ราชันหมื่นอักขระ

    จารึกที่ 89 : ปะทะหัตถ์ผี

    จารึกที่ 89 : ปะทะหัตถ์ผี : พลังที่แท้จริงของหุ่นเชิด


    สายลมหวีดหวิวพัดกรรโชกแรง หอบเอาหมอกหนาทึบให้หมุนวนราวกับพายุขนาดย่อม กลิ่นคาวเลือดจากซากม้าเหงื่อโลหิตยังคงลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ ผสมปนเปไปกับจิตสังหารอันเข้มข้นที่แผ่ออกมาจากร่างของนักฆ่าผู้มีฉายาว่า 'กุ่ยโส่ว' (หัตถ์ผี)


    เฟิงอี้หราน คุณชายตระกูลเฟิง ตะเกียกตะกายถอยหลังไปหลบอยู่หลังก้อนหินใหญ่ มือสั่นระริกขณะล้วงหยิบยันต์ป้องกันภัยระดับสูงออกมาถือไว้แน่น ใบหน้าที่เคยหยิ่งทะนงบัดนี้ซีดเผือดราวกับกระดาษ


    "อ... อาเจีย! จัดการมันสิ! เจ้าสัวของเจ้าแข็งแกร่งไม่ใช่รึ? ข้าจะเพิ่มเงินให้! อีกห้าสิบ... ไม่สิ อีกร้อยตำลึงทอง! ฆ่ามันให้ได้!"


    อาเจีย ที่ยืนอยู่ข้างหุ่นเชิดคู่ใจ ไม่ได้หันไปสนใจเสียงโวยวายของนายจ้าง ดวงตาของเขาจ้องเขม็งไปที่กรงเล็บจักรกลขนาดมหึมาที่ติดอยู่ที่แขนขวาของกุ่ยโส่ว สมองของเขาไม่ได้กำลังคิดเรื่องเงินรางวัลร้อยตำลึง แต่กำลังคำนวณ 'ความคุ้มค่า' ในการต่อสู้ครั้งนี้


    'แขนกลนั่น... ดูจากประกายโลหะแล้ว น่าจะเป็นเหล็กไหลผสมเงินทมิฬ ความแข็งระดับ 4... ถ้าเจ้าสัวรับการโจมตีตรงๆ ในโหมดประหยัดพลังงาน เกราะหินชั้นนอกแตกแน่ๆ... ค่าซ่อมเกราะหิน 5 ตำลึง... แต่ถ้าเปิดโหมดต่อสู้เต็มรูปแบบ เปลืองพลังงานไป 10 ส่วน... คิดเป็นเงินค่าเติมพลัง 20 ตำลึง...'


    "เฮ้อ... ขาดทุนตั้งแต่ยังไม่เริ่มสู้" อาเจียบ่นอุบ


    "มัวพึมพำอะไรอยู่เจ้าหนู! เตรียมตัวตายซะ!"


    กุ่ยโส่วไม่ปล่อยให้เหยื่อมีเวลาหายใจ ร่างของมันเลือนหายไปในม่านหมอกราวกับภูตผี วิชาตัวเบา 'ย่างก้าวเงาพราย'ของหอสังหารเงาถูกสำแดงออกมาอย่างสมบูรณ์แบบ


    วูบ! วูบ! วูบ!


    เงาสีดำเคลื่อนที่ไปมารอบทิศทาง สร้างภาพลวงตาจนแยกไม่ออกว่าร่างจริงอยู่ที่ไหน เสียงหัวเราะแหบพร่าดังสะท้อนก้องไปทั่วหุบเขา


    "เจ้าหนีข้าไม่พ้นหรอก!"


    ทันใดนั้น เงาดำสายหนึ่งก็พุ่งโฉบเข้ามาจากทางด้านหลังของอาเจีย กรงเล็บมรณะกางออก เตรียมขย้ำคอ!


    "ด้านหลัง! 6 นาฬิกา!" เสียงมู่เฉินเตือนลั่นในจิต


    อาเจียแสยะยิ้มมุมปาก เขาไม่หันหลังกลับ แต่กระดิกนิ้วชี้เพียงเบาๆ


    "เจ้าสัว! กระบวนท่าที่ 3 : ศิลาหมุนวน!"


    ครืน!


    หุ่นเชิดร่างยักษ์หมุนตัวกลับหลังอย่างรวดเร็วผิดธรรมชาติ ท่อนแขนอันทรงพลังเหวี่ยงออกไปเป็นวงกลม สร้างแรงลมมหาศาลปะทะเข้ากับร่างของกุ่ยโส่ว


    เคร้ง!


    กรงเล็บปะทะกับท่อนแขนหิน เสียงโลหะกรีดร้องบาดหู กุ่ยโส่วถูกแรงเหวี่ยงกระเด็นถอยหลังไปสามก้าว แต่มันก็ทรงตัวได้อย่างรวดเร็ว


    "หุ่นเชิดบ้านไหนกัน... ตอบสนองไวกว่าคนจริงเสียอีก!" กุ่ยโส่วสบถด้วยความหงุดหงิด มันเปลี่ยนรูปแบบการโจมตี จากการลอบสังหารเป็นการโจมตีซึ่งหน้าอย่างบ้าคลั่ง


    เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!


    กุ่ยโส่วระดมโจมตีรัวเร็วดุจพายุฝน กรงเล็บจักรกลฟาดฟันเข้าใส่ร่างเจ้าสัวจากทุกทิศทาง เศษหินกระเด็นว่อน ฝุ่นตลบอบอวล


    อาเจียยืนคุมเชิงอยู่ห่างๆ คิ้วขมวดเข้าหากันแน่นขึ้นเรื่อยๆ ทุกครั้งที่ได้ยินเสียง แกรก


    "เบาๆ หน่อยพี่ชาย! นั่นหุ่นเชิดนะไม่ใช่กระสอบทราย! ผิวชั้นนอกข้าพอกด้วยโคลนสมุนไพรนะเว้ย!"


    เฟิงอี้หรานที่หลบอยู่หลังก้อนหินทนดูไม่ไหว ตะโกนถาม "เจ้าห่วงอะไรของเจ้า! หุ่นมันจะพังอยู่แล้ว! ให้มันใช้ไม้ตายสักทีสิ!"


    "ไม้ตายมันเปลืองเงิน!" อาเจียตะโกนสวนกลับ "เจ้าจะช่วยออกค่าเติมพลังไหมล่ะ!"


    ในขณะที่ทั้งสองกำลังเถียงกัน กุ่ยโส่วก็เห็นช่องโหว่


    "พวกแกเห็นข้าเป็นตัวตลกหรือไง!"


    มันรวบรวมลมปราณไว้ที่แขนกลไก กลไกฟันเฟืองหมุนด้วยความเร็วสูงสุดจนเกิดความร้อนสีแดงฉาน


    "วิชามาร : กรงเล็บผาทลาย!"


    ตูม!


    กุ่ยโส่วพุ่งเข้าประชิดตัวเจ้าสัว แล้วตะปบกรงเล็บเข้าที่กลางหน้าอกของหุ่นเชิดเต็มแรง พลังทำลายล้างมหาศาลระเบิดออก


    กร๊อบ!


    เสียงเหมือนหินแตกดังลั่น เปลือกหินและโคลนที่อาเจียพอกไว้เพื่อพรางตาเจ้าสัว กะเทาะหลุดร่วงกราวลงมากับพื้น เผยให้เห็นเนื้อใน...

    กุ่ยโส่วยิ้มเยาะ "หึ... หุ่นกระป๋อง แตกสลายไปซะ... เอ๊ะ?"


    รอยยิ้มของนักฆ่าชะงักค้าง


    เมื่อฝุ่นจางลง สิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าไม่ใช่โครงสร้างไม้หรือเหล็กขึ้นสนิมอย่างที่มันคิด


    ภายใต้เปลือกหินที่แตกออก คือผิวกายที่เรียบเนียน มันวาว ดำขลับราวกับรัตติกาล... 'หยกทมิฬ' เนื้อดีที่หาได้ยากยิ่งในยุทธภพ!


    กรงเล็บของกุ่ยโส่วที่ควรจะทะลุอกหุ่นเชิด กลับหยุดชะงักอยู่แค่ผิวสัมผัส ไม่สามารถสร้างแม้แต่รอยขีดข่วนให้กับเนื้อหยกทมิฬนั้นได้เลย


    เจ้าสัว ก้มหน้ามองกุ่ยโส่ว ดวงตาที่เคยเป็นหินด้านๆ บัดนี้เปลือกนอกกะเทาะออก เผยให้เห็นดวงตาที่แท้จริง... ดวงตาสีทองอำพัน ที่ส่องแสงเรืองรอง ตัดกับผิวกายสีดำสนิท อักขระสีทองโบราณที่สลักเสลาอยู่ตามลำตัวเริ่มเปล่งแสงสว่างวาบ


    บรรยากาศรอบตัวเจ้าสัวเปลี่ยนไปทันที จากหุ่นเชิดทื่อๆ กลายเป็นราชันแห่งขุนเขาที่น่าเกรงขาม


    "หยก... หยกทมิฬ?" กุ่ยโส่วเบิกตากว้าง เสียงสั่นพร่า "เป็นไปไม่ได้! หยกทมิฬก้อนใหญ่ขนาดนี้... มันมีค่าควรเมือง! เจ้าเอามาสร้างหุ่นเชิดทั้งตัวเนี่ยนะ!"


    อาเจียเดินก้าวเข้ามา ใบหน้าของเขาดูมืดมนลงกว่าเดิมร้อยเท่า รังสีอำมหิตแผ่ออกมาไม่ใช่เพราะโกรธที่ถูกโจมตี แต่โกรธที่ 'ชุดพรางตัว' ถูกทำลาย


    "ชุดพรางตัวรุ่นประหยัดของข้า... พังหมดแล้ว" อาเจียกัดฟันพูดเสียงเย็น "รู้ไหมว่าข้าต้องใช้เวลาผสมโคลนสูตรพิเศษนานแค่ไหนกว่าจะฉาบให้มันเนียนแบบนี้ได้?"


    เขาเงยหน้ามองกุ่ยโส่ว แววตาเปลี่ยนจากพ่อค้าหน้าเลือด เป็นจอมมารหน้าเงิน


    "เจ้าทำลายสินค้าของข้า... เจ้าต้องชดใช้"


    อาเจียสะบัดมือ พู่กันจีนด้ามหนึ่งปรากฏขึ้นในจินตภาพ (มู่เฉินเตรียมพร้อม)


    "เจ้าสัว! ปลดล็อกลิมิตเตอร์ระดับ 1! โหมดต่อสู้!"


    วูบ!


    อักขระสีทองบนร่างเจ้าสัวสว่างจ้า แรงกดดันมหาศาลระเบิดออกมา ส่งผลให้พื้นดินรอบข้างสั่นสะเทือน


    กุ่ยโส่วรีบดีดตัวถอยหลังด้วยสัญชาตญาณอันตราย "ไอ้เด็กนี่... มันซ่อนเขี้ยวเล็บไว้ขนาดนี้เชียวรึ!"


    "เจ้าถุงเงิน! ฝากจัดการทางซ้าย!"


    เจ้าแมงมุมทมิฬตัวน้อยกระโดดลงจากไหล่เจ้าสัว พุ่งตัวด้วยความเร็วแสงหายไปในเงามืด รอจังหวะลอบกัด


    "ส่วนเจ้า... เจ้าสัว! สั่งสอนมันว่า 'ของแพง' มันแข็งแกร่งแค่ไหน!"


    เจ้าสัวก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว พื้นดินยุบตัวลงตามรอยเท้า มันง้างหมัดขวาขึ้น ไม่ใช่หมัดธรรมดา แต่เป็นหมัดที่ผนึกด้วย 'แก่นธาตุดินศักดิ์สิทธิ์' ทำให้หมัดนั้นหนักอึ้งราวกับภูเขาทั้งลูก


    กุ่ยโส่วรู้ดีว่ารับตรงๆ ไม่ได้ มันพยายามจะใช้ความเร็วหลบเลี่ยง


    "ช้าไป!" อาเจียตวาด


    เขาใช้วิชา 'เส้นด้ายวิญญาณ' ที่ฝึกฝนมา ปล่อยเส้นด้ายปราณบางเบาออกไปพันรัดข้อเท้าของกุ่ยโส่วไว้เพียงเสี้ยววินาที


    "อะไรกัน!" กุ่ยโส่วสะดุดกึก จังหวะการเคลื่อนไหวเสียไปชั่วขณะ


    และชั่วขณะนั้นก็เพียงพอแล้ว


    ตูม!


    หมัดหยกทมิฬกระแทกเข้าใส่กรงเล็บจักรกลที่ยกขึ้นมากันไว้อย่างจัง


    แรงปะทะครั้งนี้รุนแรงกว่าครั้งไหนๆ เสียงโลหะบิดงอดังสนั่น กุ่ยโส่วปลิวละลิ่วไปกระแทกต้นไม้แห้งตายด้านหลังจนหักโค่นลงมาทั้งต้น


    "อั่ก!" นักฆ่ากระอักเลือดออกมา แขนขวาที่เคยภาคภูมิใจ บัดนี้บิดเบี้ยวผิดรูป กลไกภายในเริ่มส่งประกายไฟเปรี๊ยะๆ


    เฟิงอี้หรานที่มองดูเหตุการณ์อยู่ อ้าปากค้างจนแมลงวันบินเข้าไปได้


    "ห... หุ่นเชิดหยกทมิฬ... อาเจีย... เจ้าเป็นใครกันแน่?"


    อาเจียเดินย่างสามขุมเข้าไปหากุ่ยโส่วที่กำลังตะเกียกตะกายลุกขึ้น


    "ค่าซ่อมชุดพรางตัว 5 ตำลึง... ค่าพลังงานที่ใช้ไปเมื่อกี้ 10 ตำลึง... ค่าตกใจของเจ้าถุงเงิน 2 ตำลึง..." อาเจียร่ายรายการหนี้สิน


    "เจ้า... เจ้ามันปีศาจ!" กุ่ยโส่วคำราม แววตาฉายแววบ้าคลั่ง


    มันรู้แล้วว่าสู้ด้วยฝีมือปกติไม่ได้ มันจึงตัดสินใจใช้ 'วิชามารต้องห้าม' ที่แลกมาด้วยอายุขัย


    "ข้าจะไม่ยอมตายด้วยน้ำมือเด็กเมื่อวานซืน! ...ระเบิดโลหิต!"


    เลือดทั่วร่างของกุ่ยโส่วเดือดพล่าน ผิวหนังเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ ไอพลังสีดำทมิฬพวยพุ่งออกมาจากร่าง กรงเล็บที่บิดเบี้ยวถูกดัดกลับคืนด้วยพลังมาร


    การต่อสู้เพิ่งจะเริ่มต้นของจริง... และอาเจียกำลังจะต้องจ่าย 'ต้นทุน' ที่สูงกว่าเดิม!

     

    คล้ายกับเรื่องราชันหมื่นอักขระ ที่คุณอ่าน