ตอนที่ 9 ตราประทับบนฝ่ามือ
กลิ่นธูปไหม้เจือปนกับกลิ่นสาบของพืชสมุนไพรแปลกๆ ตลบอบอวลอยู่ในห้องลับใต้ร้านโอสถิญญา ธีรภพนั่งอยู่กลางวงล้อมของเทียนน้ำมนต์เจ็ดเล่มที่วางเรียงเป็รูปเจ็ดดาวเหนือ แสงไฟจากเทียนไม่ได้เป็สีเหลืองนวลอย่างที่ควรจะเป็ แต่มันกลับเป็สีม่วงอ่อนที่สั่นไหวราวกับมีชีวิต
เฒ่าพรายยืนจ้องมองฝ่ามือขวาของธีรภพที่ถูกพันธนาการไว้ด้วยด้ายสายสิญจน์สีดำสนิท ซึ่งลงอักขระชุบน้ำมันพรายโบราณ บนฝ่ามือนั้นเนตรอสูรที่ดูเหมือนรอยแผลเป็รูปดวงตากำลังขยับเขยื้อนอยู่ใต้ิั เปลือกตาของมันกระตุกเป็ระยะ ราวกับสิ่งมีชีวิตที่กำลังจะตื่นจากการหลับใหลนับพันปี
“ความเ็ปคือครูที่ดีที่สุด เ้าหนุ่ม” เฒ่าพรายกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ “หากเ้าคุมดวงตานี้ไม่ได้ มันจะเขมือบจิตใจของเ้า และใช้ร่างของเ้าเป็ทางผ่านให้ปีศาจจากอเวจีขึ้นมาเดินบนโลกมนุษย์”
“ผม ผมจะทำยังไง” ธีรภพกัดฟันถาม เหงื่อเม็ดเป้งไหลโซมกายจนเสื้อเชิ้ตสีเข้มแนบไปกับลำตัวที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม
“เ้าต้องเปิดมันด้วยเจตจำนง ไม่ใช่ความโกรธ” เฒ่าพรายเดินไปหยิบกริชทองแดงเก่าๆ ออกมา “ลลินทิพย์ เตรียมเวทหน่วงิญญาไว้ ถ้าดวงตานี่คลั่งขึ้นมา ให้ใช้พลังจันทราสะกดใจเขาไว้ทันที”
ลลินทิพย์พยักหน้าด้วยสีหน้าเคร่งเครียด มือของเธอสั่นเล็กน้อยขณะรวบรวมแสงสีนวลไว้ที่ปลายนิ้ว “ธีรภพ เชื่อใจฉันนะ”
เฒ่าพรายไม่รอช้า เขาใช้กริชทองแดงกรีดลงบนฝ่ามือของธีรภพตรงจุดที่ดวงตาซ่อนอยู่ เืสีแดงเข้มไหลซึมออกมา
ทันใดนั้น ความเงียบในห้องลับก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงคำรามที่ไม่ได้ดังมาจากภายนอก แต่ดังมาจากข้างในตัวของธีรภพเอง!
ฉึก!
“เปิด!” เฒ่าพรายะโ
ทันใดนั้น ิับนฝ่ามือของธีรภพก็แยกออกอย่างน่าสยดสยอง ดวงตาสีแดงฉานที่มีรูม่านตาเป็รูปขีดขวางแบบสัตว์ร้ายปรากฏขึ้นกลางฝ่ามือขวาของเขา มันกลอกกลิ้งไปมาอย่างบ้าคลั่ง พลังงานสีดำทมิฬพวยพุ่งออกมาจากฝ่ามือจนเทียนน้ำมนต์ทั้งเจ็ดเล่มดับพรึบลงในพริบตา
“อ๊ากกกกกก!”
ธีรภพกรีดร้องด้วยความเ็ปที่เหนือคำบรรยาย ภาพนิมิตนับพันพุ่งเข้าสู่สมองของเขา เขาเห็นิญญานับล้านที่ถูกทรมานในนรก เห็นกองทัพอสูรที่เตรียมจะบุกโลก และเห็นใบหน้าของบรรพบุรุษตระกูลศราวิญญ์ที่ยืนอยู่นอกขอบเหวแห่งความมืด
“จิตใจเ้ากำลังถูกกัดกิน ลลินทิพย์ เร็วเข้า” เฒ่าพรายร้องสั่ง
“มนตราจันทรา : โซ่ตรวนสะกดจิต” ลลินทิพย์วาดมือกลางอากาศ เส้นแสงสีขาวนวลพุ่งเข้าพันรอบตัวธีรภพ พยายามดึงสติของเขากลับมาจากห้วงเหวแห่งความบ้าคลั่ง
“ธีรภพ! อย่ามองในสิ่งที่ไม่ใช่ตัวตนของคุณ มองมาที่ฉัน จำชื่อตัวเองไว้” เสียงของลลินทิพย์ดังแทรกผ่านนิมิตที่โหดร้าย
ธีรภพหอบหายใจรัว เขาพยายามรวบรวมเศษเสี้ยวของสติที่เหลืออยู่ เขาเริ่มท่องคาถาที่ปรากฏขึ้นในหน้าสุดท้ายของตำราอาคมเืโดยอัตโนมัติ
“ในกายมีเื ในเืมีิญญา เนตรข้าคือเนตรมัน กายข้าคือผู้บัญชา”
ทันทีที่เขากล่าวจบ ดวงตาบนฝ่ามือที่เคยกลอกกลิ้งอย่างบ้าคลั่งก็หยุดนิ่งลง มันจ้องมองตรงไปยังความว่างเปล่าข้างหน้า พลังงานสีดำที่เคยพวยพุ่งเริ่มหดตัวกลับเข้าสู่ฝ่ามือ และแปรเปลี่ยนเป็แสงสีแดงที่นิ่งสงบแต่ทรงพลังอย่างมหาศาล
ธีรภพเงยหน้าขึ้น ดวงตาปกติของเขายังเป็สีดำ แต่ในแววตานั้นกลับมีประกายสีแดงจางๆ สะท้อนออกมา เขาพบว่าประสาทััของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
เขาสามารถมองทะลุผ่านกำแพงห้องลับไปเห็นผู้คนที่เดินอยู่บนถนนเยาวราช เห็นเส้นใยิญญาสีขาวที่เชื่อมโยงลลินทิพย์ไว้กับจันทรา และเห็นกลุ่มก้อนความมืดขนาดใหญ่สามกลุ่มที่กำลังเคลื่อนที่มุ่งหน้ามายังร้านยาแห่งนี้ด้วยความเร็วสูง
“พวกมันมาแล้ว” ธีรภพกล่าวเสียงเรียบ พลังของเนตรอสูรทำให้เขาสุขุมขึ้นจนน่ากลัว
“ใครมา” ลลินทิพย์ถามพลางปาดเหงื่อ
“นักล่าิญญาระดับปรมาจารย์สามคน” ธีรภพหันไปมองเฒ่าพราย “คุณรู้ใช่ไหมว่าที่นี่จะกลายเป็สนามรบ”
เฒ่าพรายหัวเราะหึๆ ในลำคอ “ข้าแก่แล้ว แต่ร้านยานี่น่ะ ลงอาคมกันไฟกันะเิไว้ั้แ่สมัยรัชกาลที่ห้า เ้าหนุ่ม ตอนนี้เ้าปลดผนึกเนตรได้แล้ว แต่นี่เป็เพียงแค่การลืมตาขึ้นมาดูโลกเท่านั้น เ้าต้องใช้อำนาจของดวงตานี้สยบพวกมันให้ได้”
เฒ่าพรายยื่นมือไปหยิบไม้ตะพดหัวัออกมา “ข้าจะช่วยกันประตูด้านหน้าไว้ให้ ส่วนเ้าพาแม่หนูนี่ขึ้นไปบนดาดฟ้า จงใช้เนตรอสูรควบรวมกับอาคมเื สร้างเขตแดนของเ้าเอง”
ธีรภพพาลลินทิพย์ปีนบันไดวนขึ้นไปยังดาดฟ้าของตึกแถวเก่า ลมกลางคืนของกรุงเทพฯ พัดแรงจนชายเสื้อสะบัด ท่ามกลางแสงสีของเมืองหลวงที่ดูไม่หลับใหล ร่างสามร่างในชุดผ้าคลุมสีเทาเข้มยืนรออยู่บนยอดตึกฝั่งตรงข้าม
พวกเขาทั้งสามไม่มีใบหน้า มีเพียงหน้ากากโลหะที่สลักอักขระศักดิ์สิทธิ์ไว้ นี่คือสามผู้เฒ่าหน้ากากเหล็ก นักฆ่าระดับปรมาจารย์ของสภาอาคมขาวที่ทำงานในเงามืด
“ธีรภพ ศราวิญญ์ เ้าเนตรอสูรที่อันตรายเกินไป” หนึ่งในนั้นกล่าว เสียงดังฟังชัดแม้ลมจะแรง “จงสละมือขวาของเ้าเสีย แล้วเราจะให้เ้าตายอย่างสมเกียรติ”
“ถ้าอยากได้ ก็เข้ามาเอาเอง” ธีรภพแบฝ่ามือขวาออก แสงสีแดงจากเนตรอสูรฉายวาบออกมาจนมองเห็นเป็ลำแสงพุ่งขึ้นฟ้า
“อาคมประสาน กรงล้อสุริยันจันทรา” ผู้เฒ่าทั้งสามะโลงมาพร้อมกัน สร้างวงเวทขนาดมหึมาบนดาดฟ้า แสงสว่างจ้าดุจดวงอาทิตย์ะเิออกหมายจะแผดเผาทุกสิ่งที่อยู่นอกเหนืออาคมแสง
“ลลินทิพย์ ขอยืมพลังแสงจันทร์ของคุณหน่อย” ธีรภพะโ
ลลินทิพย์เข้าใจเจตนาทันที เธอส่งพลังทั้งหมดผ่านไม้เท้าพระจันทร์เสี้ยวเข้าสู่ไหล่ซ้ายของธีรภพ ธีรภพรับพลังจันทราที่เยือกเย็นมาผสานเข้ากับพลังเืที่ร้อนแรงในกาย แล้วส่งผ่านออกไปที่ฝ่ามือขวา
“มหาอาคมโบราณ : เนตรอสูรสยบ์”
วงเวทสีดำแดงขยายตัวออกปะทะกับกรงล้อสุริยันจันทรา เสียงะเิของอาคมดังกึกก้องจนกระจกของตึกแถวรอบด้านแตกกระจาย แต่คนธรรมดาเบื้องล่างจะเห็นเพียงแค่ไฟฟ้ารัดวงจรหรือแสงสีประหลาดๆ เท่านั้น
ธีรภพพุ่งตัวผ่านกลุ่มควัน ดาบโลหิตในมือคราวนี้ไม่ได้สั้นอีกต่อไป แต่มันยาวใหญ่และมีดวงตาเล็กๆ กระจัดกระจายอยู่ตามใบดาบ เขาใช้เนตรอสูรมองเห็นจุดอ่อนในกระแสพลังของศัตรู
ฉั้วะ!
ดาบโลหิตฟันผ่านหน้ากากโลหะของหนึ่งในผู้เฒ่าจนแตกกระจาย เผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริงที่เป็เพียงโครงกระดูกที่ถูกชุบชีวิตด้วยอาคม
“พวกแก ไม่ใช่คนแล้วงั้นเหรอ” ธีรภพถามด้วยความใ
“เราคือผู้สละกายเพื่อกฎเกณฑ์!” ผู้เฒ่าที่เหลืออีกสองคนพุ่งเข้าใส่พร้อมโซ่อาคม
ธีรภพไม่หลบ แต่เขากลับใช้ฝ่ามือขวาคว้าจับโซ่อาคมเอาไว้ เนตรอสูรบนฝ่ามือเริ่มดูดกลืนพลังอาคมจากโซ่เ่าั้เข้าไปอย่างรวดเร็ว ิัของเขาเริ่มมีเกล็ดสีดำจางๆ ปรากฏขึ้น
“กลืนกิน ให้หมด” ธีรภพคำราม
ร่างของผู้เฒ่าหน้ากากเหล็กทั้งสามเริ่มสั่นสะท้าน พลังิญญาของพวกเขาถูกดูดเข้าไปในเนตรอสูรจนหมดสิ้น ก่อนที่ร่างเ่าั้จะสลายกลายเป็เถ้าถ่านลอยไปตามลม
เมื่อศัตรูหายไป ธีรภพทรุดตัวลงคุกเข่า หอบหายใจอย่างรุนแรง เนตรอสูรบนฝ่ามือค่อยๆ ปิดสนิทลงกลายเป็รอยแผลเป็เหมือนเดิม แต่ความรู้สึกที่ได้กลืนกินพลังงานิญญาเข้าไปนั้น ทำให้เขารู้สึกแข็งแกร่งขึ้นอย่างที่ที่ไม่เคยเป็มาก่อน
ลลินทิพย์เดินเข้ามาหาเขา เธอมีแววตาสั่นเครือ “ธีรภพ คุณเป็ยังไงบ้าง”
“ผม ผมไม่เป็ไร” ธีรภพเงยหน้ามองเธอ แต่ลลินทิพย์กลับผงะถอยหลังไปก้าวหนึ่ง
“ดวงตาของคุณ”
ธีรภพส่องหน้าตัวเองจากเงาในแอ่งน้ำบนดาดฟ้า เขาพบว่าดวงตาปกติข้างขวาของเขา บัดนี้มีจุดสีแดงเล็กๆ อยู่กลางรูม่านตา ซึ่งมันจะไม่มีวันจางหายไปอีกแล้ว
“นี่คือราคาที่ต้องจ่ายสินะ” เขาพึมพำ
เฒ่าพรายเดินขึ้นมาบนดาดฟ้าในสภาพสะบักสะบอมเล็กน้อย ไม้ตะพดของเขาหักครึ่ง “พวกมันเป็แค่ทัพหน้า การที่เ้าฆ่าสามผู้เฒ่าหน้ากากเหล็กได้ จะทำให้สภาอาคมส่งกองทัพที่ใหญ่กว่านี้มา”
เฒ่าพรายมองไปยังเส้นขอบฟ้าของกรุงเทพฯ ที่กำลังจะเริ่มมีแสงเงินแสงทองจับ “เ้าเริ่มไม่ใช่ผู้ฝึกคาถาอีกต่อไปแล้ว ธีรภพ พลังของเ้าตอนนี้อยู่ในระดับจอมอาคมเต็มตัว และสิ่งที่เ้าถือครองอยู่คือจุดเริ่มต้นของตำนานที่โลกไสยศาสตร์จะต้องจดจำ”
“ผมต้องทำยังไงต่อไป”
“เ้าต้องสร้างสำนักของเ้าเอง หรือไม่ก็ต้องหาพันธมิตรที่แข็งแกร่งพอจะต้านทานสภาอาคมได้” เฒ่าพรายหยิบบางอย่างออกมาจากอกเสื้อ มันคือกุญแจไม้โบราณ “จงไปที่วัดร้างในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่นั่นมีสิ่งที่ปู่ของเ้าทิ้งไว้ให้ สิ่งที่จะทำให้เ้ากลายเป็ผู้ใช้อาคมที่แท้จริง”
ธีรภพรับกุญแจมา เขามองไปที่ลลินทิพย์ หญิงสาวที่บัดนี้กลายเป็ผู้ร่วมชะตากรรมที่ไม่อาจแยกจาก
“เราไปกันเถอะครับ ลลินทิพย์ ไปดูว่าจุดเริ่มต้นของเื่นี้มันคืออะไรกันแน่”
การเดินทางจากเมืองกรุงมุ่งสู่เมืองเก่ากำลังจะเริ่มต้นขึ้น พร้อมกับพลังเนตรอสูรที่พร้อมจะสั่นะเืทั้งสามภพ!
จบตอนที่ 9
สนับสนุนค่ากาแฟ หรือโดเนทเป็กำลังใจให้ได้นะครับ
4380169722 : ธนาคารไทยพาณิชย์