จารึกที่ 153 : คลื่นใต้น้ำ : เดิมพันที่สูงขึ้น
ความโกลาหลวุ่นวายยังคงปกคลุมทั่วลานประลองศิลาแลง แม้การต่อสู้จะจบลงไปแล้ว แต่กลิ่นอายคาวเลือดและไอมารที่หลงเหลืออยู่ยังคงลอยคละคลุ้งในอากาศ สร้างความหวาดวิตกให้แก่เหล่าศิษย์น้อยใหญ่ที่มาร่วมชมเป็นอย่างมาก
ร่างของ หลิวหมิง ที่หมดสภาพและเริ่มเหี่ยวแห้งจากการถูกสูบพลัง ถูกหน่วยคุมกฎหิ้วปีกออกไปราวกับซากศพไร้ค่า โดยมี ผู้อาวุโสเทียนหยวน ยืนคุมเชิงอยู่ด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
ที่บน อัฒจันทร์ชั้นพิเศษ ผู้นำตระกูลหลิว "หลิวชาง" (พ่อของหลิวจินและหลิวหมิง) หน้าซีดเผือด เหงื่อกาฬไหลพราก เขาพยายามจะลุกขึ้นประท้วง
"ท่านผู้อาวุโสเทียนหยวน! ลูกชายข้าถูกใส่ร้าย! ยานั่น... ต้องมีคนแอบยัดใส่มือเขาแน่ๆ! ตระกูลหลิวไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับวิชามาร!"
ผู้อาวุโสเทียนหยวนปรายตามองด้วยสายตาเย็นชาดุจน้ำแข็ง
"ใส่ร้ายรึ? ...กลิ่นอายมารโลหิตที่พวยพุ่งออกมาจากร่างลูกชายเจ้า ชัดเจนจนศิษย์สายนอกยังดูออก เจ้าคิดว่าสายตาข้าฝ้าฟางจนแยกแยะไม่ออกเชียวหรือ?"
แรงกดดันมหาศาลระดับ ก่อกำเนิดลมปราณ ถูกปล่อยออกมาเพียงเสี้ยววินาที กดทับร่างของหลิวชางจนเข่าทรุดกระแทกพื้นเสียงดังสนั่น!
"เรื่องนี้ต้องมีการสอบสวนอย่างละเอียด..." เทียนหยวนประกาศก้อง "จนกว่าความจริงจะกระจ่าง ตระกูลหลิวจะถูกระงับสิทธิ์ในการส่งสินค้าเข้าสำนัก และศิษย์ตระกูลหลิวทุกคนที่เหลืออยู่ในการประลอง จะถูกจับตาดูเป็นพิเศษ... หากใครกล้าใช้วิชามารอีก ข้าจะประหารทันที!"
คำประกาศนั้นเปรียบเสมือนสายฟ้าฟาดลงกลางตระกูลหลิว ชื่อเสียงที่สั่งสมมานับร้อยปีพังทลายลงในพริบตาเดียว
หลิวชางกำหมัดแน่น เล็บจิกเข้าเนื้อ เขามองไปทาง อาเจีย ที่ยืนอยู่บนเวทีด้วยสายตาอาฆาตแค้นถึงกระดูกดำ
"ไอ้เด็กเหลือขอ... เจ้าทำลายทุกอย่าง..."
...
ด้านล่างเวทีประลอง
อาเจียเดินลงมาจากเวทีด้วยท่าทางสบายๆ (แต่ขาสั่นพับๆ เพราะหมดแรง) ในมือยังกำ "ทวนมังกรทอง" ของหลิวหมิงไว้แน่นราวกับเป็นอวัยวะที่ 33
เจ้าหน้าที่คุมสนามคนหนึ่งเดินเข้ามาขวาง
"เอ่อ... ศิษย์น้องอาเจีย ทวนเล่มนั้นเป็นของตระกูลหลิว เจ้าควรจะส่งคืน..."
"คืน?" อาเจียทำตาโตเสียงดัง "ท่านพูดอะไรน่ะ? กฎการประลองบอกว่า 'ผู้ชนะมีสิทธิ์ในของที่ยึดได้จากผู้แพ้ หากผู้แพ้ใช้วิชาต้องห้าม' ไม่ใช่หรือ?"
เขาหันไปตะโกนถามผู้อาวุโสเทียนหยวนบนแท่นประธานอย่างหน้าด้านๆ
"ใช่ไหมขอรับท่านผู้อาวุโส!?"
ผู้อาวุโสเทียนหยวนมุมปากกระตุกเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้า
"อนุญาต... ถือเป็นค่าทำขวัญที่เจ้าต้องเผชิญกับวิชามาร"
"ขอบพระคุณขอรับ!" อาเจียยิ้มกว้าง รีบเก็บทวนเข้าถุงมิติอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ใครจะเปลี่ยนใจ
เขาเดินกลับมาที่เต็นท์พักนักกีฬา ท่ามกลางสายตาที่เปลี่ยนไปของทุกคน
จากสายตาดูแคลน... กลายเป็นสายตาหวาดระแวงและยำเกรง
ไม่มีใครกล้าเข้ามาท้าทายหรือพูดจาดูถูกเขาอีกแล้ว แม้แต่ศิษย์ระดับหัวกะทิก็ยังต้องหันมามองเขาด้วยความระมัดระวัง
เฟิงอี้หราน เดินเข้ามาหา พร้อมพัดจีบในมือที่โบกเบาๆ
"ร้ายกาจมาก สหายข้า... ไม่นึกว่าเจ้าจะซ่อนเขี้ยวเล็บไว้ขนาดนี้"
"ทวนมังกรทองนั่น เป็นอาวุธระดับวิญญาณขั้นสูงเชียวนะ มูลค่าไม่ต่ำกว่า 8,000 แต้ม... เจ้ากะจะรวยทางลัดเลยรึไง?"
"คนจนอย่างข้า เลือกงานไม่ได้หรอกขอรับนายน้อย" อาเจียยักไหล่ นั่งลงดื่มน้ำแก้กระหาย "ว่าแต่... สถานการณ์เป็นยังไงบ้าง? ข้าเข้ารอบ 8 คนสุดท้ายแล้วใช่ไหม?"
"ใช่..." เฟิงอี้หรานทำสีหน้าจริงจังขึ้น "และรอบต่อไป... จะไม่มีหมูให้เจ้าเคี้ยวอีกแล้ว"
เขากางม้วนกระดาษรายชื่อออกมา
"8 คนสุดท้ายที่เหลืออยู่... ล้วนเป็นตัวประหลาดทั้งสิ้น"
ฉินมู่หลาง (สำนักกระบี่นิรันดร์) - เต็งหนึ่งที่ใครๆ ก็ไม่อยากเจอ
เฟิงอี้หราน (ตระกูลเฟิง) - เชี่ยวชาญค่ายกลและอักขระ
อาเจีย (ม้ามืดผู้ไร้ยางอาย)
เย่ปิงอวิ๋น (เทพธิดาเหมันต์) - นางผ่านเข้ารอบมาได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่ตวัดพู่กันวาดอักขระน้ำแข็งสะกดศัตรู
จ้าวอัคคี (ศิษย์อันดับ 5) - ผู้ใช้เปลวเพลิงที่เผาได้ทุกสิ่ง
หลินชิงเสวี่ย (ศิษย์พี่หญิงใหญ่) - นางเพิ่งกลับมาจากภารกิจและลงแข่งด้วย
ศิษย์สายนอกลึกลับ (ฉายา : หน้ากากเงา) - ไม่มีใครรู้ที่มา แต่ชนะคู่ต่อสู้ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว
ศิษย์ตระกูลหวัง (สายกายาเหล็ก)
"หน้ากากเงา?" อาเจียสะดุดตากับชื่อนี้ "ใครกัน?"
"ไม่มีข้อมูล..." เฟิงอี้หรานส่ายหน้า "แต่ข้าสังเกตเห็นว่า... วิชาวรยุทธ์ของมันดูแปลกประหลาด คล้ายกับวิชาสายมายา... เจ้าต้องระวังตัวให้ดี"
...
ตะวันลับขอบฟ้า ความมืดเข้าปกคลุมยอดเขา สำนักหมึกวารี
อาเจียกลับมาที่ เรือนไผ่ม่วง (ที่ซ่อมแซมประตูแบบลวกๆ แล้ว)
เขามุดลงไปในห้องใต้ดินฐานลับทันที
เจ้าสัวทมิฬ ยืนเฝ้าหน้าห้อง ส่วน เจ้าถุงเงิน เกาะอยู่บนเพดาน คอยระวังภัย
อาเจียนำ "ทวนมังกรทอง" ออกมาวางบนแท่นศิลา ทวนเล่มนี้ส่องประกายสีทองเจิดจ้า แผ่กลิ่นอายของสัตว์อสูรระดับสูงออกมาข่มขวัญผู้คน
แต่ทว่า... เมื่อนำมาวางเทียบกับ "พู่กันนิรันดร์" ที่ดูเหมือนกิ่งไม้ผุๆ สีดำด้านๆ ทวนทองคำกลับดูหมองลงไปถนัดตา ราวกับของเล่นที่วางอยู่หน้างานศิลปะระดับตำนาน
"ของดีจริงๆ..." อาเจียลูบไล้มันอย่างหลงใหล "ถ้าเอาไปขายคงได้ราคาดี... แต่..."
"อย่าขาย"
เสียงของ มู่เฉิน (จิตวิญญาณพู่กัน) ดังขึ้น
ร่างโปร่งแสงของชายชราลอยออกมาจากอกเสื้ออาเจีย จ้องมองทวนเล่มนั้น
"ทวนเล่มนี้... แกนกลางของมันทำมาจาก 'กระดูกสันหลังมังกรดิน' ...มันเป็นวัสดุชั้นยอดที่หาได้ยากยิ่งในยุคนี้"
"เจ้าควรจะ 'ป้อน' มันให้พู่กัน... เพื่อซ่อมแซมรอยร้าวที่ผิวไม้"
"หา!" อาเจียร้องเสียงหลง "ป้อนเนี่ยนะ! ปู่จะบ้าเหรอ! ทวนเล่มนี้ราคาตั้งหลายพันแต้ม! เอามาให้ไม้ผุๆ นี่กินเนี่ยนะ?"
"เจ้าโง่!" มู่เฉินด่าสวน "พู่กันนิรันดร์คือศัสตราวุธระดับบรรพกาล! ตอนนี้มันเสียหายหนักเลยดูเหมือนกิ่งไม้แห้งๆ... แต่ถ้าเจ้าซ่อมมันได้ มันจะทรงพลังกว่าทวนกระป๋องนี่ร้อยเท่า! พันเท่า!"
"อีกอย่าง... คู่ต่อสู้ในรอบต่อไปของเจ้า... ข้าสัมผัสได้ว่ามันไม่ธรรมดา... ถ้าเจ้ายังใช้พู่กันสภาพพังๆ แบบนี้ เจ้าอาจจะแพ้"
อาเจียนิ่งคิด... เขามองทวนทอง สลับกับพู่กันดำในมือ
ความงกตีกับความอยากชนะในหัว
สุดท้าย... ความอยากมีชีวิตรอดก็ชนะ
"ก็ได้!" อาเจียกัดฟัน "เพื่ออนาคต! ...เจ้าสัว! เตรียมเตาหลอม!"
"คืนนี้เราจะทำการ 'ศัลยกรรม' พู่กันกัน!"
[ รับทราบ... นายท่าน... กำลังเตรียมเพลิงวิญญาณ... ]
อาเจียเริ่มกระบวนการหลอมสร้าง
เขาใช้ "ถุงมือไหมอัคคีสวรรค์" จับทวนมังกรทอง แล้วอัดฉีดไฟวิญญาณเข้าไปเพื่อละลายเปลือกนอกที่เป็นทองคำผสมเหล็กไหล
ฟู่วววว!
ความร้อนระอุแผ่กระจายไปทั่วห้องใต้ดิน
เปลือกนอกค่อยๆ ละลายหยดลงเป็นน้ำโลหะ เผยให้เห็น "แกนกระดูกสีขาวขุ่น" ที่อยู่ภายใน มันแผ่กลิ่นอายหนักแน่นของธาตุดินออกมา
"นี่แหละของจริง!"
อาเจียรีบนำ พู่กันนิรันดร์ วางทาบลงไปบนแกนกระดูก
ทันทีที่แกนกระดูกปรากฏขึ้น... พู่กันนิรันดร์ ก็สั่นระริก!
มันไม่ได้สั่นเพราะความกลัว แต่สั่นเพราะ "ความหิวโหย"
โดยที่อาเจียไม่ต้องออกคำสั่ง... ลวดลายไม้เก่าคร่ำครึบนด้ามพู่กันก็แยกออกเล็กน้อย ราวกับปากที่มองไม่เห็น
วูบ!
เกิดแรงดึงดูดสายหนึ่งที่ไร้เสียงและไร้แสง...
แกนกระดูกมังกรดินที่แข็งแกร่งดุจเหล็กไหล ถูกแรงดึงดูดนั้นกระชากเข้าไปหาด้ามพู่กัน
ไม่มีเสียงระเบิด ไม่มีแสงสีตระการตา...
มีเพียงภาพที่น่าขนลุก... เมื่อแกนกระดูกขนาดมหึมา "จมหาย" เข้าไปในเนื้อไม้ด้ามเล็กๆ นั้นเหมือนจมลงในบ่อโคลนไร้ก้นบึ้ง!
"มหาภาวะซวี... กลืนกินสรรพสิ่ง..." มู่เฉินพึมพำ "มังกรดินตัวน้อย... ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของความว่างเปล่าแล้ว"
เพียงชั่วพริบตา ทวนทั้งเล่มก็หายวับไป
พู่กันนิรันดร์กลับมาสงบนิ่งอีกครั้ง
รูปลักษณ์ภายนอกของมัน... ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย
ยังคงเป็นไม้สีดำด้านๆ ผุๆ เหมือนเดิม
มีเพียง "รอยร้าว" เล็กๆ ที่เคยมีอยู่ตรงกลางด้ามเท่านั้น... ที่หายไป
อาเจียลองหยิบมันขึ้นมา
"หนักขึ้น..." อาเจียเบิกตากว้าง "น้ำหนักมือเปลี่ยนไป... และความรู้สึกตอนจับ... มันเหมือนข้ากำลังถือ 'หลุมดำ' ที่พร้อมจะดูดกลืนทุกอย่าง"
"นั่นแหละคือตัวตนที่แท้จริงของมัน" มู่เฉินยิ้มพอใจ "ตอนนี้พู่กันฟื้นฟูสภาพมาได้เล็กน้อย... มันสามารถรองรับการถ่ายเทลมปราณได้ดีขึ้น และสามารถสร้าง 'ภาวะสูญตา' ได้เสถียรขึ้น"
อาเจียลองควงพู่กันใหม่ในมือ รู้สึกถึงพลังที่ไหลเวียนเชื่อมต่อกับจิตวิญญาณได้ลื่นไหลกว่าเดิมมาก
"รู้สึกดีชะมัด... เหมือนได้แขนใหม่เลย"
เขาแสยะยิ้ม มองไปที่กระดานรายชื่อคู่ต่อสู้ที่จดมา
"รอบ 8 คนสุดท้าย... ไม่ว่าใครจะดาหน้าเข้ามา... บิดาจะวาดให้หน้าหงายกลับไปเลย!"
...
รุ่งสางของวันใหม่
เสียงระฆังดังขึ้นอีกครั้ง ปลุกให้ สำนักหมึกวารี ตื่นจากนิทรา
อาเจียเดินขึ้นสู่ลานประลองลอยฟ้า ด้วยความมั่นใจที่เปี่ยมล้น
วันนี้... การจับคู่รอบ 8 คนสุดท้ายจะถูกประกาศ
บนกระดานแผ่นใหญ่กลางลาน ตัวอักษรแสงสีทองค่อยๆ ปรากฏขึ้นทีละคู่ ท่ามกลางเสียงลุ้นระทึกของผู้ชม
คู่ที่ 1 : ฉินมู่หลาง ปะทะ จ้าวอัคคี (คู่เดือด!)
คู่ที่ 2 : เฟิงอี้หราน ปะทะ หลินชิงเสวี่ย (ศึกสายเลือดพันธมิตร!)
คู่ที่ 3 : เย่ปิงอวิ๋น ปะทะ ศิษย์ตระกูลหวัง (เทพธิดา vs รถถัง)
และคู่สุดท้าย... คู่ที่ 4...
สายตาของอาเจียจ้องมองชื่อตัวเองที่ปรากฏขึ้น
อาเจีย ปะทะ หน้ากากเงา (ศิษย์ลึกลับ)
"หึ..." อาเจียหัวเราะในลำคอ "เจอกับตัวปริศนาซะด้วย..."
เขาหันไปมองหาคู่ต่อสู้
ที่มุมอับของลานประลอง ชายหนุ่มสวมหน้ากากสีขาวเกลี้ยง ไม่มีลวดลาย ยืนกอดอกนิ่งเงียบ
แต่สิ่งที่ทำให้อาเจียขมวดคิ้ว... คือเจ้า "ถุงเงิน" ที่อยู่ในอกเสื้อ มันสั่นระริกและส่งเสียงขู่ฟ่อเบาๆ
[ นายท่าน... ] เจ้าสัวส่งกระแสจิตเตือน [ เจ้านั่น... ไม่มีกลิ่นอายของมนุษย์... หรือถ้ามี... ก็ถูกปกปิดไว้ด้วยกลิ่นของ 'มายา' ที่เข้มข้นมาก ]
อาเจียหรี่ตาลง
"สายมายาสินะ... มิน่าล่ะ เจ้าถุงเงินถึงได้ตื่นตัว"
"การต่อสู้รอบนี้... คงไม่ใช่การดวลกำลัง... แต่เป็นการดวลว่าใครจะ 'หลอก' ใครได้เนียนกว่ากัน!"
เสียงประกาศของกรรมการดังขึ้น
"คู่แรก... ฉินมู่หลาง ปะทะ จ้าวอัคคี... ขึ้นลานประลองได้!"
การต่อสู้รอบ 8 คนสุดท้าย... ที่เต็มไปด้วยยอดฝีมือระดับปีศาจ ได้เปิดฉากขึ้นแล้ว!