ตามเรือนร่างของมันเรืองรองคล้ายประกายของกระจกยามสะท้อนแสงิัมิได้เป็ผิวซีดขาวแต่เป็ผิวซีดใสๆ แทนหยางอี้กล่าวออกมาว่า" เป็อย่างไรบ้างเ้ารู้สึกอย่างไรในตอนนี้? "
เจี้ยนเว่ยมองรอบตัวเองค่อยกล่าวอย่างเลื่อนลอยว่า
" ข้ารู้สึกแปลกประหลาดอย่างยิ่งเป็ความสบายที่มิเคยรู้สึกมาก่อนนี้คือร่างกายของข้าจริงๆ หรืออาจารย์? " มันคล้ายคนที่งุนงงเพราะความคาดไม่ถึงว่าตนเองจะเกิดการเปลี่ยนแปลงที่มากมายจนไม่คล้ายมนุษย์ขนาดนี้ เจี้ยนเว่ยใช้ปลายนิ้วกรีดผนังถ้ำราวกับจิ้มเต้าหู้ปรากฏรอยเส้นยาวหนึ่งเมตรลึกหนึ่งข้อนิ้วมือต้องงงงันยกใหญ่ผนังถ้ำแข็งแรงปานใดไหนเลยใช้นิ้วกรีดง่ายดายเช่นนี้?
หยางอี้เพียงยิ้มกล่าวเสียงแ่เบาว่า" นี้คือหนทางการฝึกฝนเส้นทางของพลังนี้ยิ่งใหญ่ เ้าหากเข้าสู่โลกภายนอกจะรู้ว่าขอบเขตของสิ่งมหัศจรรย์ในโลกนี้ยิ่งใหญ่มากมายปานใด" เจี้ยนเว่ยได้ยินถึงกับตื่นเต้นสีหน้าสงสัยใคร่รู้อย่างยิ่ง หลังจากนั้นหยางอี้ถ่ายทอดความรู้ต่างๆ แก่มันจนหมดสิ้นมันสั่งสอนเคล็ดความรู้ที่ร่ำเรียนมาตลอดชีวิตให้แก่เจี้ยนเว่ย จนหมดสิ้นจากนั้นให้เจี้ยนเว่ยเริ่มฝึกเคล็ดวิชาหัตถ์สุริยเทพคอยแนะนำแนวทางการฝึกฝนแก่มันอยู่ด้านข้าง
เวลาตอนนี้หลังจากที่เจี้ยนเว่ยเริ่มฝึกฝนลมปราณก็ผ่านไปเกือบสองอาทิตย์แล้ว ยามนี้เห็นหน้าถ้ำศิลาที่มีสายน้ำไหลลงมามีร่างของคนผู้หนึ่งนั่งขัดสมาธิทนรับแรงของธารน้ำที่หลั่งไหลเห็นตามตัวชายหนุ่มคนนี้ส่องแสงสว่างไสวดุจดวงอาทิตย์สีส้มทองดวงหนึ่ง รอบด้านของมันล้วนแต่มืดมิดความร้อนแผดเผาพื้นดินจนดำไหม้ก้อนหินและดินถูกเผาจนแดงฉานเป็เถ้าถ่าน
เคล็ดวิชาหัตถ์สุริยเทพคือการดูดซับหยางแสงแดดจากดวงอาทิตย์ โดยวิชานี้ประหนึ่งพลังของความมืดหนึ่งขุมมันแผ่ขยายออกมาราวกับจะจับคว้าอากาศและแสง แม้แต่แสงแดดยังสามารถหักเหจากนั้นก็ดูดแสงแดดให้หลอมรวมสาดส่องมาบนร่างกายของเจี้ยนเว่ยเป็เส้นเดียว
แสงแดดที่สาดส่องจากดวงอาทิตย์ร้อนแรงปานใดครั้งนี้มันยังรวบแสงแดดทั้งหมดในรัศมียี่สิบเมตรเป็ลำแสงสีทองสายเดียว สาดส่องแผดเผาร่างเืเนื้อของมนุษย์ย่อมมิอาจต้านทานกลิ่นไหม้รุนแรงตลบอบอวลพร้อมกับควันดำที่พลุ่งพล่าน
ความร้อนนี้ร้อนแรงยิ่งกว่าเปลวเพลิงเผาไหม้จนผิวกายมันดำมะเมื่อมเกินคำว่าสุกไปแล้ว มันมิได้ใช้เกราะกระจกคุ้มกายป้องกันพลังที่แผดเผาเนื่องเพราะชายชราหยางอี้บอกแก่มันว่าหากป้องกันย่อมมิอาจรับพลังหยางจากแสงแดดได้อย่างสมบูรณ์ อีกทั้งการกระทำอย่างนี้คล้ายการทรมานให้ตนเองเพิ่มความแข็งแกร่งของผิวกระจกอีกด้วย ดังนั้นมันจึงได้แต่ทนถูกแผดเผาราวสุกรตัวหนึ่งอยู่ตรงนี้
มือทั้งสองข้างของมันสว่างยิ่งกว่าดวงไฟร้อนแรงยิ่งกว่าเปลวเพลิง แสงสีทองเจิดจ้าจนมองไม่เห็นสิ่งใดในรัศมียี่สิบเมตรมืดมิดมีแต่ตัวมันที่สว่างไสว กลิ่นอายความร้อนแรงยิ่งนานยิ่งหนาแน่นเข้มข้นแผดเผาต้นไม้รอบทิศไปจนหมดสิ้น ขณะนี้พลังลึกลับในร่างของมันตื่นขึ้นอย่างสมบูรณ์แล้วพลังลึกลับอยู่สถิตอยู่ในร่างของมันเป็พลังผู้วิเศษา
พลังงานนั้นมหาศาลประหนึ่งเทพเ้าพลังแห่งการบ่มเพาะเป็ผู้วิเศษเทพะ โดยพลังนี้คือพลังบริสุทธิ์ที่หลั่งไหลอยู่ในร่างสามารถแปรเปลี่ยนเป็พลังปราณเทวะอันสูงส่งและยังทำให้เขาสามารถบ่มเพาะพลังความะได้เพียงคนเดียวในโลก มันสามารถเพิ่มพูนพลังวัตรภายในกายและต้นเถียนได้อย่างมหาศาลประหนึ่งมหาสมุทรและทะเลดวงดาว
การบ่มเพาะวิเศษที่มีความสูงส่งเหนือสิ่งมีชีวิตทั้งปวงสามารถสร้างทะเลดวงดาวอยู่ภายในร่างที่มีพลังวิเศษหนาแน่น โดยมีระดับขั้นทั้งหมดห้าระดับขั้น ขอบเขตที่หนึ่ง มนุษย์วิเศษ ขอบเขตที่สองภูตวิเศษ ขอบเขตที่สามผู้วิเศษปฐี ขอบเขตที่สี่ผู้วิเศษ์ ขอบเขตที่ห้าผู้วิเศษเทพ ในแต่ละขั้นพลังวิเศษยิ่งใหญ่อย่างสุดแสนในระดับทั้งหมดประหนึ่งบุตรแห่งเทพเ้า
ยามนี้พลังของผู้วิเศษาถูกปลุกขึ้นมาแล้วภายในร่างมันสะสมพลังวิเศษมายาวนาน ขณะนี้ปลุกพลังให้ตื่นขึ้นได้หนึ่งส่วนแล้วฤทธิ์โอสถจตุพรชีวิตตอนนี้ย่อยสลายและกลายพันธุ์พัฒนาการร่างของเจี้ยนเว่ยได้อย่างสมบูรณ์ ร่างกายมันตอนนี้มีฤทธิ์เดชสูงส่งยิ่งกว่ามนุษย์ธรรมดาผิวกายคงกระพันโรคภัยและยาพิษยากกล้ำกราย
กระดูกและิัแข็งแกร่งยิ่งกว่าขุนเขาและเหล็กกล้าภายในร่างมีพละกำลังมหาศาลยิ่งกว่าคชสีห์ เคล็ดวิชาปรับเปลี่ยนสัดส่วนมนุษย์เพาะพลังยิ่งใหญ่ออกมาในร่าง มีพลังชีวิตที่ยิ่งใหญ่และบริสุทธิ์พลังการเปลี่ยนสัดส่วนมนุษย์ครั้งก่อนเพราะในร่างของมันมีพลังผู้วิเศษาทำให้พลังวิเศษดูดกลืนเคล็ดวิชาเปลี่ยนสัดส่วนมนุษย์ให้มีอานุภาพที่น่าสะพรึงกลัวมากกว่าเดิม
ทำให้ฤทธิ์เดชคุณสมบัติพิเศษร่างกายเกิดการกลายพันธ์ุวิวัฒนาการสูงส่งกว่าคนปกติมันหากทราบว่าตอนนี้ร่างกายและพลังเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นอย่างมหาศาลคงตื่นตระหนกงงงันยกใหญ่เป็แน่แท้ เวลาค่อยๆ ผ่านไปความร้อนของเปลวเพลิงสุริยเทพยิ่งอยู่ยิ่งร้อนแรงสว่างไสวจนน่าสะพรึงกลัวที่ด้านหลังมันคล้ายมีดวงอาทิตย์หนึ่งดวงปรากฏขึ้น
ิัที่ถูกเผาไหม้ชั้นแล้วชั้นเล่าสลายลอกคราบตกอยู่รอบๆ ตอนนี้หากเห็นใบหน้ามันจะทราบว่ามันทุกข์ทรมานมากมายเพียงใด การถูกย่างด้วยเพลิงแสงแดดนี้สามารถเผาได้กระทั่งทองคำและเหล็กกล้า กลางวันเจี้ยนเว่ยดูดซับหยางแสงแดดจากดวงอาทิตย์พอตกกลางคืนเจี้ยนเว่ยจะทดลองใช้ท่าร่างและเคล็ดการโจมตีของหัตถ์สุริยเทพสลับกันอยู่เยี่ยงนี้ยาวนาน
เคล็ดวิชาหัตถ์สุริยเทพนี้ร้อนแรงและรุนแรงอย่างยิ่งระดับของเคล็ดวิชามีทั้งหมดสามขั้น แต่ละขั้นเปลวเพลิงตะวันมีทั้งสิ้นสามสีขั้นแรกหัตถ์ตะวันสองข้างคือหัตถ์เดิมเืเนืุ้์เป็สีส้มทอง ขั้นที่สองหัตถ์ตะวันเป็สีฟ้าครามจะเพิ่มขึ้นออกมาเป็สี่กรสีแขน ความร้อนแรงของเปลวเพลิงพอปล่อยออกประหนึ่งดวงอาทิตย์สี่ดวงถูกปลดปล่อยออกมา
พลังสภาวะของหัตถ์สุริยเทพขั้นที่สองนี้สามารถผันแปรเป็พลังไร้สภาพไร้สีไร้เสียงแสงสามารถถ่ายเทปลดปล่อยใส่สภาวะการจู่โจมที่หลากหลาย
ขั้นที่สามพลังของหัตถ์สุริยเทพจะตื่นขึ้นมาอย่างสมบูรณ์มีหกกรหนึ่งกรบรรจุดวงอาทิตย์สองดวงโดยหัตถ์ตะวันแต่ละข้างจะมีสีที่แตกต่างกันสามสี สีม่วง สีฟ้าครามและสีส้มทอง
โดยการจะฝึกฝนให้ระดับขั้นของวิชาหัตถ์สุริยเทพให้เพิ่มพูนจำต้องดูดซับหยางแสงแดดจากดวงอาทิตย์ และกลืนกินความร้อนเวลาผ่านไปอีกหนึ่งเดือนแสงสีส้มทองสว่างไสวอันตราย เผาไหม้ทุกสรรพสิ่งรอบข้างจนมืดมิด ยามนี้เห็นเรือนร่างของเจี้ยนเว่ยมิได้ไหม้เกรียมอีกแล้ว แต่เป็ประกายกระจกสีส้มทองของแสงแดด หัตถ์ตะวันสองข้างคล้ายกลายสภาพอย่าแปลกประหลาด
เป็หัตถ์กระจกสีส้มทองผิวกายแขนสองข้างทั้งขาวนวลทั้งประกายสีทอง ราวกับผิวกายมันหล่อหลอมมาจากทองคำก็มิปานขณะนี้พอมองรอบด้านเห็นหลุมสีดำมะเมื่อมจำนวนมากปรากฏออกมา แสงสว่างค่อยๆ จางลงจนสลายหมดสิ้น สภาพแวดล้อมรอบข้างกลับคืนสู่ปกติสรรพสิ่งทั้งหมดล้วนถูกแผดเผาเป็ผุยผง เจี้ยนเว่ยยิ้มสีหน้าตื่นเต้นมันในขณะนี้ร่างกายสูงใหญ่ขึ้นจนน่าใ
ความจริงฤทธิ์เดชของเคล็ดวิชาปรับเปลี่ยนสัดส่วนมนุษย์เปลี่ยนคุณสมบัติร่างกายของมันเป็ั์ในร่างมนุษย์ที่ตัวเล็กมันพอลุกขึ้นยืนความสูงมันมากกว่าสามเมตร ทั่วร่างที่เต็มไปด้วยแผลเป็เต็มไปด้วยกล้ามเนื้ออันแข็งแรง ผิวกายสีขาวของมันแข็งแกร่งคงกระพันเจี้ยนเว่ยพอฝึกเคล็ดวิชาหัตถ์สุริยเทพสำเร็จก็รีบเข้าถ้ำไปหาหยางอี้โดยเร็ว
มันเห็นหยางอี้ยิ้มมองดูมันอย่างตื่นเต้นมาตรแม้นสภาพใกล้ตายแต่คล้ายยังฝืนใจเอาไว้ มันพอเข้าไปก็รีบก้มกราบอาจารย์สามครั้งจากนั้นกล่าวว่า" อาจารย์ข้าฝึกฝนเคล็ดวิชาสำเร็จหมดสิ้นแล้วพลังวัตรของข้าขณะนี้มหาศาลอย่างยิ่ง ทั้งหมดนี้ล้วนแต่เป็ความพยายามที่ท่านมอบให้แก่ข้า " เสียงมันพอกล่าวก็หนักแน่นมีพลังมากกว่าเดิมหยางอี้มองสำรวจมันคราหนึ่งรอยยิ้มบนหน้ายิ่งอ่อนโยนคล้ายภาคภูมิใจอย่างยิ่งกล่าวกับมันว่า" ฮ่าๆ คาดไม่ถึงเ้าจะสามารถฝึกฝนวิชาอันสูงส่งได้รวดเร็วขนาดนี้" ในแววตามันยังปรากฏความตะลึงอยู่เล็กน้อยคล้ายคาดไม่ถึงว่าศิษย์ของตนจะสูงใหญ่ได้มากขนาดนี้
ขณะนี้ใบหน้าของหยางอี้ผ่อนคลายลงอย่างมากราวกับภาระที่แบกไว้บนบ่าสามารถถ่ายทอดส่งต่อแก่เจี้ยนเว่ยแล้วก็ปาน เจี้ยนเว่ยรู้สึกซาบซึ้งเคารพรักอาจารย์ผู้นี้อย่างยิ่ง หากไม่มีเขามันย่อมไม่มีทางมีความแข็งแกร่งอย่างมหาศาลเช่นนี้แต่ขณะเดียวกันก็เศร้าโศกอยู่มิน้อย เจี้ยนเว่ยกับหยางอี้พูดคุยกันอย่างยาวนานคล้ายไม่้าให้เวลาอันล้ำค่าสูญสิ้นโดยเปล่าประโยชน์ ขณะนี้นับั้แ่วันแรกที่พบกันเวลาผ่านไปราวสองเดือนแล้ว
ในสองเดือนอาจเป็เวลาที่ยาวแต่สำหรับการฝึกฝนนับเป็เวลาที่สั้นอย่ายิ่ง ความทรงพลังของเจี้ยนเว่ยตอนนี้น่าสะพรึงยิ่งกว่าชายชราหยางอี้ เพราะพลังของผู้วิเศษาในร่างมันแปรเปลี่ยนเป็พลังวัตรมหาศาล หยางอี้หยิบเอากระเป๋าเก็บของขนาดเท่าหนึ่งฝ่ามือครึ่งออกมายื่นแก่เจี้ยนเว่ยกล่าวว่า" นี้เป็กระเป๋ามิติเก็บของเ้ารับไว้ในอนาคตจะมีประโยชน์กับเ้าอย่างมาก" เขาหยุดเล็กน้อยค่อยกล่าวต่อว่า" เรามีเื่ให้เ้าสานต่อเื่หนึ่งเ้ายอมรับหรือไม่"
สีหน้าและน้ำเสียงของเขาแปรเปลี่ยนจากอ่อนโยนเป็เข้มแข็งและเคร่งขรึม เจี้ยนเว่ยทราบว่าเื่นี้มิใช่ธรรมดาจึงรีบผงกศีรษะตอบรับคำหนึ่งหยางอี้ค่อยกล่าวสืบต่อว่า" ก่อนเราจะตายเราฝากฝังเื่สำคัญเื่หนึ่งไว้กับเ้า เื่นี้สำคัญอย่างยิ่งเกี่ยวข้องกับความเป็อยู่ของเขตอาศัยที่หนึ่งของอาณาจักรเก้าเซียน " อาณาจักรเก้าเซียนเป็หนึ่งในสี่อาณาจักรในดินแดนชินาร์
อาณาจักรเก้าเซียนแบ่งเขตอาศัยใหญ่ทั้งหมดห้าเขตในแต่ละเขตจะมีอำนาจที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ผู้นำของแต่ละเขตมักต่อสู้ชิงชัยเพื่อแย่งชิงเขตอาศัยกันอยู่ตลอด เขตที่เจี้ยนเว่ยอาศัยคือเขตที่หนึ่งเป็หนึ่งในเขตอาศัยทั้งห้าของอาณาจักรเก้าเซียน ในเขตที่หนึ่งนี้มีสำนักและพรรคใหญ่ที่มีอำนาจและอานุภาพสูงส่ง โดยสำนักใหญ่ทั้งหมดในเขตที่หนึ่งมีทั้งสิ้นห้าสำนักและพรรคใหญ่
แบ่งออกเป็สำนักดาบปฐีครองพื้นที่เขตใต้ของเขตอาศัย สำนักพยัคฆ์เงินครองพื้นที่เขตเหนือของเขตอาศัย สำนักอรหันต์ทองคำครองพื้นที่เขตตะวันออกของเขตอาศัย สำนักพิโรธวรุณครองเขตตรงกลางของเขตอาศัยคู่กับพรรคอสูร ในบรรดาลค่ายพรรคสำนักทั้งหมดทั้งมวลพรรคอสูรยิ่งใหญ่ที่สุดทรงพลังมากที่สุดชุมนุมด้วยยอดฝีมือคับคั่งมากที่สุด
โดยพรรคอสูรเป็แกนนำค่ายฝ่ายอธรรมโดยค่ายฝ่ายอธรรมมีทั้งหมดสามสำนักเป็ สำนักดาบปฐีสำนักพิโรธวรุณ* (ขอเปลี่ยนชื่อนะครับ) พรรคธารโลหิตโดยพรรคธารโลหิตเป็ค่ายพรรคใหม่ที่พึ่งถือกำเนิดขึ้นมา ได้รับการสนับสนุนจากพรรคอสูรเข้ารุกรานจู่โจมสำนักบุปผามืดอันเป็สำนักอำนาจในอดีต เนื่องเพราะพรรคธารโลหิตมียอดฝีมือจากพรรคอสูรหนุนหลัง ทำให้สำนักบุปผามืดพ่ายแพ้ถูกแย่งชิงพื้นที่เขตทะเลไป
มาตรแม้นสำนักบุปผามืดมิได้ล่มสลายแต่ก็ถูกลดทอนอำนาจไปอย่างมหาศาล หลบลี้หนีหายจากยุทธจักรั้แ่นั้นเป็ต้นมา เวลาพอผ่านไปหลายปีพรรคอสูรยิ่งอยู่ก็ยิ่งทรงอำนาจแทบจะกลืนกินสำนักฝ่ายธรรมะไปจนหมดสิ้น