“บาดเเผลยังไม่หายดี เเต่ถือว่ารอดจากวิกฤตได้อย่างหวุดหวิด ยินดีด้วยนะ เนล”
“ขอบใจมาก ขอบใจมากจริงๆ นะเพื่อนรัก”
“พอๆ หยุดกอดได้เเล้ว!”
ผมนอนหันคอมองชายสองคนที่กอดกันข้างเตียงผม เพื่อป้องกันไม่ให้บาดเเผลฉีกขาดจึงได้เเต่เอียงคอ เเละนอนนิ่งบนเตียง
(ไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น?)
ความสงสัยยังไม่หลุดพ้นจากหัวของผม ผู้ชายวัยผู้ใหญ่ที่ทำตัวอย่างกับเด็ก ผู้หญิงที่กำลังจับมือผม เเล้วร้องไห้ข้างเตียง เเละเด็กอีกคนที่สูงไล่เลี่ยกันที่เอาเเต่มุดหน้าซุกเตียง เเละเอาเเต่พูดขอโทษวนไปวนมาเพียงคำเดียว
“คือว่า...”
เพียงเเค่ผมเปล่งเสียง สายตาของทุกคนก็จับจ้องมาที่ผม ชายสองคนทำหน้าใ ผู้หญิงหยุดร้องไห้ ส่วนเด็กที่ก้มหน้าก็เงยมองมาให้ผมเห็นหน้า
“ที่นี่…คือที่ไหนครับ?”
ผมอยากไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน เเละไม่รู้จักพวกเขาด้วย สิ่งเเรกที่ผม้ามากที่สุดคือ ข้อมูลสำหรับการปรับตัวให้เหมาะสมกับสถานการณ์
“ความทรงจำเสื่อมด้วยเหรอ!? ท่าจะอาการหนักเเล้ว!”
ชายใส่ชุดขาวจ้องมองผมด้วยท่าทางที่เคร่งเครียดจนเเว่นเกือบร่วง เเต่ก็รีบปรับกลับมาสภาพเดิมทันที เขาเพ่งเล็งมองผมเเบบไม่กะพริบตา การเเสดงออกของเขาเป็ประโยชน์ต่อการรวบรวมข้อมูลอย่างมาก
(ความทรงจำเสื่อม? พูดบ้าๆ เรายังมีสติดีอยู่เลย…)
ผมวิเคราะห์ความเป็ไปได้จากคำตอบที่ได้ภายในเสี้ยววินาที ผมมั่นใจว่าตัวเองยังมีสติครบไม่บิดเบือน พอผมคิดลึกขึ้น ผมก็ได้นึกถึงคำสัญญาเมื่อก่อนหน้า
(ช่วยทำให้คำปรารถนาของฉันเป็จริง…อย่าบอกนะว่า มันคือการให้เรามาเกิดใหม่?)
เป็ทฤษฎีที่ไม่น่าเชื่อถือ เเต่มีความเป็ไปได้เหมือนกัน ถ้าผมรอดจากเหตุการณ์รถชนจริง ผมควรอยู่ที่โรงพยาบาลพร้อมกับเจอครอบครัวที่ร้องไห้เเทน เเต่ผมกลับนอนพักฟื้นตัวอยู่ในบ้านไม้ที่สภาพค่อนข้างเก่า เตียงที่แข็งกระด้างแทบไม่น่าเชื่อ เเละรอบตัวที่เต็มไปด้วยคนเเปลกหน้า
(เคยเห็นตามอนิเมะก็จริง…เเต่เกิดใหม่ในต่างโลกเเเบบนี้ ไม่รู้สึกดีตรงไหนเลย)
ผมรู้สึกผิดหวังค่อนข้างมาก ถึงเเม้ว่าเคยคิดสักครั้งว่าอยากไปต่างโลก เเต่ก็ไม่อยากมาในสภาพที่เกิดใหม่เลย มันทำให้ผมไม่ได้เจอกับสิ่งสำคัญในโลกเดิม หรือ อีกนัยหนึ่งคือ การตัดขาดโลกเก่าโดยสมบูรณ์
“ทำไงดี เนล…ล-ลูกเรา ลูกเรา…!”
“ใจเย็นๆ เรย์”
“เเงๆ พี่เขา พี่เขา…!”
(ก่อนจะมานั่งเสียใจ คงต้องเเก้ไขสถานการณ์นี้ก่อน)
ผมที่เห็นสภาพอันเเตกตื่นของพวกเขา มันก็ได้เตือนสติผม เเม้ว่าจะไม่ถูกใจกับผลลัพธ์ที่ได้ เเต่ก็เเก้ไขอะไรไม่ได้เเล้ว ผมจึงต้องหยุดย้อนคิดความหลัง เเละหันมาให้ความสำคัญกับปัจจุบัน
“ล้อเล่นน่ะครับ เเหม ทำไมเป็กลัวไปได้ ฮ่าๆๆ”
ผมยิ้มกลบเกลื่อนความตึงเครียด เเละหัวเราะเเบบคนไม่สนใจอะไร โดยหวังว่ามันจะทำให้พวกเขาสงบลงบ้าง
“ลูกพ่อ!"
"นอล!"
"พี่ชาย!!!”
พวกเขาทั้งสามสวมกอดผมเเบบไม่ทันตั้งตัว เเม้ว่ามันจะเป็ฉากที่สวยงาม เเต่มันไม่ได้ช่วยให้บาดเเผลผมหายเจ็บเลย กลับเจ็บกว่าเดิมด้วยซ้ำ
(เเสดงว่าเรามาถูกทาง)
การเเสดงก่อนหน้านี้เป็การตรวจสอบบุคลิกภาพของ เอลเดล นอล คนที่ส่งผมมาเกิดในร่างตัวเอง ผมลองเเสดงท่าทีของเด็กน้อยที่ไม่กลัวอะไร หรือคิดว่าความตายเป็เื่ตลก มันได้ผลตอบสนองค่อนข้างดีกับพวกเขา
(เฮ้อ นายควรส่งฉันมาเกิดใหม่ในสภาพที่ดีกว่านี้นะ เอลเดล นอล)
ผมเเอบถอนหายใจ เเละมองออกไปนอกหน้าต่างที่อยู่ข้างเตียง กวาดสายตาสังเกตทิวทัศน์ที่ต่างจากโลกเดิมภายใต้รอยยิ้มกรุ้มกริ่มภายใต้ความผิดหวัง
3 วันผ่านไป
“เป็ยังไงบ้าง วันนี้”
“อืม ไม่ได้ออกเเรงนาน ผมรู้สึกไม่ค่อยชินเลย เเต่หายเจ็บเเล้วครับ”
“ดีเลย หมอคงไม่ต้องมาดูอาการอีกเเล้ว พอได้เห็นเธอเเข็งเเรงเเบบนี้”
“ครับ”
คุณหมอกำลังเเกะผ้าพันเเผลออก ในขณะที่ผมก็ลองขยับตัวเล็กน้อยเพื่อบอกอาการ ตอนนี้ร่างกายของผมกลับมาเเข็งเเรงปรกติเรียบร้อย
“เเต่ยังไงก็ตาม หมอคงต้องรักษาเธอให้เเน่ใจก่อน”
หลังจากที่คุณหมอถอดผ้าพันเเผลเสร็จ เขาก็วางมือบนหน้าอกของผม เเสงสีเขียวอ่อนอันอบอุ่นออกมาจากมือของเขา ผมรู้สึกถึงพลังกายที่ฟื้นฟูกลับมาจนเต็ม เเละความเ็ปที่่ค่อยๆ หายไป
“เรียบร้อย เท่านี้เธอก็สามารถออกไปวิ่งเล่นได้เเล้ว”
“ขอบคุณมากครับ คุณหมอ”
ผมลุกขึ้นมาจากเตียงด้วยสภาพร่างกายที่สมบูรณ์ ไม่น่าเชื่อเลยว่า เพียง 3 วัน จากสภาพร่างกายเจียนตาย จะสามารถกลับมาเเข็งเเรงได้เหมือนปรกติ
(เวทมนตร์นี่มันสุดยอดไปเลย)
ผมเหลียวมองสิ่งที่อยู่บนมือของคุณหมอ มันเป็สิ่งที่น่าทึ่งมาก เเม้ว่าโลกเดิมจะมีวิทยาการทางการเเพทย์ที่ล้ำหน้า เเต่ก็ไม่อาจเทียบกับพลังเหนือธรรมชาติเเสนขี้โกงที่สามารถรักษาชีวิตคนได้เพียง่เวลาสั้นๆ
“เนล นอลหายดีเเล้ว นายอย่าลืมค่ารักษาล่ะ”
“ไม่ลืมหรอก ขอเวลาเดือนหนึ่ง ฉันจะหาเงินมาคืนนายเเน่นอน!”
“เฮ้อ คราวหลังดูเเล ลูกตัวเองให้ดีๆ ล่ะ ครั้งนี้เด็กคนนี้โชคดี เเต่ถ้าเป็เด็กคนอื่น คงลงไปนอนในหลุมเเล้ว”
“ดูเเลตัวเองด้วย อาค”
“นายก็เหมือนกัน เนล”
คุณหมอเก็บอุปกรณ์การเเพทย์ลงกระเป๋าสะพาย เเล้วคุยกับคุณพ่อสักพักก่อนที่จะเดินจากไป คุณพ่อหลังจากโบกมือส่งเพื่อนเขาด้วยรอยยิ้ม จนกระทั่งไม่เห็นร่างคน สีหน้าของเขาก็กลับกาลปัตรพร้อมกับทรุดตัวนั่งกุมขมับอยู่บนพื้นด้วยความสิ้นหวัง
“เฮ้อ เดือนนี้คงยุ่งไม่พัก”
คุณพ่อร้องโอดโอย เเละเหม่อมองเพดานถอนราวกับคนหมดใจ เขาเงยหน้าลงมาพบกับผมที่จ้องมองอยู่ เขารีบส่ายหน้า เเละลุกขึ้นเดินมาหาผมทันที
“นอล ลูกรัก ไหนๆ ลูกก็หายดีเเล้ว สนใจล่าสัตว์กับพ่อไหม~”
(คนอะไรเปลี่ยนอารมณ์ไวชะมัด)
คุณพ่อจับไหล่ ชูนิ้วโป้งให้ผม เเละยิ้มอย่างใสซื่อเพื่อชักชวนผมออกไปสูดบรรยากาศข้างนอก เขาคงอยากทำให้ผมสนุก เเละลืมเื่เครียด
“ไม่ครับ ผมอยากนั่งอ่านหนังสือในบ้านเงียบๆ ดีกว่าวันนี้”
“เอ๋!”
เขาช็อกกับคำตอบของผมจนหน้าค้างเหมือนหิน ผมที่ไม่ได้ใส่ใจจึงเดินตรงไปหยิบหนังสือตรงชั้น เเละกลับมานอนบนเตียงเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ขอให้โชคดีกับการล่าสัตว์นะครับ คุณพ่อ”
“อ่า…จะไม่ไปจริงเหรอ เข้าป่าไปพบธรรมชาติ เรียนรู้พฤติกรรมของเหยื่อ เเละเนื้อมาเป็มื้อเย็น!”
"ผมไปก็ไม่ได้ประโยชน์หรอกครับ คนพึ่งหายป่วย เขาต้องเลือกถนอมเเรงกาย เเละใช้เวลาไปกับการอ่านหนังสือสิครับ"
คุณพ่อคอตก เเละเดินออกจากห้อง เเต่ทันใดนั้นเขาก็กลับมาชำเลืองมองผมด้วยสายตาอ้อนวอน ผมที่เห็นดังนั้นจึงเดาได้เลยว่าจะพูดอะไร
“ไม่ไปล่าด้วยกันจริงเหรอ?”
“ไว้ครั้งหน้านะครับ”
“มันสนุกจริงๆ นะ”
"การได้เรียนรู้จากหนังสือก็สนุกเหมือนกันครับ"
"เเต่มันคนละอารมณ์กันล่าสัตว์นะ"
"ไปเถอะครับ เดี๋ยวตกเย็นก็ไม่มีเนื้อกินพอดี"
"เข้าใจเเล้ว อย่าอ่านหนังสือหนักเกอนไป จำไว้ลูกต้องพักผ่อนด้วย"
"เข้าใจเเล้วครับ ขอให้โชคดี"
สุดท้ายคุณพ่อผิดหวัง เเละปิดประตูจากไปอย่างโดยดี ผมเเอบขำเล็กน้อยกับท่าทีของเขา เเต่ก็เข้าใจได้อยู่ วัยเด็กเเบบผมควรจะได้สนุกกับการออกไปข้างนอกมากกว่า เเต่ในฐานะเกมเมอร์ที่สิงหน้าคอมเป็ชีวิตประจำวันยังไง การจะออกไปข้างนอกต้องมีสิ่งที่จำเป็มากกว่าการเล่นเกม อีกอย่างผมอยากจะหาข้อมูลเกี่ยวกับโลกใบนี้เพิ่มขึ้นด้วย
หลังจากที่ผมไม่ได้ไปไหนนอกจากนอนพักฟื้นบนเตียงนอนกว่า 3 วัน ผมก็พยายามฟังบทสนทนาต่างๆ เเล้วปรับตัวกับสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย จดจำสิ่งที่เป็ประโยชน์ เเละนำมาใช้ประกอบกับทฤษฎีในหัว
ผมได้คำตอบว่าตัวเองเกิดใหม่ในครอบครัวผมเอลเดล ซึ่งประกอบด้วย ผม (นอล) พ่อ (เนล) เเม่ (เรย์) เเละ น้อง (เนฟ) ประเมินจากร่างกายที่ตัวเล็กกว่าพ่อ เเม่ เเละคุณหมอครึ่งตัว ทำให้ผมคาดการณ์ว่าตัวเองน่าจะอยู่ใน่วัยเด็กประถม อย่างสำคัญ ที่นี่เป็โลกเเฟนตาซีของเเท้ ทุกครั้งที่ผมมองออกไปหน้าต่าง ผมก็พบเเต่เื่เหนือสามัญสำนึก วัว 4 เขา นกั์ ดวงจันทร์สีเเดงคู่น้ำเงิน พระอาทิตย์ 2 ดวง เเละอื่นๆ ซึ่งไม่มีทางพบในโลกเดิมอย่างเเน่นอน
(หวังว่าหนังสือ เล่มนี้จะมีข้อมูลที่เป็ประโยชน์)
ใน่เวลาที่ผมพักฟื้น ผมก็เหลือบไปเห็น หนังสือที่มีชื่อว่า โลกของเรา ซึ่งนับว่าเื่โชคดีที่ผมสามารถเข้าใจตัวอักษรที่ไม่เคยเห็นได้ ผมเล็งไว้ว่าจะอ่านหนังสือเล่มนี้ในชั้นหนังสือหลังจากที่ร่างกายกลับมาเป็ปรกติ ซึ่งผมก็จัดการทันที
ผมใช้เวลาอ่านหนังสือไปค่อนข้างนาน จากเเสงอาทิตย์ในยามเช้า ตอนนี้หลงเหลือเพียงเเสงอาทิตย์อ่อนๆ ในยามเย็น เเน่นอนว่าผมไม่ได้อ่านหนังสือเล่มเดียว ผมทยอยอ่านหนังสือในชั้นไปเรื่อยๆ ในชั้น กองบนเตียง 2 - 3 เล่ม เเละในที่สุดผมก็อ่านตำนานภูต ซึ่งเป็หนังสือเล่มสุดท้ายจบ
“เอาจริงเหรอเนี่ย!?”
ผมโยนหนังสือเล่มท้ายลงบนพื้น เเละกุมขมับด้วยความเครียด หลังจากที่ผมได้อ่านหนังสือ โลกของเรา ต้นกำเนิดเเห่งพลัง เเละตำนานภูต ผมถึงกับรับรู้ได้ถึงสิ่งฝันร้ายสำหรับผมอย่างท่องเเท้
“นี่เรามาเกิดในโลกของเกมจีบหนุ่มเนี่ยนะ!”
ผมอ่านหนังสืออย่างละเอียด เเทบทุกตัวบรรจงของอักษร ย้ำเเล้วย้ำอีก ทำให้ผมได้รับรู้ถึงความเลวร้ายในอดีต ใช่เเล้ว ทั้งองค์ประกอบของโลก พลังเหนือธรรมชาติ เเละตำนานหลายเื่ราว มันคือสิ่งที่มีอยู่ในเกม Ufolan ทั้งหมด
(จะบ้าตาย เเม่งเอ๊ย ทำไมต้องส่งกูมาเกิดใน Ulofan ด้วย! ไอ้บ้านอล!)
ผมเอนตัวนอนบนเตียง เเละปิดตาคร่ำครวญอย่างเสียสติ ผมยิ้มอย่างสิ้นหวังเหมือนคนบ้า ให้ตายเถอะพอผมรู้ว่าตัวเองต้องมาใช้ชีวิตในโลกเเบบนี้ ผมก็รับไม่ไหวจริงๆ ยิ่งคิดอยากจะย้อนเวลากลับมานอลปฏิเสธคำขอเเล้วไปสู่สุคติยังดีเสียกว่า
(ไอ้เกม ที่มีระบบสุดห่วย ตัวละครยุ่งยากน่ารำคาญ เเละเกมเพลย์ความน่าเบื่อใช้ตีนเล่น ฟ้าแม่งไม่เป็ใจ ทำไมไม่พากูไปเกิดใหม่ในโลกที่ดีกว่านี้วะ!)
ผมอยากจะะโส่งเสียงโวยวายเหมือนคนบ้าระบายความในใจออกมาให้หมด เเต่ก็ต้องปิดปากทุกข์ใจอย่างช่วยไม่ได้ เพราะผมไม่ได้อยู่บ้านคนเดียว ถ้าเกิดะโออกไป ได้เชิญหมอมาตรวจสุขภาพจิตอย่างเเน่นอน
(เเล้วเอ็งปรารถนาอะไรในโลกเฮ็งซวยพรรคนี้เนี้ย เอลเดล นอล!)
"ช่างเเม่งล่ะ ไปฉี่ดีกว่า!"
ผมคิดไปเรื่อยๆ ก็เพิ่มไปด้วยอคติที่ไม่ลดถอย สุดท้าย่ล่างที่อยากปลดปล่อยก็ได้ช่วยให้ผมหยุดคิดเื่ปวดหัว เเละลุกจากที่นอนไปห้องน้ำเเทน ต้องขอบคุณที่บ้านหลังนี้มีขนาดเล็ก ถึงผมจะไม่ได้ลุกจากเตียงไปไหน 3 วัน เเสปอตไลต์ก็เดินเปิดห้องไปเรื่อยๆ ก็พบห้องน้ำเเปปเดียว
ผมเปิดประตูเข้าไปก็เห็นเเค่ห้องอาบน้ำเเบบโบราณ อ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อท่อในการใส่เเร่ยูไนตเพื่อให้เกิดความน้ำอุ่น ชั้นวางเสื้อด้านไว้สำหรับวางเสื้อผ้า เเสงอาทิตย์ยามเย็นสอดดส่องมาจากหน้าต่างเหนืออ่างอาบน้ำสาดส่องให้เห็นถึงรอยสลักข้อความ
ฉันจะเป็ที่หนึ่ง! โดดเด่นกว่าใคร! ฉันนี่เเหละจะเป็คนเเรกของหมู่บ้านนอรท! ที่จะสร้างความภูมิใจโดยการเป็นักเรียนยศเพชรของโรงเรียนเเสปอตไลต์ทาเรียเอง!
(หรือนี่จะเป็ความปรารถนาของเ้าตัวสินะ)
มันเป็ร่องรอยสลักที่อยู่มานาน ผมรับรู้ได้เมื่อใช้นิ้วััมัน ผมก็รู้สึกคุ้นชินราวกับมันเป็ส่วนหนึ่งในความทรงจำของเ้าของร่าง รอยสลักนี่ค่อนข้างลึกไม่มีทางที่ผมจะเขียนได้ง่ายๆ ด้วยร่างบอบบางนี้ สิ่งนี้่คงเป็ของที่คุณพ่อช่วยเขียนขึ้นมาตามคำขอของนอล
“นายนี่บ้าจริงๆ …”
เเสงอาทิตย์ยามเย็นตกกระทบกระจกที่อยู่ด้านข้าง จนผมได้เห็นใบหน้า เเละเรือนร่างของตัวเองครั้งแรก มันช่างเป็สิ่งที่น่าประหลาดใจจนผมเเอบเเค้นเ้าของร่างคนก่อนเหลือเกิน
หน้าตาที่ไม่ได้รูปทรงออกทางอัปลักษณ์ เเววตาปลาตายที่ไม่น่าคบหา ร่างกายสุดบอบบางที่สามารถโดนลมพัดได้ มีเพียงเส้นผมสีฟ้าครามที่เป็จุดเด่น
(การออกคาแรคเตอร์ไม่ลวกๆ เเบบนี้มีเพียงอย่างเดียว)
“นี่มันตัวประกอบชัดๆ”
สิ่งที่ตัวเกมใส่มาเเบบหยาบๆ โดยไม่ได้มีการดัดเเปลงอะไรมาก เป็เพียงเเค่สิ่งประดับฉากให้ตัวเกมดูมีสีสันขึ้น หรือ ป้องกันไม่ให้พื้นหลังประกอบฉากโล่งเกินไป พวกเขาจะมีชื่อทางการว่าว่า “ตัวประกอบ”
“เป็การเริ่มต้นที่เป็ไปได้ไม่ค่อยดีเลย ไม่โคตรเลวร้ายเลยต่างหาก”
เเม้ว่าในนิยาย ตัวเอกจะได้เป็เกิดเป็ตัวละครเก่งๆ หรือพวกที่มีบทบาทสำคัญ เเต่สำหรับผมที่ไม่ได้โชคดีเหมือนกับเขา คงเป็ได้เเค่ตัวประกอบที่มีไว้ประดับฉาก ระดับพลังธรรมดา เเละความสามารถกาได้ตามท้องถนน
“เราดันมั่นใจรับคำสัญญาเรียบร้อยมาเเล้วด้วย แม่งเอ้ย!”
รอยยิ้มอันสิ้นหวังปรากฏบนกระจกเหมือนคนบ้า ผมรู้เเก่ตัวว่า ตัวเองมันอับโชคมาตั้งเเต่เกิด เเต่ไม่ว่ายังไงก็ตาม ผมก็ไม่คิดจะคืนคำหรอก เพราะผมมันพวกหัวรั้นไม่ยอมเเพ้อะไรง่ายๆ แต่การเริ่มต้นด้วยระดับความยากขั้นนรก มันไม่ใช่สิ่งที่จะไปได้อย่างราบรื่นเลย
“เดี๋ยวก่อน ถ้าคิดว่านี่เป็เป้าหมายของเกม มันก็น่าสนใจไม่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเกมจีบหนุ่มเวรนี่…”
การเริ่มต้นที่ไม่มีอะไรดีเเบบนี้ มันก็เปรียบเสมือนการเก็บเลเวลตัวละครตั้งเเต่หนึ่ง ถ้าเป็คนทั่วไป เฉกเช่น ชาวบ้านเเบบผมที่ไม่มีอะไรเด่นต่อกรเหล่าผู้มีพร์ พวกเขาคงยอมเเพ้ เเต่ถ้าคนที่เป็ตัวประกอบคือ เซียนเกมจีบหนุ่มที่ฟืนเล่นจบทุกฉากจบลับ มันจะกลายเป็อีกภาพหนึ่ง ตัวประกอบที่สามารถล้มพวกหนุ่มหน้าหล่อในเกมได้ ม้ามืดนอกสายตาที่จะทำให้ผู้ชมป้าปากค้าง เเล้วยืนกอดอกยิ้มอย่างผู้ชนะ
“ทำไมเราจะเด่นกว่าพวกนั้นไม่ได้ล่ะ?”