หนูน้อยสกุลถัง(ลงใหม่)

    ตอนที่42 แขกของท่านพ่อ


     โจวหมิงและเหลียนฮวากลับไปพร้อมกับหอยนางรมและผักงอกจำนวนหนึ่ง เสี่ยวหลินยืนโบกมือลาสองสามีภรรยาจนรถม้าเคลื่อนออกไปไกลก่อนจะเดินพุงป่องกลับเข้าไปในบ้านอย่างอารมณ์ดี


    "อุ๊ย!"


    เด็กอ้วนสะดุดกึกเมื่อเห็นบิดามารดานั่งกอดอกมองมานิ่งๆ เจ้าตัวแสบหัวเราะแหะๆ ก่อนจะวิ่งฉิวไปหลบหลังจางรั่วที่นั่งขำอยู่ โผล่เพียงดวงตากลมๆ ออกมามองบิดามารดาก่อนจะหลบอีกครั้งเมื่อเห็นสายตาดุๆ ที่ยังมองตามไม่ละสายตา


    "ออกมานี่เลยเจ้าเด็กแสบ ทำบิดามารดาขายหน้านัก" เทียนหรงเดินเข้ามารวบตัวบุตรสาวตัวกลม แต่นางก็วิ่งหนีออกไปเสียก่อน


    ร่างกลมๆ วิ่งไปรอบๆ ห้องโถงพร้อมกับเสียงหัวเราะสดใสโดยมีบิดาเดินตามจับตัว เทียนหรงพอเห็นบุตรสาวดูสนุกสนานก็เปลี่ยนเป็นวิ่งไล่จับกับบุตรสาวแทน


    "ท่านพ่อจับเสี่ยวหลินไม่ได้หรอก ฮิๆๆ" เด็กอ้วนวิ่งจนพุงกระเพื่อม


    "มานี่เสียดีๆ บิดาจะตีก้นเจ้า" เทียนหรงแสร้งทำเสียงขรึมก่อนจะก้าวขายาวๆ ไปรวบเอาตัวบุตรสาวขึ้นมาในอ้อมแขน


    "กรี๊ดด! ท่านพ่อจะกินเสี่ยวหลินแล้ว!" เด็กอ้วนดีดดิ้นแต่เทียนหรงก็กอดไว้แน่น เขาหอมแก้มกลมๆ อย่างมันเขี้ยว สลับกับงับแก้มและพุงของบุตรสาว


    "ง่ำๆๆๆ"


    "ฮ่าๆๆ ท่านพ่อ ฮิๆ ปล่อยลูก อ๊า ท่านแม่ช่วยด้วยย" เด็กอ้วนจั๊กจี้หัวเราะจนน้ำตาไหล พยายามดีดดิ้นแต่บิดาก็ไม่ยอมปล่อยเสียที


    "เด็กดื้อต้องถูกลงโทษ ด้วยการงับพุง! ง่ำๆๆ!"


    "อ๊ากก ปล่อยเสี่ยวหลินน คิกๆๆ ท่านแม่เจ้าขา" ปากร้องเรียกมารดา มือก็พยายามดันหน้าบิดาออกจากพุงกลมๆ


    เทียนหรงหยอกล้อบุตรสาวจนนางเหนื่อยแทบจะหลับไป เขาจึงอุ้มเจ้าตัวกลมเข้าไปส่งในห้องนอน จับห่มผ้าให้เรียบร้อย แขนป้อมคว้าเอาหมอนข้างอ้วนๆ มากอดซุกอย่างมีความสุข



    ช่วงสายวันต่อมาเสี่ยวหลินก็ได้มานั่งมองคนแปลกหน้าสี่คนตาปริบๆ เป็นชายวัยประมาณสามสิบกว่าปีกับหญิงสาวที่หน้าเด็กราวกับอายุยี่สิบต้นๆ ยังมีบุตรชายสองคนที่หน้าเหมือนกันยันขนคิ้ว


    เสี่ยวหลินหันไปมองบิดาที่กำลังพูดคุยกับแขกอย่างงุนงง


    "เหตุใดถึงมาช่วงนี้ล่ะขอรับ หิมะยังละลายไม่หมดเลยด้วยซ้ำ" เทียนหรงเอ่ยถามคนที่ไม่ได้พบเจอหน้ากันมาสิบกว่าปี คนที่มีบุญคุณกับเขาและน้องชายมากที่สุดคนหนึ่ง


    "ข้าอยากพาภรรยากับบุตรมาเที่ยวน่ะ พอหิมะละลายก็ต้องทำงานจนหัวหมุนเลยมาช่วงนี้ดีกว่า" คนพูดยิ้มบางๆ เขามองดูชายหนุ่มที่เมื่อก่อนเป็นเด็กหนุ่มตัวผอมแห้งหน้าตามอมแมมกับบ้านหลังโทรมๆ ยามนี้เขากลายเป็นคนที่ก้าวหน้าขึ้น ความเป็นอยู่ดีขึ้นกว่าแต่ก่อนมากทีเดียว


    "พี่ชายต้านจะมาพักที่บ้านข้าหรือไม่ ตอนนี้มีห้องว่างหนึ่งห้อง เดี๋ยวให้อาเฉินมานอนกับบุตรสาวของข้าก็จะมีห้องเพิ่มแล้วล่ะขอรับ จะได้ไม่ต้องเข้าไปเช่าโรงเตี๊ยมในเมือง"


    "จะไม่รบกวนพวกเจ้าใช่หรือไม่" สตรีที่นั่งอยู่ด้านข้างเอ่ยขึ้นมาบ้าง


    "ไม่รบกวนเลยขอรับ บ้านข้ายินดีต้อนรับพวกท่าน"


    เสี่ยวหลินมองดูสามีภรรยาที่หน้าตาดีมากๆ แต่ที่กระแทกตาที่สุดก็เห็นจะเป็นหน้าอกหน้าใจของท่านป้าหน้าเด็กผู้นี้ ทำเอาเด็กลามกถึงกับทำตาโตจมูกบานกันเลยทีเดียว


    เทียนหรงหันมามองบุตรสาวตัวกลมที่ทำหน้าแปลกๆ ก่อนจะสะกิดเด็กน้อยเบาๆ เสี่ยวหลินกระพริบตาปริบๆ ก่อนจะเงยหน้ามองบิดา


    "นี่ท่านลุงหวนต้าน กับท่านป้าหวนชิงชิง ผู้มีพระคุณของพ่อ" เขาเอ่ยแนะนำแขกให้บุตรสาวรู้จัก เสี่ยวหลินก็ลุกขึ้นโค้งตัวให้แขก แต่จะโค้งมากก็ไม่ได้เพราะติดพุง


    "คารวะท่านลุงท่านป้าเจ้าค่ะ"


    หวนชิงชิงมองดูเด็กหญิงตัวกลมอย่างเอ็นดู นางเองก็อยากมีบุตรสาว สามีที่แต่เดิมอยากได้ลูกหลายคน แต่พอได้ยินเสียงนางกรีดร้องตอนคลอดบุตรก็เกิดกลัวไม่อยากให้นางตั้งท้องอีก จึงได้แต่งดเรื่องอย่างว่าลงมากทีเดียว


    "แล้วนี่อาเฉินไปไหนเล่า" หวนต้านเอ่ยถามเมื่อไม่เห็นอดีตเด็กน้อยตัวผอมแห้งอยู่ที่บ้าน


    "ไปร่ำเรียนที่บ้านของอาจารย์เขาน่ะขอรับ จริงสิ ลูกพาพี่ชายชิงหลางกับชิงหลงไปดูเสี่ยวจงหน่อยได้หรือไม่ พ่อเล่าให้พวกเขาฟังก็เลยอยากไปดูน่ะ"


    เสี่ยวหลินมองดูเด็กชายฝาแฝดที่แทบจะแยกไม่ออก เด็กตัวกลมพยักหน้าหงึกหงักก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินนำออกไปทางประตูหลังบ้าน โดยมีเด็กชายสองคนตามออกไป


    "บุตรสาวเจ้าน่ารักมากเลยนะอาหรง ยกให้พี่สาวได้หรือไม่" หวนชิงชิงเอ่ยแกล้งเทียนหรง


    "โถ่ พี่สาวชิงชิง ข้าเองก็มีบุตรสาวแค่คนเดียวนะขอรับ"


    "ไหนบอกว่าเมียเจ้ากำลังท้อง ค่อยทำลูกใหม่อีกสักหลายคนก็ได้" หวนต้านได้ทีผสมโรงกับภรรยาเอ่ยแกล้งเทียนหรงจนชายหนุ่มหน้าเขียวคล้ำ


    ด้านเสี่ยวหลินก็กำลังเดินนำสองแฝดไปยังคอกของเสี่ยวจง เป็นครั้งแรกที่นางไม่กล้าพูดมากเพราะพวกเขาหน้านิ่งไม่ยิ้ม ไม่พูดคุย หากเป็นในยุคปัจจุบันนางคงคิดว่าพวกเขาเป็นหุ่นยนต์ไปแล้ว


    "เสี่ยวจง! เสี่ยวหลินมาหาแล้วว" เด็กอ้วนตะโกนเรียกเสี่ยวจงที่นอนสบายอยู่ในคอก พอมันได้ยินเสียงเรียกของเจ้านายตัวน้อยก็รีบวิ่งออกมา


    มอออ


    "ฮิฮิ เสี่ยวจง เสี่ยวหลินพาแขกมาด้วยล่ะ" เจ้าวัวอ้วนเข้ามาออดอ้อนจนนางต้องเกาคางให้มัน


    สองหนุ่มน้อยมองดูวัวขนยาวแปลกตาอย่างตื่นเต้น เสี่ยวจงที่เห็นคนแปลกหน้าก็เข้าไปดมกลิ่นอย่างไม่เกรงกลัว


    "พี่ใหญ่มันขนยาวจริงๆ ด้วย" คนด้านซ้ายเอ่ยขึ้น


    "อืม แปลกจริงๆ" คนด้านขวาเอ่ยตอบ


    เสี่ยวหลินมองทั้งสองคนสลับไปมาก็รู้สึกมึนหัว


    คนเราจะเหมือนกันได้ขนาดนี้เลยหรือนี่!!


    หนุ่มน้อยสองคนที่ก่อนหน้านี้นิ่งขรึมจนไม่กล้าเข้าใกล้ ตอนนี้กำลังวิ่งเล่นกับเจ้าวัวอ้วนทั้งยังหัวเราะเสียงดังลั่นไปหมด เสี่ยวหลินได้แต่ยืนมองตาปริบๆ ก่อนจะไปนั่งรอที่แคร่หลังบ้าน พลันท้องกลมๆ ก็ร้องออกมาเพราะนางตื่นสายที่สุดในบ้าน ยังไม่ได้กินข้าวเช้าเลยแม้แต่คำเดียว


    "พี่ชาย! เสี่ยวหลินขอไปกินข้าวก่อนนะเจ้าคะ"


    "อืม" หนึ่งในนั้นมองมาก่อนจะพยักหน้ารับแล้วกลับไปวิ่งเล่นต่อ


    "อะไรกัน ทีกับเสี่ยวจงหัวเราะเสียดังลั่น ทีกับเราอย่างกับจะกินหัว ฮึ!"


    เด็กอ้วนสะบัดหน้าหนีเดินดุ๊กๆ เข้าห้องครัวไป วันนี้ท่านตาท่านยายเข้าไปในหมู่บ้านอีกแล้ว ส่วนท่านแม่ก็ตามไปด้วย จึงเหลือแค่นางกับท่านพ่อที่อยู่บ้าน


    เด็กตัวกลมเห็นว่ากับข้าววันนี้มีแต่ผักผัดน้ำมัน หมูเค็มตุ๋น ก็เลยจะทำกับข้าวกินเอง ยังมีถ่านในเตาใหญ่ที่ยังไม่มอด นางจึงคีบออกมาใส่เตาเล็กๆ ที่นางสั่งทำมา เติมฟืนลงไปเพิ่ม


    "ทำกะเพราหมึกกรอบกับไข่ดาวเยิ้มๆ ดีกว่า"


    หมึกกรอบมักจะมีติดครัวอยู่เสมอเพราะนางชอบกิน อีกทั้งยังเป็นช่วงหน้าหนาวจึงทำเก็บไว้ได้หลายวัน กะเพราแห้งก็ยังมีเหลืออยู่ เด็กอ้วนจึงทำเพียงทุบพริกหนึ่งเม็ดกับกระเทียมหนึ่งกลีบ เสร็จแล้วก็ตั้งกระทะใส่น้ำมัน หยิบไข่มาตอกใส่ลงไป


    มือป้อมหยิบตะหลิวมาตักน้ำมันร้อนๆ ราดไข่ จนขอบสุกกรอบแต่ไข่แดงยังไม่สุกมากก็ตักขึ้นมาพักไว้ ใส่พริกกระเทียมลงไปผัดจนหอมตามด้วยหมึกกรอบที่ถูกหั่นชิ้นเก็บไว้ในโถเล็กๆ


    ฉ่า!


    เสียงน้ำกับน้ำมันกระทบกันดังขึ้น กลิ่นพริกกระเทียมกระจายไปทั่วครัว บางส่วนยังออกไปด้านนอกด้วย จนเด็กชายสองคนที่ได้กลิ่นรีบเข้ามาเกาะประตูครัวแอบมอง แต่พอเห็นคนที่อยู่หน้าเตาเป็นเด็กน้อยวัยห้าขวบก็หันมองหน้ากัน


    "นางทำอาหารเองได้ด้วยล่ะพี่ใหญ่" คนน้องกระซิบกระซาบ


    "เก่งกว่าเราอีกนะ" คนพี่ตอบกลับ


    เสี่ยวจงที่เห็นว่าเพื่อนใหม่ของมันหายไปแล้วก็ร้องเรียก แต่ดูเหมือนทั้งคู่จะไม่ได้ยินมันจึงเดินกลับเข้าคอกไปเพราะวิ่งเล่นจนเหนื่อยแล้ว มันต้องการน้ำและอาหารอย่างด่วนที่สุด


    เสี่ยวหลินปรุงรสและใส่ใบกะเพราแห้งจนสุกดีแล้วก็หันไปตักข้าวใส่ชาม จากนั้นก็ตักกะเพราหมึกกรอบราดลงไปตามด้วยไข่ดาวเยิ้มๆ ตักน้ำเปล่ามาเทใส่กระทะไว้เพราะมันร้อนนางไม่สามารถยกลงมาเองได้ แต่พอหันกลับมาก็เห็นดวงตาสองคู่กำลังมองมาพร้อมกับกลืนน้ำลาย


    "มีอะไรหรือเจ้าคะ"


    "เจ้าทำอาหารกลิ่นหอมนัก" ชิงหลงที่ตัวตะกละในท้องกำลังร้องประท้วงรีบเดินเร็วๆ เข้าไปหาเด็กน้อยตัวกลม แม้แต่พี่ชายก็คว้าเอาไว้ไม่ทัน


    เจ้าน้องคนนี้!


    โคร่ก~


    เสียงท้องของชิงหลงดังขึ้นมา เขาหัวเราะแหะๆ ก่อนจะลูบท้องป้อยๆ มองดูจานอาหารราดข้าวในมือของเด็กน้อยตาวาววับ


    "พี่ชายอยากกินหรือเจ้าคะ"


    "อื้อๆ อยากกิน"


    "อย่างนั้นพี่ชายช่วยเสี่ยวหลินล้างกระทะได้หรือไม่ เดี๋ยวเสี่ยวหลินจะทำให้ก็ได้" เด็กอ้วนเชิดหน้าขึ้นจนเหนียงสั่น หรี่ตามองคนด้านหลังที่ทำหน้านิ่งแต่ก็ยังแอบเหลือบมองชามข้าวของนาง


    "ได้ๆ พี่ชายจะล้างให้นะ"


    "อาหลง" เสียงเรียกจากด้านหลังทำให้ชิงหลงสะดุดกึก เขาหันกลับไปมองพี่ชายที่ยืนทำหน้านิ่ง


    "อย่าเสียมารยาท"


    "พี่ใหญ่ ก็น้องสาวทำกับข้าวน่ากินนี่นา"


    "นี่ไม่ใช่บ้านเจ้าที่จะร้องขอให้ใครทำให้กินก็ได้ ควรจะรู้จักเกรงใจจะ.."


    โคร่ก~


    "อุ้บ!" เสี่ยวหลินปิดปากหัวเราะเมื่อคนหน้านิ่งทำเป็นเข้มแต่ท้องดันร้องออกมาเสียงดังกว่าน้องชายของเขาเสียอีก


    ชิงหลางทำหน้าขรึมกว่าเดิมแต่ใบหูกลับมีสีแดงเข้ม เขากระแอมเล็กน้อยแล้วยืนเงียบไป ชิงหลงเห็นว่าพี่ชายไม่พูดอะไรแล้วจึงรีบเดินไปยกกระทะแปลกตาขึ้นมา


    "ด้านนอกมีถังน้ำเจ้าค่ะ พี่ชายไปล้างตรงนั้นนะเจ้าคะ ว่าแต่พี่ชายกินเผ็ดหรือไม่"


    "ข้ากินได้ ขอพริกสองเม็ดนะ"


    "ได้เจ้าค่ะ"


    พอชิงหลงเดินจากไปแล้วเสี่ยวหลินก็ยืนกอดอกหรี่ตามองคนขี้เก๊ก เพื่อรอให้เขาพูดว่าขอให้นางทำเผื่อด้วยแต่เขาก็ไม่ยอมพูดนางจึงหันหลังกลับไปหยิบพริกกระเทียมออกมาไม่สนใจเขาอีก


    "ข้า..ทำให้ข้าด้วย" ชิงหลางเอ่ยเสียงเบา เสี่ยวหลินหันขวับมามองก่อนจะพยักหน้า


    "อย่างนั้นก็มาช่วยกันเจ้าค่ะ"


    ชิงหลางยอมเดินเข้าไปหาเด็กหญิงตัวน้อย มองดูมือป้อมที่หยิบจับของอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะถูกนางสั่งให้ไปตักข้าวใส่ชามรอเอาไว้


    "มาแล้ว!" ชิงหลงถือกระทะเดินเข้ามา


    "วางลงบนเตานั้นเลยเจ้าค่ะ" พอทุบพริกกระเทียมเสร็จแล้วนางก็หยิบไข่สองฟอง


    รอจนน้ำในกระทะแห้งเหือดก็ใส่น้ำมันตอกไข่ทอดทีละฟอง เสร็จแล้วก็ใส่พริกกระเทียมผัดกะเพราหมึกกรอบอีกรอบ นางมองกะเพราในกระทะก็น้ำลายไหล อยากจะกินแบบเผ็ดๆ บ้างแต่กลัวปากบวมอีกจึงได้แต่ตักกะเพราราดข้าวให้กับสองหนุ่มน้อย


    "น่ากินมาก!" ชิงหลงเอ่ยขึ้นมา เขายิ้มกว้างจนตาหยี ต่างจากอีกคนที่ยืนมองชามข้าวเงียบๆ


    "ขอบใจเจ้า" ชิงหลางเอ่ยแค่นั้นก่อนจะหยิบตะเกียบแล้วเดินออกจากห้องครัวไป


    เสี่ยวหลินมองตามก่อนจะแค่นเสียงในลำคอ มองตามอย่างหมั่นไส้คนขี้เก๊ก นางหยิบตะเกียบเผื่อชิงหลงที่เอาแต่ยืนมองชามข้าวแล้วพากันเดินออกไปด้านนอก


    เด็กอ้วนเดินนำทั้งสองมานั่งกินที่แคร่หลังบ้าน เพราะในบ้านผู้ใหญ่กำลังนั่งคุยกันอยู่ แต่พอได้ยินเสียงในครัวและมีกลิ่นกับข้าวก็พากันเดินมาส่องครัวดู


    "หรือจะไปกินหลังบ้าน" เทียนหรงมองดูในครัวก็เห็นแค่กระทะที่ตักน้ำใส่ไว้ คงเป็นบุตรสาวที่เข้ามาทำอาหาร เขาจึงเดินนำแขกออกไปที่หลังบ้านก็พบกับเด็กทั้งสามที่กำลังพุ้ยข้าวเข้าปากจนแก้มป่อง


    "เสี่ยวหลินลูกทำกับข้าวเองหรือ"


    "ท่านพ่อ" เด็กน้อยแก้มกลมที่ข้าวเต็มปากเงยหน้ามองบิดาตาปริบๆ หวนชิงชิงมองภาพนั้นก่อนจะหัวเราะเบาๆ อย่างเอ็นดู


    เสี่ยวหลินเคี้ยวข้าวตุ้ยๆ มองดูผู้ใหญ่ทั้งสามที่ยืนมองมา


    "ทำอะไรกินเล่า แล้วนั่นเจ้าเด็กหน้าเหม็นสองคนนั้นก็กินกับน้องด้วยหรือ" หวนต้านเอ่ยขึ้นมาบ้าง เขามองดูบุตรชายที่พุ้ยข้าวเข้าปากจนหน้าแทบจะมุดเข้าชามข้าวอยู่แล้ว


    "ท่านพ่อ น้องสาวทำอาหารอร่อยมากขอรับ" ชิงหลงเอ่ยขึ้นมาทั้งๆ ที่ข้าวยังเต็มปาก เด็กตะกละยังคีบหมึกกรอบเข้าปากต่ออีกด้วย


    หวนชิงชิงมองดูบุตรชายแล้วก็ส่ายหัวเบาๆ คนน้องก็แสบซนราวกับลูกลิง ส่วนคนพี่นั้นเงียบขรึมเสียจนปวดใจ ถ้านางไม่ได้คลอดพวกเขาออกมาเองก็คงคิดว่าพวกเขาแค่หน้าเหมือนกัน ไม่ใช่ฝาแฝดเป็นแน่ เพราะพวกเขานิสัยต่างกันมากเหลือเกิน


    "เสี่ยวหลินทำอะไรให้พวกพี่เขากินจ๊ะ กลิ่นหอมเชียว" หวนชิงชิงเอ่ยถามเด็กน้อยแก้มกลม


    "กะเพราหมึกกรอบเจ้าค่ะท่านป้า อร่อยมากๆ เสี่ยวหลินชอบ"


    คำตอบของเด็กน้อยทำให้คนคนหนึ่งขมวดคิ้ว


    "หมึกกรอบหรือ"


    "เจ้าค่ะ ทำมาจากสัตว์ทะเลที่นำมาตากแห้ง แล้วก็เอาไปแช่น้ำขี้เถ้าหนึ่งคืนก็จะได้หมึกกรอบสีน้ำตาลแบบนี้เจ้าค่ะ" เด็กอ้วนคีบชิ้นหมึกกรอบขึ้นมาแล้วเอาเข้าปากเคี้ยวกินอย่างเอร็ดอร่อย


    "ใครบอกวิธีทำให้เจ้าหรือ" หวนต้านเอ่ยถามขึ้นมา หวนชิงชิงได้ยินอย่างนั้นก็หันมามองสามี เขายืนหน้านิ่วคิ้วขมวดจนนางยังแปลกใจ


    "เสี่ยวหลินทำเองเจ้าค่ะ หมึกแห้งเอาไปทำได้หลายอย่างเลยนะเจ้าคะ เอาไปทอดหรือเอาไปย่างก็ได้ แล้วก็เอาไปทำน้ำแกงก็อร่อยเจ้าค่ะ เสี่ยวหลินชอบน้ำแกงหมึกแห้งมากๆ แต่กินบ่อยไม่ได้เพราะมันเค็ม ฮิฮิ"


    เด็กอ้วนพูดเจื้อยแจ้วไม่หยุด โดยไม่ได้รู้เลยว่ามีคนคนหนึ่งกำลังมองนางอย่างสงสัย


    "นอกจากหมึกแห้งแล้วมีอะไรที่เจ้าทำอีกบ้างหรือไม่"


    "ตอนนี้ก็มีหมึกแห้ง หอยแมลงภู่ตากแห้ง กุ้งแห้ง น้ำปรุงรสหอยนางรม แล้วมีอะไรอีกไหมเจ้าคะท่านพ่อ" เด็กอ้วนหันไปถามบิดา เทียนหรงหัวเราะเบาๆ


    "หลักๆ ก็มีเพียงเท่านี้ขอรับพี่ชายต้าน หลังจากหิมะละลายหมดแล้วข้าก็จะสร้างร้านขายอาหารตากแห้งพวกนี้ขอรับ ช่วงต้นฤดูหนาวก็มีพ่อค้าจากจิ่วโจวมาขอซื้อไปอย่างละร้อยชั่ง ข้าคิดว่าน่าจะขายได้"


    "อืม ลองทำดูก่อนก็ไม่เสียหาย แล้วอาหารแห้งพวกนี้เป็นบุตรสาวเจ้าพาทำหมดเลยหรือ"


    "ใช่ขอรับ" เทียนหรงไม่ได้เอะใจอะไร เพราะเขาเชื่อใจหวนต้านมาก


    ในอดีตก็เป็นหวนต้านที่สอนเขาหลายๆ อย่าง อีกทั้งยังมอบเงินให้จำนวนหนึ่ง ซึ่งเขาก็ได้นำเงินจำนวนนั้นไปจ้างช่างในหมู่บ้านต่อเรือให้ ส่วนที่เหลือก็เก็บไว้เป็นค่าใช้จ่ายภายในบ้าน


    หวนต้านเดินกลับเข้าไปในห้องโถงโดยมีเทียนหรงและหวนชิงชิงเดินตามเข้ามา ปล่อยให้เด็กๆ ทั้งสามนั่งกินข้าวอยู่ด้านนอก


    "ทำไมเจ้าถึงเชื่อว่าสิ่งที่นางบอกจะสามารถนำมากินหรือใช้ได้" หวนต้านเอ่ยถามไม่หยุดจนภรรยาเริ่มขมวดคิ้วตามบ้างแล้ว ปกติสามีของนางไม่ค่อยสนใจใครมากเท่านี้นอกจากคนในครอบครัว มันแปลก..


    "เมื่อกลางปีนางป่วยขอรับ ป่วยหนักจนข้ากับภรรยาคิดว่านางคงจะไม่รอดแล้ว แต่อยู่ดีๆ นางก็ฟื้นคืนสติ ลุกขึ้นมาเดินได้ กินได้ราวกับไม่เคยป่วยมาก่อน แถมนิสัยยังเปลี่ยนไปด้วยขอรับ แล้วเมื่อไม่นานมานี้นางบอกว่าฝันเห็นเรื่องราวในชาติที่แล้ว ข้าคิดว่านางน่าจะนำความรู้จากในฝันมาใช้ขอรับ"


    เทียนหรงไม่ได้เชื่อที่บุตรสาวบอกว่าเสี่ยวจงพูดได้ เขาไม่เคยเห็นนางพูดคุยกับมันมากเท่าที่ควร แต่เขาก็ไม่ได้ว่ากล่าวอะไร เพียงลองทำตามคำพูดของนางดู ซึ่งหลายอย่างก็สามารถนำมาทำกินได้ หรือรวมถึงวิธีปลูกมันเทศที่ทำเงินเข้าบ้านได้หลายตำลึงทอง


    พอนำมารวมกับคำกล่าวที่นางบอกว่าฝันถึงอดีตในชาติที่แล้วเขาก็ยิ่งมั่นใจ ว่าคำกล่าวอ้างถึงเสี่ยวจงนั้นไม่เป็นความจริง แต่เป็นเพราะนางเอาความรู้จากชาติที่แล้วมาใช้มากกว่า


    "ทำไมเจ้าถึงกล้าบอกข้า อย่างไรข้าก็เป็นคนอื่น" หวนต้านพูดขึ้นมาเสียงขรึม เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไม่ควรบอกคนนอก เพราะมันอาจนำอันตรายมาสู่ครอบครัวของตัวเขาเองได้


    "ข้าเชื่อว่าท่านจะไม่นำไปบอกใครขอรับ" เทียนหรงมองผู้มีพระคุณอย่างซาบซึ้ง ซึ่งเข้ามาเปลี่ยนชีวิตของเขาและน้องชายให้สามารถยืนขึ้นได้ด้วยตัวเอง ถึงแม้จะไม่ได้ทำให้ร่ำรวยอยู่สุขสบาย แต่ก็ไม่ได้อดอยากเหมือนก่อนหน้าที่จะพบเจอกับเขา



    #######################################



    คล้ายกับเรื่องหนูน้อยสกุลถัง(ลงใหม่) ที่คุณอ่าน

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

    อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.38M 1499
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    หวนคืนมรรคา วิถีสู่สวรรค์

    หวนคืนมรรคา วิถีสู่สวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.57M 5024
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810