ไหวจนต้องร้องเสียงโหยหวนออกมา
ตุบ!
พริบตาหม่าลี่ก็ทรุดตัวลงไปนอนดิ้นกับพื้นในทันที
“อะไรกัน!’’เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดหวังคังที่ยืนดูเหตุการณ์มาตลอดก็อดไม่ได้ที่จะเหลือเชื่อเขาเหลือเชื่อเป็นอย่างมาก
นี่มันเป็นไปได้อย่างไร!
พี่ชายของเขายังเป็นมนุษย์อยู่รึเปล่า?
แม้หวังคังจะไม่รู้ว่ามู่หลินทําได้ยังไงแต่ที่แน่ๆเขาคิดว่าตลอดหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมามันจะต้องมีเรื่องบางอย่างเกิดขึ้นกับอีกฝ่ายอย่างแน่นอนไม่อย่างนั้นคนๆหนึ่งคงไม่สามารถเปลี่ยนไปได้มากมายขนาดนี้
“แก!แกเป็นใครกัน?!’’ ด้านหม่าลี่ที่ดิ้นไปมาบนพื้นเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มเริ่มเดินเข้ามาเขาที่กลัวตายก็อดไม่ได้ที่จะถามออกไปอย่างตื่นตะหนกตลอดตอนแรกจนถึงตอนนี้เขายังไม่รู้เหตุผลด้วยซํ้าว่าทําไมอีกฝ่ายถึงได้บุกมาฆ่าล้างบางแก๊งมังกรของเขา
“แกจําฉันไม่ได้?เหอะ! งั้นรู้ไว้ว่าฉันคือ มู่หลิน!’’ ถูกถาม มู่หลินก็แสยะยิ้มเย้ยหยันถึงเขาจะรู้อยู่แล้วว่าอีกฝ่ายอาจจะจําเขาไม่ได้ แต่เขาก็อดดูถูกไม่ได้อยู่ดีเพราะทั้งหมดแล้วการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ก็ไม่ได้มากมายนัก
“มู่หลิน?ไม่! นั่นเป็นไปไม่ได้!’’ กลับกัน พอหม่าลี่ได้ยินตาของเขาก็แทบจะถลนออกมาจากเบ้าเพราะในความทรงจําของเขาไอ้เด็กนั่นเป็นแค่ไอ้พวกติ๊งต๊องและขี้ประหม่าดังนั้นมันจะเป็นไปได้อย่างไรที่คนอย่างนั้นจะมาเป็นคนที่น่ากลัวเช่นนี้ไปได้?
“บอกมาใครสั่งแกมา?ก้านเทียนใช่ไหม?’’ เห็นอีกฝ่ายไม่เชื่อ มู่หลินก็ไม่ได้สนใจ เขาถามออกไปเพื่อยืนยัน
“ถ้าฉันบอกแกไปแล้วแกจะไว้ชีวิตของฉันไหมล่ะ?’’ถึงจะไม่เชื่อมากนักแต่ความเป็นไปได้ก็มีอยู่ดังนั้นหม่าลี่จึงกัดฟันทนความเจ็บปวดแล้วถามออกไปเขาเป็นถึงหัวหน้าของแก๊งมังกรอันยิ่งใหญ่แห่งเมืองหลวงเขาจึงยังไม่ต้องการมาจบชีวิตลงที่นี่
จบลงโดยที่ยังไม่มีใครได้รับรู้ถึงความยิ่งใหญ่ของเขา!
“ต่อรองงั้นเหรอ?เหอะ! คนอย่างแกน่ะไม่มีค่าพอ!’’ มู่หลินยิ้มอย่างดูถูกแค่ดูก็รู้แล้วว่ามันแค่หาทางรอดอย่างไม่คิดอะไรดังนั้นเขาจึงไม่คิดที่จะเสียเวลาอีกต่อไป
ฉับพลันเมื่อเห็นชายหนุ่มเริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้งหม่าลี่ก็กลัวจับใจ ร่างกายสั่นระริกก่อนจะพูดออกไปอย่างปากสั่น “บะ...บอกแล้ว!ฉะ...ฉันจะบอกแล้ว! ใช่! มันเป็นบอสก้านเทียนที่สั่งให้ฉันไปทํางานนั่น!’’
แม้จะเป็นอย่างนั้นมู่หลินก็ไม่ได้หยุดการเคลื่อนไหวเขาสะบั้นฝ่ามือตัดศรีษะของอีกฝ่ายในทันที
ฉวัะ!
ทันทีที่ศรีษะของหม่าลี่ถูกตัดเลือดมากมายก็พุ่งกระฉูดออกมาไม่หยุด ส่งผลให้เหล่าสาวๆที่รับงานมาพลันกรีดร้องอย่างหวาดกลัวจนแข้งขาสั่นของเหลวสีเหลืองไหลออกมาให้เห็นไม่ช้า พวกเธอก็ล้มลงกับพื้นและเป็นลมนอนหมดสติไปในที่สุด
อย่างไรก็ตามชายหนุ่มกลับเป็นเพียงคนเดียวที่ไม่เปอะเปื้อนเลือดซักหยดเลยแม้แต่น้อยหวังคังที่เห็นจึงอดไม่ได้ที่จะตะลึงอีกครั้งแต่ไม่ว่าจะยังไงเขาก็ไม่คิดจะถามอะไรอีกแล้ว เพราะดูเหมือนว่าถึงเขาจะถามไป พี่ชายของเขาคงจะตอบกลับมาเหมือนเดิมนั่นแหละ
“ไป!’’หลังจากที่จัดการแก๊งมังกรเสร็จ มู่หลินก็เดินไปยัง BMWเขาที่เห็นหวังคังยังคงยืนอึ้งอยู่จึงส่งเสียกเรียก
“ไปไหน?’’ถึงจะรู้อยู่แล้วแต่หวังคังก็อดถามออกไปไม่ได้เพราะในสายตาของเขาแม้การล้างบางแก๊งมังกรจะเป็นเรื่องที่ตื่นตะลึงแต่ที่นี่ก็ไม่ได้มีผู้คนอยู่เลยดังนั้นตํารวจจึงไม่สามารถรู้ได้ว่าใครเป็นคนลงมือ กลับกันถ้าไปยังบริษัทเฮงเฮงจํากัด เป็นไปได้อย่างมากว่าพวกเขาทั้งสองจะถูกจับ
จับกุม!
และนั่นไม่ใช่เรื่องดีอย่างแน่นอน!
“ไปจัดการก้านเทียน!’’มู่หลินตอบกลับไปอย่างไม่ใส่ใจแล้วเดินขึ้นรถทันทีสําหรับเขาแล้วใครก็ตามที่กล้ามาทําร้ายคนในครอบครัวของเขาพวกมันจะต้องมีอันเป็นไป และหนึ่งในนั้นก็ไม่พ้นความตาย
แน่นอนว่านี่คือความเมตตาที่เขามีให้พวกมัน!
ทันทีที่เห็นหวังคังก็อึ้งไปและแม้ว่าเขาจะตื่นตะหนกและกังวลเขาก็ยังคงเดินตามชายหนุม่ขึ้นไปเพื่อทําหน้าที่ขับรถ
ด้านมู่หลินที่นั่งอยู่ก็ไม่ได้อยู่เฉยเขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วโทรออกไปยังเบอร์ๆหนึ่ง
ไม่ช้าอีกฝั่งของปลายทางก็รับสายก่อนจะตามมาด้วยนํ้าเสียงดุดันของหญิงสาวคนหนึ่ง “มีอะไรหรือว่านายต้องการให้ฉันจัดการคดีให้?’’
หลันเอ๋อร์นั้นประหลาดใจเป็นอย่างมากที่พบว่าชายหนุ่มโทรมาดังนั้นเธอจึงอดคิดไม่ได้ว่าเขาไปก่อเรื่องที่ไหนอีก
“ใช่เธอคงรู้จักแก๊งมังกรใช่ไหม?’’ มู่หลินพยักหน้าแล้วถามกลับไปในเมืองหลวงแม้แก๊งมังกรจะไม่ได้ทรงพลังที่สุด แต่ก็ถือเป็นแก๊งนักเลงที่ยักใหญ่ที่สุดแล้วดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่คนเป็นตํารวจอย่างเธอจะไม่รู้จักยิ่งเธอที่อยู่ในตระกูลหลันแล้วยิ่งแล้วใหญ่เลย
“ทําไม?อย่าบอกนะว่านายมายังเมืองหลวงแล้ว?’’ ได้ยิน หลันเอ๋อร์ก็ชะงักเพราะเธอรู้จักพวกมันเป็นอย่างดีและต้องการจะจับพวกมันเข้าตารางให้ได้ เธอจึงอดสงสัยไม่ได้ว่าชายหนุ่มมาถึงเมืองหลวงแล้วไปมีเรื่องกับพวกมัน
“ใช่เพราะอย่างนั้นเรื่องแก๊งมังกรเธอจัดการให้ฉันด้วยล่ะ!’’มู่หลินพยักหน้าตอบกลับไปเป็นครั้งสุดท้ายและตัดสายทิ้งอย่างรวดเร็วเขากลัวว่าถ้าขืนพูดคุยนานกว่านี้เขาจะถูกถามจุกจิกจู้จี้ไม่มีหยุดและนั่นเขาไม่ชอบเป็นอย่างมาก
เหตุผลที่มู่หลินโทรหาหลันเอ๋อร์เป็นเพราะเขาทราบดีว่าเธอคือหนึ่งในตระกูลหลันดังนั้นคนที่จะติดต่อเบื้องบนได้ง่ายที่สุดย่อมเป็นเธอซึ่งเรื่องของแก๊งมังกรการใช้เบื้องบนจัดการย่อมเป็นวิธีที่ง่ายดายที่สุดด้วยเหตุนี้เขาจึงไม่กลัวว่าการไปจัดการก้านเทียนจะถูกจับเช่นเดียวกันกับที่หวังคังคิดแม้แต่น้อย
ถูกต้อง!วันนี้ก้านเทียนจะต้องตาย!
ตายไปพร้อมกับบริษัทของมัน!