ตอนที่ 77 หยางซินหลิน
อันที่จริงแล้วหากหวังซีถิงจะเดินทางไปสอบถงชื่อถึงยูนนานเองแล้วจึงค่อยตีตัวออกจากตระกูลไปเสียเลยในคราวเดียว หยางไคก็คงไม่ต้องลำบากลำบนจนต้องเดินทางผจญภัยไปถึงเมืองอู่ฮั่นอันมีอุปสรรคนานัปการอย่างมากมายนับไม่ถ้วน จนสามารถกล่าวได้เต็มปากว่า ‘เสี่ยงตายไปสอบ’ เลยก็ว่าได้แต่หากมองว่าสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนั้น มันเป็นประสบการณ์ที่หล่อหลอมให้เด็กหนุ่มคนนี้ให้ได้เติบโตไปในรูปแบบที่สมควรจะเป็น ก็อาจจะเป็นคำกล่าวที่ไม่คลาดเคลื่อนจากความจริงไปมากนักเช่นเดียวกัน…จากนั้นอีก 3 วัน ก็เป็นงานเฉลิมฉลองอันยิ่งใหญ่ ในโอกาสที่ตระกูลหยางมีบู๊ซิ่วไฉ่คนใหม่ถึง 7 คน และบัณฑิตซิ่วไฉ่อีกหนึ่ง ซึ่งก็มีหนึ่งคนในนั้นทีีควบทั้ง 2 ตำแหน่ง หนำซ้ำยังได้ตำแหน่งหลิ่นเซิงอันดับหนึ่ง จากทั้ง 2 ฝ่ายอีกด้วย หยางกงกับหยางฮูหยินจึงต้องลงมาเปิดงานเลี้ยงครั้งใหญ่ครั้งด้วยตนเอง หนำซ้ำยังกำชับให้ ‘หยางซินหลิน’ บุตรสาวเพียงคนเดียวของตน ให้มาเข้าร่วมในงานเลี้ยงอีกด้วย หยางซินหลินในชุดสีขาวเรียบร้อย แต่กลับมีความโดดเด่นด้วยเสน่ห์ในแบบที่สตรีสมควรจะครอบครองอย่างมากมายนัก ด้วยมีใบหน้าและสัดส่วนอันสมบูรณ์แบบเป็นอย่างยิ่ง หากหยางหมายถึงดวงตะวันหยินย่อมหมายถึงจันทราอย่างแน่นอน และหยางซินหลินผู้นี้ย่อมงดงามและลึกลับไม่ต่างกับพระจันทร์อันน่าลุ่มหลงงมงายนัก และนางย่อมจะเป็นสตรีที่ครอบครองพลังหยินอย่างเด่นชัดเหนือกว่าผู้ใดทั้งปวงแล้ว จอมยุทธทั้ง 6 คน ต่างก็จ้องดูดวงหน้าของหญิงสาวด้วยลุ่มหลง จนคล้ายดวงวิญญาณล่องลอยไปแล้วก็ไม่ปานโดยเฉพาะจอมยุทธ 7 ที่ออกอาการเกินกว่าผู้ใดในหมู่พี่น้อง แต่เขาเองก็คงต้องทำใจเพราะตนนั้นแทบจะสิ้นไร้วาสนาโดยสิ้นเชิง ด้วยปราศจากความพร้อมในทุก ๆ ด้าน เพราะแม้แต่คุณวุฒิขั้นต่ำในฐานะปัญญาชน ตนก็ยังมิอาจไขว่คว้ามาได้....แล้วมิหนำซ้ำหยางซินหลินยังมองผ่านเขาไปอย่างรวดเร็วนัก จนในที่สุดดวงตากลมโตที่น่าทะนุถนอมนั่นก็มาหยุดอยู่ที่เด็กหนุ่มผู้ครองตำแหน่งหลิ่นเซิงทั้ง 2 รางวัลหยางไคครั้นเห็นหยางซินหลินจ้องมองมาที่ตนก็ยิ้มรับอย่างสุภาพ โดยปราศจากกิริยาอาการเช่นบุรุษเพศทั้งปวงพึงมี ก็เนื่องด้วยพลังหยางของเขานั้นถูกควบคุมเอาไว้ได้อย่างเหมาะสมแล้ว ดวงตาที่มองกลับไปจึงไร้พิษภัยและอันตรายใด ๆ ทั้งสิ้นจนหยางซินหลินถึงกับคิดขึ้นในใจว่า‘เขาช่างแตกต่าง~’และนางอดที่จะประทับใจมากยิ่งขึ้นอีกมิได้ เมื่อยิ่งทราบว่าเด็กหนุ่มผู้นั้นคือตัวเอกของงานเลี้ยงในครั้งนี้ ทั้งมีวัยราวคราวเดียวกับตน ก็ยิ่งต้องการทำความรู้จักมากยิ่งขึ้นเข้าไปอีก ครั้นสักพักเห็นเขาขยับตัวลุกจากเก้าอี้ก็ยินดีนัก เพียงแต่ว่าแทนที่อีกฝ่ายจะเดินเข้ามาหาตน กลับเดินไปยังอีกโต๊ะที่อยู่ห่างไกลสุดตา อันเป็นโต๊ะรับประทานอาหารสำหรับเหล่าสาวใช้มิใช่หรอกหรือ ? หยางซินหลินนั้นเห็นหยางไคนั่งลงไปยังเก้าอี้ที่อยู่ข้างกายสาวใช้ผู้หนึ่งซึ่งหน้าตาหมดจดงดงามนัก นางนั้นสวมเสื้อผ้าสีชมพูอ่อน ๆ หนำซ้ำยังเห็นหยางไคหยิบยื่นบางสิ่งยางอย่างให้กับนางดูคล้ายจะเป็นปิ่นปักผมเล่มหนึ่งก็ยิ่งเกิดความน้อยใจนัก ในวันนั้นนางจึงแจ้งบิดามารดาของตนแต่เพียงว่า“ลูกขอตัวก่อน เพราะรู้สึกไม่ค่อยสบายเจ้าค่ะ” จากนั้นลุกขึ้น แล้วกลับไปที่เรือนของตนพร้อมด้วยสาวใช้ของนางที่ยังรับประทานอาหารกันไม่อิ่มหนำสักเท่าใดนัก พอมาถึงเรือนของตนแล้ว หยางซินหลินจึงสอบถามกับคนใช้ผู้นั้นว่า“พี่ซีเย่ทราบหรือไม่ว่าสาวใช้ชุดชมพูใบหน้างดงามซึ่งนั่งกินโต๊ะเลี้ยงทางทิศอุดรนั้นคือผู้ใดกัน ?” หยางซีเย่ (杨熙悦) ซึ่งเป็นสาวใช้ประจำตัวของคุณหนูตระกูลหยาง เมื่อได้ฟังเช่นนั้นก็ตอบได้ในทันทีว่า“น้องสาวผู้นั้นมีนามว่าหยางเหมย สังกัดหอรบสงคราม ด้วยมีพลังฝีมือสูงส่งนัก” หยางซินหลินพอได้ฟังเช่นนั้นก็ขบคิดอยู่แทบทั้งคืน พอรุ่งเช้าก็มารับประทานอาหาร ณ เรือนใหญ่ จึงได้แจ้งความประสงค์แก่บิดาของตนว่าต้องการสาวใช้เพื่อคอยอารักขาเพิ่มอีกคนสัก โดยระบุว่าต้องการสาวใช้ที่ชื่อ ‘หยางเหมย’ นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเสี่ยวเหมยจึงย้ายมาอยู่ที่เรือนน้อยของคุณหนูหยางซินหลิน ซึ่งความเป็นอยู่ของนางนั้นสะดวกสบายขึ้นอย่างมาก ทั้งยังได้เรียนรู้การเข้าสังคมชั้นสูงไปในตัว จนสาวใช้คนอื่นต้องอิจฉาในวาสนาของนางนัก และการปฏิบัติของหยางซินหลินในฐานะเจ้านาย ก็เปี่ยมไปด้วยความกรุณาและเอาใจใส่ต่อนางเป็นอันมาก จนกระทั่งวันหนึ่งเจ้านายที่วางตัวไม่ต่างจากมิตรหาย จึงถามเอ่ยขึ้นมาว่า“เสี่ยวเหม่ยท่านรู้จักหยางไคผู้เป็นบู๊ซิ่วไฉ่และบัณฑิตซิ่วไฉ่หรือไม่ ?” หยางเหมยก็ตอบไปตามตรงว่ารู้จักกันตั้งแต่วันแรกที่ทั้งคู่ต่างมาเข้าตระกูล ทั้งยังเล่าประสบการณ์หนหลังให้นางฟังอย่างสนุกสนาน ซึ่งสร้างความพอใจให้กับนางเป็นอันมาก และด้วยวัยเดียวกันจึงทำให้นายบ่าวคู่นี้มีความสนิทสนมกันอย่างรวดเร็วเกินปกติอยู่อีกหลายเท่าตัว......วันเวลาล่วงผ่านไปอย่างรวดเร็วยกเว้นเพียงเหล่าบัณฑิตในหอคัมภีร์ และหยางจื่อเหา (จอมยุทธ 7) ที่ยังต้องอ่านหนังสือและตำราเพื่อใช้ในการสอบทุก ๆ วัน ส่วนคนอื่น ๆ ในตระกูลหยาง ต่างก็ต้องทำงานหนักกันทั้งนั้นพี่ใหญ่หวงนั้นจริงจังในการงานและเติบโตในเส้นทางของมือปราบอย่างโดดเด่น ส่วนพี่รองถึงพี่หกต่างรับราชการทหารชั้นสัญญาบัตรกันทุกคน ซึ่งส่วนใหญ่จะมีหน้าที่เป็นผู้บัญชาการประจำด่านต่าง ๆ ตลอดแนวชายแดนของอาณาจักรต้าหมิงอย่างเข้มแข็งพอถึงสิ้นเดือนเมื่อได้รับเบี้ยหวัดจากทางราชการ ต่างก็หักเงินส่วนหนึ่งส่งเข้ามายังกองกลางของตระกูล เพื่อใช้หล่อเลี้ยงและขับเคลื่อนตระกูลหยางให้เติบใหญ่อย่างมั่นคงสืบไป ณ หอคัมภีร์จอมยุทธ 7 ยังต้องเดินทางมาที่นี่เพื่อกวดวิชาสอบกับบัณฑิตหยางไคอยู่เป็นประจำทุกสัปดาห์ จึงทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับอาจารย์น้อยก็ยิ่งแน่นแฟ้นขึ้นในทุก ๆ ครั้ง และย่อมมีหลายต่อหลายครั้งที่หยางจื่อเหารูปงาม ได้กล่าวถึงธิดาของหยางกงด้วยความนิยมชมชอบยิ่งนักแต่สำหรับหยางไคแล้วสตรีทุกนางก็ล้วนไม่แตกต่างกัน เขาเพียงชื่นชมในความงามของนางโดยมิได้คิดจะครอบครองจึงปราศจากอารมณ์ที่บุรุษพึงมีไปจนหมดสิ้น แต่สิ่งเหล่านี้กลับทำให้สตรีทั้งปวงแลดูเขาเป็นผู้ชายที่อบอุ่นปราศจากพิษภัยใด ๆ ด้วยเช่นเดียวกันอย่างประหลาด อาจารย์น้อยจึงมักจะต้องรีบดึงสติพี่ถังของตนให้กลับมาตั้งใจในบทเรียนอยู่เสมอ ..จนกระทั่งถึงวันสอบของพวกเขาและเหล่าบัณฑิตจากหอคัมภีร์ที่จะมาถึงในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้แล้ว