ราชันหมื่นอักขระ

    จารึกที่ 41 : วาทะศิลป์ของพ่อค้าหน้าเลือด

    จารึกที่ 41 : วาทะศิลป์ของพ่อค้าหน้าเลือด : ความจริงที่มีเพียงครึ่งเดียว

    แสงตะวันเริ่มสาดส่องลงมายังลานหินหน้าหอระฆังที่บัดนี้เอียงกระเท่เร่ ฝุ่นผงจากการพังทลายยังลอยฟุ้งในอากาศ บรรยากาศตึงเครียดปกคลุมไปทั่วเมื่อ 'ศิษย์พี่ใหญ่แห่งหอคุมกฎ' ผู้มีระดับพลังปราณจิตขั้นกลาง ก้าวเข้ามาตรวจสอบที่เกิดเหตุด้วยสีหน้าถมึงทึง


    "เจ้าเองรึ... คนที่ทำลายหอระฆัง?" คำถามนั้นพุ่งตรงไปยัง อาเจีย ที่กำลังแกล้งนอนหมดสภาพอยู่บนพื้น (จากการแกล้งวิ่งจนหมดแรงในรอบคัดเลือก)


    อาเจียสะดุ้งสุดตัว ขนมเปี๊ยะไส้ถั่วที่แอบกัดกินแก้หิวร่วงหล่นจากมือ ตุ้บ! ในสมองของอาเจียประมวลผลเร็วจี๋ราวกับฟันเฟืองจักรกล "บัดซบ... หากข้าบอกความจริงว่าข้าแค่ลองปืนใหญ่แขนกล มีหวังโดนเรียกค่าเสียหายจนต้องขายไตแน่! ต้องหาแพะรับบาป!"


    "ทะ... ท่านศิษย์พี่ใหญ่!" อาเจียตะเกียกตะกายลุกขึ้น ทำท่าทางเลิ่กลั่กเหมือนคนขวัญอ่อน "ข้าน้อยผิดไปแล้วขอรับ! ข้าน้อยแค่มารอเก็บเศษเหล็ก... เอ้ย! มารอชมบารมีท่าน!"


    ศิษย์พี่ใหญ่หรี่ตาลง "ข้าถามเรื่องหอระฆัง!"


    "อ๋อ! เรื่องนั้น!" อาเจียทำตาโตเท่าไข่ห่าน รีบใส่สีตีไข่ทันที "ข้าน้อยเห็นกับตา! เมื่อคืนนี้... มีเงาดำสายหนึ่งพุ่งผ่านหลังคาโรงเตี๊ยม รวดเร็วปานสายฟ้าแลบ! มันซัดฝ่ามือสีแดงฉานใส่หอระฆัง ตูมเดียวเอียงกะเท่เร่! กลิ่นอายมันชั่วร้ายและร้อนแรงเหมือน... 'พรรคมารอัคคีทมิฬ' เลยขอรับ!"


    อาเจียแอบใช้ความรู้จาก 'บันทึกคัมภีร์อ้างอิง' ที่เคยอ่านผ่านตามาอ้างอิง เพื่อความสมจริง "ข้าน้อยเป็นเพียงศิษย์สายนอกที่มีดีแค่ 'เนตรทัศนะ' พอจะมองเห็นร่องรอยการไหลเวียนของปราณที่ผิดปกติได้บ้าง... พลังนั่นไม่ใช่ของสำนักเราแน่ๆ ขอรับ!"


    คำว่า "พรรคมาร" ทำให้ศิษย์พี่ใหญ่ชะงัก เขาเพ่งมองรอยไหม้บนกำแพงอีกครั้ง "อืม... รอยไหม้ลึกซึ้ง พลังทำลายล้างรุนแรงแต่กระชับ... มิน่าเล่าข้าถึงสัมผัสไม่ได้ถึงผู้บุกรุก พวกร้ายกาจสินะ"


    หลินชิงเสวี่ย ที่ยืนสังเกตการณ์อยู่มุมหนึ่ง ส่ายหัวเบาๆ กับความกะล่อนระดับปรมาจารย์ของลูกหนี้ "คารวะศิษย์พี่ใหญ่" นางเดินเข้ามาช่วยเสริมบทบาท "ข้าเองก็สัมผัสได้ถึงจิตสังหารแปลกปลอมเมื่อคืนนี้เช่นกันเจ้าค่ะ... ศิษย์น้องผู้นี้อาจพูดความจริง"


    เมื่อรอดตัวมาได้อย่างหวุดหวิด อาเจียก็รีบปลีกตัวออกมายังโซน "หอพยากรณ์ผลการแข่งขัน" (บ่อนพนัน) ทันที เขามองกระดานอัตราต่อรอง: อาเจีย (หนึ่งต่อร้อย)


    อาเจียแสยะยิ้ม ล้วงตั๋วเงินใบสุดท้ายที่ยืมหลี่มู่กู่มา วางลงบนโต๊ะดัง ปัง! "ลงข้าง 'อาเจีย' 200 ตำลึงทอง!" ในใจคิดคำนวณกำไร: "หุ่นเชิดเจ้าสัวพร้อม... เข็มพิษพร้อม... ยันต์ขยะ (ระดับเทพ) พร้อม... งานนี้กินเรียบ!"


    "เจ้าหนุ่ม... อาเจียคือใครข้ายังไม่รู้จัก อัตราต่อรอง หนึ่งต่อร้อย เชียวนะ เจ้าจะเอาเงินมาทิ้งรึ?"


    "ทิ้งที่ไหนเล่า!" อาเจียยิ้มกว้างจนตาหยี แสร้งทำเป็นคนรวยใจป้ำที่ชอบเสี่ยงโชค


    "ข้าชอบชื่อมัน! ฟังดู... 'มงคล' ดี! เหมือนชื่อสุนัขที่บ้านข้าเลย! รับๆ ไปเถอะน่า เงินข้ามันร้อน!"


    เสมียนส่ายหัวแล้วรับเงินไป "ตามใจเจ้า... ไอ้หนูเศรษฐีวิปลาส"


    อาเจียเดินออกมาพร้อมตั๋วเดิมพัน จูบมันเบาๆ หนึ่งที


    "ฮึๆๆ... หอมหวาน... การลงทุนมีความเสี่ยง แต่ถ้าล็อกผลไว้แล้ว... มันคือกำไรเนื้อๆ!"


    หวานเจี๊ยบ!


    และแล้ว เสียงฆ้องสัญญาณเริ่มการประลองรอบถัดไปก็ดังขึ้น


    "รอบจับคู่แพ้คัดออก คู่ที่ 1... เริ่มได้!!"

     

    คล้ายกับเรื่องราชันหมื่นอักขระ ที่คุณอ่าน