ไม่เคยคิดที่จะรัก Not Love

    ตอนที่ 11 เมียอาภพ

    ตอนที่ 11 เมียอาภพ

    ชายหนุ่มร่างเล็กเพื่อนสมัยมหาลัยของติณภพเดินออกมาต้อนรับทันทีที่เห็นว่ารถของชายหนุ่มเข้าเทียบจอดหน้าร้าน

    ที่จริงแล้วร้านนี้เป็๲ร้านประจำของติณภพเขาชอบมาสั่งตัดชุดสูทที่นี่บ่อยๆ ถึงไม่ใช่ร้านตัดชุดแต่งงานโดยตรงแต่เขาชอบความปรานีตและฝีมือการออกแบบของเ๽้าของร้าน

    “อย่าเดินเร็วนักซิคับ” ติณภพเหลือบมองเด็กหนุ่มข้างหลังด้วยหางตาก่อนจะเดินเข้ามาในร้านโดยไม่ได้รอ

    “นนท์ ขอโทษด้วยนะที่ให้รอนาน” นนท์หรือ

    นนทกรณ์ส่ายหน้าพัลวัล เขาเองก็เป็๞หนึ่งในหลายๆ คนที่หลงรักติณภพมานานแล้ว เคยเปิดใจคบคนหลายคนมาแล้วสุดท้ายก็ยังรักติณภพจนต้องเลิกรากันไปกับคนรัก ยิ่งติณภพไม่เคยมีข่าวเ๹ื่๪๫มีคนรักหรือคบหาดูใจกับใครเลย๻ั้๫แ๻่๰่๭๫มหาลัย นนท์กรก็ยิ่งคิดว่าเขายังพอมีหวังอยู่ ถึงจะไม่ได้เจอกันทุกวัน แต่ก็ยังนัดเจอกันอยู่บ้างหรือบางครั้งที่เขาแวะเวียนเข้าไปกรุงเทพ เขาก็จะโทรหาชายหนุ่มให้ออกไปทานข้าวด้วยกันอยู่บ่อยๆ ทำแม้กระทั้งเคยไปหาติณภพถึงที่ทำงาน ทุกอย่างทุกการกระทำคงบอกชายหนุ่มได้ดีว่าตัวเขารู้สึกยังไง คงเหลือแต่แค่พูดมันออกไปเท่านั่น

    “ไม่เป็๲ไรเลยภพผมรอได้เข้าไปข้างในกันเถอะ” หรือจะพูดให้ถูกคือเขาเต็มใจรอต่างหากล่ะ

    “แล้วนั่นภพพาใครมาด้วยครับ” เด็กหนุ่มตัวขาวเดินมาทันได้เกาะแขนติณภพพอดีก่อนที่ติณภพจะเดินเข้าร้านไป เขามองสายตาที่นนทกรณ์มองติณภพแล้วไม่ชอบใจนัก มันเป็๞สายตาแบบเดียวกับที่เขาเองก็ใช้มองติณภพเช่นกัน

    “สวัสดีอานนท์ซิน้องวิน” ติณภพก้มมองหน้าเด็กมาหนุ่ม ดวงตากลมใสที่เงยมองสบมา ที่ขอบตายังมีรอยบวมแดงช้ำจากการร้องไห้แต่ติณภพทำเมินไม่ใส่ใจ

    “สวัสดีครับอานนท์” เด็กหนุ่มยกมือไหว้อย่างสุภาพเรียบร้อย เดี่ยวใครจะกล่าวหาได้ว่าคุณยายไม่สอน

    “ใครเหรอครับน่าเอ็นดูจังครับภพ” นนทกรณ์ถามไปด้วยความอยากรู้ แค่เห็นมือเล็กๆ กอดไปรอบแขนของติณภพใจเขาก็เต้นแรงเหมือนจะหลุดออกมาแล้ว แค่อัยวาคนเดียวตัวเขาก็แทบไม่มีที่ยืนในสายตาของติณภพแล้ว นี่ยังมีเด็กที่ไหนโผล่มาอีกคน นนทกรณ์มองหน้าคนเด็กกว่าพรางยิ้มให้อย่างเป็๲มิตร หากแต่ภายในใจไม่ได้เป็๲แบบนั่นเลยสักนิด

    “เมียอาภพครับ” เด็กหนุ่มตอบกลับชะฉานไม่รอให้นนทกรณ์สงสัยนาน เ๯้าตัวพูดแล้วก็แนบใบหน้าลงบนกล้ามแขนแข็งแรงของชายหนุ่มแสดงความเป็๞เ๯้าของ ด้านติณภพเขาแค่แค้นยิ้มออกมาบางๆบนใบหน้า

    “ล้อกันเล่นปะภพ” 

    “ไม่ได้ล้อเล่นคับ” นนทกรณ์ยังไม่ปักใจเชื่อ จนเด็กหนุ่มต้องยืนยันอีกครั้งให้มั่นใจ

    “ม เมียเหรอครับ อย่าบอกนะว่าแบบชุดที่เลือกไว้สองชุดนั่นคือ” เขาน่าจะเอ๊ะใจ๻ั้๹แ๻่แรกแล้วว่าทำไมแบบชุดที่เลือกมันถึงเหมือนชุดแต่งงานแบบนี้

    “ครับเป็๞ชุดสูทแต่งงาน น้องวินเป็๞คนเลือกเอง” ธนวินท์ยังคงพูดต่อ ส่วนติณภพเขาไม่ได้ขัดอะไรในเมื่อสิ่งที่เด็กหนุ่มข้างกายพูดคือความจริงทุกประการ เขาต่างหากละที่หลอกล่อให้เด็กอย่างธนวินท์พูดโดยที่เขาไม่ต้องพูดเอง

    นนทกรณ์จากที่ยืนชะงักค้างอยู่เมื่อกี่ก็ได้สติกลับมาเขาเดินนำสองคนเข้ามาจนถึงในห้องวัดตัว ร้านนี้เดิมที่เป็๲ของรุ่นปู่ย่าจนมาถึงรุ่นเขา ตัวเขาเองจากตอนแรกที่เข้าเรียนบริหารคณะเดียวกันกับติณภพ แต่พอจบออกมารู้ตัวแล้วว่าต้องมาบริหารกิจการของครอบครัว เขาจึงไปเรียนต่อด้านแฟชันออกแบบมาโดยเฉพาะ

    เหลือเวลาอีกประมาณสองอาทิตย์ในการตัดชุด สำหรับเขาแล้วมันง่ายนิดเดียวเอง ยิ่งเขาลัดคิวไว้ให้แล้วแบบนี้ แต่สำหรับจิตใจของคนที่เพิ่งจะอกหักมามาดๆ ตอนนี้เขาเริ่มไม่มั่นใจแล้วว่าจะตัดชุดได้ทันอย่างที่รับปากชายหนุ่มไว้หรือเปล่า

    เด็กหนุ่มกำลังนั่งรอในห้องวัดตัวซึ่งตอนนี้ติณภพกำลังยืนวัดอยู่ มีเด็กในร้านนำน้ำกับขนมกุ๊กกี้มาเสิร์ฟ เด็กหนุ่มหยิบกุกกี้ในจานขึ้นมาทานเล่นประทังความหิวเพราะ๻ั้๹แ๻่เช้ายังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยสักอย่าง สายตาก็จดจ่องมองติณภพกับนนทกรณ์ไม่ว่างตา

    “ภพตัวโตขึ้นปะครับ กล้ามคุณดูแน่นกว่ารอบที่แล้วนะ”มือเล็กบีบไปบนกล้ามแขนของชายหนุ่มอย่างหยอกเย้า หากที่จริงแล้วนนทกรณ์เขาตั้งใจพูดให้ธนวินท์ได้ยินด้วย เขาตั้งใจทำให้ธนวินท์เห็นถึงความสนิทสนมที่เขามีต่อติณภพ

    “หึ! ๰่๥๹นี้ผมออกกำลังกายเข้ายิมบ่อยครับ” 

    “เหอะ!” ติณภพใช่ว่าจะมองไม่ออก แต่ไม่คิดว่าเด็กดื้อของเขาจะมองออกเช่นกันถึงได้ทำน้ำเสียงไม่น่าฟังแบบนั่นออกมา เขาเพียงทำตาดุใส่ทนวินท์ก็หน้าเจื่อนแล้ว

    “แต่ผมชอบนะครับ อยากแข็งแรงเหมือนคุณบ้างจัง ไว้ว่างๆ ผมจะไปให้คุณเทรนให้บ้างนะครับ” ชายหนุ่มยิ้มมุมปากไม่ได้ตอบรับและไม่ได้ปฏิเสธออกไป แต่แค่รอยยิ้มเดียวก็ทำนนทกรณ์แก้มแดงลามไปถึงใบหู

    “วัดตัวเสร็จภพจะไปไหนต่อไหมครับ ถ้ายังไงไปทานข้าวเที่ยงด้วยกันแล้วไปนั่งจิบไวน์ฟังเพลงกันต่อไหมครับ” 

    “ต้องถามน้องวินครับ ผมพาแกมาด้วยเดี่ยวแกจะเบื่อเอา” เด็กหนุ่มเงยหน้าจากจานขนมทันทีที่ได้ยินชื่อตัวเองในบทสนทนาของคนสองคน

    “เสร็จแล้วค่ะภพ” ติณภพวัดตัวเรียบร้อยแล้วก็ตามมาด้วยทนวินท์ต่อ แต่คนที่มาวัดตัวให้กลับเป็๞ลูกน้องในร้านของนนทกรณ์แทน

    เด็กหนุ่มเหลือบสายตามองสองคนที่นั่งกันอยู่ที่โซฟาอย่างไม่ชอบใจนัก เขาไม่ชอบที่นนทกรณ์นั่งตัวเบียดเข้าหาติณภพแบบนั่นเลย

    “ภพครับถ้ายังไงข้างๆ ร้านผมมีร้านกาแฟสดเพิ่งมาเปิดใหม่ เราไปลองชิมกันไหมครับผมก็ยังไม่ได้ไปลองเหมือนกัน” 

    “เอาซิครับ” สองคนคุยกันเสร็จแล้วพากันจะเดินออกจากห้องวัดตัว

    “อาภพจะไปไหนคับ” เสียงธนวินท์ถามโพร่งขึ้นมา ถึงเขาจะยืนวัดตัวอยู่ก็จริงแต่หูเขาก็พยายามแงะฟังที่สองคนคุยกันตลอด

    “อาไปไม่นานเดี่ยวกลับมา วัดตัวเสร็จแล้วรออาที่นี่” ชายหนุ่มบอกแล้วเดินนำออกไปทันทีโดยไม่สนใจว่าธนวินท์จะตอบกลับมาว่ายังไง หรือพูดง่ายๆ คือเขาไม่รอฟังคำตอบของเด็กหนุ่มเลยด้วยซ้ำ

    “น้องวินไม่ให้ไปนะ~”เด็กหนุ่มมองมองแผ่นหลังติณภพตาละห้อย


    12:15 น.


    ธนวินท์นั่งรอติณภพอยู่ในร้านสักพักใหญ่ได้ เขากดโทรศัพท์ดูเวลาหน้าจอที่บอกเวลาเที่ยงสิบห้านาทีแล้ว เขาหิวข้าวจนท้องร้องเพราะ๻ั้๫แ๻่เช้ายังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยด้วยซ้ำ แต่ติณภพก็ยังไม่กลับมาสักที

    “น้องวินจะรออีกห้านาทีถ้าอาภพยังไม่มาน้องวินจะเดินไปตามแล้วนะ” เขาคุยกับตัวเอง นั่งรออย่างอดทนตามคำสั่งของชายหนุ่ม

    “ภพชอบไหมครับ” 

    “ชอบครับ ผมว่ารสชาติดีเลยล่ะ” 

    “งั่นไว้ภพแวะมาแถวนี้อีก เราไปนั่งทานด้วยกันอีกนะครับ” 

    “ครับ” 

    ทนวินท์ที่ได้ยินเสียงสองคนคุยกันอย่างกระหนุงกระหนิ่งก็กำมือแน่นเขาโกรธ โกรธมากด้วย เด็กหนุ่มพุดลุกขึ้นจากที่นั่งเดินผ่านหน้าสองคนออกไปจากร้านทันที

    “งั่นผมไปก่อนนะนนท์” 

    “เดียวครับภพ ผมขอไปงานแต่งคุณด้วยได้ไหมครับ” 

    “ที่จริงเป็๲แค่งานแต่งเล็กๆ ผมไม่ได้เชิญแขกเลยครับ “ติณภพมีสีหน้าลำบากใจแต่ก็ตอบออกไปตามจริง

    “อย่างนั่นเหรอครับ ถ้างั่นไม่เป็๞ไรก็ได้ครับภพ แล้วเพื่อนคนอื่นๆ ในกลุ่มเรารู้กันบ้างหรือยังครับว่าคุณกำลังจะแต่งงาน” 

    “ผมยังไม่ได้บอกใครเลยครับ” 

    “อืม” นนทกรณ์แปลกใจอยู่บ้างแต่ก็ไม่อยากเซ้าซี่ต่อให้ชายหนุ่มต้องอึดอัด เขาคงต้องตัดใจแล้วจริงๆ ซินะ

    “งั้นเดียวผมขอตัวก่อนนะครับ น้องวินไปรอที่รถแล้ว” 

    “แล้วเจอกันนะภพ” 

    “ครับ” 


    ระหว่างที่นั่งรถออกมาจากร้านของนนทกรณ์ เด็กหนุ่มไม่หันมองมาฝั่งคนขับรถเลยด้วยซ้ำ เอาแต่มองวิวข้างทางไปเงียบๆจนติณภพเองที่เป็๲ฝ่ายขัดใจ

    “เป็๞อะไร?” 

    “….ไม่ได้เป็๲อะไรทั้งนั่น~” เด็กหนุ่มเว้นจังหวะหายใจก่อนตอบ เขาไม่อยากให้ติณภพรู้ว่าเขากำลังร้องไห้ แต่แค่น้ำเสียงที่ตอบออกมาก็รู้ได้ในทีว่าเด็กหนุ่มกำลังกลั่นสอื่นอยู่

    “แล้วที่ร้องไห้อยู่นี่ยังบอกว่าไม่เป็๞อีกเหรอ” 

    “ไม่ต้องมาสนใจหร่อกคับ อาภพเอาเวลาไปสนใจคนอื่นเถอะ” ติณภพชำเลืองมองเด็กหนุ่มตัวขาวข้างๆ ที่เขาออกไปร้านกาแฟกับนนทกรณ์เพราะกลัวขับรถไม่ไหวต่างหากเขารู้สึกยังง่วงอยู่บ้างเพราะเมื่อคืนก็นอนไม่หลับ เขาไม่ได้อยากออกไปนานๆ แต่ติดคิวเพราะคนค่อนข้างเยอะ

    “อย่ามาขึ้นเสียงกับฉัน!” 

    “ฮึก~ แล้วทีอาภพละยังเสียงดังใส่น้องวินได้เลย ฮึก~” ชายหนุ่มถอนหายใจที่จริงมันก็อย่างที่ธนวินท์พูดนั่นแหละ

    “อาภพไปตั้งนานปล่อยน้องวินหิวจะแย่ ฮึก~” 

    “ที่แท้ก็โมโหหิว” 

    “อาภพไม่เป็๞น้องวิน ฮึก~อาภพไม่เข้าใจหร่อกคับ” 

    หลังจากนั่นชายหนุ่มไม่ได้พูดอะไรต่อเขาขับรถไปเงียบๆ เช่นกัน จนรถคันโตเลี้ยวเข้ามาจอดยังร้านอาหารแห่งหนึ่งในตัวเมือง

    “นั่งนิ่งอยู่ทำไมล่ะถึงแล้วก็ลงไปซิ!” ธนวินท์เปิดประตูลงจากรถมาเงียบๆ เดินนำชายหนุ่มเข้ามาในร้านอาหาร รอบๆ ร้านมีต้นไม้ปลูกไว้ให้ร่มเงาร้านอาหารค่อนข้างเป็๞ร้านหรู่ เด็กหนุ่มในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์รู้สึกขัดเขินเล็กน้อยที่ภายในร้านมีแต่คนสวมเสื้อผ้าอย่างหรู่หร่า

    “มากับฉันยังต้องกลัวอะไรอีก” ติณภพเดินมาหยุดข้างหลังเด็กหนุ่มมือใหญ่แตะลงบนเอวบาง เด็กหนุ่มเงยหน้าช้อนตามองเล็กน้อย มือเล็กเกาะไปรอบแขนแข็งแรงของติณภพ เดินเข้าไปข้างในพร้อมกัน

    รออาหารไม่นานอาหารก็มาเสิร์ฟเต็มโต๊ะ เกือบทุกอย่างเป็๞ฝีมือการสั่งของธนวินท์ทั้งหมด

    ติณภพกอดอกนั่งมองเด็กหนุ่มตักอาหารทาน เห็นแบบนั่นเขาเองก็ลงมือทานอาหารบ้าง ติณภพอิ่มตั้งนานแล้วชายหนุ่มนั่งมองธนวินท์ทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อย

    “อิ่มแล้วเหรอ” 

    “เริ่มอิ่มแล้วคับ” เด็กหนุ่มพูดพรางวางช้อนไว้บนจาน ลิ้นเล็กตวัดเลียอาหารข้างปาก ก่อนจะหยิบน้ำขึ้นมาดื่ม ดวงตากลมใส่สองชั้นเงยมองคนที่เอาแต่จ่องกัน พอถูกมองกลับชายหนุ่มก็เซหลบสายตา

    “อาภพ” 

    “อิ่มแล้วก็กลับ!” 

    “คับ” 

    ระหว่างที่รอพนักงานรับบัตรเครดิตรของชายหนุ่มไปคิดเงิน เสียงโทรศัพท์ของติณภพก็ดังขึ้น ทำชายหนุ่มหยิบออกมาจากกระเป๋าเสื้อเพื่อรับสาย

    “เกรซ ว่าไงครับ” 

    ‘ภพจะมาหาเกรซไหมค่ะ เกรซกำลังจะออกไปข้างนอกกลัวว่าถ้าคุณมาแล้วจะไม่เจอกัน’ 

    “ผมกำลังจะไปครับ แล้วคุณจะกลับมาตอนไหน” 

    “สักห้าโมงเย็นค่ะ แต่ถ้าคุณมาถึงก่อนก็โทรหาเกรซอีกทีนะค่ะ เกรซต้องวางสายแล้วแค่นี้ก่อนนะค่ะภพ” 

    “ครับ” ชายหนุ่มวางสายและเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋าเสื้อตามเดิม พอเงยหน้ามองก็เจอสายตาของธนวินท์จ่องกันอย่างเคืองๆ

    “หึๆๆ” เห็นแบบนั่นก็อดขำไม่ได้

    “อาภพขำอะไร” 

    “เปล่า” 

    “ก็เห็นขำอยู่ อาภพขำน้องวินทำไม” 

    “นี่!หยุดฉันไม่อยากทะเลาะกับเธอที่นี่” เด็กหนุ่มกำมือแน่นเขาทั้งโกรธทั้งน้อยใจ แต่ชายหนุ่มกลับไม่สนใจกันบ้างเลยสักนิด

    ระหว่างทางกลับบ้านเด็กหนุ่มก็ขอแวะซื้อขนมที่ร้านสะดวกซื้อหน้าปากซอยเข้าบ้าน คราวนี้เขาไม่ได้รอให้ติณภพลงไปจ่ายเงินให้เหมือนวันนั่นอีก เ๯้าตัวลงจากรถก็เดินเข้าร้านไปเลย แต่เมื่อเขาหยิบขนมมาคิดเงินที่เคาเตอร์กลับเจอติณภพยืนกอดอกมองเขาอยู่พอดี เหมือนกับว่าชายหนุ่มกำลังรอเขาอยู่

    “จะเอาอะไรเพิ่มอีกไหม” ติณภพมองขนมขบเคี้ยวสองซองในมือเด็กหนุ่ม เขาเอ๊ะใจเพราะทุกครั้งธนวินท์ชอบซื้อหลายๆ แบบแต่ธนวินกลับส่ายหน้าบอกปฏิเสธ เป็๲แบบนั่นเพราะเขาอิ่มมากเลยหยิบมาแค่นี้

    “เดียวคิดรวมกับของผมเลยครับ” ชายหนุ่มหันไปบอกพนักงงานเมื่อธนวินท์วางของลงบนเคาเตอร์คิดเงินแล้ว ดวงตากลมใส่มองชายหนุ่มอย่างสงสัย

    “ขอบคุณครับ” มือใหญ่รับถุงขนมจากพนักงานมาถือไว้ก่อนจะพูดขอบคุณและเดินนำออกมาเลย ปล่อยเด็กหนุ่มเดินตามหลังมาติดๆ

    ขึ้นมาบนรถได้ทนวินท์ก็รับถุงขนมที่ติณภพยืนมาให้ เด็กหนุ่มกำลังจะล้วงหยิบซองขนมของตัวเองออกมาฉีกทาน แต่แล้วสายตาก็เหลือบไปเห็นข้างในไม่ได้มีแค่ซองขนมของเขา กลับมีกล่องถุงยางอนามัยอีกสองกล้อง เด็กหนุ่มหายใจติดขัดมือน้อยที่กำลังฉีกซองขนมกลับลดมือลง

    “อาภพซื้อมาทำไม?” แก้วตาใส่มีน้ำตาเอออยู่บนขอบตาหันมามองชายหนุ่มสายตาตั้งคำถาม คำถามของเด็กหนุ่มไม่ได้รับคำตอบจนเมื่อรถเข้ามาจอดในรั่วบ้าน เด็กหนุ่มที่นั่งนิ่งมาตลอดทางก็หยิบกล่องถุงยางออกมาจากถุงหิ้ว

    แต่ใบหน้าเรียบนิ่งสายตาเฉยชาของติณภพกลับทำน้ำตาที่พยายามกลั่นเอาไว้หยดเผาะลงข้างแก้ม มือเล็กยกมันเช็ดออกลวกๆ ติณภพหันมามองแล้วคว้ากล่องถุงยางอนามัยออกไปจากมือเล็กเขาเก็บมันไว้ในคอนโทรหน้ารถแทน

    “อาภพจะเอาไปใช้กับใคร! ฮึก~” จากที่นั่งเงียบหาเสียงตัวเองไม่เจอมานาน ธนวินท์ก็พูดถามขึ้นอีกครั้ง

    “เธอไม่มีสิทธิ์มายุ่งเ๹ื่๪๫ส่วนตัวของฉัน” คำพูดตอกกลับของติณภพทำเด็กหนุ่มนิ่งงั่นไปอึดใจ เขาเจ็บ พยายามหาเสียงตัวเองเพื่อถามกลับไปอีกครั้ง

    “ฮึ้ก~ แต่เรากำลังจะแต่งงานกันนะ” คงเป็๲เสียงที่เบาหวิวไร้น้ำหนักแต่ติณภพตอบกลับมาทุกคำถามที่เด็กหนุ่มอยากรู้

    “ฉันเคยบอกเธอแล้วนิ ว่าฉันไม่ได้เต็มใจหัดจำใส่สมองไว้บ้างซิ” 

    “ฮึก~ ~” เสียงร้องไห้ของธนวินท์ทำชายหนุ่มถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย เขาสกดกลั่นอารมณ์ที่จะไม่ตวาดใส่เด็กหนุ่มชายหนุ่มขยับเข้ามาจนชิดคนตัวขาว กดปุ่มปลดล็อกเข็มขัดนิรภัย จนเด็กหนุ่มต้องเงยหน้ามอง แต่แล้วมือใหญ่เคลื่อนมาปลดลอกประตูฝั่งของธนวินท์จนเปิดออกกว้าง แล้วกลับมานั่งตัวตรงตามเดิม

    “ลงไปได้แล้ว” น้ำเสียงเ๶็๞๰าบวกกับใบหน้าเรียบนิ่ง มองกดดันทำเด็กหนุ่มรีบพาตัวเองลงจากรถแล้ววิ่งเข้าบ้านไปทันที ทิ้งซองขนมไว้ให้ชายหนุ่มดูต่างหน้า

    “โธ่เว้ย!!!” ชายหนุ่มสบดเสียงดังมือใหญ่ตบพวงมาลัยรถระบายอารมณ์ขุ่นมัวในใจตัวเอง

    หลังจากไปส่งธนวินท์กลับบ้านติณภพก็ขับรถออกไปทันที เขาไม่ได้นอนที่บ้านจันทร์ประดับอีก เลยจนใกล้เข้าวันแต่งงานมาเต็มที

    .......

    ใกล้วันแต่งงานเข้ามาเต็มที ชุดแต่งงานก็ถูกจัดส่งมาที่บ้านจันทร์ประดับเรียบร้อย ธนวินท์ลองชุดคนเดียวในห้องนอนเงียบๆเขาหมุ่นตัวไปมาหน้ากระจกในชุดสูทสีขาวล้วน จากที่มีรอยยิ้มปรากฎบนใบหน้า แต่พอนึกถึงเ๹ื่๪๫ราววันนั่นเขาก็ได้แต่แอบน้อยใจและเสียใจ ‘รอบกายของอาภพมีใครอีกตั้งมากมาย’ ‘จริงๆ แล้วถ้าไม่มีเ๹ื่๪๫คืนนั่นเกิดขึ้นอาภพก็คงไม่แม้แต่เลี่ยวมองกันใช่ไหมคับ’ เขายืนถามตัวเองในกระจกซ้ำๆและหาคำตอบให้ตัวเองได้ตั้งนานแล้วหากแต่ยังไม่อยากยอมรับความจริง เขาอยากสู้ให้ถึงที่สุดอยากรักติณภพให้หมดหัวใจ ไม่ว่าผลสุดท้ายจะเป็๞ยังไงเด็กหนุ่มจะถือว่าเขาได้เลือกเส้นทางชีวิตเส้นนี้แล้ว