อี้เฉินที่เข้าไปพบอาจารย์เยว่ฉาน เขากล่าวไต่ถามขึ้นมาทันใด “ท่านอาจารย์เรียกข้ามา มีธุระอันใดเช่นนั้นหรือ?”
สตรีกล่าวเสียงใสอย่างไม่อ้อมค้อม "ข้าจะให้เ้าเข้าไปในส่วนลึก ของหุบเขาสำนักั ที่นั่นมีสระน้ำสมุนไพรขนาดใหญ่หลายชนิดอยู่”
“สระน้ำนั้นไว้ใช้สำหรับ ชำระร่างกายเปลี่ยนไขกระดูก จะทำให้กายาแข็งแกร่งขึ้น ...ในเมื่อเ้าเป็ศิษย์ข้า ข้าจะให้อภิสิทธิ์นี้กับเ้า ไม่เช่นนั้นมันคงสูญเปล่าแน่”
อ่าๆ อี้เฉินได้ยินคลี่ยิ้มออกมาด้วยความยินดี ครั้นคารวะขอบคุณอย่างนอบน้อม “ขอบคุณพี่เยว่ฉาน”
“เรียกอาจารย์สิ ไอ้เด็กกะล่อน” เยว่ฉาน มองค้อนสายตาเอาเื่ ยกกำปั้นเขกหัวอี้เฉินไปหลายที
มาพร้อมเสียง โอ๊ย!! อี้เฉินที่กายาแข็งแกร่ง ยังเจ็บจนหัวโนพลังของท่านอาจารย์เยว่ฉาน แข็งแกร่งยิ่งนัก เด็กหนุ่มไม่อาจต้านทานพลังของนางได้
ก่อนเยว่ฉาน นางจะยิ้มกรุ้มกริ่มอยู่ในใจ เหมือนลูกศิษย์คนนี้จะเก่งกาจไม่น้อย นางหวังว่า อี้เฉินอาจไปได้ไกล ยิ่งกว่าตัวนางในยามนี้
เมื่อเยว่ฉานโบกฝ่ามือไล่หลัง ออกมา อี้เฉินเดินคอตก กุมหัวที่โน ออกมาทันที เขาเดินลัดเลาะไปด้านในส่วนลึก ของหุบเขาสำนักั ภายในมีถ้ำหนึ่ง ถูกปิดล้อมด้วยค่ายกล ป้องกันอย่างแ่า
แถมยังมีผู้าุโคอยคุ้มกัน อี้เฉินส่งป้าย รองเ้าสำนักให้ผู้าุโท่านนั้นตรวจดูอย่างไม่ลังเล แล้วจึงเดินเข้าไปด้านในสระน้ำทันที
...ภายในค่อนข้างกว้างใหญ่ กลิ่นสมุนไพรลอยคละคลุ้ง ตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นหอม ไอน้ำจากหมอกควันที่ลอย บดบังการมองเห็น จวนแทบมองไม่เห็นเส้นทางข้างหน้า อี้เฉินถอดเสื้อผ้าลงไปแช่น้ำ หมายจะชำระล้างเปลี่ยนไขกระดูก แต่ด้วยความร้อน ความเข้มข้นของสมุนไพรภายในสระน้ำ ทำให้อี้เฉินสะดุ้งตัวโหยง ขึ้นมาในครั้งแรก
ก่อนจะค่อยๆ เริ่มชินชา กับการแช่น้ำ ประหนึ่งว่าอยู่ในเตาหลอม ร่างกายแสบร้อน เหมือนถูกต้มจนสุก เป็อยู่เช่นนั้นไปหลายชั่วยาม ก่อนกายาอี้เฉินจะ ค่อยๆ เปล่งแสงสีแดง เกิดรอยปริแตก พร้อมฤทธิ์สมุนไพร แทรกซึมเข้าไปภายในกายา ขัดเกลา ยกระดับกายาเขา ซ้ำๆ
อี้เฉินนั่งบำเพ็ญเพียร ดูดซับน้ำในสระที่อยู่รอบๆ เข้าสู่ร่างกาย ทนรับกับความเ็ป จากความร้อน ไปสองวันเต็มจวนกายาเขา สั่นเทิ้มไม่หยุด เสียงกัดฟัน กึกๆ ดังออกมาพร้อมเสียงแค่นขึ้นจมูก บ่งบอกถึงความเ็ป ที่เขาต้องแบกรับ
เมื่อเข้าวันที่สาม กายาของอี้เฉินค่อยๆ เริ่ม ขับสารสีดำปะปนกับเศษกระดูกของเสีย ภายในร่างออกมา พร้อมดูดซับน้ำในสระ เข้าไปเติมเต็มร่างกายส่วนที่ขาดหาย จึงพอจะทำให้อี้เฉินคลี่ยิ้ม ออกมาได้อีกครั้ง จากความเ็ปที่ได้รับ ‘เขานึกว่าเขาต้องตายแล้วเสียอีก’
น้ำในสระหดหายลงไปหลายเท่า จากการสูบกลืนของอี้เฉินอย่างไม่รู้ตัว หมอกหนาเริ่มเลือนราง มองเห็นรอบๆ คนที่ใช้สระอยู่ มีทั้งศิษย์ชาย ศิษย์หญิง แต่ส่วนใหญ่จะมีหมอกหนาขวางกั้นพวกเขาอยู่ ทำให้มองไม่เห็นแต่ตอนนี้หมอกบางๆ นั้นจางลง ไปมากจนมองเห็น ภาพรางๆ แล้ว
ศิษย์หญิงที่เข้ามาชำระล้างเปลี่ยนไขกระดูก ต่างร้องโวยวาย เสียงดังครั้นรับรู้ความผิดปกติ “ใครกันที่ทำแบบนี้ ถ้าพวกข้ารู้ เ้าได้ตายคามือแน่!”
ซีเผิงกับ ศิษย์อัจฉริยะหลายๆ คนในสำนักก็ได้สิทธิ์ เข้ามาชำระล้างเปลี่ยนไขกระดูกเช่นกัน
พวกเขาก็ไม่เคยใช้น้ำ ในสระมากขนาดนี้ ในการชำระล้างเปลี่ยนไขกระดูก พวกเขาต่างแปลกใจ “มันฝีมือใครกันแน่สามารถทำให้ สระน้ำที่มีสมุนไพร ยุบฮวบฮาบได้มากขนาดนี้”
หลายคนที่ชำระล้างเปลี่ยนไขกระดูกเสร็จ จึงเริ่มทยอยออกจากสระน้ำ ออกมากันจนหมด อี้เฉินเองก็ออกมาจากสระน้ำ พร้อมกับกลุ่มคนเ่าั้ด้วยเช่นกัน ไม่เช่นนั้น ได้กลายเป็เื่แน่
เมื่อสระชำระล้าง ถูกสั่งปิดสระชำระล้างเปลี่ยนไขกระดูก อย่างกะทันหัน บ้างก็ว่ามีศิษย์บางคนเล่นพิเรนทร์ อยากแอบดูศิษย์หญิง แต่คนที่ปวดหัวเกรงว่า จะเป็พวกผู้าุโที่ตรวจสอบ รู้ความจริงว่าสมุนไพรภายในน้ำ หายไปถึง5ส่วน ภายในเวลาไม่ถึง 5วันเสียด้วยซ้ำ
ฝูงชนต่างโมโหโกรธา “ใครกัน ช่างใจกล้าห่อฟ้านัก กล้ามาทำแบบนี้ในสำนักัเรา” เื่นี้เป็ที่เล่าลืออยู่ 3-4 วัน ก็จางหายไป
ผู้าุโชราในสำนัก ต่างปวดกบาล ต้องปิดสระเติมสมุนไพรกับน้ำศักดิ์สิทธิ์ลงไป ถึงจะกลับมาเปิดใช้ได้ตามปกติอีกครั้ง
...จนถึงวันครบกำหนด 1 เดือน ลูกศิษย์ ต่างมารับ ทรัพยากรจากสำนัก ศิษย์ใหม่ที่ไม่มีอันดับนั้นได้เพียง 50เงิน ซื้อสมุนไพร ระดับ สามัญได้เพียง 2 ต้นเท่านั้น อี้เฉินไม่ได้เข้าไปเอาเพราะมันสามารถสะสม แล้วไปเอาเดือนถัดไปได้
อี้เฉินอยากจะเร่งการฝึกฝนของเขา แต่เขาไม่มีทรัพยากรในการปิดขั้นพลัง เขาจึงรีบไป ศาลา15 ชั้น รอบๆ ส่วนใหญ่มักเป็ศิษย์ใหม่มาพิชิต
หากผ่านด่าน 1-5 ได้จะได้แต้มผ่านด่านละ 10,000 แต้มสำนัก ส่วนด่าน 6-10 ได้แต้มผ่านด่านละ 50,000แต้มสำนัก ถือว่าคุ้มค่าไม่เลว แต่การจะหวังไปชั้นที่ 11-15 ผ่านด่านได้ 100,000 แต้มสำนักต่อด่านเกรงว่า ยังคงยากลำบากสำหรับอี้เฉิน
เมื่อหันปรายตาไปมอง ศาลามีศิลาตั้งอยู่ใจกลาง ข้างบนมีรายชื่อผู้ที่ผ่านด่าน ได้ไกลที่สุดตอนนี้ คือชั้นที่ 13 เป็ศิษย์พี่เฮ่าเทียน อยู่ขั้นพลังก่อกำเนิดระดับกลางศิษย์พี่หญิง ซงซง สองคนเท่านั้น ที่อยู่ในขั้นพลังก่อกำเนิด เช่นเดียวกัน พวกเขาทั้ง2เป็ศิษย์พี่ใหญ่ประจำสำนัก ยังไปได้แค่ชั้นที่13
ส่วนศิษย์ใหม่ที่พึ่งเข้าไม่กี่เดือน มี ซีเผิง ไปถึง ด่าน6สูงที่สุดในอนุชนรุ่นเยาว์ตอนนี้ ซีเยว่นางเองยังไปถึงด่านที่5แล้วเช่นกัน
อี้เฉินมีสีหน้าครุ่นคิด ก่อนจะเดินเข้าไปในบานประตูศาลา15ชั้น ซึ่งเป็มิติแยกตัวส่งร่างอี้เฉินเข้าไปทดสอบทันที
ด้านในมืดดำสนิทเป็อย่างมาก ก่อนที่ จู่ๆ พื้นที่ความมืด จะก่อตัวเป็เงาดำสัตว์อสูรไม่เห็นร่างที่แน่ชัดขึ้นมา พร้อมมันที่พุ่งปราดเข้าโจมตี อย่างบ้าคลั่ง ชนิดไม่ให้อี้เฉินตั้งตัว
ด้านอี้เฉินรีบขับเคลื่อนปราณพลังในร่างกาย พร้อมเสียงกระดูกดัง ก็อบแกล็บ!! เมื่อฝ่ามือบีบรัด ส่งปราณพลังไหลทะลักออกมา หมุนเหวี่ยงกำปั้นน้อยๆ บดขยี้ร่างเงาัสีดำ จนเงาัฉีกขาดเป็สองท่อน ราวกับมีดหั่นผัก
จากพื้นที่มืดๆ สีดำ ก็มีแสงให้อี้เฉินเดินไปต่อทันที “เกรงว่าน่าจะเป็ชั้น 2 ซินะ”
ร่างเงาดำเริ่มค่อยๆ ก่อรูปคราวนี้มีเงาัดำถึง 3 ตัว พุ่งปราดเข้าใส่ตะลุมบอนกับอี้เฉิน เงาัทั้ง 3 นั้นไม่ได้แข็งแกร่งมากนัก อี้เฉิน ใช้เพียงกายาขับเคลื่อนไม่กี่10จังหวะ ก็สามารถสยบ พวกมันได้อย่างง่ายดาย
แต่พอถึงด่านที่ 3 เงานั้นกลับเปลี่ยนเป็จาก3ร่าง เป็10ร่าง ทำให้อี้เฉิน ต้องเปลืองแรงมากโข เมื่อต้องต่อสู้พัวพันกับพวกมัน จนกายาเริ่มจะาเ็ รับรู้ถึงความเ็ปอย่างแจ่มชัด จนอี้เฉินหายใจหอบขึ้นมาเล็กๆ
ด่านที่4 ด่านที่5 แม้ว่าจะยากลำบากไม่น้อย ทว่าอี้เฉินก็ผ่านมาได้ ในเวลาไม่กี่ชั่วยาม ทว่ากายาเขาเริ่มที่จะาเ็ เริ่มมีอาการหอบหายใจแรง
แต่พอถึงด่านการทดสอบที่ 6 เห็นร่างเงาก่อรูปเป็ตัวเขาเอง ทำให้อี้เฉินสีหน้าบูดบึ้งไม่น้อย ก่อนพวกเขาจะพุ่งเข้าปะทะกัน เหมือนดั่งต่อสู้กับเงากระจกสะท้อนของตนเอง
วิชากายาั ถูกอี้เฉินใช้สำแดง ร่างของเขามีการเปลี่ยนแปลง เกล็ดสีดำทมิฬร่างส่วนบน ทำให้คล้ายใส่ชุดเกราะา บนหัวมีเขางอกยาว พุ่งปราดออกไปโจมตีอย่างบ้าคลั่ง ผมสีขาวปลิวไสว กระจัดกระจายออกไปทั่ว เริ่มย้อมผมขาว แต่งแต้มเป็จุดสีแดงโลหิต
ย๊าก!! จากเสียงคำรามก้องของอี้เฉิน หมุนแขนเหวี่ยงหมัด ไม่กี่10กระบวนท่า ร่างเงาตัวเขาเอง เริ่มรับพลังที่รุนแรงไม่ไหว ร่างค่อยๆ เกิดการฉีกขาด เมื่อเสียงหมัด ตู้มๆ !!ดังออกมาก้องไม่ขาดสาย
ทางแสงปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง อี้เฉินที่าเ็หนัก คิดจะถอยกลับ แต่เขาอยากรู้ ด่านที่ 7 มีอะไรอยู่กันแน่ อี้เฉินเข้าไปยังด่านที่7 โดยไม่มีความหวาดกลัว
...ไม่นานร่างเงาก็ก่อรูปขึ้น เป็ร่างอี้เฉินตัวเขาอีกคน ใช้วิชากายาั ทำให้อี้เฉินถึงกับพูดไม่ออก พวกเขา 2 คนเข้าปะทะกันอย่างบ้าคลั่งทันใด ราวกับอสูรร้ายที่หลุดออกจากกรงขัง พร้อมพลังที่สูสี กันเป็อย่างมาก
เืไหลอาบนองร่างอี้เฉิน เสื้อผ้าฉีกขาด ผมเผ้ากระเซอะกระเซิง เริ่มจะทำให้กระดูกภายในร่าง เขาลั่นไปทั่วร่าง จนอี้เฉินไม่อาจเก็บออมปราณพลัง ที่เหลือไม่มากไว้ได้อีกต่อไป
อี้เฉินขับเคลื่อนวิชาัทะยานนภาไปยังจุดอับสายตา ร่างเงาของเขาทันใด ก่อนจะเหวี่ยงหมัด อัดปราณพลังทั้งหมดที่มี โจมตีเต็มแรง ปลดปล่อยปราณพลังรูปร่างั พุ่งทะยานออกไปทันที
ปัง!!
ร่างเงาสีดำโดนหมัดอี้เฉินเข้าไปอย่างจัง จนร่างมันลอยกระเด็นออกไปไกล พร้อมร่างที่ฉีกขาด จนเกิดรอยแสงปราณพลังผ่าน มองเห็นเป็รูโหว่กลางหน้าอกใหญ่ ก่อนร่างเงาสีดำ จะค่อยๆ แหลกสลาย
พร้อมอี้เฉินถอนลมหายใจออกมายาว เฮ้อ!! สายตาเผยความอิดโรย ออกมาอย่างหนัก จากการสูญเสียปราณพลัง ทว่ามันก็พอทำให้อี้เฉิน พอจะคลี่ยิ้มออกมาได้บ้าง เมื่อเขาออกจากการทดสอบ มาด้วยสภาพที่ไม่ค่อยสู้ดีนัก
หมู่ชนที่อยู่บริเวณนั้น ครั้นพวกเขาเห็น สภาพอี้เฉินเดินออกมา ด้วยเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง ร่างเต็มไปด้วยเื น่าสังเวช ...พวกเขารีบหันปรายตาไปดูรายชื่อ ที่แท่นศิลา 15 ชั้นทันที เมื่อเห็นรายชื่ออี้เฉินเปล่งแสง พุ่งพรวดพราดมาอยู่อันดับหนึ่งของศิษย์ใหม่ บ่งบอกว่าอี้เฉินผ่านด่านที่ 7 พวกเขาต่างก็หัวใจสั่นสะท้าน
“เกรงว่าผู้โดดเด่น คงจะปรากฏขึ้นมาอีกคนแล้ว” พร้อมเสียงถอนหายใจ เสียดายของใครบางคน บ้างก็เผยสายตา อิจฉาอี้เฉินออกมา
ครั้นบางคนจดจำอี้เฉินประลองกับ หลิงหลง ต่างก็พากันเอ่ยพูดคุยออกมา “อี้เฉินเขาเป็ศิษย์ของ รองเ้าสำนักเยว่ฉานไม่ใช่หรือ?”
ที่พวกเขาใคืน อี้เฉินขั้นพลังอยู่เพียงขั้น สร้างรากฐาน ระดับ ปลาย แต่ไปถึงด่านที่7ได้ ถือเป็สถิติใหม่ ไม่เคยมีผู้ใดทำมาก่อน
อนุชนส่วนใหญ่ พวกเขาต่างอยู่ขั้นรวมลมปราณ หลายคนที่เคยเหน็บแนมอี้เฉิน ต่างหน้าเขียวคล้ำ เหมือนกินสิ่งปฏิกูลเข้าไป
...เมื่อข่าวลืออี้เฉิน แพร่สะพัดออกไปทั่วสำนักั ไม่นานศาลา15ชั้น ก็กลายเป็สถานที่ครึกครื้น ของเหล่าศิษย์ อยากจะเข้ามาทำลายสถิติแข่งกัน อย่างไม่ว่างเว้นแต่ละวัน