ตอนนี้หลิวชิงหยู่จำได้ว่า ตอนต่งเทียนปาเจอหานเซียงยี่ ก็ถูกทุบตีเพราะเขาพูดจาล่วงเกินหานเซียงยี่ เขาไม่คิดเลยว่าวันนี้ เขาจะถูกตีด้วยเหตุผลเดียวกันอีกครั้ง คนคนนี้ช่างไม่จำอะไรเลยจริงๆ
โชคดีที่ตอนนี้มีคนจำนวนมาก เมื่อเห็นเฉาฉูหุ้ยโกรธ พวกเขาก็พูดเกลี้ยกล่อมจนเธอยอมหยุด
ตอนนี้โจวเหวินเชาโกรธมากเขาพูดด้วยน้ำเสียงเดือดดาลว่า “ทำไมเธอกล้าทำแบบนี้ เธอยังเห็นกฎหมายในสายตาไหม รปภ. เข้ามาจับผู้หญิงคนนี้ไป”
โจวเหวินเชาคิดไว้ว่าหลิวชิงหยู่อาจจะบ้าและกล้าตีคนในงานซึ่ง เป็นสิ่งที่เขาต้องการ เขาพยายามยั่วยุหลิวชิงหยู่หลายครั้ง แต่เขาไม่คิดเลยว่า หลิวชิงหยู่ยังไม่ทันลงมือ คู่เต้นรำของหลิวชิงหยู่ก็ลงมือเสียแล้ว ดังนั้นโจวเหวินเชาที่เตรียมคนที่เหล่านี้ไว้จึงเรียกเข้ามา
หัวหน้ายามรักษาความปลอดภัย ได้ยินเสียงเรียกของโจวเหวินเชา ก็พาคนสี่คนตรงไปทาง เฉาฉูหุ้ยหวังว่าจะจัดการเฉาฉูหุ้ยแต่เมื่อมาถึงและได้เห็นหน้าตาของเฉาฉูหุ้ยพวกเขาก็ตกตะลึง แต่โจวเหวินเชาก็พูดขึ้นว่าไม่ต้องสนว่าอีกฝ่ายเป็นใคร ดังนั้นพวกเขาจึงรีบก้าวออกไป
เห็นแบบนั้นหลิวชิงหยู่ก็พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “ ใครที่กล้าแตะต้องเธอ ฉันสาบานเลยว่ามันผู้นั้นจะต้องเสียใจ” หลิวชิงหยู่พูดขึ้นพร้อมกับปลดปล่อยจิตสังหาร
เมื่อเห็นท่าทีของหลิวชิงหยู่ รปภ. ก็ไม่กล้าเข้าใกล้ พวกเขาได้แต่ยืนรักษาระยะห่างอยู่ราวๆ 2 เมตร
ตอนนี้ใกล้เวลาเริ่มงานแล้ว ในห้องโถงมีพิธีกรยืนอยู่บนเวที เมื่อเห็นว่ามีการทะเลาะกันใบหน้าของเขาก็บิดเบี้ยว เพราะเจ้าภาพงานนี้ไม่ใช่คนธรรมดา แต่เป็นหยวนเหว่ยหมิน ผู้อำนวยการศูนย์ราชการเทศบาลเมือง งานครั้งนี้นายกเทศมนตรีกับรองเลขาธิการพรรคประจำเทศบาล ต่างให้ความสนใจอย่างมาก พวกเขาทุ่มเทให้กับงานครั้งนี้มาก แม้แต่เลขาธิการหัวหน้าพรรคประจำเทศบาลเมือง หวังจงซานเองก็ตัดสินใจเข้าร่วมงานด้วย ซึ่งตอนนี้ หวังจงซาน หลี่เต๋อหลินและโจวไห่เผิงก็รออยู่หลังเวทีรอคิวขึ้นกล่าวปราศรัย เพื่อแสดงภาพลักษณ์ผู้ใหญ่ที่เอาใจใส่เด็กรุ่นใหม่ ใครที่ก่อเรื่องวันนี้ นับว่ากล้ามากเกินไป
ในเวลานั้น หยวนเหว่ยหมิน ก็ขึ้นเวทีแล้วถือไมโครโฟนพูดขึ้นว่า “เอาล่ะ หนุ่มสาวทั้งหลายหาที่นั่งที่ยืนได้แล้ว งานของเราในคืนนี้ใกล้จะเริ่มขึ้น ดังนั้นโปรดให้ความร่วมมือด้วย”
เมื่อเห็นหยวนเหว่ยหมินขึ้นเวที ผู้คนจำนวนมากก็แยกย้ายกันไป แต่ในเวลานั้นต่งเทียนปายังคงนั่งอยู่บนพื้นด้วยความเจ็บปวด ซึ่งตรงนั้นก็มี หลิวชิงหยู่ เฉาฉูหุ้ย โจวเหวินเชาและรปภกำลังเผชิญหน้ากัน
หยวนเหว่ยหมินเห็นท่าไม่ดี เพราะพวกหลิวชิงหยู่อยู่ไกลเขาจึงไม่เห็นว่าเป็นใคร เขาพูดตำหนิไปทันทีว่า “ตรงนั้นกำลังทำอะไร มีเรื่องกันหรอ”
อย่างไรก็ตามหลังจากที่เขาตะโกนไปสองครั้งเขาก็พบว่าอีกฝ่ายไม่ได้สนใจเขาเลย มันทำให้เขาโกรธมาก และเขาต้องรีบแก้ปัญหาโดยด่วน เขาจึงลงจากเวทีแล้วตรงไปยังคนกลุ่มนั้น
เพราะสามผู้นำของชางชาน กำลังรออยู่หลังเวทีเช่นกัน พวกเขานั้นมาจากทั้งสองฝ่าย สาเหตุที่พวกเขามาที่นี่วันนี้ส่วนใหญ่มาเพื่อแสดงให้เห็นว่าพวกเขาให้ความสำคัญกับหนุ่มสาวและเวลานี้พวกเขาก็กำลังเดินมาที่บันไดหลังเวทีแล้ว
และในเวลานั้นเลขาของทั้งสามก็เดินมาแล้วบอกถึงเรื่องที่พวกเขาได้ยินหน้าเวที
หวังจงซวนตกใจมากเมื่อได้ยินว่ามีการทะเลาะเกิดขึ้นและคนที่โดนทุบตีก็เป็นต่งเทียนปาลูกชายของ ต่งฮ่าวเลขาธิการฝ่ายกฎหมาย นอกจากนี้เขายังตกใจอีกว่าโจวเหวินเชาลูกชายของโจวไห่เผิงอยู่ในที่เกิดเหตุด้วย
ในขณะนี้ โจวไห่เผิง เมื่อได้ยินก็รู้สึกประหลาดใจ เขาไม่คิดว่าจะมีใครกล้าก่อปัญหา อีกทั้งลูกชายของเขายังมีส่วนร่วมด้วย เมื่อได้ยินเรื่องนี้สีหน้าของเขาก็หมองลง
หลังจากฟังรายงานแล้วผู้นำทั้งสามก็มองหน้ากัน หลังจากนั้นพวกเขาก็เดินออกจากหลังเวทีตรงไปยังที่เกิดเหตุ เมื่อเห็นหลิวชิงหยู่ กับ เฉาฉูหุ้ย หลี่เต๋อหลินกับโจวไห่เผิงก็หน้าบิดเบี้ยว แม้จะตกใจกับความสวยของเฉาฉูหุ้ยแต่พวกเขาก็หงุดหงิดเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเห็นต่งเทียนปากำลังนั่งงออยู่กับพื้นไม่สามารถลุกขึ้น
อย่างไรก็ตามในเวลานั้น หวังจงซานตาแทบถลน เพราะเขาจำเฉาฉูหุ้ยได้ อดีตเขาเคยติดตามนายของเขาไปปักกิ่งเพื่อเยี่ยมเยือนผู้ที่เหมือนดั่งหางเสือของตระกูลเฉา และเขาก็ได้พบกับเฉาฉูหุ้ยโดยบังเอิญ ความสวยของเฉาฉูหุ้ยทำให้เขาจดจำเธอได้อย่างดี เขาเห็นกับตาตัวเองว่าตระกูลเฉารักใคร่และเอ็นดูองค์หญิงคนนี้ขนาดไหน เขาไม่คิดเลยว่าคุณหนูที่เป็นดั่งแก้วตาดวงใจของตระกูลเฉาจะมาที่เมืองชางชาน ที่เขาประหลาดใจที่สุดคือ เธอกำลังควงแขนหลิวชิงหยู่อยู่ แม้เขาจะไม่รู้จักที่มาที่ไปของหลิวชิงหยู่ แต่หลิวชิงหยู่มักเป็นศูนย์กลางปัญหาอยู่บ่อยๆ ดังนั้นเขาจึงเคยเห็นหลิวชิงหยู่จากรูปและวิดีโอบ่อยครั้ง แต่เขาคิดไม่ถึงเลยว่าคุณหนูใหญ่แห่งตระกูลเฉา จะสนิทสนมกับหลิวชิงหยู่มากขนาดนี้
เกิดอะไรขึ้นกัน
หวังจงซานรู้จักเฉาฉูหุ้ย แต่โจวไห่เผิงกับหลี่เต๋อหลินไม่รู้จัก
เมื่อเห็นการเผชิญหน้าในตอนนั้น โจวไห่เผิงก็มองไปยังโจวเหวินเชาด้วยสีหน้าเศร้าหมองพร้อมพูดว่า “เหวินเชาเกิดอะไรขึ้น”
แม้ว่าเขาจะทำทีตำหนิ แต่ก็เป็นการสร้างโอกาสให้โจวเหวินเชาได้พูด
โจวเหวินเชาเข้าใจเจตนาพ่อของตนเองดี เขาจึงเล่าเรื่องที่ต่งเทียนปาถูกเฉาฉูหุ้ยทุบตี
หลังจากได้ยินเรื่องนั้น โจวไห่เผิงก็มองไปยัง รปภ. แล้วพูดว่า “พวกนายมัวรออะไร ทำร้ายคนอื่นแบบนี้ทำไมไม่โทรแจ้งตำรวจให้มาจับเธอไป” รปภ. ได้ยินก็รีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เตรียมโทรแจ้งตำรวจทันที
อย่างไรก็ตาม หวังจงซานในเวลานั้นก็ไม่สามารถนิ่งเฉยได้จึงรีบพูดขึ้นว่า “เราจะโทรแจ้งตำรวจภายหลัง โจวไห่เผิงผมคิดว่าเราต้องตรวจสอบก่อนว่าใครเป็นต้นเหตุของเรื่อง ถ้าปัญหาเกิดจากคุณหนูท่านนี้จะโทรแจ้งตำรวจก็ไม่ว่า แต่หากไม่ใช่มันคงจะไม่เป็นการดีถ้าเราจับคนผิด”
ในขณะนั้น โจวไห่เผิง กับหลี่เต๋อหลินก็อดที่จะขมวดคิ้วไม่ได้ เพราะพวกเขาได้ยินถ้อยคำที่หวังจงซานเรียกขานเด็กสาวคนนั้นพร้อมพูดด้วยท่าทีแปลกๆ
นี่เป็นสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดมาก่อน ต้องรู้ว่าในบรรดาข้าราชการพวกเขาจะไม่ทำให้ผู้ร่วมงานขุ่นเคือง เพียงเพราะคนแปลกหน้า ถึงแม้ว่าเส้นทางการเมืองจะซับซ้อนก็ตาม สำหรับโจวไห่เผิงต้องการต่อสู้เพื่อลูกชายของเขา แต่ถ้าเขาทำแบบนั้นมันจะกลายเป็นการแก้แค้นด้วยความรู้สึกส่วนตัว และมันเป็นไปไม่ได้ที่หวังจงซานจะรู้ล่วงหน้าว่าเรื่องนี้จะเกิดขึ้น ทว่าเรื่องนี้มันอาจทำให้เขาต้องลำบากไปด้วย
หลี่เต๋อหลินก้าวออกมาแล้วพูดด้วยใบหน้าบึ้งตึงว่า “เลขาธิการหวัง ผมว่าเรื่องที่โจวเหวินเชาพูดก็ชัดเจนแล้วเราจำเป็นต้องสอบสวนอะไรเพิ่มเติมด้วยหรือ”
หวังจงซานไม่ได้พูดแต่ขมวดคิ้วแน่น
ในเวลานี้โจวเหวินเชาก็มองไปยังผู้คนรอบๆ ตัวแล้วพูดขึ้นว่า “ทุกคนบอกผมทีว่าที่ผมพูดคือเรื่องจริงใช่ไหม”
ส่วนใหญ่รู้จักโจวเหวินเชาดี ไม่มีกี่คนที่ไม่รู้จักเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเห็นว่าพ่อของโจวเหวินเชาอยู่ที่นี่ หลายคนจึงเลือกที่จะเข้าข้างโจวเหวินเชากับต่งเทียนปา พวกเขาจึงพูดขึ้นทีละคน “มันเป็นความจริง!”
สีหน้าของหวังจงซานบิดเบี้ยวยิ่งขึ้น เนื่องจากการคัดค้านของเขาถูกผู้คนผลักให้ตกไป
ในเวลานั้น ก็มีหญิงสาวคนหนึ่งภายใต้ชุดที่งดงาม เธอลุกขึ้นแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเหยียดหยามว่า “โจวเหวินเชา นายกำลังพูดเรื่องไร้สาระอะไร ถ้าไม่ใช่ว่าต่งเทียนปาพูดจาชั่วๆก่อน นายคิดว่าเธอจะลงมือหรอ นายควรให้ความเป็นธรรมกับผู้หญิงคนนี้บ้าง ถ้าเธอไม่ตอบโต้อะไรเลย ลองคิดดูสิต่งเทียนปาจะทำอะไรต่อไป นอกจากนี้ต่งเทียนปายังกล้าดูหมิ่นพูดกับเธอโดยไม่ให้เกียรติถึงขนาดนั้น ใครจะไปทนกับคำพูดแบบนั้นได้ ฉันคิดว่าผู้หญิงคนนี้ทำน้อยเกินไปด้วยซ้ำ ถ้าเป็นฉันคงไม่จบแค่เตะแน่ๆ ”
ผู้หญิงที่ปรากฏตรงหน้าก็คือฉินรุ่ยเจียรองเลขาธิการพรรคตำบลกวนซาน ฉินรุ่ยเจียใส่ชุดเดรสสีม่วงที่งดงาม เข้ากับรูปร่างของเธอ แม้ว่าเธอจะไม่งดงามเท่าฉินรุ่ยเจีย แต่เสน่ห์ความเป็นผู้ใหญ่ของเธอก็จัดว่าเด็ดดวงพอตัว
ในตอนนี้โจวไห่เผิงไม่ได้แสดงสีหน้าอะไรมาก แต่หวังจงซานกับหลี่เต๋อหลินกลับตกตะลึง
ฉินรุ่ยเจีย เป็นเธออย่างนั้นหรือ!