บทที่ 95:ตัวแทน
กลิ่นคาวเลือดและควันไฟยังคงอบอวลอยู่ในอากาศหลังจบศึกคาราวานเผชิญกับความสูญเสียครั้งใหญ่ มีผู้เสียชีวิตรวมทั้งหมดหกสิบสองคนเป็นชาวบ้านยี่สิบห้าคน และยามคุ้มกันที่พลีชีพในสนามรบอีกจำนวนมาก
กลุ่มนักผจญภัยของคาลีมเองก็สูญเสียคนไปถึงสิบสามคนเนื่องจากพวกเขาเป็นเป้าหมายหลักที่ทหารม้าเข้าโจมตีอย่างหนักเพื่อตัดกำลัง
ท่ามกลางความโศกเศร้า คาลีมและโลคัส ต้องฝืนใจทำหน้าที่สั่งการจัดระเบียบผู้ที่เหลืออยู่และสะสางงานศพ
บัดนี้บารมีของคาลีมพุ่งสูงถึงขีดสุดปาฏิหาริย์แห่งแสงที่เขาแสดงออกมาได้ประทับลงในใจของผู้รอดชีวิตทุกคน
เมื่อเหตุการณ์สงบลง เฮรัค เดินไปที่รถม้าของตนเห็น เอ็ด ยังคงมุดหัวอยู่ใต้ล้อรถ เขาจึงใช้เท้าเตะก้นสารถีเบาๆ
“ออกมาได้แล้วรีบเตรียมรถออกจากที่นี่ซะ”
เอ็ดคลานออกมาด้วยท่าทางลนลานพยักหน้าหงึกหงักพลางยิ้มประจบ สำหรับเอ็ดแล้ว คาลีมอาจดูสง่างามดั่งเทพเจ้าแต่เฮรัคที่สังหารทหารทิ้งเป็นเบือด้วยใบหน้าเรียบเฉยนั้นกลับน่าหวาดหวั่นยิ่งกว่าปีศาจตนใด
ขณะที่เฮรัคกำลังจะก้าวขึ้นรถคาลีมก็วิ่งหน้าตั้งเข้ามาหา
“ท่านคือ ท่านเจแลนท์ใช่หรือไม่?ขอบคุณท่านมากที่ช่วยพวกเราไว้ หากไม่ใช่เพราะท่านคาราวานคงย่อยยับไปมากกว่านี้”
เฮรัคเหลือบมองด้วยสายตาเย็นชาพยักหน้าตอบสั้นๆ
“อืม”
เขาสนใจเพียงพลังแสงประหลาดในตัวคาลีมเท่านั้นแต่สำหรับตัวบุคคล เขาไม่อยากผูกมิตรกับคนซื่อตรงจนดูโง่อย่างคาลีมเพราะกลัวว่าจะถูกลากไปซวยเข้าสักวัน เขาจึงปิดประตูรถม้าใส่หน้าทันที
สามชั่วโมงต่อมา
คาราวานเริ่มเคลื่อนขบวนอีกครั้งทว่าไร้ซึ่งเสียงหัวเราะ มีเพียงความเงียบงันและบรรยากาศอันหดหู่
โลคัสนั่งเหม่อลอยอยู่หน้ารถม้าคันนำนึกถึงเพื่อนสนิทที่เสียชีวิตในศึกนี้อย่างอนาถ
“หลังจากเที่ยวนี้ข้าจะกลับชนบทไปใช้ชีวิตสงบสุข...”
คำพูดสุดท้ายของเพื่อนยังดังก้องในหูของเขา
ห้าวันต่อมา
คาราวานก็ลงจากที่ราบสูงสู่ทุ่งราบเบื้องล่างอีฟส์ อดีตผู้บัญชาการอัศวินผู้หยิ่งยโส ถูกขังอยู่ในกรงเหล็กราวกับสัตว์ป่า
เขาถูกจำกัดน้ำและอาหารเพื่อให้หมดแรงบาดแผลที่แขนและขาถูกทุบทำลายซ้ำๆ ทุกครั้งที่มันเริ่มสมานตัวเพื่อไม่ให้มหัศวินผู้ยิ่งใหญ่อย่างเขามีโอกาสขัดขืน
หนึ่งเดือนผ่านไปอย่างรวดเร็ว
การเดินทางเป็นไปอย่างราบลื่นภายใต้การคุ้มกันอย่างเข้มงวดของคาลีม
เฮรัคนั่งนิ่งอยู่ภายในรถม้าที่สั่นคลอนไปตามทางเขาค่อยๆ ลืมตาขึ้น แววตาคมปราบกว่าเดิม
“เชนหลาน ตรวจสอบข้อมูลร่างกายของข้า”
“รายงานสถานะ: เฮรัคเมอร์ลิน
พละกำลัง 3.9
ความว่องไว 4.0
ความทนทาน 5.5
พลังจิต 12.4
พลังเวทมนต์ คงเหลือ 100%”
เชนหลาน รายงาน
เฮรัคถอนหายใจยาวด้วยความพอใจการฝึกสมาธิเปิดดาวดวงที่เจ็ดเสร็จสมบูรณ์แล้วร่างกายของเขาแข็งแกร่งขึ้นจากการขัดเกลาด้วยอนุภาคพลังมืด
ตอนนี้เหลือเพียงสามดวงก็จะครบผังเวทแรกสิ่งที่เขากังวลมีเพียงการปรุงยาเลื่อนระดับเป็นศิษย์พ่อมดระดับสาม ซึ่งต้องใช้หัวใจยักษ์หิน ที่หายากยิ่ง
เขาหวังว่าเชนหลานจะช่วยคำนวณหาวัตถุดิบทดแทนได้หากหาของจริงไม่ได้ในอาณาจักรโดริส
เฮรัคหลับตาลงอีกครั้งเพื่อเริ่มการสื่อสารกับดาวดวงที่แปดทว่ากลางดึกคืนหนึ่ง ก่อนจะถึงพรมแดนโดริสเพียงสองสัปดาห์เขากลับลืมตาขึ้นมาอย่างกะทันหันสัมผัสถึงความผิดปกติบางอย่างจากทิศทางของกรงขังนักโทษ
อีฟส์ยังคงนั่งคอตกอยู่ในกรงแขนขาห้อยต่องแต่งไร้เรี่ยวแรง โดยมี ลิซี่ หญิงสาวนักผจญภัยลูกทีมของคาลีมเฝ้ายามอยู่เพียงลำพัง
ความเงียบงันของค่ำคืนประกอบกับความประมาทที่เห็นว่านักโทษพิการไปแล้วทำให้ลิซี่ไม่ได้ระแวดระวังแม้แต่น้อย เธอไม่รู้เลยว่าดวงตาที่ก้มต่ำของอีฟส์นั้นกลับฉายแววอำมหิตและแรงปรารถนาที่จะมีชีวิตรอดอย่างแรงกล้า...เขากำลังรอจังหวะสุดท้ายที่จะเดิมพันด้วยทุกสิ่ง