Ghost & Doctor ผีวุ่นวายกับนายแพทย์อ่อนหัด

    ตอนที่ 2 โรงพยาบาลทาเคนากะ

    ตอนที่ 2

    สนามบินสุวรรณภูมิ

    ผู้โดยสารที่ต้องการบินไปที่ประเทศญี่ปุ่นในเที่ยวบิน TG642(เป็นเพียงการสมมุติเท่านั้น) ในเวลา 05.00 น. กรุณาไปที่เกท 2 ด้วยค่ะขอบคุณค่ะ เสียงพนักงานของท่าอากาศยานประกาศออกลำโพง

    “ได้เวลาแล้วสินะ” ดนัยมองดูตั๋วในมือก่อนจะลากกระเป๋าไปที่ช่องตรวจสัมภาระเพื่อจะเดินไปเข้าเกทเพื่อเดินทางไปญี่ปุ่น

    หลังจากดนัยให้เจ้าหน้าที่ตรวจกระเป๋าสัมภาระและโหลดกระเป๋าเสร็จเขาก็มุ่งหน้าไปยังเกทเพื่อไปขึ้นเครื่องบินทันทีการเดินทางไปญี่ปุ่นของดนัยในครั้งนี้ใช้เวลาราวๆ 5 ชั่วโมง

    5 ชั่วโมงต่อมา

    ดนัยเดินทางมาถึงสนามบินนาริตะที่โตเกียวเขามองซ้ายมองขวาหาคนที่จะมารับเขาตามอีเมลที่ได้แจ้งเอาไว้ดนัยมองหาไม่นานสายตาของเขาก็ไปสะดุดกับป้ายที่เขียนชื่อของเขาเอาไว้เป็นภาษาไทย นายแพทย์ณัฐดนัย รักษาชาติ

    “อยู่นั่นเอง” ดนัยเดินไปหาคนที่ถือป้ายนั้นทันที

    “สวัสดีครับคุณคือคนที่มารับผมหรือเปล่าผมคือนายแพทย์ณัฐดนัยครับ” ดนัยพูดกับคนที่มารับเป็นภาษาญี่ปุ่น

    “อ๊ะคุณคือหมอณัฐดนัยเหรอคะ พูดญี่ปุ่นคล่องจังเลย” คนที่ถือป้ายอยู่ลดป้ายลงก่อนดนัยจะเห็นว่าคนที่มารับเขานั้นเป็นผู้หญิงแถมยังใส่เสื้อกราวด์อยู่ด้วย

    เป็นผู้หญิงเหรอแถมยังเป็นหมอเหมือนกันด้วย อายุน่าจะพอๆกับเรา ดนัยคิดในใจก่อนจะตอบกลับไป

    “ครับผมพูดได้ว่าแต่คุณชื่อ....” ดนัยไม่รู้จักชื่อของเธอที่มารับเขา

    “อ๊ะขอโทษค่ะ ฉันชื่อซานาดะ ยูมิ ค่ะ” เธอแนะนำตัวเอง

    (คนญี่ปุ่นเวลาเรียกชื่อจะเรียกนามสกุลขึ้นก่อนเหมือนกับพวกฝรั่งนะครับแล้วการจะเรียกชื่อจริงของเธอได้นั้นจะต้องได้รับการอนุญาติจากเจ้าตัวเสียก่อนอย่าไปเรียกสุ่มสี่สุ่มห้าถ้าไปเรียกเลยโดยที่เจ้าตัวไม่อนุญาติจะเป็นการเสียมารยาทนะครับ)

    “ยินดีที่ได้รู้จักครับหมอซานาดะ” ดนัยทำความรู้จัก

    “เช่นกันค่ะหมอณัฐดนัย จะเรียกฉันยูมิก็ได้ค่ะ” ยูมิพูดชื่อของดนัยด้วยน้ำเสียงติดๆขัดๆเพราะชื่อของคนไทยนั้นออกเสียงยากสำหรับคนญี่ปุ่น

    “ถ้าอย่างนั้นผมไม่เกรงใจนะครับคุณหมอยูมิ ส่วนคุณเรียกผมหมอดนัยก็ได้นั่นคือชื่อเล่นผม เพราะคนญี่ปุ่นคงออกเสียงชื่อจริงผมยากพอสมควร” ดนัยพูด

    (ชื่อดนัยนั้น ถ้าออกเสียงแบบญี่ปุ่นจะออกเสียงว่า ดา-นา-อิ และเมื่อออกเสียงเร็วๆแล้วนั้นจะออกเสียงดนัยได้ไม่ยากครับ)

    “ค่ะหมอดนัย ถ้าอย่างนั้นเราไปที่โรงพยาบาลกันเลยมั้ยคะออกตอนนี้น่าจะถึงเที่ยงๆพอดี” ยูมิพูด

    “ครับเราไปกันเถอะผมเองก็อยากจะเห็นโรงพยาบาลแล้ว” ดนัยพยักหน้าจากนั้นยูมิก็พาดนัยไปที่รถทันทีหลังจากดนัยเก็บกระเป๋าไว้ที่หลังรถเรียบร้อยแล้วยูมิก็ขับรถพาดนัยไปที่โรงพยาบาลที่เขากำลังจะเริ่มทำงานในวันนี้

    เวลาต่อมา

    ซึ่งระหว่างทางนั้นดนัยและยูมิก็คุยกันมาตลอดทำให้ดนัยได้รู้ว่าเขาและยูมินั้นอายุเท่ากับเขาเพียงแต่เธอทำงานในแผนกรังสีวิทยา ยูมิคอยแนะนำวิธีเข้าเมืองและสถานที่ช็อปปิ้งให้ดนัยได้รู้ระหว่างการขับรถ

    “ว้าวนี่น่ะเหรอโรงพยาบาลทาเคนากะ” ดนัยร้องว้าวออกมาหลังจากเห็นโรงพยาบาลอยู่ข้างหน้า

    “เป็นยังไงบ้างคะ” ยูมิถามพลางขับรถตรงไปยังที่จอดรถของบุคลากรในโรงพยาบาล

    “เป็นโรงพยาบาลที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมาเลยครับ” ดนัยพูดโรงพยาบาลตรงหน้าเขานั้นใหญ่กว่าโรงพยาบาลดังๆในประเทศไทยหลายเท่า

    “ค่ะที่นี่นั้นใช้เวลาสร้างเกือบห้าปีกว่าจะเปิดให้บริการ โรงพยาบาลนี้เองก็พึ่งจะสร้างเสร็จเมื่อต้นปีที่ผ่านมาเองค่ะทำให้ตัวตึกมีความใหม่อยู่มาก” ยูมิบอก

    “ต้นปีแสดงว่าพึ่งจะหกเดือนเองสินะครับ ว้าวยอดไปเลย” ดนัยพยักหน้าพอยูมิจอดรถเรียบร้อยแล้วเธอก็บอกให้ดนัยเอากระเป๋าลงมาเลย

    “คุณจองหอพักของทางโรงพยาบาลเอาไว้สินะคะ ฉันจะพาคุณไปที่หอพักก่อนจะได้เอากระเป๋าพวกนี้ไปเก็บจากนั้นค่อยพาคุณไปทำความรู้จักกับโรงพยาบาลและเพื่อนร่วมงาน” ยูมิพูด

    “หอพักผมอยู่ใกล้ๆโรงพยาบาลเหรอครับ !!” ดนัยอุทานออกมา

    “ใช่ค่ะเห็นตึกนั้นมั้ยคะนั่นคือหอพักของแพทย์ที่จองเอาไว้ ซึ่งราคามันถูกมากๆทำให้แพทย์ส่วนใหญ่นั้นเลือกที่จะพักที่นี่กันทั้งนั้นฉันได้รับกุญแจจากทางฝ่ายบุคคลมาแล้ว” ยูมิบอกพลางชี้ไปที่ตึกๆหนึ่งซึ่งอยู่ห่างออกไปจากตัวตึกของโรงพยาบาลเพียงแค่ไม่กี่ช่วงถนนเท่านั้น

    สวัสดิการดีโคตรตอนแรกเห็นว่ามีหอพักที่ทางโรงพยาบาลเตรียมไว้ให้ราคาถูกๆนึกว่าจะอยู่ไกลโรงพยาบาลเสียอีกนี่มันอะไรอยู่ห่างไปไม่ถึงสามร้อยเมตรเลย แถมดูจากตรงนี้แล้วตึกน่าจะใหม่มากๆเลยนะเนี่ย ดนัยคิดพลางเดินตามยูมิไปที่ห้องพัก

    ไม่นานดนัยและยูมิก็เดินมาถึงหอพัก

    “โหมีกระทั่งลิฟท์ด้วย” ดนัยอดทึ่งไม่ได้เพราะไม่นึกว่าหอพักที่ราคาถูกขนาดไม่กี่พันบาทต่อเดือนเมื่อเทียบกับราคาที่ไทยจะมีลิฟท์ให้ใช้ด้วย

    “ค่ะส่วนห้องของหมอดนัยอยู่ชั้น 3 ค่ะ” ยูมิพยักหน้าพลางยื่นกุญแจให้ดนัย

    “304 งั้นเหรอต่อไปนี้นี่คือห้องพักของเราสินะ” ดนัยยิ้มออกมาบางๆซึ่งรอยยิ้มของดนัยนั้นยูมิสังเกตุเห็นพอดีและทำให้เธอหน้าขึ้นสีก่อนจะรีบหันหน้าไปทางอื่นทันที

    ดนัยเป็นคนค่อนข้างหน้าตาดีถ้าเทียบกับคนญี่ปุ่นแล้วนั้นดนัยสามารถเป็นไอดอลได้สบายๆ

    ติ๊ง !! เสียงลิฟท์ดังขึ้นก่อนประตูจะเปิดออก

    “คุณจะรออยู่นี่หรือเปล่าครับคุณยูมิ” ดนัยถาม

    “อะ อะ เอ่อ...ฉันไปด้วยค่ะเผื่อห้องมีปัญหาอะไรฉันจะได้ไปบอกฝ่ายบุคคลให้เปลี่ยนห้องให้” ยูมิก้มหน้าลงเพื่อซ่อนสีหน้าก่อนจะพูดตอบดนัย

    “ครับ” ดนัยพยักหน้าก่อนจะให้ยูมิเดินเข้าลิฟท์ไปก่อนและตัวเองค่อยตามเข้าไปเพื่อที่จะได้เป็นคนกดลิฟท์ให้เมื่อขึ้นมาถึงชั้นสามนั้นดนัยก็เปิดประตูห้องเข้าไปทันที

    แกร๊ก !! ทันทีที่ดนัยเปิดเข้าไปก็ต้องอึ้งกับห้องพักที่เขาได้

    “ว้าวสวยมากเลยยังกับคอนโดนี่กี่ตารางวาครับเนี่ย” ดนัยเดินเข้าไปพลางถามยูมิ

    “รู้สึกว่าจะ 33 ตารางวานะคะฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าถูกต้องมั้ยเอาไว้จะถามให้แล้วกันค่ะ” ยูมิตอบ

    “33 ตารางวาใหญ่มากเลยนะเนี่ยถ้าเทียบค่าเช่าห้องใหญ่ขนาดนี้ถูกกว่าที่ไทยอีกนะเนี่ย” ดนัยพูดเพราะถ้าเป็นที่ไทยล่ะก็ห้องใหญ่ขนาดนี้น่าจะราคาราวๆเดือนละหนึ่งหมื่นบาท แต่ที่นี่นั้นเขาสามารถเช่าได้ในราคาเพียงแค่หกพันเท่านั้น

    “เอาล่ะค่ะหมอดนัยเอาของไปเก็บก่อนดีกว่า แล้วคืนนี้หมอดนัยค่อยมาทำความรู้จักห้องตัวเองนะคะ ตอนนี้จะเที่ยงแล้วฉันจะพาหมอดนัยไปที่โรงอาหารก่อนเผื่อจะเจอเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆด้วยจะได้พาหมอดนัยไปทำความรู้จักเลยทีเดียว” ยูมิพูด

    “ครับ” ดนัยพยักหน้าก่อนจะขนกระเป๋าไปทิ้งไว้ที่ห้องนอนเมื่อเก็บกระเป๋าเสร็จแล้วยูมิก็พาดนัยกลับไปที่โรงพยาบาลและมุ่งตรงไปที่โรงอาหาร ส่วนเรื่องทำความรู้จักส่วนต่างๆของโรงพยาบาลนั้นยูมิบอกว่าเอาไว้จะพาเขาไปรู้จักส่วนต่างๆในช่วงบ่าย

    ที่โรงพยาบาล

    “อ๊ะคุณหมอซานาดะนั่นแฟนเหรอคะเนี่ย !!” พยาบาลคนหนึ่งทักทายยูมิเมื่อเห็นเธอเดินเข้ามากับหนุ่มคนหนึ่ง

    “ใช่ที่ไหนกันล่ะคะนี่หมอดนัย จะมาเป็นหมอที่โรงพยาบาลเราวันนี้” ยูมิพูดแก้ความเข้าใจผิดของพยาบาล

    “ว้าวหมอใหม่ล่ะหล่อมากด้วย !!”

    “ไหนๆคุณหมอคนใหม่เหรอ ว้าวน่ารักจังเลย”

    เหล่าพยาบาลที่อยู่แถวๆนี้พอได้ยินว่ามีหมอคนใหม่แถมยังหล่อมาก็กระดี้กระด้าเข้ามาลุมดูดนัยยังกับดนัยเป็นสัตว์หายาก

    “เอ่อ....” ดนัยถึงกับทำตัวไม่ถูกเพราะเขาไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อน

    “เอาล่ะพอก่อนๆฉันต้องพาหมอดนัยไปทำความรู้จักส่วนต่างๆของโรงพยาบาลและพาไปทานข้าวอีกพวกเธอยังมีเวลาทำความรู้จักกันอีกนาน” ยูมิที่เห็นว่าดนัยทำตัวไม่ถูกจึงเอ่ยปากช่วย

    “ค่า !!!!!” เสียงเหล่าพยาบาลตอบพลางลากเสียงยาวก่อนจะแยกย้ายกันไปทำงานต่อ

    “ขอบคุณครับ” ดนัยหันไปพูดขอบคุณยูมิ

    “ไม่เป็นไรค่ะโรงพยาบาลเราอัตราส่วนพนักงานหญิงมากกว่าผู้ชายแถมหมอผู้ชายที่นี่แต่ละคนก็อายุใกล้เลขสี่กันทั้งนั้นพอเห็นหมอดนัยที่อายุยังน้อยเลยกระดี้กระด้ากันใหญ่” ยูมิบอกจากนั้นเธอก็พาดนัยเดินไปที่ฝ่ายบุคคลเพื่อเอาเสื้อกราวด์และป้ายชื่อให้ดนัย เมื่อดนัยใส่เสื้อกราวด์และป้ายชื่อเรียบร้อยเขาก็กลมกลืนกลับโรงพยาบาลแห่งนี้ทันที

    จากนั้นยูมิก็พาดนัยเดินทัวร์ไปทั่วโรงพยาบาลแห่งนี้ตลอดทางมีทั้งหมอและพยาบาลมาทักพวกเขาตลอดดูเหมือนยูมิจะเป็นที่รู้จักของทุกคนในโรงพยาบาลแห่งนี้

    “เอาล่ะค่ะจากนี้เราไปโรงอาหารกันดีกว่านี่ก็เที่ยงครึ่งแล้ว โรงอาหารของพนักงานในโรงพยาบาลจะอยู่ตรงนั้นค่ะ” ยูมิชี้ไปห้องโถงด้านหน้าที่ห่างไปไม่ไกล

    “เอ่อ...ครับว่าแต่ห้องน้ำอยู่ไหนเหรอครับตั้งแต่ลงจากเครื่องมาผมยังไม่ได้เข้าห้องน้ำเลยครับ” ดนัยถาม

    “ทางนั้นเลยค่ะห้องน้ำโซนนี้ใช้ได้หมดเพราะเป็นพื้นที่พนักงานทั้งหมดจะไม่มีคนไข้อยู่บริเวณนี้เลยค่ะ” ยูมิชี้ไปที่อีกทางซึ่งเป็นทางเดินยาวกว่าห้าสิบเมตร

    “ครับ” ดนัยพยักหน้า

    “ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวเจอกันที่โรงอาหารนะคะฉันจะไปจองโต๊ะไว้ให้ก่อน” ยูมิพูดก่อนจะเดินเข้าโรงอาหารไปก่อน

    “อ๊ะเจอแล้วห้องน้ำชาย !!” ดนัยเจอห้องน้ำในที่สุดเขาจึงเดินเข้าไปในจังหวะที่กำลังจะเดินเข้าไปนั้นเองจู่ๆเขาก็เห็นใครบางคนเดินเข้าไปในห้องน้ำหญิง

    ควับ !! ดนัยรีบก้าวถอยออกมาพลางมองไปยังป้ายห้องน้ำหญิง

    “เมื่อครู่มันชุดคนไข้ไม่ใช่เหรอ” ดนัยแปลกใจไหนหมอยูมิบอกว่าโซนนี้เป็นโซนของพนักงานก็ไม่น่าจะมีคนไข้ได้สิ

    “ขอโทษนะครับพื้นที่นี้เป็นพื้นที่เขตพนักงานของโรงพยาบาลถ้าจะใช้ห้องน้ำไปใช้ด้านนอกดีกว่านะครับ” ดนัยตะโกนเข้าไปในห้องน้ำหญิงแต่ทว่ากลับไม่มีเสียงใครตอบกลับมา

    “แปลกแฮะทำไมไม่มีใครตอบกลับมา หรือว่าคนไข้คนนั้นจะเป็นลมในห้องน้ำหว่า” ดนัยพูดพลางชะโงกหน้าเข้าไปดู

    “ขอโทษนะครับมีใครอยู่มั้ย” ดนัยพูดพลางชะโงกเข้าไป

    แป๊ก !! ทันทีที่ดนัยชะโงกหน้าเข้าไปไฟห้องน้ำก็ถูกเปิดทันที

    “หือ” ดนัยมองไปที่กำแพงก่อนจะเห็นว่าไฟในห้องน้ำนี้เป็นไฟแบบอัตโนมัติมันจะเปิดขึ้นก็ต่อเมื่อมีคนเข้าห้องน้ำเท่านั้น

    ฮือ !! จู่ๆดนัยก็เหมือนจะได้ยินเสียงของคนร้องไห้นี่ยิ่งทำให้เขาแปลกใจเข้าไปใหญ่ตอนนั้นเองดนัยจึงตัดสินใจว่าจะเดินเข้าไปดูด้านในแต่ทว่าก่อนที่ขาเขาจะก้าวเข้าไปก็ได้ยินเสียงอุทานจากด้านหลังเสียก่อน

    “ว้ายคุณหมอจะทำอะไรคะนั่นห้องน้ำหญิงนะคะ !!!” พยาบาลคนหนึ่งอุทานออกมาหลังจากเห็นว่ามีหมอผู้ชายกำลังจะเดินเข้าห้องน้ำหญิง

    “อ๊ะขอโทษครับ” ดนับรีบชักเท้ากลับมาพลางขอโทษขอโพย

    “ค่ะไม่เป็นไรค่ะห้องน้ำชายอยู่ถัดไปนะคะ ว่าแต่หมอใหม่เหรอคะไม่เคยเห็นหน้าเลย” พยาบาลถาม

    “ใช่ครับผมเป็นหมอใหม่พึ่งจะมาทำงานวันนี้ในแผนกศัลยแพทย์ทั่วไปเรียกผมหมอดนัยก็ได้ครับ” ดนัยพูดพลางมองหน้าพยาบาลคนนี้ที่ดูแล้วน่าจะมีอายุประมาณสามสิบต้นๆ

    “อ๋อถ้าอย่างนั้นเราคงได้ทำงานร่วมกันสินะคะ ฉันชื่ออิจิโนเสะ ริโกะ เรียกริโกะก็ได้ค่ะ ฉันเป็นพยาบาลอยู่ห้องผ่าตัด” เธอแนะนำตัวเองว่าเธอชื่อริโกะ

    “ยินดีที่ได้รู้จักนะครับคุณริโกะ” ดนัยพูดพลางยิ้มให้อ่อนๆสไตล์คนไทย

    “ค่ะยินดีที่ได้รู้จัก” ริโกะพยักหน้าพลางยิ้มตอบ

    “ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะครับ อ๊ะจะว่าไปคุณริโกะเมื่อครู่ผมเหมือนจะเห็นว่ามีคนไข้เข้าห้องน้ำไปน่ะครับ แล้วเหมือนผมจะได้ยินเสียงร้องไห้ด้วยยังไงคุณช่วยดูในห้องน้ำให้หน่อยนะครับ” ดนัยชี้ไปในห้องน้ำหญิง

    “อ๋อ...ที่คุณจะเข้าห้องน้ำหญิงก็เพราะแบบนี้นี่เอง” ริโกะพยักหน้าเข้าใจ

    “ใช่ครับฝากด้วยนะครับ” ดนัยพยักหน้าก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำชายไปเพราะฉี่เขาจะราดอยู่แล้ว

    “คนไข้งั้นเหรอมาอยู่แถวนี้ได้ไงเนี่ยไม่น่าจะเดินผ่านพวก รปภ. มาได้นี่นา” ริโกะแปลกใจพลางเดินเข้าห้องน้ำบ้าง

    แป๊ก !! ทันทีที่ริโกะเดินเข้าไปไฟห้องน้ำก็ติดขึ้นทันที

    “อ้าวก็ไม่มีคนอยู่ในห้องน้ำนี่นา เสียงร้องไห้ก็ไม่มี” ริโกะเริ่มงงแต่เธอก็ลองเดินไปดูที่ห้องน้ำด้านในทุกห้องและเมื่อเธอดูหมดแล้วยิ่งทำให้เธองงเข้าไปใหญ่เพราะเธอไม่พบใครเลยอยู่ในห้องน้ำ

    “แปลกจังหรือว่าหมอดนัยจะเข้าใจผิด” ริโกะพูดก่อนจะเลิกสนใจเพราะเธอคิดว่าดนัยคงเข้าใจผิดไปเองว่ามีคนไข้มาใช้ห้องน้ำที่นี่

    ริโกะเดินไปเข้าห้องน้ำห้องแรกสุดเพื่อทำธุระของเธอ

    แกร๊ก !! เสียงริโกะลงกลอนห้องน้ำและทันทีที่เธอเริ่มทำธุระของเธอจู่ๆที่ห้องริมสุดก็มีผู้หญิงในชุดคนไข้สีเขียวคนหนึ่งเดินออกมาเธอมีผมยาวปิดใบหน้า สีผิวขาวจนซีดซึ่งบ่งบอกว่าเธอไม่ได้ออกไปโดนแดดมาเป็นเวลานาน เธอเดินออกมาพลางยกมือขึ้นปาดน้ำตาเธอเหลียวมองกระจกเล็กน้อยก่อนจะเดินออกจากห้องน้ำไป

    จบ...
    ชอบหรือไม่ชอบเรื่องนี้อย่างไรฝากคอมเม้นและติดตามเพื่อเป็นกำลังใจให้นักเขียนด้วยนะครับขอบคุณมากครับ " สองดาวจุด "