หานลี่มองจ้องยังใบหน้าของชายหนุ่มคนนั้น แลจดจำให้ขึ้นใจ
" ข้ากับเ้ามิเคยบาดหมางกัน แต่เป็เ้าที่หยิบยื่นความตายให้ข้า " หานลี่ร้องะโสุดเสียง
" ข้าสาบานต่อ์หากข้ารอดตายไปได้ แลเมื่อถึงเวลา ตระกูลของเ้าจะต้องชดใช้ " หานลี่ร้องะโอย่างบ้าคลั่ง
ชายหนุ่มนิ่งเงียบ สดับรับฟังเสียงร้องะโ
" สวะเช่นเ้า ต่อให้มีมากกว่านี้ก็มิมีความหมาย ตายๆไปซะอย่าอยู่ให้รกโลกอีกเลย " ชายหนุ่มร้องะโลงไปในหลุมั์
หมู่ชนที่รายล้อมรอบหลุมั์ได้แต่ส่ายหน้าอยางเอือมระอากับการกระทำของชายหนุ่ม
" มิรู้ว่าคุณชายสี่ตระกูลหมงเมื่อใดจะเติบโตเสียที "
" ทั้งคุณชายแปดอีกคน "
" แต่แท้จริงแล้ว คุณหนูคุณชายทั้งตระกูลก็ว่าได้ ที่ชอบทำตัวเช่นนี้ "
" หากเป็เช่นนี้ อีกมินานตระกูลหมงคงพินาศ "
" ตระกูลหมง " หานลี่พึมพำ
เขาจำคุณชายตระกูลหมงที่ฟาดแส้นหางัใส่เขาได้ดี " เป็คนละคน " หานลี่พึมพำ
" เลี้ยงดูกันเช่นนี้ ให้ท้ายกันเช่นนี้ รอก่อนเถิด อย่าเพิ่งล่มจมก่อนข้าจะคิดบัญชีพวกเ้า " หานลี่พึมพำ
" เอ ข้าก็ร่วงหล่นลงมาราวหนึ่งเค่อได้ ใยจึงมิถึงพื้นสักที " หานลี่พึมพำ
" ตูมมม " ยังมิทันจะสิ้นเสียง ร่างของหานลี่ร่วงหล่นลงของเหลวอย่างแรง
" อั้ก " หานลี่กระอักโลหิตออกมา
" อ้ากกก " หานลี่ร้องะโออกมาอย่างบ้าคลั่ง
กระดูกทั่วร่างแหลกละเอียด เศษกระดูกที่แตกหักทิ่มแทงโผล่ผิวกายออกมา ทั้งโลหิตสีแดงฉานหลั่งไหลออกจากาแ
" ฮื่อห์ ฮื่อห์ " หานลี่ร้องคำรามในลำคออย่างบ้าคลั่ง
เขาเร่งกลืนโอสถสีทองลงไปอย่างรวดเร็ว เร่งถ่ายเทปราณพลังจากโอสถสีทองไปยังจุดชีพจรต่างๆ
ราวหนึ่งเค่อ ร่างของหานลี่จึงฟื้นฟูแลกลับคืนดังเดิม
หานลี่ที่ลอยตัวอยู่บนของเหลวก้นหลุมั์ พลันพลิกร่าง แลว่ายฝ่าของเหลวไปยังชายฝั่ง
" นี่มันอะรไรกัน " หานลี่พึมพำ
" มันควรจะเป็ก้นหลุม มิใช่ชายฝั่งเช่นนี้ " หานลี่พึมพำ
หานลี่กวาดตามองทั่ว พบพานกับชายฝั่งที่ทอดยาวไปตามแม่น้ำสายหนึ่ง
เป็สถานที่ที่แปลกประหลาดยิ่งนัก เพราะมีเพียงชายฝั่งแลแม่น้ำกว้างราวสิบลี้ทอดยาวมิรู้จบ
ทั่วชายฝั่งที่ทอดยาวนั้นมิปรากฎต้นไม้หรือขุนเขา สิ่งปลูกสร้างใดๆ เว้นเพียงต้นหญ้าที่สูงระดับเข่า
หานลี่ครุ่นคิดถึงตำรามากมายที่เขาได้อ่าน แต่ก็มิมีสถานที่เช่นนี้ที่ถูกบรรจุลงในตำรา
" มันเป็แดนดินถิ่นใดกัน " หานลี่พึมพำ
" รึว่าพลัดเข้ามาในอีกมิติหนึ่ง " หานลี่พึมพำ
" หากนี่เป็อีกมิติ แลข้าจะได้พบพานอวี้ซวงของข้าอีกรึไม่ " หานลี่พึมพำ
" ฮื่อห์ " หานลี่ถอนหายใจออกมาอย่างแรง
" แล้วจะเอาเช่นใด " หานลี่พึมพำ
หานลี่นั่งลงยังริมหาด แลเร่งก่อไฟ เขาเอาเนื้อของพยัคฆ์ขาวออกมาย่าง
หลังจากดื่มกินจนอิ่มหนำ หานลี่จัดการเก็บสิ่งของ
" ไป " หานลี่ทะยานร่างพุ่งไปเบื้องหน้าอย่างรวดเร็ว
ที่ปากหลุมั์
" นี่ก็ผ่านไปเป็วันแล้ว เหตุใดจึงมิเสียงใดปรากฎขึ้น "
" รึว่าจะลึกเกินหยั่งถึง "
" มิว่าจะลึกเท่าใด หากตกกระแทกยังก้นหลุม อย่างไรเสียก็ต้องมีเสียงสะท้อนขึ้นมา "
" รึว่าจะลึกเกินจนเสียงสะท้อนส่งมามิถึง "
หมู่ชนมากมายต่างส่งเสียงพูดคุยกัน
" แฮ่ก แฮ่ก " หานลี่ยืนหอบจนตัวโยนหลังจากที่ทะยานร่างมาหนึ่งวันเต็ม
" นี่ก็ผ่านมาหนึ่งวันแล้ว คาดว่าน่าจะได้ระยะหลายร้อยลี้ แต่ก็ยังมิพบเจออะไรสักอย่าง " หานลี่พึมพำ
" ที่น่าแปลกที่สุดก็คือ ที่แห่งนี้มิมีกลางคืน ทั้งยังมิมีดวงสุริยัน " หานลี่พึมพำ
" ในเมื่อมิมีดวงสุริยัน เหตุใดจึงยังคงสว่าง " หานลี่พึมพำ
" หากเหาะได้คงดี จะได้มองเห็นได้ทั่ว " หานลี่พึมพำ
หลังจากพักเหนื่อยแลครุ่นคิดถึงทิศทางที่ไป ชายหนุ่มเร่งทะยานร่างเข้าไปยังส่วนของลึกของชายฝั่ง
ร่างของชายหนุ่มห้อตะบึงอย่างมิคิดชีวิต สองขาวิ่งอย่างมิมีเหน็ดเหนื่อย
นานนับวัน
หานลี่มาหยุดอยู่ที่ขอบหุบเหวของชายฝั่ง " ไปต่อมิได้แล้ว " หานลี่พึมพำ
หานลี่มองจ้องผ่านความมืดมิดของของขอบหุบเหว พลางสูดหายใจเข้าลึก
" มืดจนมองมิเห็นสิ่งใด " หานลี่พึมพำ
หลังจากพักฟื้น หานลี่เร่งทะยานร่างไปตามขอบหุบเหวอย่างบ้าคลั่ง
ผ่านไปอีกสิบวัน หานลี่จึงมาถึงจุดสิ้นสุดของแดนดิน
สองตาของหานลี่มองยังเศษซากเมืองที่รกร้าง ทั้งภินท์พัง
" ฟู่ว " หานลี่เป่าปากออกมาอย่างแรง แลเดินเข้าไปในเมืองร้างอย่างเชื่องช้า
ประสาทััตื่นตัวเต็มที่ มือหนึ่งกำด้ามขวานผ่าฟืนไว้แน่น สองตากวาดมองทั่วซากปรักหักพังของเมือง
เมื่อเข้ามาในเขตเมือง ร่างของชายหนุ่มพลันสะท้าน เมื่อพบเจอเข้ากับโครงกระดูกมนุษย์มากมาย
โครงกระดูกมิว่าจะเล็กหรือใหญ่ล้วนมีหมด ทั้งโครงกระดูกหลายโครงยังไร้หัวกระโหลก
บางโครงกระดูกถูกตัดขาดออกเป็สองส่วน หลายโครงกระดูกไร้แขนขา
" ถูกสังหารสิ้น " หานลี่พึมพำ
เขายืนนิ่งพลางกวาดตามองทั่ว สองตาของชายหุ่มนั้นว่างเปล่า ไร้อารมณ์แลความรู้สึกใด
สองเท้าของชายหนุ่มเดินสำรวจทั่วเมืองร้างอย่างเชื่องช้า มือหนึ่งถือท่อนไม้คุ้ยเขี่ยเศษซากบ้านเรือน
ราวสิบวันกว่าที่หานลี่จะสำรวจทั่วเมืองร้างแล้วเสร็จ " ได้โอสถมาเพียงห้าขวด ผลึกฟ้าดินที่พลังลดถอยเหลือเพียงหนึ่งส่วนราวหนึ่งพันก้อน " หานลี่พึมพำ
" เศษซากอาวุธ เศษซากตำราต่างๆ ทั้งวิชาฝึกฝน อย่างละนิดอย่างละหน่อย " หานลี่พึมพำ
" ฟู่ว " เขาเป่าปากออกมาอย่างแรง
" ไป " หานลี่ทะยานร่างข้ามผ่านเมืองไปยังด้านหลัง
สองตาของเขาพลันเบิกโพลง เมื่อรู้ว่าเมืองแห่งนี้ตั้งอยู่บนยอดเขาที่สูงที่สุดของเมืองโบราณ
" บ้าไปแล้ว " หานลี่พึมพำ
หัวสมองงุนงงสงสัยเป็อย่างยิ่ง เขามิรู้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้นกันแน่ เพราะเขาหล่นลงไปในหลุมั์โดยการถีบของคุณชายตระกูลหมง
เขาร่อนเร่อยู่ในแดนประหลาดนานหลายวัน จนมาพบเจอเมืองโบราณ แต่เมืองโบราณกลับอยู่บนยอดเขาของแดนโบราณ
" หากพูดให้คนอื่นฟัง จะมีผู้ใดอธิบายเื่นี้กับข้าได้บ้าง " หานลี่พึมพำ
สองเท้าก้าวเดดินลงจากยอดเขาอย่างเชื่องช้า ทั้งหัวสมองยังคงครุ่นคิดอย่างหนัก
" เป็ไปได้อย่างเดียว นั่นคือประตูมิติ " หานลี่พึมพำ
" แต่มันมิได้ส่งข้าไปไกล มันกลับส่งข้ามาในเขตแดนเมืองโบราณ " หานลี่ส่ายหน้าช้าๆ
ยิ่งคิดก็ยิ่งงุนงง ยิ่งเกิดคำถามขึ้นมากมาย ในหัวสมองนั้นเต็มไปด้วยคำถาม
" ฮื่อห์ " หานลี่ถอนหายใจออกมาอย่างแรง
" ตูมม " พลันเกิดการะเิดังสนั่นแดนดิน
กลุ่มควันไฟพุ่งพวยสูงชัน แสงสีส้มสว่างวาบ
หานลี่ยืนมองจากกึ่งกลางยอดเขา เขาได้แต่ส่ายหน้า เพราะแดนแห่งนั้นเต็มไปด้วยยอดยุทธขั้นหลอมรวมฟ้าดิน
" จะเข้าไปแสวงหาโชคชะตามิได้ง่ายดายอย่างที่คิด " หานลี่พึมพำ
" แต่หากมิเข้าไปก็กลัวจะพลาดโอกาส หากโชคชะตาวาสนาของข้าอยู่ที่นั่น " หานลี่พึมพำ
" ก่อนอื่นต้องทะลวงพลังระดับสามเสียก่อน อย่างน้อยก็น่าจะสู้กับขั้นหลอมรวมิญญาระดับสามได้ " หานลี่พึมพำ
หานลี่กวาดตามองหาถ้ำสักแห่ง เพื่อใช้ทะลวงขั้นพลัง
" จริงสิซากเมืองแห่งนั้น ยังมีบ้านอยู่หลังหนึ่งที่สภาพยังดี " หานลี่พึมพำ
เขาผินกายกลับไปยังไปเมืองอย่างรวดเร็ว