ตอนที่ 11 เมียอาภพ
ชายหนุ่มร่างเล็กเพื่อนสมัยมหาลัยของติณภพเดินออกมาต้อนรับทันทีที่เห็นว่ารถของชายหนุ่มเข้าเทียบจอดหน้าร้าน
ที่จริงแล้วร้านนี้เป็ร้านประจำของติณภพเขาชอบมาสั่งตัดชุดสูทที่นี่บ่อยๆ ถึงไม่ใช่ร้านตัดชุดแต่งงานโดยตรงแต่เขาชอบความปรานีตและฝีมือการออกแบบของเ้าของร้าน
“อย่าเดินเร็วนักซิคับ” ติณภพเหลือบมองเด็กหนุ่มข้างหลังด้วยหางตาก่อนจะเดินเข้ามาในร้านโดยไม่ได้รอ
“นนท์ ขอโทษด้วยนะที่ให้รอนาน” นนท์หรือ
นนทกรณ์ส่ายหน้าพัลวัล เขาเองก็เป็หนึ่งในหลายๆ คนที่หลงรักติณภพมานานแล้ว เคยเปิดใจคบคนหลายคนมาแล้วสุดท้ายก็ยังรักติณภพจนต้องเลิกรากันไปกับคนรัก ยิ่งติณภพไม่เคยมีข่าวเื่มีคนรักหรือคบหาดูใจกับใครเลยั้แ่่มหาลัย นนท์กรก็ยิ่งคิดว่าเขายังพอมีหวังอยู่ ถึงจะไม่ได้เจอกันทุกวัน แต่ก็ยังนัดเจอกันอยู่บ้างหรือบางครั้งที่เขาแวะเวียนเข้าไปกรุงเทพ เขาก็จะโทรหาชายหนุ่มให้ออกไปทานข้าวด้วยกันอยู่บ่อยๆ ทำแม้กระทั้งเคยไปหาติณภพถึงที่ทำงาน ทุกอย่างทุกการกระทำคงบอกชายหนุ่มได้ดีว่าตัวเขารู้สึกยังไง คงเหลือแต่แค่พูดมันออกไปเท่านั่น
“ไม่เป็ไรเลยภพผมรอได้เข้าไปข้างในกันเถอะ” หรือจะพูดให้ถูกคือเขาเต็มใจรอต่างหากล่ะ
“แล้วนั่นภพพาใครมาด้วยครับ” เด็กหนุ่มตัวขาวเดินมาทันได้เกาะแขนติณภพพอดีก่อนที่ติณภพจะเดินเข้าร้านไป เขามองสายตาที่นนทกรณ์มองติณภพแล้วไม่ชอบใจนัก มันเป็สายตาแบบเดียวกับที่เขาเองก็ใช้มองติณภพเช่นกัน
“สวัสดีอานนท์ซิน้องวิน” ติณภพก้มมองหน้าเด็กมาหนุ่ม ดวงตากลมใสที่เงยมองสบมา ที่ขอบตายังมีรอยบวมแดงช้ำจากการร้องไห้แต่ติณภพทำเมินไม่ใส่ใจ
“สวัสดีครับอานนท์” เด็กหนุ่มยกมือไหว้อย่างสุภาพเรียบร้อย เดี่ยวใครจะกล่าวหาได้ว่าคุณยายไม่สอน
“ใครเหรอครับน่าเอ็นดูจังครับภพ” นนทกรณ์ถามไปด้วยความอยากรู้ แค่เห็นมือเล็กๆ กอดไปรอบแขนของติณภพใจเขาก็เต้นแรงเหมือนจะหลุดออกมาแล้ว แค่อัยวาคนเดียวตัวเขาก็แทบไม่มีที่ยืนในสายตาของติณภพแล้ว นี่ยังมีเด็กที่ไหนโผล่มาอีกคน นนทกรณ์มองหน้าคนเด็กกว่าพรางยิ้มให้อย่างเป็มิตร หากแต่ภายในใจไม่ได้เป็แบบนั่นเลยสักนิด
“เมียอาภพครับ” เด็กหนุ่มตอบกลับชะฉานไม่รอให้นนทกรณ์สงสัยนาน เ้าตัวพูดแล้วก็แนบใบหน้าลงบนกล้ามแขนแข็งแรงของชายหนุ่มแสดงความเป็เ้าของ ด้านติณภพเขาแค่แค้นยิ้มออกมาบางๆบนใบหน้า
“ล้อกันเล่นปะภพ”
“ไม่ได้ล้อเล่นคับ” นนทกรณ์ยังไม่ปักใจเชื่อ จนเด็กหนุ่มต้องยืนยันอีกครั้งให้มั่นใจ
“ม เมียเหรอครับ อย่าบอกนะว่าแบบชุดที่เลือกไว้สองชุดนั่นคือ” เขาน่าจะเอ๊ะใจั้แ่แรกแล้วว่าทำไมแบบชุดที่เลือกมันถึงเหมือนชุดแต่งงานแบบนี้
“ครับเป็ชุดสูทแต่งงาน น้องวินเป็คนเลือกเอง” ธนวินท์ยังคงพูดต่อ ส่วนติณภพเขาไม่ได้ขัดอะไรในเมื่อสิ่งที่เด็กหนุ่มข้างกายพูดคือความจริงทุกประการ เขาต่างหากละที่หลอกล่อให้เด็กอย่างธนวินท์พูดโดยที่เขาไม่ต้องพูดเอง
นนทกรณ์จากที่ยืนชะงักค้างอยู่เมื่อกี่ก็ได้สติกลับมาเขาเดินนำสองคนเข้ามาจนถึงในห้องวัดตัว ร้านนี้เดิมที่เป็ของรุ่นปู่ย่าจนมาถึงรุ่นเขา ตัวเขาเองจากตอนแรกที่เข้าเรียนบริหารคณะเดียวกันกับติณภพ แต่พอจบออกมารู้ตัวแล้วว่าต้องมาบริหารกิจการของครอบครัว เขาจึงไปเรียนต่อด้านแฟชันออกแบบมาโดยเฉพาะ
เหลือเวลาอีกประมาณสองอาทิตย์ในการตัดชุด สำหรับเขาแล้วมันง่ายนิดเดียวเอง ยิ่งเขาลัดคิวไว้ให้แล้วแบบนี้ แต่สำหรับจิตใจของคนที่เพิ่งจะอกหักมามาดๆ ตอนนี้เขาเริ่มไม่มั่นใจแล้วว่าจะตัดชุดได้ทันอย่างที่รับปากชายหนุ่มไว้หรือเปล่า
เด็กหนุ่มกำลังนั่งรอในห้องวัดตัวซึ่งตอนนี้ติณภพกำลังยืนวัดอยู่ มีเด็กในร้านนำน้ำกับขนมกุ๊กกี้มาเสิร์ฟ เด็กหนุ่มหยิบกุกกี้ในจานขึ้นมาทานเล่นประทังความหิวเพราะั้แ่เช้ายังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยสักอย่าง สายตาก็จดจ่องมองติณภพกับนนทกรณ์ไม่ว่างตา
“ภพตัวโตขึ้นปะครับ กล้ามคุณดูแน่นกว่ารอบที่แล้วนะ”มือเล็กบีบไปบนกล้ามแขนของชายหนุ่มอย่างหยอกเย้า หากที่จริงแล้วนนทกรณ์เขาตั้งใจพูดให้ธนวินท์ได้ยินด้วย เขาตั้งใจทำให้ธนวินท์เห็นถึงความสนิทสนมที่เขามีต่อติณภพ
“หึ! ่นี้ผมออกกำลังกายเข้ายิมบ่อยครับ”
“เหอะ!” ติณภพใช่ว่าจะมองไม่ออก แต่ไม่คิดว่าเด็กดื้อของเขาจะมองออกเช่นกันถึงได้ทำน้ำเสียงไม่น่าฟังแบบนั่นออกมา เขาเพียงทำตาดุใส่ทนวินท์ก็หน้าเจื่อนแล้ว
“แต่ผมชอบนะครับ อยากแข็งแรงเหมือนคุณบ้างจัง ไว้ว่างๆ ผมจะไปให้คุณเทรนให้บ้างนะครับ” ชายหนุ่มยิ้มมุมปากไม่ได้ตอบรับและไม่ได้ปฏิเสธออกไป แต่แค่รอยยิ้มเดียวก็ทำนนทกรณ์แก้มแดงลามไปถึงใบหู
“วัดตัวเสร็จภพจะไปไหนต่อไหมครับ ถ้ายังไงไปทานข้าวเที่ยงด้วยกันแล้วไปนั่งจิบไวน์ฟังเพลงกันต่อไหมครับ”
“ต้องถามน้องวินครับ ผมพาแกมาด้วยเดี่ยวแกจะเบื่อเอา” เด็กหนุ่มเงยหน้าจากจานขนมทันทีที่ได้ยินชื่อตัวเองในบทสนทนาของคนสองคน
“เสร็จแล้วค่ะภพ” ติณภพวัดตัวเรียบร้อยแล้วก็ตามมาด้วยทนวินท์ต่อ แต่คนที่มาวัดตัวให้กลับเป็ลูกน้องในร้านของนนทกรณ์แทน
เด็กหนุ่มเหลือบสายตามองสองคนที่นั่งกันอยู่ที่โซฟาอย่างไม่ชอบใจนัก เขาไม่ชอบที่นนทกรณ์นั่งตัวเบียดเข้าหาติณภพแบบนั่นเลย
“ภพครับถ้ายังไงข้างๆ ร้านผมมีร้านกาแฟสดเพิ่งมาเปิดใหม่ เราไปลองชิมกันไหมครับผมก็ยังไม่ได้ไปลองเหมือนกัน”
“เอาซิครับ” สองคนคุยกันเสร็จแล้วพากันจะเดินออกจากห้องวัดตัว
“อาภพจะไปไหนคับ” เสียงธนวินท์ถามโพร่งขึ้นมา ถึงเขาจะยืนวัดตัวอยู่ก็จริงแต่หูเขาก็พยายามแงะฟังที่สองคนคุยกันตลอด
“อาไปไม่นานเดี่ยวกลับมา วัดตัวเสร็จแล้วรออาที่นี่” ชายหนุ่มบอกแล้วเดินนำออกไปทันทีโดยไม่สนใจว่าธนวินท์จะตอบกลับมาว่ายังไง หรือพูดง่ายๆ คือเขาไม่รอฟังคำตอบของเด็กหนุ่มเลยด้วยซ้ำ
“น้องวินไม่ให้ไปนะ~”เด็กหนุ่มมองมองแผ่นหลังติณภพตาละห้อย
12:15 น.
ธนวินท์นั่งรอติณภพอยู่ในร้านสักพักใหญ่ได้ เขากดโทรศัพท์ดูเวลาหน้าจอที่บอกเวลาเที่ยงสิบห้านาทีแล้ว เขาหิวข้าวจนท้องร้องเพราะั้แ่เช้ายังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยด้วยซ้ำ แต่ติณภพก็ยังไม่กลับมาสักที
“น้องวินจะรออีกห้านาทีถ้าอาภพยังไม่มาน้องวินจะเดินไปตามแล้วนะ” เขาคุยกับตัวเอง นั่งรออย่างอดทนตามคำสั่งของชายหนุ่ม
“ภพชอบไหมครับ”
“ชอบครับ ผมว่ารสชาติดีเลยล่ะ”
“งั่นไว้ภพแวะมาแถวนี้อีก เราไปนั่งทานด้วยกันอีกนะครับ”
“ครับ”
ทนวินท์ที่ได้ยินเสียงสองคนคุยกันอย่างกระหนุงกระหนิ่งก็กำมือแน่นเขาโกรธ โกรธมากด้วย เด็กหนุ่มพุดลุกขึ้นจากที่นั่งเดินผ่านหน้าสองคนออกไปจากร้านทันที
“งั่นผมไปก่อนนะนนท์”
“เดียวครับภพ ผมขอไปงานแต่งคุณด้วยได้ไหมครับ”
“ที่จริงเป็แค่งานแต่งเล็กๆ ผมไม่ได้เชิญแขกเลยครับ “ติณภพมีสีหน้าลำบากใจแต่ก็ตอบออกไปตามจริง
“อย่างนั่นเหรอครับ ถ้างั่นไม่เป็ไรก็ได้ครับภพ แล้วเพื่อนคนอื่นๆ ในกลุ่มเรารู้กันบ้างหรือยังครับว่าคุณกำลังจะแต่งงาน”
“ผมยังไม่ได้บอกใครเลยครับ”
“อืม” นนทกรณ์แปลกใจอยู่บ้างแต่ก็ไม่อยากเซ้าซี่ต่อให้ชายหนุ่มต้องอึดอัด เขาคงต้องตัดใจแล้วจริงๆ ซินะ
“งั้นเดียวผมขอตัวก่อนนะครับ น้องวินไปรอที่รถแล้ว”
“แล้วเจอกันนะภพ”
“ครับ”
ระหว่างที่นั่งรถออกมาจากร้านของนนทกรณ์ เด็กหนุ่มไม่หันมองมาฝั่งคนขับรถเลยด้วยซ้ำ เอาแต่มองวิวข้างทางไปเงียบๆจนติณภพเองที่เป็ฝ่ายขัดใจ
“เป็อะไร?”
“….ไม่ได้เป็อะไรทั้งนั่น~” เด็กหนุ่มเว้นจังหวะหายใจก่อนตอบ เขาไม่อยากให้ติณภพรู้ว่าเขากำลังร้องไห้ แต่แค่น้ำเสียงที่ตอบออกมาก็รู้ได้ในทีว่าเด็กหนุ่มกำลังกลั่นสอื่นอยู่
“แล้วที่ร้องไห้อยู่นี่ยังบอกว่าไม่เป็อีกเหรอ”
“ไม่ต้องมาสนใจหร่อกคับ อาภพเอาเวลาไปสนใจคนอื่นเถอะ” ติณภพชำเลืองมองเด็กหนุ่มตัวขาวข้างๆ ที่เขาออกไปร้านกาแฟกับนนทกรณ์เพราะกลัวขับรถไม่ไหวต่างหากเขารู้สึกยังง่วงอยู่บ้างเพราะเมื่อคืนก็นอนไม่หลับ เขาไม่ได้อยากออกไปนานๆ แต่ติดคิวเพราะคนค่อนข้างเยอะ
“อย่ามาขึ้นเสียงกับฉัน!”
“ฮึก~ แล้วทีอาภพละยังเสียงดังใส่น้องวินได้เลย ฮึก~” ชายหนุ่มถอนหายใจที่จริงมันก็อย่างที่ธนวินท์พูดนั่นแหละ
“อาภพไปตั้งนานปล่อยน้องวินหิวจะแย่ ฮึก~”
“ที่แท้ก็โมโหหิว”
“อาภพไม่เป็น้องวิน ฮึก~อาภพไม่เข้าใจหร่อกคับ”
หลังจากนั่นชายหนุ่มไม่ได้พูดอะไรต่อเขาขับรถไปเงียบๆ เช่นกัน จนรถคันโตเลี้ยวเข้ามาจอดยังร้านอาหารแห่งหนึ่งในตัวเมือง
“นั่งนิ่งอยู่ทำไมล่ะถึงแล้วก็ลงไปซิ!” ธนวินท์เปิดประตูลงจากรถมาเงียบๆ เดินนำชายหนุ่มเข้ามาในร้านอาหาร รอบๆ ร้านมีต้นไม้ปลูกไว้ให้ร่มเงาร้านอาหารค่อนข้างเป็ร้านหรู่ เด็กหนุ่มในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์รู้สึกขัดเขินเล็กน้อยที่ภายในร้านมีแต่คนสวมเสื้อผ้าอย่างหรู่หร่า
“มากับฉันยังต้องกลัวอะไรอีก” ติณภพเดินมาหยุดข้างหลังเด็กหนุ่มมือใหญ่แตะลงบนเอวบาง เด็กหนุ่มเงยหน้าช้อนตามองเล็กน้อย มือเล็กเกาะไปรอบแขนแข็งแรงของติณภพ เดินเข้าไปข้างในพร้อมกัน
รออาหารไม่นานอาหารก็มาเสิร์ฟเต็มโต๊ะ เกือบทุกอย่างเป็ฝีมือการสั่งของธนวินท์ทั้งหมด
ติณภพกอดอกนั่งมองเด็กหนุ่มตักอาหารทาน เห็นแบบนั่นเขาเองก็ลงมือทานอาหารบ้าง ติณภพอิ่มตั้งนานแล้วชายหนุ่มนั่งมองธนวินท์ทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อย
“อิ่มแล้วเหรอ”
“เริ่มอิ่มแล้วคับ” เด็กหนุ่มพูดพรางวางช้อนไว้บนจาน ลิ้นเล็กตวัดเลียอาหารข้างปาก ก่อนจะหยิบน้ำขึ้นมาดื่ม ดวงตากลมใส่สองชั้นเงยมองคนที่เอาแต่จ่องกัน พอถูกมองกลับชายหนุ่มก็เซหลบสายตา
“อาภพ”
“อิ่มแล้วก็กลับ!”
“คับ”
ระหว่างที่รอพนักงานรับบัตรเครดิตรของชายหนุ่มไปคิดเงิน เสียงโทรศัพท์ของติณภพก็ดังขึ้น ทำชายหนุ่มหยิบออกมาจากกระเป๋าเสื้อเพื่อรับสาย
“เกรซ ว่าไงครับ”
‘ภพจะมาหาเกรซไหมค่ะ เกรซกำลังจะออกไปข้างนอกกลัวว่าถ้าคุณมาแล้วจะไม่เจอกัน’
“ผมกำลังจะไปครับ แล้วคุณจะกลับมาตอนไหน”
“สักห้าโมงเย็นค่ะ แต่ถ้าคุณมาถึงก่อนก็โทรหาเกรซอีกทีนะค่ะ เกรซต้องวางสายแล้วแค่นี้ก่อนนะค่ะภพ”
“ครับ” ชายหนุ่มวางสายและเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋าเสื้อตามเดิม พอเงยหน้ามองก็เจอสายตาของธนวินท์จ่องกันอย่างเคืองๆ
“หึๆๆ” เห็นแบบนั่นก็อดขำไม่ได้
“อาภพขำอะไร”
“เปล่า”
“ก็เห็นขำอยู่ อาภพขำน้องวินทำไม”
“นี่!หยุดฉันไม่อยากทะเลาะกับเธอที่นี่” เด็กหนุ่มกำมือแน่นเขาทั้งโกรธทั้งน้อยใจ แต่ชายหนุ่มกลับไม่สนใจกันบ้างเลยสักนิด
ระหว่างทางกลับบ้านเด็กหนุ่มก็ขอแวะซื้อขนมที่ร้านสะดวกซื้อหน้าปากซอยเข้าบ้าน คราวนี้เขาไม่ได้รอให้ติณภพลงไปจ่ายเงินให้เหมือนวันนั่นอีก เ้าตัวลงจากรถก็เดินเข้าร้านไปเลย แต่เมื่อเขาหยิบขนมมาคิดเงินที่เคาเตอร์กลับเจอติณภพยืนกอดอกมองเขาอยู่พอดี เหมือนกับว่าชายหนุ่มกำลังรอเขาอยู่
“จะเอาอะไรเพิ่มอีกไหม” ติณภพมองขนมขบเคี้ยวสองซองในมือเด็กหนุ่ม เขาเอ๊ะใจเพราะทุกครั้งธนวินท์ชอบซื้อหลายๆ แบบแต่ธนวินกลับส่ายหน้าบอกปฏิเสธ เป็แบบนั่นเพราะเขาอิ่มมากเลยหยิบมาแค่นี้
“เดียวคิดรวมกับของผมเลยครับ” ชายหนุ่มหันไปบอกพนักงงานเมื่อธนวินท์วางของลงบนเคาเตอร์คิดเงินแล้ว ดวงตากลมใส่มองชายหนุ่มอย่างสงสัย
“ขอบคุณครับ” มือใหญ่รับถุงขนมจากพนักงานมาถือไว้ก่อนจะพูดขอบคุณและเดินนำออกมาเลย ปล่อยเด็กหนุ่มเดินตามหลังมาติดๆ
ขึ้นมาบนรถได้ทนวินท์ก็รับถุงขนมที่ติณภพยืนมาให้ เด็กหนุ่มกำลังจะล้วงหยิบซองขนมของตัวเองออกมาฉีกทาน แต่แล้วสายตาก็เหลือบไปเห็นข้างในไม่ได้มีแค่ซองขนมของเขา กลับมีกล่องถุงยางอนามัยอีกสองกล้อง เด็กหนุ่มหายใจติดขัดมือน้อยที่กำลังฉีกซองขนมกลับลดมือลง
“อาภพซื้อมาทำไม?” แก้วตาใส่มีน้ำตาเอออยู่บนขอบตาหันมามองชายหนุ่มสายตาตั้งคำถาม คำถามของเด็กหนุ่มไม่ได้รับคำตอบจนเมื่อรถเข้ามาจอดในรั่วบ้าน เด็กหนุ่มที่นั่งนิ่งมาตลอดทางก็หยิบกล่องถุงยางออกมาจากถุงหิ้ว
แต่ใบหน้าเรียบนิ่งสายตาเฉยชาของติณภพกลับทำน้ำตาที่พยายามกลั่นเอาไว้หยดเผาะลงข้างแก้ม มือเล็กยกมันเช็ดออกลวกๆ ติณภพหันมามองแล้วคว้ากล่องถุงยางอนามัยออกไปจากมือเล็กเขาเก็บมันไว้ในคอนโทรหน้ารถแทน
“อาภพจะเอาไปใช้กับใคร! ฮึก~” จากที่นั่งเงียบหาเสียงตัวเองไม่เจอมานาน ธนวินท์ก็พูดถามขึ้นอีกครั้ง
“เธอไม่มีสิทธิ์มายุ่งเื่ส่วนตัวของฉัน” คำพูดตอกกลับของติณภพทำเด็กหนุ่มนิ่งงั่นไปอึดใจ เขาเจ็บ พยายามหาเสียงตัวเองเพื่อถามกลับไปอีกครั้ง
“ฮึ้ก~ แต่เรากำลังจะแต่งงานกันนะ” คงเป็เสียงที่เบาหวิวไร้น้ำหนักแต่ติณภพตอบกลับมาทุกคำถามที่เด็กหนุ่มอยากรู้
“ฉันเคยบอกเธอแล้วนิ ว่าฉันไม่ได้เต็มใจหัดจำใส่สมองไว้บ้างซิ”
“ฮึก~ ~” เสียงร้องไห้ของธนวินท์ทำชายหนุ่มถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย เขาสกดกลั่นอารมณ์ที่จะไม่ตวาดใส่เด็กหนุ่มชายหนุ่มขยับเข้ามาจนชิดคนตัวขาว กดปุ่มปลดล็อกเข็มขัดนิรภัย จนเด็กหนุ่มต้องเงยหน้ามอง แต่แล้วมือใหญ่เคลื่อนมาปลดลอกประตูฝั่งของธนวินท์จนเปิดออกกว้าง แล้วกลับมานั่งตัวตรงตามเดิม
“ลงไปได้แล้ว” น้ำเสียงเ็าบวกกับใบหน้าเรียบนิ่ง มองกดดันทำเด็กหนุ่มรีบพาตัวเองลงจากรถแล้ววิ่งเข้าบ้านไปทันที ทิ้งซองขนมไว้ให้ชายหนุ่มดูต่างหน้า
“โธ่เว้ย!!!” ชายหนุ่มสบดเสียงดังมือใหญ่ตบพวงมาลัยรถระบายอารมณ์ขุ่นมัวในใจตัวเอง
หลังจากไปส่งธนวินท์กลับบ้านติณภพก็ขับรถออกไปทันที เขาไม่ได้นอนที่บ้านจันทร์ประดับอีก เลยจนใกล้เข้าวันแต่งงานมาเต็มที
.......
ใกล้วันแต่งงานเข้ามาเต็มที ชุดแต่งงานก็ถูกจัดส่งมาที่บ้านจันทร์ประดับเรียบร้อย ธนวินท์ลองชุดคนเดียวในห้องนอนเงียบๆเขาหมุ่นตัวไปมาหน้ากระจกในชุดสูทสีขาวล้วน จากที่มีรอยยิ้มปรากฎบนใบหน้า แต่พอนึกถึงเื่ราววันนั่นเขาก็ได้แต่แอบน้อยใจและเสียใจ ‘รอบกายของอาภพมีใครอีกตั้งมากมาย’ ‘จริงๆ แล้วถ้าไม่มีเื่คืนนั่นเกิดขึ้นอาภพก็คงไม่แม้แต่เลี่ยวมองกันใช่ไหมคับ’ เขายืนถามตัวเองในกระจกซ้ำๆและหาคำตอบให้ตัวเองได้ตั้งนานแล้วหากแต่ยังไม่อยากยอมรับความจริง เขาอยากสู้ให้ถึงที่สุดอยากรักติณภพให้หมดหัวใจ ไม่ว่าผลสุดท้ายจะเป็ยังไงเด็กหนุ่มจะถือว่าเขาได้เลือกเส้นทางชีวิตเส้นนี้แล้ว