“คุณครูคะหนูวางเอาไว้ตรงนี้นะ” หญิงสาวสวมแว่นนำสมุดวิชาคณิตศาสตร์ของคนทั้งห้องกว่าสามสิบเล่มมาส่งให้กับครูอายด้วยตัวคนเดียว
“อ้าวครั้งนี้ต้องเป็เพื่อนเลขที่อื่นรับหน้าที่มาส่งไม่ใช่เหรอจ๊ะ”
“เพื่อนคนนั้นเขาติดธุระน่ะค่ะ หนูเลยอาสามาแทนให้” ถึงปากจะบอกว่าอาสาแต่ความจริงแล้วเธอไม่ได้อยากจะยกสมุดกว่าสามสิบเล่มด้วยตัวคนเดียวมาส่งให้ถึงห้องพักครูเลยสักนิดแต่ถ้าไม่ทำล่ะก็ตอนนี้ พรุ่งนี้ก็ไม่รู้ว่าจะต้องโดนอะไรบ้าง
“ขอบคุณมากนะจ๊ะที่ช่วยเอามาส่งแทน” ครูอายยกยิ้มให้เธอเล็กน้อย เธอก็ฝืนยิ้มตอบกลับไป
หลังจากที่เธอส่งสมุดการบ้านให้กับคุณครูเสร็จก็รีบสาวเท้าเพื่อกลับสู่หอพักหญิงให้เร็วที่สุดเพราะถ้าหากเจอเ้าพวกนั้นล่ะก็ บางทีเธออาจจะกลับไม่ทันเคอร์ฟิวหอพักก็ได้
“เดี๋ยวก่อน ยัยแว่น”
“ค่ะ---คะ!” ไม่ทันขาดคำ สิ่งที่เธอไม่อยากจะให้เกิดขึ้นดันเกิดขึ้นต่อหน้าเสียอย่างนั้น เสียงเรียกของใครบางคนที่คุ้นเคยทำให้หยุดเท้าและหันกลับไปเพื่อเผชิญหน้า
“สมุดการบ้าน ส่งแล้วใช่ไหม” ต้นตอของเสียงคือหนึ่งในผู้หญิงที่ไม่อยากเจออันดับต้นๆ ในตอนนี้
“เรียบร้อยแล้วค่ะ คุณน้ำ”
น้ำเป็ผู้หญิงตัวสูงไว้ผมสั้นถ้าสรุปนิสัยในให้อยู่ในคำเดียวก็คงจะเป็ ห้าวกว่าผู้ชายมีน้ำเสียงค่อนข้างต่ำกว่าผู้หญิงปกติทั่วไปทำให้สามารถแยกออกได้ทันทีเลยว่าใครเป็คนพูด นอกจากเสียงแล้วยังมีหน้าอกหน้าใจใหญ่อยู่ในระดับเกินมาตรฐานไปสองถึงสามขั้นเลยก็ว่าได้
ซึ่งเวลาที่น้ำโผล่ออกมาคู่หูของเธอก็มักจะโผล่ออกมาด้วยเช่นกัน
“เธอรู้ไหมว่านี่คืออะไร”ผู้หญิงอีกคนที่ยืนอยู่ด้านข้างชูสมุดการบ้านวิชาคณิตศาสตร์ให้ดู
“สมุดการบ้านวิชาคณิตใช่ไหมคะ คุณฝน” เธอตอบออกไปตรง ๆ อย่างสุภาพโดยหวังเพียงว่าสมุดเล่มนั้นจะไม่ใช่ของตัวเองเพราะก่อนจะส่งการบ้านก็ตรวจสอบแล้วว่าสมุดทุกเล่มครบถ้วนสมบูรณ์
“ใช่แล้วล่ะ” ฝนเป็ผู้หญิงที่ตัวเล็กกว่าน้ำราวสิบเซนไว้ผมยาวประบ่าเธอมักจะชอบพูดเข้าข้างตัวเองให้เหนือกว่าอยู่เสมอ ส่วนเื่เสียงก็ต่างกับน้ำลิบลับ
“เก่งสมกับเป็เด็กเนิร์ดประจำห้องดีหนิ”
“ขอบคุณค่ะ” เธอรับคำชมไปแบบนั้นโดยหวังเหตุการณ์นี้จะจบลงโดยเร็วที่ถูกว่าเป็เด็กเนิร์ดก็คงเพราะเธอใส่แว่นแล้วไว้ผมหน้าม้าดูมืดมน
ทรงผมที่เธอไว้คนอื่นๆ ก็ไว้กัน ทำไมถึงไม่โดนรังแกบ้างล่ะ อย่างแว่นเองเธอก็ไม่ได้ใส่คนเดียวในห้องสักหน่อยหรือมันเป็เพราะเหตุการณ์เมื่อตอนนั้นกันแน่
ถ้าใช่ล่ะก็คนพวกนี้นี่ไร้เหตุผลชะมัด เธอคิดแบบนั้นแต่ก็ไม่ได้พูดออกไป
“แต่ก็ยังตอบได้ไม่ครบหรอกนะ เพราะสมุดเล่มนี้...” อีกฝ่ายเว้น่แล้วแสยะยิ้ม “มันเป็ของเธอไงเจน”
“คะ” ‘เจน’อุทานออกมาหลังจากได้ยินคำพูดของฝน อีกฝ่ายแค่นหัวเราะกลับมาจนเจนอดสงสัยไม่ได้ว่าเธอคนนี้ไม่เข้าใจถึงโทษของการส่งการบ้านช้าหรืออย่างไรทำไมถึงแอบหยิบสมุดของเธอออกมาแบบนี้
เฮ้อ...เจนถอนหายใจอยู่ในใจโดยไม่ให้เสียงเล็ดลอดออกมาแม้แต่น้อย
“ใช่สมุดคณิตของเธอไง”
“งั้นฉันขอมันคืนได้ไหมคะ วันนี้ก็เป็วันสุดท้ายที่สามารถส่งการบ้านได้นะคะ” ทั้งที่เจนรู้อยู่แล้วว่ายัยพวกนี้มันจะตอบสนองแบบไหน แต่ก็ต้องพูดขอร้องออกไปเพราะไม่อยากให้มันเป็เื่ใหญ่
“ได้สิ แต่ฉันจะให้ได้ก็ต่อเมื่อพรุ่งนี้เธอมาหาฉันที่ด้านหลังโรงเก็บอุปกรณ์ตอนเลิกเรียน”
“ถ้าไม่มาก็ไม่ต้องเอาสมุดคืนนะ ยัยแว่น” พอทั้งสองคนว่าจบ น้ำก็เก็บสมุดเล่มนั้นไว้กับตัวแล้วเดินจากไป
ใน่เย็นหลังเลิกเรียนวันถัดไปเจนก็ไปด้านหลังโรงเก็บอุปกรณ์พละตามที่ทั้งสองคนนัดเอาไว้ ซึ่งเมื่อเธอเดินทางมาถึงก็พบกับน้ำและฝนที่ยืนรออยู่
“มาเร็วกว่าที่คิดไว้อีกนะเนี่ย เจน... รีบเข้าไปด้านในสิคุณหนูของพวกเรารออยู่” เสียงของน้ำดังทักขึ้นเธอว่าแบบนั้นพลางเอียงศีรษะพร้อมเหล่สายตาไปด้านหลังเพื่อเป็สัญญาณให้เจนเดินนำหน้าพวกเธอทั้งสอง
“ค่ะ” เจนตอบรับอย่างว่าง่ายเพราะนี่มันไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอถูกเรียกให้มายังที่แห่งนี้แต่การที่ถูกคุณหนูของยัยพวกนี้เรียกมาหาตรงนี้นั้นไม่ใช่เื่ดีแน่ ๆ
“เดินเร็วกว่านี้ไม่ได้รึไง ยัยแว่นนี่คุณหนูไม่ได้ว่างพอจะมารอแกทั้งวันหรอกนะ”ฝนที่เดินตามมาใช้มือผลักเจนไปด้านหน้า
“ระ- รู้แล้วหน่า”เจนตั้งตัวไม่ทัน เธอเสียหลักเพราะแรงผลัก แต่ยังดีที่เธอไม่ได้ล้มลงไป
ตรอกด้านหลังโรงเก็บอุปกรณ์พละนั้นเป็ซอยค่อนข้างลึกแสงไฟจากด้านนอกส่องมาไม่ค่อยถึง แล้วยิ่งตอนนี้เป็่เย็นบริเวณตรงหน้าของเจนจึงแสงสลัว ๆ เท่านั้น นอกจากนี้อุณหภูมิเองก็ตกลงเล็กน้อยจนขนบริเวณิัของเจนเริ่มลุกชัน
ยิ่งเดินเข้ามาก็ยิ่งััได้ถึงหายนะที่คลืบคลานเข้ามาหาเธอหรือถ้าพูดให้ถูกก็คือ เธอต่างหากที่กำลังเดินเข้าไปหาหายนะ
เมื่อเดินมาจนถึงปลายทางเจนก็พบกับคุณหนูคนดังกล่าวซึ่งมีผู้ชายที่เจนคาดว่าเป็ลิ่วล้อของเ้าหล่อนยืนขนาบข้างอยู่สองคน
เสียงของคุณหนูคนนั้นดังเรียก
“กำลังรออยู่เลย เจน” หญิงสาวต้นเสียงว่าจบก็ยกขาขึ้นไขว่ห้างจากนั้นกอดอก
“ไม่ต้องทำถึงกันขนาดนี้หรอก แค่เธอเรียกเฉย ๆฉันก็มาหาเธอแล้ว... ไม่สิไม่ว่าจะเป็ใคร แค่เธอเรียกเขาก็มาหาเธอทั้งนั้นแหละ อีฟ”
“เหรอ” อีฟลากเสียงพร้อมยกมุมปากขึ้นยิ้มเธอเงยหน้าเล็กน้อยก่อนจดจ้องสายตามาทางเจน สายตาของเธอนั้นเปรียบได้กับสัตว์ดุร้ายซึ่งกำลังจ้องมองเหยื่อตัวน้อยที่เธอเป็คนกุมชะตาชีวิตเอาไว้เลือกที่จะฆ่าทิ้ง ทรมานหรือเล่นกับเหยื่อ ก็ขึ้นอยู่กับความเมตตาของเ้าหล่อน
“ใช่สิ ก็เธอน่ะเป็ถึง---”
“อืม... ก็รู้นี่ว่าฉันเป็ใครทำไมเธอถึงยังจะกล้าพูดอะไรออกมาทั้ง ๆ ที่ฉันไม่ได้สั่งให้พูดล่ะ” อีฟแทรกเสียงเรียบ บรรยากาศเย็นลงยิ่งกว่าเก่าเพราะคำพูดของเธอ
เสียงเรียบๆ ของอีฟทำให้เจนรู้สึกตัว เธอกลืนคำที่้าจะพูดลงไปพร้อมน้ำลาย
“ดีมาก มานี่สิ” อีฟกวักมือเรียกด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มจนดวงตาหรี่ลงมาจากนั้นหยิบสมุดคณิตศาสตร์ของเจนจากมือชายหนุ่มด้านข้าง
“มาเอาสมุดของเธอคืนไป” อีฟยื่นสมุดให้กับเจนที่เดินเข้ามาหา
“ขอบคุ-” จังหวะที่เจนยื่นมือเข้าไปหยิบอีฟก็ปล่อยสมุด ทำให้สมุดมันตกลงไปอยู่บนพื้น
“อะ... ขอโทษที พอดีหลุดมือไปหน่อย เก็บมันขึ้นมาสิ”
เจนสบตาอีฟจากนั้นโน้มตัวลงไปด้านหน้าเพื่อเอื้อมมือหยิบสมุดที่หล่นพื้นทว่าก่อนปลายนิ้วของเจนจะัักับสมุด เสียงของอีฟก็ดังขัดจังหวะ
“ฉันไม่ได้บอกให้ใช้มือเก็บสักหน่อย”
“แล้วจะ-” เจนไม่ทันได้พูดจบอีฟก็พูดขัดขึ้นมาในทันที
“คุกเข่าลงไปสิ แล้วก็คลานสี่ขาด้วย”
มีเวลาให้เจนตัดสินใจว่าจะทำตามเพียงไม่กี่วินาทีเธอลองใช้เวลาอันน้อยนิดนั้นมองหาทางออกไปจากสถานการณ์นี้ดู และพบว่ามันมืดแปดด้าน ด้านหลังของเธอก็มีคู่หูน้ำ-ฝนล้อมเอาไว้ ส่วนด้านหน้าก็มีคุณหนูอีฟและผู้ชายอีกสองคน
ถ้าคว้าแล้ววิ่งออกไปเลยมันก็จะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นตรงนี้ได้แต่หากทำแบบนั้นชีวิตในรั้วโรงเรียนประจำของเธอก็คงจะจบสิ้นและไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่าอีฟที่อยู่ด้านหน้าของเธอจะสรรหาวิธีแบบไหนมากลั่นแกล้งกันอีก
ยัยลูกผู้อำนวยการเอ้ย...เจนสบถในใจก่อนคุกเข่าลงไปตามคำสั่งของคนตรงหน้า เมื่อฝ่ามือประทับพื้นเธอก็รู้สึกถึงของเหลวบางอย่างกำลังไหลลงมาจากศีรษะของเธอ
“แล้วก็...” อีฟเอียงขวดพลาสติกราดน้ำเปล่าเหนือศีรษะของเจนขณะที่พูด“คาบสมุดนั่นมาให้ฉันสิ”
ถึงจะเจ็บใจที่โดนเหยียบย่ำศักดิ์ศรีแค่ไหนแต่เจนก็โต้ตอบอะไรไม่ได้หนทางเอาตัวรอดที่ดีที่สุดตอนนี้คงจะเป็ตามน้ำไปจนกว่าพวกอีฟจะพอใจเธอจึงโน้มศีรษะลงไปคาบสมุดบนพื้นขึ้นมา จากนั้นก็เงยศีรษะขึ้นสบตาอีฟเพื่อจะดูปฏิกิริยาของเ้าหล่อนว่าอยากจะให้เธอทำอะไรต่อ
“เก่งมาก”เธอว่าแบบนั้นเสียงหวานพร้อมกับรอยยิ้ม ก่อนจะเริ่มเทน้ำอีกขวดลงบริเวณหน้าผาก
ของเหลวสีใสไหลเปื้อนใบหน้าลากผ่านดวงตาจรดยังบริเวณสมุดที่คาบอยู่ซึ่งเสื้อผ้าของเธอก็โดนลูกหลงไปทำให้ส่วนที่เปียกนั้นแนบไปกับิั
พอน้ำในขวดพลาสติกขวดที่สองหมดอีฟก็โยนขวดทิ้งไปด้านข้าง จากนั้นเธอลูบศีรษะของเจนพร้อมกับจ้องมองด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยเลศนัย
“ถือว่าฉันคืนให้แล้วนะเจน อย่าลืมเอาไปส่งคุณครูด้วยล่ะ” อีฟว่าแบบนั้นก่อนลุกขึ้นแล้วเดินผ่านเจนไปพร้อมกับผู้ชายทั้งสองคนข้าง ๆเธอ
“ถ้ากลัวเป็หวัดเพราะเสื้อเปียก เธอจะถอดชุดก็ได้นะ” น้ำว่าทิ้งท้ายพร้อมเสียงหัวเราะเยาะเย้ย จากนั้นน้ำและฝนก็เดินตามคุณหนูของเธอไปโดยทิ้งให้เจนอยู่คนเดียว
เจนทิ้งระยะเวลาเล็กน้อยก่อนจะหยิบสมุดออกจากปากมาถือไว้พร้อมลุกขึ้นยืนด้วยขาที่อ่อนแรง
มันน่าแปลก ทั้ง ๆ ที่เธอโดนแกล้งขนาดนี้แต่เธอก็ไม่ได้ร้องไห้อะไรออกมาเพราะเธอคิดเพียงว่าการร้องไห้ออกมาก็เท่ากับว่าพวกอีฟแกล้งเธอสำเร็จ เจนจึงเลือกที่จะไม่ร้องไห้ออกมาและก้มหน้ายอมรับชะตากรรมตรงหน้าแทน
โชคดีที่เธอกลับหอพักได้ทันเวลาเพราะหลังจากที่ก้าวเท้าเข้าสู่หอพักพายุฝนก็เทลงมาอย่างรุนแรงสิ่งแรกที่ทำคืออาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้กลายเป็ชุดนอนซึ่งห้องน้ำของหอพักของโรงเรียนประจำแห่งนี้เป็ห้องน้ำรวมโดยมีระยะเวลาปิดที่กำหนดเอาไว้ที่สี่ทุ่มครึ่งของทุกวัน
เมื่อเธอทำธุระจนเสร็จก็กลับมายังห้องพักก็เจอกับรูมเมทที่กำลังนั่งอ่านหนังสือบางอย่างบนโต๊ะทำงานของเธออยู่
“วันนี้ก็โดนมาหนักนี่” เธอทักเจนที่กำลังเดินเข้าห้องพร้อมกับอุปกรณ์อาบน้ำ
“ใช่ รู้ได้ไงล่ะ ซี”
“ก็สมุดคณิตศาสตร์ที่ต้องส่งเมื่อวานมันเละซะขนาดนั้น” ซีพลิกหน้าหนังสือ
“เหอะ ๆ ก็ยังดีที่วันนี้ผ่านมาได้โดยเสียไปแค่สมุดคณิตศาสตร์...ไม่สิไม่ใช่แค่สมุดคณิตศาสตร์ ทั้งคะแนนจิตพิสัยความเชื่อใจที่อาจารย์มีให้ฉันแล้วก็ศักดิ์ศรี”เจนพูดจบก็ถอนหายใจออกมา
“ถ้าตรงไหนฉันพอช่วยได้ก็บอกแล้วกันนะ เจน”
“ขอบคุณนะซี แต่ถ้าเธอยื่นมือเข้ามาช่วยล่ะก็เธอเองก็ต้องโดนลูกหลงไปด้วย ยังไงก็ดูตามสถานการณ์ไปก่อนถ้าแกล้งกันแค่นี้ฉันยังพอทนได้”
“งั้นเริ่มจากเธอจะเอาสมุดคณิตศาสตร์ที่ไหนไปส่งคุณครูเลยดีกว่า”
“นะ... นั่นสิ นั่นสินะ”เจนนึกขึ้นได้ถึงหายนะในวันถัดไปที่คาดว่าจะตามมา
พรุ่งนี้เธอจะเอาสมุดคณิตศาสตร์พร้อมการบ้านที่ไหนไปส่งให้คุณครูได้ล่ะยิ่งส่งช้าคะแนนจิตพิสัยก็จะยิ่งถูกหัก แล้วถ้าถูกหักจนต่ำกว่าเกณฑ์มีสิทธิโดนใบเตือนของทางโรงเรียน
“เฮ้อ...”เจนถอนหายใจลากยาวออกมาจนลมแทบหมดปอด
“พรุ่งนี้ก็ลองไปคุยกับคุณครูอายดูก่อนไหมแล้วจะทำอะไรต่อค่อยตัดสินใจอีกทีตอนนี้เธอกังวลไปก็ไม่ได้ช่วยให้ปัญหาพวกนั้นหายไปหรอก”
“มันก็จริงของเธอ ขอบคุณนะที่อยู่ข้างฉันมาตลอด”
“ไม่หรอก มันเป็เื่ธรรมดาอยู่แล้วที่ฉันต้องทำ” ซีเผยยิ้มออกมาโดยไม่ได้สบตาเจนเพราะตัวเธอดูเหมือนกำลังจดจ่อกับหนังสือในมือ
“งั้นฉันไม่รบกวนเธอแล้ว”พอเจนว่าจบก็ทิ้งตัวลงนอนบนเตียง ซึ่งเตียงภายในห้องหอพักจะเป็แบบสองชั้นเธออยู่ชั้นล่างส่วนซีอยู่ชั้นบน
เจนนอนคว่ำแล้วจัดหมอนระดับหน้าอก จากนั้นก็เหยียดขาจนสนพร้อมกับเท้าข้อศอกลงบนเตียงเพื่อถือโทรศัพท์สุดรักเธอเปิดเกมที่เล่นค้างเอาไว้เพื่อเล่นต่อ
มันเป็เกมจีบสาวแบบเลือกคำตอบที่จำกัดเรทอายุยี่สิบปีขึ้นไปเพราะมีฉากโป๊ที่หลากหลายกระบวนท่าทั้งเสียงพากย์และงานศิลป์นับว่าทำออกมาได้ดีจนเจนชื่นชอบ
หากจะให้พูดเกมโป๊เกมนี้เป็เหมือนโอเอซิสสำหรับเจนเลยก็ว่าได้มันคอยเติมความชุ่มชื่นให้กับหัวใจของเธอที่ผ่านเื่เลวร้ายตลอดทั้งวัน
ที่สำคัญตัวละครเอกที่สามารถเข้าฉากอย่างว่าได้มีหน้าตาคล้ายคลึงกับอีฟที่คอยแกล้งเธออยู่
อย่าให้ถึงเวลาของฉันก็แล้วกัน ฉันจะเอาคืนให้สาสม...เจนคิดแบบนั้นระหว่างตัดสินใจเลือกตัวเลือกพร้อมกับหัวเราะในลำคอ
แต่ยังไม่ทันตัดสินใจว่าจะเลือกข้อไหนบริเวณหน้าจอก็เด้งกล่องข้อความประหลาดมาให้เธอเลือก
[้าที่จะเอาคืนอย่างสาสมไหม]
[้า]
[ไม่้า]
“นี่มันอะไรเนี่ย...” เธออุทานออกมาเบา ๆเพราะไม่แน่ใจว่าข้อความในเกมมันเด้งขึ้นมาถามตัวเธอหรือตัวละครที่เธอควบคุมอยู่
ขณะที่เธอกำลังสับสนว่าต้องเลือกอะไร เสียงฟ้าผ่าก็ดังขึ้นพร้อมกับเสียงกรีดร้องของหญิงสาวในห้องและโคมไฟในห้องเพียงหนึ่งเดียวที่เปิดอยู่ก็ดับลง
“ว้าย!?”
“เป็อะไรไหม ซี!”เจนรู้ว่าซีกลัวฟ้าผ่าจึงรีบลุกจากเตียงเพื่อตรงไปหาโดยมีความคิดที่จะใช้โทรศัพท์มือถือเป็ไฟฉาย
ทว่ามันไม่มีอะไรเป็ไปตามที่เธอคิดเพียงแค่เธอก้าวเท้าลงจากเตียง เท้าของเธอก็เกี่ยวเข้ากับผ้าห่มแทนที่จะได้ไปช่วยรูมเมท เจนกลับถูกผ้าห่มของตัวเองรั้งขาเอาไว้จนล้มหัวฟาดพื้นจนหมดสติไปซึ่งโทรศัพท์มือถือในมือก็ถูกปลายนิ้วแตะเลือกคำว่า [้า]ไปโดยบังเอิญก่อนที่จะลื่นไถลไปใต้เท้าของซี
เมื่อเจนรู้สึกตัวเพดานของเธอไม่ใช่เตียงชั้นที่สองแต่เป็เพดานสีขาวของห้องพยาบาลโดยมีรูมเมทของเธอฟุบหลับอยู่ด้านข้างเตียงที่เธอนอนอยู่นั้นมีผ้าม่านล้อมเตียงปิดเอาไว้
หลังจากที่เจนลุกขึ้นมาอยู่ในท่านั่ง กล่องข้อความบางอย่างเด้งขึ้นมาบดบังทัศนวิสัย
[ภารกิจฝึกสอนจะเริ่มขึ้นในอีก 15 วินาที (เพื่อนร่วมห้อง)
รายละเอียด : ภายในระยะเวลา 2 นาทีหลังจากนี้ ให้ััใบหน้าของ“ซี” อย่างต่อเนื่องเป็ระยะเวลา 1 นาที จะนับเวลาก็ต่อเมื่อััส่วนใดก็ได้ที่อยู่บนใบหน้าของซีเท่านั้น
รางวัล: ทักษะ“ทัศนากามา”
บทลงโทษ : สูญเสียการมองเห็น“หน้าต่างระบบเสพสังวาส”]