“มีคนไข้เคสเร่งด่วน ข้าไปช่วยก่อนนะเ้าคะท่านพ่อ!”
ิอวี้หันไปเอ่ยกับบิดา ร่างระหงสะบัดชายผ้าไหมต่วน ถลันกายก้าวตรงเข้าไปหาบุรุษที่กำลังจะหมดสติบนพื้นระเบียงคด ขณะที่นางจำต้องแสร้งทำเป็ไม่รู้เลยสักนิดว่าชายร่างกำยำที่กำลังนอนจมกองเืผู้นี้คือใคร
“พาท่านผู้นี้เข้าไปในเรือนพักด้านข้าง ข้าจะฝังเข็มสกัดพิษให้เขาเอง รีบส่งคนไปตามหมอหลวงมาด้วย นาทีชีวิตเช่นนี้รอช้าไม่ได้แล้ว!” น้ำเสียงของิอวี้เฉียบคมดุจผู้คุมสถานการณ์ ความตื่นตระหนกใด ๆ พลันมลายหายไปสิ้น แปรเปลี่ยนเป็ความเด็ดขาดของแพทย์หญิงมือหนึ่งในทันตา
“ลูกสาวข้าิอวี้เป็ถึงศิษย์เอกของหัวหน้ากรมแพทย์หลวง พวกเ้าทำตามที่นางสั่งเดี๋ยวนี้!”
เหล่านางกำนัลสามารถจดจำใบหน้าของท่านเสนาบดีซ้ายและคุณหนูใหญ่สกุลกู้ได้ ยิ่งไปกว่านั้น บรรดานางสนมและข้าราชบริพารฝ่ายในจำนวนไม่น้อย ต่างก็เคยผ่านมือรับการรักษาจากบุตรสาวเสนาบดีผู้นี้มาแล้วทั้งสิ้น ด้วยเหตุที่นางมักถูกเรียกตัวเข้าวังหลวงมาช่วยงานเป็ครั้งคราว ยามที่หมอหลวงบุรุษมิอาจล่วงเกินถูกเนื้อต้องตัวพระสนมหรือองค์ฮองเฮาได้
เมื่อเห็นว่าผู้ที่ยื่นมือเข้ามาช่วยคือหมอหญิงฝีมือฉกาจที่เบื้องบนให้ความไว้วางใจ พวกนางจึงรีบกุลีกุจอแบกบุรุษร่างกำยำเข้าไปในห้องพักรับรองตามคำสั่งทันที
ิอวี้ปรี่เข้าไปฉีกสาบเสื้อคลุมตัวนอกของชายแปลกหน้าออก เผยให้เห็นแผงอกแกร่งกว้างหนาแน่นด้วยมัดกล้ามเนื้อกำยำของชายชาติทหาร
ผิวเนื้อสิบส่วนในยามนี้กลับขึ้นรอยคล้ำสีม่วงชาดจากพิษร้ายที่กำลังชอนไชเข้าสู่หัวใจ นางซึ่งพกเข็มเงินติดตัวเอาไว้เผื่อสถานการณ์ฉุกเฉินเช่นนี้เตรียมขยับจุดฝังเข็ม ทว่าจังหวะนั้นเอง เปลือกตาที่ปิดสนิทของคนไข้กลับปรือขึ้นเล็กน้อย เขาเค้นเสียงแหบพร่าออกมาประหนึ่งเสียงกระซิบ
“อย่า... อย่าเสียเวลาเลย... พิษนี้ไร้หนทางเยียวยา ข้า... คงไม่รอดแล้ว”
ิอวี้ชะงักมือเล็กน้อย นางจ้องลึกลงไปในแววตาของหนุ่มใหญ่วัยสามสิบห้าปีตรงหน้า แม้ใบหน้าของเขาจะซีดขาวด้วยไร้โลหิต ทว่ารัศมีแห่งความองอาจดุดันเด็ดเดี่ยวยังคงแผ่ซ่านสะกดสายตาผู้คนได้อย่างน่าอัศจรรย์ คุณหมอสาวขยับรอยยิ้มมั่นใจแล้วเอ่ยเสียงเรียบ
“ท่านยังไม่เคยลองให้ข้ารักษาดูสักครา ไยจึงถอดใจรวดเร็วถึงเพียงนี้ ไม่มีพิษใดที่ข้ากู้ิอวี้ผู้นี้ถอนมิได้ ท่านอย่าได้ดูแคลนสตรีไปหน่อยเลย”
ิอวี้ตวัดปัดห่อผ้า คลี่ชุดเข็มเงินล้ำค่าออกทันที นิ้วเรียวระหงเคลื่อนไหวรวดเร็วและแม่นยำดุจสายฟ้า ฝังเข็มเงินลงบนจุดลมปราณสำคัญตรงหน้าอกแกร่งของเขาอย่างต่อเนื่องเพื่อกักพิษมิให้แล่นเข้าสู่ขั้วหัวใจ
“อึก”
บุรุษร่างกำยำสะดุ้งสุดตัว ทันทีที่เข็มเล่มสุดท้ายปักลง ทั่วร่างสั่นสะท้าน ก่อนจะโก่งตัวกระอักเืสีดำคล้ำกลิ่นคาวจัดออกมาคำโตลงบนอ่างรองเปรอะเปื้อน โลหิตสีดำเ่าั้เป็พิษร้ายที่ถูกเข็มเงินของนางขับออกมาเป็จำนวนมาก
ในขณะที่ิอวี้กำลังตั้งมั่นลงมือรักษาอย่างจดจ่อ ผู้เป็บิดาที่เพิ่งก้าวเท้าเดินตามเข้ามาในห้องพักด้านข้าง ก็สอดส่องสายตาจนสังเกตเห็นใบหน้าของคนเจ็บบนเตียงได้อย่างชัดเจน บิดาพลันเบิกตากว้างอย่างตระหนก
“เหมี่ยวเหมี่ยว นี่เ้า... เ้าจำมิได้หรือว่าเขาเป็ใคร ชายผู้นี้คือท่านแม่ทัพใหญ่เว่ยเสวียเฉิง สหายร่วมราชสำนักของพ่ออย่างไรเล่า!”
ิอวี้แสร้งทำเป็ใเล็กน้อย หันไปมองคนไข้หน้าตาตื่นอย่างแเี “คะ... คุณชาย... ท่านนี้คือท่านแม่ทัพใหญ่หรอกหรือเ้าคะ? เมื่อครู่นี้ที่ระเบียงสถานการณ์คับขัน ใบหน้าของเขาเปื้อนเืจนมองไม่ออกว่าเป็ผู้ใด ลูกมองเห็นเพียงคนเจ็บใกล้ตายตรงหน้า มิได้พิจารณาให้ถี่ถ้วน...”
“ช่างเถอะ ๆ เ้ารักษาต่อเถิดลูกรัก” กู้เหวินชางโบกมือไปมาอย่างไม่ถือสา ไม่วายยืดอกเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจต่อหน้าเหล่านางกำนัลและองครักษ์ประจำวัง “เห็นหรือไม่ทุกท่าน! ข้าบอกแล้วว่าเหมี่ยวเหมี่ยวลูกสาวข้าเก่งกาจเพียงใด นางเห็นคนเจ็บตรงหน้าก็รุดเข้าช่วยเหลือในทันทีโดยไม่สนใจยศถาบรรดาศักดิ์ใด ๆ ใครที่ได้เห็นฝีมืออันล้ำเลิศของบุตรสาวข้าในวันนี้แล้ว เมื่อออกไปข้างนอกก็อย่าลืมนำไปป่าวร้องพูดต่อกันให้ทั่วเล่า นี่แหละ! อนาคตหมอเทวดาหญิงแห่งแคว้นต้าหลี่”
สุ้มเสียงของท่านเสนาบดีใหญ่หัวเราะดังกลั้วไปกับแววตาชื่นชมระคนเอ็นดูของเหล่านางกำนัล บิดาผู้นี้ช่างรักใคร่และเห่อบุตรสาวคนเล็กเสียเหลือเกิน
ในจังหวะนั้นเอง บานประตูห้องพักรับรองก็ถูกผลักออกอย่างรวดเร็ว พร้อมกับการปรากฏตัวของหัวหน้ากรมแพทย์หลวงผู้เป็อาจารย์ของิอวี้
“ท่านหัวหน้ากรมแพทย์หลวงมาถึงแล้ว!”
ชายวัยหกสิบปีก้าวเท้าเข้ามาหมายจะตรวจอาการของคนเจ็บต่อ เขาปราดเข้ามาถึงเตียงนอนอย่างรวดเร็ว เขานั่งลงแล้วเร่งจับชีพจรที่ข้อมือของเสวียเฉิง ดวงตาคู่คมใต้เปลือกตาที่เหี่ยวย่นตามวัยเบิกกว้าง
“พิษ... พิษร้ายแรงซึมลึกเข้ากระดูก เป็พิษกระดูกชาดไม่ผิดแน่ ข้าได้ยินว่าพิษชนิดนี้มีต้นกำเนิดมาจากแคว้นเป่ยเยี่ยน ไร้หนทางแก้ไข นึกไม่ถึงเลยว่าทักษะและฝีมือการฝังเข็มของเ้านับว่าเป็เลิศยิ่งนัก” ชายชราร้องอุทานด้วยความอัศจรรย์ใจ หันขวับไปทางหญิงสาว “ศิษย์รัก! ไม่เสียแรงเลยที่เป็ศิษย์ของข้า เ้า... เ้ารู้จักพิษร้ายชนิดนี้ได้อย่างไรกัน แม้แต่ตัวอาจารย์เองยังต้องใช้เวลาพิจารณาเทียบยาอย่างยากลำบากจนแทบสิ้นหวัง เ้ากลับฝังเข็มลงจุดลมปราณสกัดพิษป่าเถื่อนนี่ได้อย่างแม่นยำ”
ิอวี้ลดสายตาลงต่ำ แสร้งระบายลมหายใจแ่เบาด้วยความหม่นหมอง ก่อนจะเอ่ยข้ออ้างที่นางตระเตรียมไว้ในหัว
“เรียนท่านอาจารย์... เป็เพราะความโง่เขลาของศิษย์ในอดีตเ้าค่ะ ศิษย์เคยดันทุรังเดินทางไกลไปยังแถบชายแดนแคว้นเป่ยเยี่ยนครั้งหนึ่ง เพียงเพื่อ้าแสวงหาหยกโลหิตล้ำค่ามาทำเป็พู่ห้อยกระบี่มอบให้คนรัก...” นางเว้นจังหวะพลางลอบเหลือบมองบิดาที่เริ่มหน้าดำคร่ำเครียดขึ้นมาทันที “ทว่าพอนำกลับมาประเคนให้ เขากลับมองว่ามันเป็ขยะไร้ค่า ซ้ำยังเขวี้ยงหยกชิ้นนั้นทิ้งลงแม่น้ำต่อหน้าต่อตาข้าอย่างไม่ไยดี”
“ไอ้คนสารเลวนั่น ข้าจะต้องจัดการกับมันแน่!”
เหวินชางสบถลั่นห้องด้วยความเดือดดาลจนร่างทั้งร่างสั่นเทา เพลิงโทสะในอกของคนเป็พ่อปะทุพลุ่งพล่านขึ้นมาอีกระลอกใหญ่เมื่อได้ยินความอัปยศอดสูที่บุตรสาวหัวแก้วหัวแหวนได้รับในอดีต