ราชันย์ลมปราณอนันต์

    ตอนที่ 77: หนึ่งปีแห่งความเปลี่ยนแปลง

    ตอนที่ 77: หนึ่งปีแห่งความเปลี่ยนแปลง

    กาลเวลาในมัชฌิมภพไหลผ่านไปอย่างรวดเร็ว หนึ่งปีเต็มผ่านไปนับตั้งแต่เฟิงหวงได้เข้าปิดด่านฝึกตนอย่างจริงจัง

    ในช่วงหนึ่งปีนี้ โลกภายนอกได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก

    "หอเมฆาคล้อย" ภายใต้การบริหารของสำนักหมอกครามและพันธมิตรห้าตระกูลใหญ่ ได้ขยายสาขาออกไปทั่วทุกเมืองสำคัญในทวีปอัคคีใต้ ชาเมฆาคล้อย, ชากระจ่างปัญญา, และครีมเมฆาหยก ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของความหรูหราและสุดยอดคุณภาพ สร้างรายได้เป็นหินวิญญาณมหาศาลอย่างต่อเนื่อง

    สำนักหมอกครามเองก็ได้รับผลประโยชน์อย่างใหญ่หลวง หลินเยว่หลังจากได้ดูดซับพลังจากบัวหิมะพันปีและได้รับการสนับสนุนทรัพยากรอย่างเต็มที่ ก็ได้ทะลวงสู่ขั้นราชันย์ระดับกลาง กลายเป็นหนึ่งในอัจฉริยะที่เจิดจรัสที่สุดในรุ่นเยาว์อย่างแท้จริง

    "ส่วนศัตรูเก่าอย่างตระกูลสุริยันและหอร้อยสมบัติ หลังจากเหตุการณ์ในแดนลี้ลับ พวกเขาก็เงียบหายไปราวกับยอมรับความพ่ายแพ้ แต่ด้วยเครือข่ายพันธมิตรที่แข็งแกร่งของเฟิงหวงในมัชฌิมภพ ทั้งจากหน่วยข่าวกรองของสำนักหมอกครามและพันธมิตรทางการค้า ได้รายงานว่าทั้งสองขั้วอำนาจได้ลอบติดต่อกันอย่างลับๆ...พวกเขากำลังรอคอยโอกาสที่จะเอาคืน"

    ณ ห้องลับใต้ดินของหอเมฆาคล้อย...

    กองหินวิญญาณคุณภาพสูงที่เคยสูงท่วมหัว บัดนี้ได้กลายเป็นกองผงฝุ่นสีเทาไปจนหมดสิ้น ของเหลวจันทราแก่นแท้ในสระหยกก็เหือดแห้งไปจนหยดสุดท้าย

    ใจกลางห้องนั้น ร่างของเฟิงหวงยังคงนั่งนิ่งไม่ไหวติง แต่รัศมีพลังรอบกายของเขานั้นแตกต่างจากเมื่อหนึ่งปีก่อนอย่างสิ้นเชิง มันหนาแน่น, บริสุทธิ์, และทรงพลังจนทำให้มิติรอบข้างบิดเบี้ยวเล็กน้อย!

    ทันใดนั้น...เขาก็ลืมตาขึ้น!

    ดวงตาของเขาสาดประกายสีทองออกมาวูบหนึ่ง ก่อนจะกลับสู่ความสงบนิ่งที่ลึกล้ำยิ่งกว่าเดิม เขาทะลวงผ่านคอขวดสุดท้ายของขั้นราชันย์ได้สำเร็จแล้ว!

    บัดนี้ เขาคือยอดฝีมือ ขั้นราชันย์ระดับสูงสุด อีกเพียงครึ่งก้าวเท่านั้นก็จะเข้าสู่ขั้นเซียน!

    แต่ความสำเร็จของเขาไม่ได้มีเพียงเท่านั้น...

    ในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา ในขณะที่ร่างกายดูดซับพลังงาน จิตเทวะของเขาก็ได้จดจ่ออยู่กับการศึกษา "แผ่นยันต์ค่ายกลนครจันทรา" อย่างไม่หยุดพัก เขาไม่ได้เพียงแค่เรียนรู้วิธีใช้มัน แต่เขาได้ "ถอดรหัส" และทำความเข้าใจใน "แก่นแท้" ของศาสตร์แห่งค่ายกลบรรพกาล!

    เขายกมือขึ้นวาดไปในอากาศธาตุ พลังลมปราณสีทองไหลออกจากปลายนิ้ว ก่อตัวขึ้นเป็นอักขระค่ายกลที่ซับซ้อนและลอยอยู่กลางอากาศ...นี่คือทักษะที่แม้แต่ปรมาจารย์ค่ายกลทั่วไปก็ยังทำไม่ได้!

    เฟิงหวงลุกขึ้นยืน เขารู้สึกถึงพลังที่เอ่อล้นอยู่ในร่าง เขากลับมาแข็งแกร่งยิ่งกว่าที่เคยเป็นมาหลายเท่าตัว

    เมื่อเขาเดินออกจากห้องลับ ก็พบว่าเว่ยจื่อหลานและหลินเยว่กำลังรอพบเขาอยู่พอดี พวกนางสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของพลังในตำหนักจึงได้รีบมาดู

    "คุณชายเฟิง...ยินดีด้วยที่ท่านออกจากด่าน" หลินเยว่กล่าวด้วยความยินดี แต่สีหน้าของนางกลับแฝงไว้ด้วยความกังวล "แต่ตอนนี้...อาจจะมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นแล้ว"

    เฟิงหวงเลิกคิ้วเล็กน้อย "ว่ามา"

    "สำนักงานใหญ่ของหอร้อยสมบัติได้ร่วมมือกับตระกูลสุริยันอย่างเป็นทางการแล้ว" นางกล่าว "และพวกเขาได้เชิญ 'ปรมาจารย์กู่' ปรมาจารย์ค่ายกลผู้เลื่องชื่อ มายังนครเมฆาล่อง"

    "พวกเขาได้ประกาศว่าจะจัดงาน 'ชุมนุมสลายค่ายกล' ขึ้นในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า โดยท้าทายให้ยอดฝีมือทั่วหล้ามาพยายาม 'ทำลาย' ค่ายกลป้องกันสาขาใหญ่ของพวกเขา ซึ่งปรมาจารย์กู่เพิ่งจะเสริมความแข็งแกร่งให้มันใหม่"

    เฟิงหวงฟังอย่างสงบ เขารู้ดีว่าเรื่องนี้ต้องมีเบื้องหลัง

    หลินเยว่กล่าวต่อด้วยน้ำเสียงที่จริงจังขึ้น "นี่เป็นเพียงฉากหน้า...สายข่าวของเราเชื่อว่าเป้าหมายที่แท้จริงของพวกเขา...คือการใช้ความรู้ของปรมาจารย์กู่ในการหาจุดอ่อนและทำลาย 'ค่ายกลเมฆามายา' ของท่าน...เพื่อแก้แค้นให้กับความอัปยศอดสูทั้งหมด!"

    ศัตรูของเขากำลังจะท้าทายเขา...ในศาสตร์ที่เขาเพิ่งจะบรรลุถึงแก่นแท้ของมัน!

    แทนที่จะกังวล...รอยยิ้มที่สนุกสนานกลับปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเฟิงหวง

    "น่าสนใจ...น่าสนใจมาก" เขากล่าวเบาๆ "ในเมื่อพวกเขาจัดเวทีให้ข้าได้แสดงฝีมือถึงขนาดนี้...หากข้าไม่ไปร่วมสนุกด้วย ก็คงจะเสียมารยาทเกินไป"