ไม่ใช่แค่ถังเทียนที่มีความคิดนี้คนอื่นๆ ก็เช่นกัน พวกเขาต่างใกับเสียงของเยี่ยซาง
ผู้เข้าร่วมการทดสอบสองคนที่ร่วงลงมาได้ผู้คุมกฎของหุบเขาโอสถที่อยู่บนหลังสัตว์อสูรบินได้คว้าไว้ทันก่อนจะพาพวกเขาไปยังจุดที่ฉู่หลิงเซียวและคนอื่นๆ อยู่
“ข้าไม่เห็นด้วย”ชายหนุ่มคนหนึ่งเดินไม่กี่ก้าวไปหาฉู่หลิงเซียวแล้วพูดขึ้น
“ทำไมเ้าถึงไม่เห็นด้วยเล่า?” ฉู่หลิงเซียวถามขณะมองชายหนุ่มด้วยรอยยิ้ม
“แม้ว่าเขาจะไม่ได้โจมตีคนอื่นก็จริงอยู่แต่ที่เขาทำก็ยังมีผลกับข้า” ชายหนุ่มเหลือบมองเยี่ยซางบนผาตานติ่งและกล่าวตอบ
“เขาไม่ได้ใช้พลังใดๆที่เกี่ยวกับเสียง เขาแค่ะโให้กำลังใจตนเอง นั่นไม่ได้ถือว่าเป็การโจมตีหรอกเ้าชื่ออะไร? ถ้าไม่พอใจก็สามารถไปปีนต่อได้เวลาทดสอบสามชั่วยาม ตอนนี้ผ่านไปครึ่งชั่วยามแล้ว เ้ายังมีโอกาสอยู่”ฉู่หลิงเซียวยังคงมีรอยยิ้มบนใบหน้าทว่าเสียงของเยี่ยซางที่ดังขึ้นกะทันหันก็ทำให้เขาใ
“ศิษย์ชื่อฉู่หนิง ศิษย์คนนี้ขอตัวก่อน”ฉู่หนิงคำนับให้ฉู่หลิงเซียว ก่อนจะรีบวิ่งไปที่หน้าผาตานติ่งแล้วเริ่มปีนต่อ
“เด็กคนนี้มีความคิดไม่เลวศิษย์พี่ฉู่ เขาก็แซ่ฉู่เหมือนกันไม่ใช่หรือ!”อี้สุ่ยมองไปที่ฉู่หลิงเซียวและพูดด้วยรอยยิ้ม
“ฮ่าฮ่า เขาเป็ลูกชายคนสุดท้องของพี่ชายคนโตของข้าข้าเคยพบเขาเมื่อสองสามปีก่อน แต่ข้าลืมชื่อเขาไปแล้ว” ฉู่หลิงเซียวพูดด้วยรอยยิ้ม
ในขณะที่บางคนกำลังคุยกันเยี่ยซางที่ปีนขึ้นไปมากกว่าห้าสิบหมี่ก็หยุดครู่หนึ่งจากนั้นก็ส่งเสียงร้องคำรามอีกครั้งแล้วรีบปีนขึ้นไป้า
“เ้าว่า...เด็กคนนี้กำลังทำอะไร?”
“ยังไม่จบอีกหรือ?”
กลุ่มผู้ทดสอบที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจเพื่อปีนเขาถูกเยี่ยซางทำให้ใอีกครั้งแต่ครั้งนี้ไม่มีใครร่วงลงไปอีก
ฉู่หนิงที่กำลังไล่ตามเขาอยู่ก็หัวเราะออกมา“เอาเลย ทำให้คนพวกนี้ใตายเสีย”
เยี่ยซางที่ส่งเสียงคำรามปีนขึ้นไปอีกห้าสิบหมี่ตอนนี้เขาอยู่ไม่ไกลจากระยะสองพันหมี่มากนักแต่ผู้ที่ปีนได้สูงสุดคือสองพันสามร้อยหมี่ ทั้งยังอยู่ในสภาพที่ดีกว่าเยี่ยซางมาก
เยี่ยซางหยุดพักชั่วคราวก่อนจะคำรามและปีนขึ้นไปอีกครั้ง แต่ระยะทางสั้นลงทุกครั้ง
“ศิษย์พี่ฉู่ท่านคิดว่าเด็กคนนี้จะปีนได้สูงแค่ไหนกัน?” อี้สุ่ยมองที่ฉู่หลิงเซียวและถาม
“ประมาณสองพันสามร้อยหมี่ถึงสองพันห้าร้อยหมี่!รากฐานการบ่มเพาะของเขามีผลกับการทดสอบมากเกินไป” หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งฉู่หลิงเซียวก็พูดขึ้น
“เขาจะไปถึงสองพันห้าร้อยหมี่ได้จริงหรือถ้าเขาสามารถไปถึงสองพันห้าร้อยหมี่ได้ หลังจากฝึกฝนเป็เวลาหนึ่งปีปีหน้าเขาจะสอบผ่านอย่างแน่นอน”ถังเชียนเชียนตัวแทนหญิงเพียงคนเดียวในหมู่ตัวแทนยอดเขาทั้งหมดกล่าวขึ้น
“แน่นอนอยู่แล้ว”ฉู่หลิงเซียวพยักหน้า
“ไม่ใช่แค่สองพันห้าร้อยหมี่ต้องมากกว่าสามพันหมี่ ไม่อย่างนั้นก็แค่ร่วงลงมา”หลิ่วหยางอวี่พูดขึ้นเป็ครั้งแรก
“ข้าไม่รู้ว่าเด็กประหลาดคนนั้นมาจากไหนแต่น่าสนใจจริงๆ ที่เขาเข้าร่วมพิธีคัดเลือกศิษย์ปีนี้”หยานเป่ยจี๋เห็นด้วยกับคำพูดของหลิวหยางอวี่ เยี่ยซางไม่ใช่คนที่ยอมแพ้ง่ายๆรอยมือเปื้อนเืแสดงให้เห็นถึงความโเี้ของเขา
ผู้เข้าร่วมการทดสอบปีนขึ้นไปถึงสองพันห้าร้อยหมี่แล้วทุกคนหยุดพักที่แท่นหินตอนนี้เยี่ยซางปีนขึ้นมาถึงสองพันสามร้อยหมี่ หลังจากปีนขึ้นไปอีกไม่กี่ก้าวเขาก็หยุดพักหายใจเมื่อความสูงเพิ่มขึ้น แรงกดดันก็เพิ่มขึ้นด้วย
ครั้นเยี่ยซางปีนขึ้นไปถึงสองพันห้าร้อยหมี่คนอื่นๆ ก็ไปถึงสองพันหกร้อยหมี่แล้ว แต่อย่าคิดว่าระยะหนึ่งร้อยหมี่นี้เล็กน้อยผู้เข้าสอบคนอื่นๆที่อยู่ขั้นเจ็ดหรือขึ้นแปดของเลี่ยนชี่ยังใช้เวลาปีนขึ้นไปกว่าครึ่งชั่วยามแล้ว
หลังจากไปถึงสองพันห้าร้อยหมี่เยี่ยซางก็มาถึงแท่นหินที่เป็จุดพัก เขาหยิบถุงหนังกวางเล็กๆออกมาหลังจากดื่มสุราก็ฟื้นกำลังได้ส่วนหนึ่ง
แม้แต่การพักอยู่บนแท่นหินยังก็ไม่ใช่เื่ง่ายแรงกดดันจากยอดเขานั้นไม่เคยหยุดลงถึงอย่างนั้นพลังที่ปะทะเข้าหาเยี่ยซางก็ไม่ได้ทำให้เขายอมแพ้แม้แต่น้อย
หลังจากพักครู่หนึ่งเยี่ยซางก็ยืนขึ้นหยิบหอกเหล็กสีดำบนหลังของตนออกมาเขาลูบแขนสองครั้งแล้วเทเหล้าทั้งหมดจากถุงหนังกวางลงบนแขนและมือของเขา
“เขากำลังทำอะไร?” เมื่อเห็นการกระทำของเยี่ยซาง การแสดงออกของผู้ชมก็เปลี่ยนไปถังเชียนเชียนถึงกับลุกขึ้นยืนด้วยเช่นกัน
“เดี๋ยวก่อน!การทดสอบนี้โหดร้ายเกินไปสำหรับเขาแล้ว เด็กคนนั้นออกแรงมากจนเกินไปตอนนี้แขนของเขาคงจะชาจนไม่มีความรู้สึกแล้วเขาทำแบบนั้นคงเพราะ้าใช้ความเ็ปเพื่อให้รู้สึกตัว”อี้สุ่ยกล่าวด้วยอารมณ์บางอย่าง
ขณะที่หลายคนกำลังพูดคุยกันเยี่ยซางก็ส่งเสียงคำรามต่ำๆ อีกครั้งแล้วปีนขึ้นไป้าอย่างรวดเร็ว ด้วยพลังใจคราวนี้เขาปีนขึ้นไปได้ไกลกว่าสามสิบหมี่
หลังจากหยุดอยู่บนผาหินครู่หนึ่งเขาก็คำรามและปีนไปข้างหน้าอีกครั้ง แต่ระยะการปีนขึ้นไปกลับสั้นลงเรื่อยๆ
ราวกับมีสัตว์อสูรกำลังต่อสู้กันบนผาตานติ่งเสียงคำรามต่ำๆ ยังคงดังมาให้ได้ยิน ทว่าแท้จริงแล้วมันเป็เสียงคำรามของเยี่ยซางที่แสดงถึงการไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ต่างหาก
เยี่ยซางไปถึงสองพันหกร้อยหมี่คนอื่นๆ ก็อยู่ที่สองพันเจ็ดร้อยหมี่แล้ว ระหว่างทางมีมากกว่าสิบคนที่ยอมแพ้ทั้งยังมีบางคนร่วงลงไปเช่นกัน
“เยี่ยซางถ้าไม่ไหวก็ยอมแพ้เถอะ ปีหน้าค่อยกลับมาใหม่” ยามเห็นแขนของเยี่ยซางที่เปื้อนคราบเืกับผมของเขาที่เปียกโชกไปด้วยเหงื่อถังเทียนที่อยู่สูงกว่าเยี่ยซางไม่กี่สิบหมี่ก็ะโขึ้น
เยี่ยซางหอบหายใจแต่ก็ยังส่ายหัวกลับ
“ข้าไม่เคยชื่นชมใครมาก่อนแต่เ้าเป็คนแรกเลย” หลังจากไล่ตามทัน ฉู่หนิงซึ่งอยู่ใกล้กับเยี่ยซางก็กล่าวขึ้น
“ข้าทำผิดต่อเ้าครั้งหนึ่งต้องขอโทษด้วย” เยี่ยซางกล่าวจบก็ยังปีนต่อไป
หนึ่งชั่วยามครึ่งผ่านไปคนที่อยู่สูงที่สุดก็ไปถึงสองพันเก้าร้อยหมี่ส่วนเยี่ยซางอยู่ไม่ไกลจากสองพันแปดร้อยหมี่มากนักในเวลานี้เขาใช้กำลังทั้งหมดเพื่อปีนขึ้นไปทีละขั้นอย่างไรก็ตามหลังจากไปถึงสองพันเก้าร้อยหมี่ คนนับสิบก็อยู่ในสภาพเดียวกับเยี่ยซางทุกย่างก้าวล้วนยากลำบากราวกับโดนดูดเรี่ยวแรงไปเสียหมด
สองชั่วยามต่อมามีคนมากกว่าสิบคนที่ขึ้นไปถึงสามพันหมี่ เมื่อคนเหล่านี้ไปถึงสามพันหมี่แล้วพวกเขาก็เริ่มพักผ่อนและโคจรพลังปราณโดยไม่ได้ปีนต่อ นี่คือขีดจำกัดของพวกเขาเมื่อดูจากสถานการณ์แล้ว อาจมีไม่ถึงสามสิบคนที่ขึ้นมาถึงสามพันหมี่ได้
มีคนที่ยอมแพ้และร่วงลงไปทีละคนยามนี้บนผาตานติ่งมีผู้เข้าร่วมการทดสอบน้อยลงไปเรื่อยๆ
ที่สองพันเก้าร้อยหมี่เยี่ยซางก็เห็นถังเทียน
“ทำได้ดีมาก ไปเถิดพวกเราขึ้นไปด้วยกัน” ถังเทียนรู้สึกอายมากในเวลานี้เขาเพิ่งทะลวงขั้นแปดของเลี่ยนชี่ การปีนขึ้นมาสองพันเก้าร้อยหมี่ทำให้ลมปราณในตัวเขาหมดลง
“เยี่ยซาง อย่ายอมแพ้ไปกันเถิด!” ฉู่หนิงที่อยู่ด้านข้างเยี่ยซางก็ะโขึ้น
เวลาค่อยๆ ผ่านไปกลุ่มเยี่ยซางทั้งสามคนต่างก็เข้าใกล้แท่นหินที่สามพันหมี่มากขึ้นเรื่อยๆแต่ผู้เข้าร่วมการทดสอบกลับค่อยๆ น้อยลง ยกเว้นยี่สิบสามคนที่มาถึงแล้ว คนอื่นๆต่างก็ร่วงตกลงไปหรือปีนต่อไม่ไหว ส่วนยี่สิบสามคนที่ไปถึงแล้วล้วนเป็ขั้นเจ็ดสูงสุดหรือไม่ก็เป็ขั้นแปดของเลี่ยนชี่
“พยายามเข้า!”
“อย่ายอมแพ้!”
หลังจากมีเสียงะโของกลุ่มที่พักบนแท่นหินสามพันหมี่คนอื่นๆ ก็เริ่มส่งเสียงให้กำลังใจอีกสองสามคนที่เหลือด้วย
“ปีนขึ้นไป!”
“ขึ้นมาอีก!”
เสียงะโดังขึ้นอย่างไม่หยุดหย่อนโชคดีที่แท่นหินสามพันหมี่เป็พื้นที่พิเศษบนผาตานติ่งและมีแรงกดดันค่อนข้างน้อยมิฉะนั้นทุกคนคงจะร่วงลงมาแล้ว
หลังจากนั้นไม่ใช่แค่คนบนแท่นหินสามพันหมี่เท่านั้นที่ะโแต่ผู้ชมที่อยู่ด้านล่างผาตานติ่งก็เริ่มโห่ร้อง
เยี่ยซางใช้พลังปราณที่เหลืออยู่ในร่างกายของเขาปีนขึ้นไปที่แท่นหินสามพันหมี่
สามชั่วยามกำลังใกล้เข้ามาถึงเยี่ยซาง ถังเทียนและฉู่หนิงก็เข้าใกล้แท่นสามพันหมี่มากขึ้นเช่นกัน
“เอาละที่หุบเขาโอสถของเรา้าก็คือจิติญญาเช่นนี้”ฉู่หลิงเซียวรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย
การปีนผาตานติ่งของกลุ่มเยี่ยซางสามคนได้คว้าหัวใจของทุกคนไว้ถังเทียนและฉู่หนิงก็มาถึงขีดจำกัดเช่นกันการบ่มเพาะของถังเทียนยังคงต่ำอยู่เล็กน้อยในขณะที่ฉู่หนิงมีการบ่มเพาะค่อนข้างสูง เขาอยู่ในจุดสูงสุดในขั้นแปดของเลี่ยนชี่แต่ระยะทางที่ฉู่หนิงต้องปีนนั้นมากกว่าคนอื่นๆ ราวหนึ่งพันหมี่เวลานี้เขาได้ใช้พลังของตนเองไปจนหมดสิ้นแล้ว