หลายวันต่อจากนั้น เซี่ยฮุยยังคงไม่ยอมแพ้แผนการ “ชกต่อยเพื่อแย่งผลประโยชน์จากพวกนักเลง”
เขายังสะกดรอยตามเจี่ยปิงอวี่ถึงแม้ว่าจะไม่ได้อะไรกลับมา ถึงจะเป็เช่นนั้นเขาก็ยังมีความหวังว่าความพยายามของเขาจะเกิดผลในสักวัน
เซี่ยฮุยกลายเป็คนหมกมุ่นอยู่กับเื่นี้ไปแล้ว!
เป็เพราะแต้มเสริมความแข็งแกร่งที่ยังไม่มากพอ และเขาก็ไม่รู้ว่าควรจะหาจากที่ไหน
ตอนนี้ระดับความเร็วที่มีอยู่ต่อให้มีระบบสุ่มในครั้งถัดไป มันก็ยังไม่มากพอที่จะอัพเลเวลอาชีพนักมวยและเปิดใช้สกิลใหม่ได้อยู่ดี
“ดูเหมือนว่าคนที่อยู่เื้ัจะล้มเลิกแผนการไปแล้วสินะ ถ้างั้นก็คงต้องหาวิธีใหม่”
เซี่ยฮุยมองเจี่ยปิงอวี่ที่กำลังเก็บหนังสือกลับเข้ากระเป๋าและเดินออกจากห้องเรียนไป เขาแอบถอนหายใจออกมาเบา ๆ หลังจากก้มหน้าก้มตาเก็บหนังสือ เขาก็เดินออกจากห้องเรียนตามไปติด ๆ เช่นกัน
ทุกอย่างยังคงเป็เหมือนกับทุก ๆ วันที่ผ่านมา เจี่ยปิงอวี่ออกจากโรงเรียนและเดินทางกลับบ้านทันที
เซี่ยฮุยเห็นแผ่นหลังของเธอก็ขบฟันแน่น “ตามอีกสักวันก็แล้วกัน ถ้าไม่ได้ผลค่อยหาวิธีใหม่”
เขายังคงเดินตามเจี่ยปิงอวี่อยู่ด้านหลัง ระหว่างทางเขาแอบแวะซื้อไอศกรีมกินเพื่อฆ่าเวลา
ท่าทางของเขาเหมือนกับพวกเด็กนักเรียนมัธยมปลายติดเที่ยวที่มัวแต่เถรไถลไม่ยอมกลับบ้านอย่างไรอย่างนั้น
บ้านของเจี่ยปิงอวี่ไม่ได้ไกลจากโรงเรียน เดินข้ามถนนสองเส้นก็ถึงแล้ว
ถึงแม้ว่าเธอจะไม่ได้สาวเท้ายาว ๆ ทว่าเธอกลับเดินได้อย่างรวดเร็ว
่ที่เซี่ยฮุยเดินตามเธอ เขาสังเกตเห็นว่าเธอเดินกลับบ้านเร็วมาก แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่รู้สาเหตุเช่นกันว่าทำไมเธอถึงรีบร้อนขนาดนั้น
แต่จะว่าไปเื่พวกนี้ก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเขาอยู่แล้ว
หลังจากอ้อมถนนไปอีกเส้นหนึ่ง วิลล่าที่อยู่ตรงหน้าก็คือบ้านของเจี่ยปิงอวี่ เซี่ยฮุยเห็นเธอใกล้จะถึงบ้านแล้วจึงไม่ได้เดินตามไป
“ดูเหมือนว่าวันนี้ก็คงไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีกเหมือนเคยสินะ”
ตอนที่เซี่ยฮุยกำลังคิดเช่นนี้และกำลังจะหมุนตัวเพื่อเดินกลับบ้าน
จู่ ๆ เขาก็บังเอิญเหลือบไปเห็นฉากบางอย่างที่ทำให้ร่างของเขาชะงักอยู่กับที่
ถนนที่อยู่ตรงข้ามกับจุดที่เจี่ยปิงอวี่เดินอยู่มีชายสวมใส่เสื้อกันลมสีดำกำลังยืนพิงต้นไม้
แม้ว่าท่าทางของเขาจะดูเหมือนกับคนธรรมดาที่กำลังเดินสูบบุหรี่ไปเรื่อยเปื่อย แต่จากมุมที่เซี่ยฮุยเห็นเขากลับพบว่าสายตาของชายคนนั้นกำลังเหลือบมองเจี่ยปิงอวี่เป็ครั้งคราว
ปรากฏตัวแล้ว!
เซี่ยฮุยรีบข้ามถนนใหญ่มาฝั่งตรงข้ามอย่างไม่ลังเล
ในเวลานี้เอง หลังจากที่ชายคนนั้นเห็นเจี่ยปิงอวี่เดินเข้าประตูบ้านไป เขาก็โยนก้นบุหรี่ลงกับพื้นและเดินจากไป
เซี่ยฮุยรีบสาวเท้าเดินตามไปโดยทิ้งระยะห่างไว้ไม่ให้กลายเป็เป้าสายตา หลังจากเข้าใกล้ในระยะห่างสิบกว่าเมตร เขาก็ค่อย ๆ ชะลอความเร็วลงและทำเป็เดินทอดน่องอยู่ด้านหลัง
ระหว่างที่เดิน เขาก็เปลี่ยนความคิดอย่างฉับพลัน
จากที่เขาคอยสังเกตเจี่ยปิงอวี่มาโดยตลอด มีความเป็ไปได้ 80-90% ที่คน ๆ นี้จะเป็ผู้ที่อยู่เื้ัเหตุการณ์ในคราวก่อน ในเมื่ออีกฝ่ายมีความสามารถในการควบคุมภูตผีิญญา ถ้าเช่นนั้นก็คงต้องมีเหล่าภูตผีเป็ผู้ใต้บัญชาการของเขาสินะ
ความแข็งแกร่งของชายเสื้อกันลมคนนี้คงแข็งแกร่งกว่าผีพวกนั้นแน่ ๆ แต่ที่ไม่รู้ก็คือคนคนนี้จะแข็งแกร่งถึงขั้นไหน
“ลุยเลยดีไหมนะ?”
เซี่ยฮุยเริ่มลังเล ภายใต้สถานการณ์ที่ไม่รู้ว่าศัตรูมีความแข็งแกร่งถึงขั้นไหน การลงมือโดยไม่คำนึงถึงความสามารถของตัวเองอาจจะทำให้เกิดอันตรายได้
แต่เขาติดตามเจี่ยปิงอวี่มาหลายวันแล้ว ถ้าหาก้าจะตามหาผู้ที่อยู่เื้ัก็คงต้องลงมือทำการใหญ่แล้วล่ะ
ตลอดระยะเวลาหลายวันที่เขาคอยติดตามเจี่ยปิงอวี่ ในที่สุดวันนี้เขาก็ได้เห็นคนคนนั้นปรากฏตัวขึ้นมา
“ชายเสื้อกันลมปรากฏตัวออกมาแล้ว แต่เขากลับไม่คิดจะลงมือซึ่งไม่รู้ว่าเป็เพราะคนคนนั้นกลัวผู้มีอิทธิพลที่อยู่เื้ัของเจี่ยปิงอวี่หรือเปล่า ถ้าหากไม่รีบลงมือวันนี้ คนคนนั้นอาจจะหายไปอีกครั้ง ฉันจะหาโอกาสเหมือนกับวันนี้ได้จากที่ไหนอีกล่ะ”
ลงมือหาเงินกันสักตั้ง!
คิ้วของเขาเริ่มขมวดเข้าหากันด้วยความตึงเครียด หลังจากเหลือบมองนวมที่วางอยู่ในกระเป๋า
เขาตัดสินใจได้ว่าในเมื่อเขามีความเข้าใจเกี่ยวกับโลกใบนี้ค่อนข้างน้อย ถ้าหากอยากรู้ว่าความแข็งแกร่งที่เหนือธรรมชาติเป็อย่างไรก็คงต้องลองด้วยตัวเอง
ชายชุดคลุมทำท่าราวกับมาเดินเล่น เขาเดิน ๆ หยุด ๆ ตลอดทาง ระหว่างทางก็ยังแวะซื้อบุหรี่อีกหนึ่งซองที่ซูเปอร์มาร์เก็ต ซึ่งดูเหมือนกับคนที่ไม่ได้มีจุดหมายปลายทางที่ชัดเจน
เป็เพราะมีคนเดินผ่านไปผ่านมา เซี่ยฮุยจึงไม่คิดจะเดินเข้าไปหาอีกฝ่ายแบบสุ่มสี่สุ่มห้า
ท้องฟ้าเริ่มมืดครึ้มแล้ว ชายเสื้อกันลมเปลี่ยนจากการเดินเอ้อระเหยเป็การสาวเท้าเร็วขึ้นเพื่อมุ่งหน้าไปที่ใดที่หนึ่ง
เซี่ยฮุยไม่กล้าประมาท เขาจึงรีบเดินตามไปติด ๆ
รู้ตัวอีกทีระยะห่างระหว่างพวกเขาทั้งสองก็เข้าใกล้กันมากขึ้นเรื่อย ๆ คนที่เดินผ่านไปผ่านมาก็เริ่มน้อยลง จนท้ายที่สุดก็ไม่เห็นเงาของใครเลยนอกจากพวกเขา
เซี่ยฮุยค่อย ๆ ชะลอความเร็วลง ตอนนี้เป้าหมายรู้ตัวแล้วว่ามีคนกำลังสะกดรอยตามอยู่
อีกฝ่ายหยุดเดินและหมุนตัวกลับมามองเซี่ยฮุย มุมปากของเขากระตุกขึ้นจนเผยให้เห็นรอยยิ้มที่เ็า “เ้าหนู เดินตามฉันมาตลอดทางแบบนี้ คิดจะทำอะไรมิทราบ?”
“คุณคือคนที่อยู่เื้ัสิ่งที่เกิดขึ้นในสวนสาธารณะร้างคืนนั้นใช่ไหม?”
“สวนสาธารณะ?”
อีกฝ่ายชะงัก น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็ความดุดัน “ดูเหมือนว่าคืนนั้นคงไม่ได้มีแค่สาวน้อยคนนั้นที่อยู่ในเหตุการณ์สินะ”
“ไม่แปลกใจเลยที่ป๋ายอิ่งทำภารกิจล้มเหลว”
ระหว่างที่พูดเสียงของอีกฝ่ายก็เ็ามากขึ้นเรื่อย ๆ “ความแข็งแกร่งของยัยเด็กคนนั้นไม่มีทางที่จะทำให้ป๋ายอิ่งพ่ายแพ้ได้ ดูเหมือนว่าคงจะเกี่ยวข้องกับนายสินะ”
“ว่าแต่นายคือคู่หูของเธอเหรอ? นักสู้ของรุ่งอรุณงั้นสิ?”
ชายชุมคลุมถามอย่างต่อเนื่อง ในเวลาเดียวกันด้านหลังของเขาปรากฏเงาที่ปกคลุมไปด้วยหมอกสีดำขึ้น
“รุ่งอรุณ?”
เซี่ยฮุยมองชายชุดคลุมที่กำลังเข้าสู่โหมดต่อสู้ เขาหยิบนวมอำนาจจักรพรรดิออกมาจากกระเป๋าเพื่อสวมใส่ด้วยท่าทางไม่รีบร้อน “ไม่ใช่”
เมื่อเห็นเซี่ยฮุยหยิบนวมออกมาจากช่องมิติ ชายชุดคลุมก็ขมวดคิ้วเข้าหากัน “นักรบ? นายคือผู้มีความสามารถใช้ช่องมิติงั้นเหรอ? ดูเหมือนจะยุ่งยากขึ้นมาแล้วสินะ”
หลังจากได้ยินชายชุดคลุมได้ยินเซี่ยฮุยปฏิเสธ สีหน้าของเขาก็แอบแฝงไปด้วยความเกรี้ยวกราด
“ไม่ใช่คนของรุ่งอรุณ แต่กลับเดินตามคุ้มกันความปลอดภัยให้ยัยเด็กคนนั้นตลอดเวลา? นายกำลังล้อฉันเล่นอยู่งั้นสิ?”
ที่แท้ไม่ใช่เพราะเขาไม่ปรากฏตัว แต่เป็เพราะเขาแอบเฝ้าสังเกตการณ์อยู่ต่างหากล่ะ!
เซี่ยฮุยแอบเขวไปเล็กน้อย เพียงไม่นานเขาก็กลับมาได้สติอีกครั้ง
เฮยอิ่งที่ยืนอยู่ด้านหลังของชายชุดคลุมปรากฏตัวขึ้น และพุ่งมาด้านหน้าเซี่ยฮุยพร้อมกับซัดหมัดเข้าใส่เขา
เซี่ยฮุยที่เฝ้าระวังอยู่ตลอดรีบหมุนตัวกลับมาและใช้หมัดรับการโจมตีของอีกฝ่ายอย่างไม่รีรอ
หมัดสองหมัดปะทะเข้าใส่จนเกิดเสียงดังอึกทึก ระลอกคลื่นลมปราณที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าเกิดความปั่นป่วนขึ้น จากนั้นมันก็เปลี่ยนเป็ลมกระโชกแรงที่มีทั้งควันและฝุ่นฟุ้งกระจายไปรอบ ๆ
ร่างของเซี่ยฮุยและเฮยอิ่งสั่นสะท้าน พวกเขาถอยผงะออกไปหลายก้าวก่อนจะกลับมาหยุดนิ่งอีกครั้ง
“คิดไม่ถึงเลยนะว่านายจะเป็ผู้ฝึกตน ผู้มีความสามารถเหนือธรรมชาติที่เข้าสู่ระดับ 2!”
ชายเสื้อกันลมที่ยืนอยู่ด้านหลังเฮยอิ่งดวงตาเป็ประกายด้วยความประหลาดใจ เขากวาดตามองเซี่ยฮุยั้แ่หัวจรดเท้า
“สามารถรับมือ...ไม่สิ...สามารถปะทะหมัดกับเฮยอิ่งได้ อีกทั้งยังมีความสามารถไม่ได้ด้อยไปกว่าเฮยอิ่งเลย ร่างกายของอีกฝ่ายไม่ได้มีร่องรอยของวิชายุทธ์ใด ๆ ถ้าเช่นนั้นมันก็คงจะเป็ผู้ฝึกร่างกายที่ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน”
เซี่ยฮุยไม่ได้พูดอะไร เขาสูดหายใจเข้าเบา ๆ จากนั้นเขาก็กำหมัดแน่นและพุ่งเข้าใส่หัวของเฮยอิ่งอย่างไม่ลังเล
“จื๋อเฉวียน”
หมัดของเขาพุ่งทะยานออกไปราวกับตั๊กแตนตำข้าวกำลังจะจับจักจั่นกินเป็อาหาร ซึ่งยากเกินกว่าที่จะมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า วินาทีต่อมาหมัดนั้นก็ปะทะเข้าใส่กลางหัวของเฮยอิ่งที่ยืนอยู่ตรงหน้า
ตอนที่หมัดของเซี่ยฮุยถูกส่งออกไป จู่ ๆ ใบหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปจากเดิม เขารู้สึกได้ว่าหมัดของเขาัักับอากาศที่ไร้รูปทรง
วินาทีต่อมาหมัดของเซี่ยฮุยก็ทะลุหัวของเฮยอิ่งไป
เฮยอิ่งที่ยืนอยู่ตรงหน้าเป็ดั่งหมักควันไร้ตัวตนที่ถูกหมัดวายุขนาดใหญ่ซัดเข้าใส่จนหายวับไปกับตา
ซวยแล้ว!
เซี่ยฮุยยังไม่ทันดึงหมัดของเขากลับมา เขาก็พบว่าเงาที่หายไปก่อนหน้านี้ได้ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งจากทางด้านหลังของเขา
ใบหน้าของเฮยอิ่งไร้ซึ่งอารมณ์ มันยกแขนขวาที่มีพลังลมปราณหมุนวนอยู่รอบ ๆ ขึ้น ก่อนจะเปลี่ยนเป็กระบี่สั้นสีดำภายในวินาทีต่อมา
กระบี่สั้นไร้ด้ามจับเล่มนี้มีแค่ใบมีดที่เชื่อมต่อเข้ากับข้อศอกของมันโดยตรง
วินาทีต่อมากระบี่สั้นสีดำก็แทงเข้าใส่แผ่นหลังของเซี่ยฮุย–––––
เซี่ยฮุยไม่ได้ตื่นตระหนกใ ถ้าหากให้เขาต้านการโจมตีในตอนนี้ก็คงสายเกินไป
เขาจึงใช้หมัดขวาอัดเข้าใส่ร่างของอีกฝ่ายอย่างสุดแรง ร่างของเขาเสียหลักล้มลงกับพื้น วินาทีที่หน้าของเขาเกือบจะแนบพื้น เซี่ยฮุยใช้แขนซ้ายค้ำพื้นไว้
จากนั้นก็พลิกตัวตีลังกาแบบ 180° เขากลิ้งไปด้านขวาสองสามตลบเพื่อหลบกระบี่สั้นในมือของเฮยอิ่ง
“อันตรายชะมัด!”
เขารีบลุกขึ้นมาจากพื้นและหอบหายใจอย่างหนักหน่วง
ทว่าเฮยอิ่งกลับไม่ปล่อยให้เขามีโอกาสได้หยุดพักหายใจ ทันทีที่เขาลุกขึ้นยืนอีกฝ่ายก็พุ่งถลาเข้ามาและใช้ปลายกระบี่จ่อเข้าที่กลางลำคอของเซี่ยฮุย
เซี่ยฮุยไม่กล้าประมาทคู่ต่อสู้ ตอนที่ปลายกระบี่กำลังแทงเข้าใส่เขา ปลายแหลมที่อยู่้านวมทั้งสองข้างก็ปะทะเข้ากับกระบี่สั้นในมือของเฮยอิ่ง
วินาทีที่อาวุธของพวกเขาชนเข้าใส่กันประกายไฟอันดุเดือดก็ปะทุขึ้นและกระเด็นไปทั่วทุกสารทิศ
“เจี๋ยเฉวียน!”
หลังจากต้านกระบี่สั้นที่จ่อคอหอยของเขาจนกระเด็นออกไป เซี่ยฮุยก็รีบเปลี่ยนกระบวนท่าด้วยการใช้แขนข้างหนึ่งต้านกระบี่สั้น
หมัดอีกข้างหนึ่งเสยจากด้านล่างขึ้นข้างบน หมัดของเขาฝ่าอากาศขึ้นไปก่อนจะกระทุ้งเข้าที่ช่องท้องของเฮยอิ่งอย่างดุเดือด
“ปัก!”
การโจมตีครั้งนี้ไม่ใช่การโจมตีใส่อากาศ เซี่ยฮุยรู้สึกได้ว่าพลังงานที่อยู่ทางฝั่งมือที่กำลังต้านกระบี่สั้นมลายหายไป หลังจากเงาดำเปล่งเสียงร้องออกมา พลังงานมวลใหญ่ก็ซัดเข้าใส่จนกระเด็นไปกองอยู่ที่พื้น
หลังจากกลิ้งหลายตลบจนไปหยุดอยู่ตรงหน้าชายเสื้อกันลม ร่างนั้นก็นอนแน่นิ่งไปและไม่มีท่าทีว่าจะลุกขึ้นมาสู้อีก
“ดูเหมือนว่าฉันคงประเมินนายต่ำเกินไปหน่อยสินะ”
ชายเสื้อกันลมหันไปมองเงาดำที่นอนอยู่ที่พื้นปราดหนึ่ง วินาทีที่เขาผายมือขึ้นเงานั้นก็หายไปภายในพริบตา
“ผู้เชี่ยวชาญด้านมวยสินะ”
ชายเสื้อกันลมพูดไปพลางหักนิ้วไปพลาง หลังจากเสียงกรอบแกรบจากนิ้วมือที่ถูกหักดังขึ้น
อีกฝ่ายก็ก้าวเท้ามาข้างหน้าครึ่งก้าวและกระดิกนิ้วมือเรียกเซี่ยฮุย
“แต่ผู้ฝึกร่างกายที่เหนือกว่ามนุษย์ธรรมดาทั่วไปไม่ได้มีแค่นายคนเดียว เข้ามาสิเ้าหนู!”