“พวกแกเป็นใคร? แล้วมาที่นี่ได้ยังไง?” ลูกพี่ของเก้าเพ่งมองขณะถามด้วยความสงสัย
ต่อหน้าพวกกลุ่มโจร มีชายและหญิงปรากฏตัวขึ้นมาอย่างไม่มีการเตือนใด ๆ จากคนรับหน้าที่เป็นเวรยามของค่ำคืนนี้แต่อย่างใด
ผู้หญิงหน้าตาดี และชายหุ่นยักษ์สูงหยั่งกับภูเขา ไม่มีทางที่เก้าจะลืมได้ลง พวกเขาทั้งสองคือผู้เป็นเจ้าของกระเป๋าเงินที่เขาปล้นมา
“พวกคุณ?” เก้าอุทานด้วยความประหลาดใจขึ้นมาทันที
“ใครกัน? บอกฉันมานะไอ้เก้า” ลูกพี่หันไปถามเก้าทันทีหลังเห็นท่าทีที่ดูเหมือนจะรู้จักผู้มาเยือน
“เราทั้งสองคนเป็นเจ้าของกระเป๋าสตางค์ที่อยู่ในมือของนายนั่นไงล่ะ” ดารินเป็นคนตอบคำถามเอง
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ชายผู้เป็นลูกพี่รู้สึกอวดดีขึ้นมาทันที เขาคิดว่าดารินและดิเรกคือพวกโง่ที่อวดดีต้องการมาทวงกระเป๋าเงินคืนเหมือนคนอื่น ๆ ที่ผ่านมา ถ้าขนาดเก้าที่มีเวทมนตร์ขั้นต่ำเท่านั้น ยังสามารถปล้นกระเป๋าเงินจากทั้งสองคนนี้ได้ แล้วตอนนี้ทั้งสองคนกลับเขามาอยู่กลางดงกลุ่มโจรของเขาเช่นนี้ นี่มันหมูในอวยชัด ๆ
ตัดสินจากกระเป๋าเงินที่เขาได้มาจากเก้า ทั้งสองคนนี้จะต้องเป็นพวกบ้านรวยที่บังเอิญหลงทางหรืออาจมาท่องเที่ยวก็เป็นได้ นอกจากจะโดนปล้นกระเป๋าเงินมาไม่พอ พวกเขายังคิดมาขอซื้อเด็กทั้งสองคนนี้อีก
หากพวกเขาจับตัวสองคนนี้ไว้ จะต้องทำเงินได้อีกเป็นกอบเป็นกำอย่างแน่นอน สองคนนี้คือขุมทรัพย์มาเกยแท้ ๆ
“สนใจซื้อเด็กสองคนนี้งั้นเหรอ? ฉันขายให้ก็ได้” ลูกพี่ของกลุ่มโจรยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ขณะพูด “สองล้าน ฉันขายสองล้าน...ต่อคน สองคนก็เท่ากับสี่ล้านขาดตัว ห้ามต่อรองเด็ดขาด”
“สี่ล้าน!?” เก้าอุทานอย่างตกตะลึงออกมา แล้วเขาก็ด่าทอลูกพี่ของเขาอีกครั้ง “ไอ้เวรตะไล เมื่อตะกี้ยังว่าคนละล้านอยู่เลย”
“นั่นมันราคาสมาชิก” ลูกพี่ของเก้ายักไหล่พร้อมผายมือออกขณะพูดว่า “สองคนนี้เป็นคนนอก ราคาก็ย่อมแพงกว่าเป็นธรรมดา จะทำธุรกิจมันก็อย่างนี้นี่แหละ คงเข้าใจนะ”
“ฉันว่าแพงเกินไปนะ” ดารินยกริมฝีปากขึ้นพร้อมใช้นิ้วชี้เคาะที่คาง เธอทำท่าทางเลียนแบบคนกำลังคิดหนัก
“แพงเพิงอะไรกันนี่ยังไม่รวมค่าตัวพวกแกสองคนเลยนะ ถ้ารวมก็จะกลายเป็นแปดล้าน” หัวหน้าของกลุ่มโจรพูดไปด้วยส่งสัญญาณให้ลูกน้องโอบล้อมเหยื่อทั้งสองไปด้วย “ถ้าไม่คิดจะยอมจ่ายมาก็อย่าหวังจะได้ออกไปจากที่นี่เลย”
ดารินพูดอย่างไม่สนใจการถูกล้อมจากเหล่าโจร “เปล่า ฉันหมายถึงค่าชีวิตของพวกแกทั้งหมดน่ะ สี่ล้านมันดูแพงเกินไปต่างหาก”
ดารินดูสงบมากขณะพูดจนชายผู้ถูกเรียกว่าลูกพี่รู้สึกผิดปกติ แต่อีกฝ่ายมีกันแค่สองคน พวกเขามีกันเป็นสิบ แถมยังมีตัวประกันอีกสอง มองอย่างไรพวกเขาก็ได้เปรียบกว่าเห็นได้ชัด
“ดูเหมือนพวกแกจะคิดว่าพวกฉันเป็นเพียงโจรกระจอกกันสินะ” หัวหน้าโจรดูหงุดหงิดขึ้นมา เขาพูดอย่างเย็นชาว่า “ดูท่าฉันจะต้องขึ้นราคาเป็นสิบหกล้านเสียแล้ว แต่เป็นคนละสิบหกล้านนะ ถ้าพวกแกยังอยากกลับออกไปโดยยังครบสามสิบสอง”
หลังพูดจบ มีรัศมีแสงสีเขียวอ่อนขึ้นรอบตัวเขา แน่นอนว่าคนอย่างดารินย่อมดูออกว่าอีกฝ่ายเตรียมจะใช้เวทมนตร์ออกมาแล้ว แต่เธอใช่หาสนใจไม่
เธอพูดอย่างเย็นชา “ฉันจะให้โอกาสแกปล่อยเด็กทั้งสองคนนั่นก่อนที่จะไม่ได้มีแม้แต่โอกาสร้องขอชีวิต”
“แกต่างหากที่จะไม่มีโอกาสได้ร้องขอชีวิต ยัยหน้าโง่” หัวหน้าโจรดูอวดดีขณะร่ายมนตร์ออกมา “มนตร์แห่งลม จงออกมา มหากระสุนวายุ”
ตูม!
หลังบอลอัดอากาศยักษ์พุ่งเข้ามา ดิเรกที่ยืนฟังเงียบ ๆ มาตลอด เขาเปลี่ยนร่างกายของเขาให้กลายเป็นน้ำที่ควบแน่น เขาพุ่งเข้ามารับบอลอัดอากาศอย่างไม่ลังเล เพียงแค่บอลแตะเข้ากับร่างกายที่เป็นน้ำของดิเรก บอลอัดอากาศยักษ์ก็อันตรธานหายไปทันที
“แล้วมันยังไง? ก็แค่มีตัวประหลาดที่แปลงร่างเป็นน้ำได้ พวกฉันมีกันเป็นสิบ แกมีกันแค่สอง เป็นฉันตั้งหากที่ต้องให้โอกาสแก แต่มันก็สาย...”
“ละ ละ ละ ลูกพี่”