จอมมารหวนคืน

    ตอนที่ 40: เสียงกระซิบจากขุมนรกและสัญญาเลือดกลางซากปรักหักพัง

        ท่ามกลางกลุ่มควันที่ลอยฟุ้งบดบังแสงจันทร์เหนือมหานครเทียนเทียน เสียงกรีดร้องที่เคยดังก้องค่อยๆ จางหายไป เหลือเพียงเสียงปะทุของไฟที่กำลังมอดไหม้และความเงียบสงัดที่น่าสะอิดสะเอียน เยี่ยฉินยืนอยู่บนซากกำแพงหินที่แตกหัก สายตาของเขามองลงไปยังร่างของ หลี่เยี่ยน ที่นอนหายใจรวยรินอยู่เบื้องล่าง บัดนี้ผิวพรรณที่เคยผุดผ่องปานหยกสลักกลับเหี่ยวแห่นและเต็มไปด้วยรอยตีนกา เส้นผมสีดำขลับกลายเป็นสีขาวโพลนประหนึ่งหิมะที่เปื้อนเถ้าถ่าน

    "อึก... ข้า... ข้าจะฆ่าเจ้า..." เสียงของนางสั่นพร่าและแหบแห้งราวกับเสียงกระดาษทรายขัดหิน

    เยี่ยฉินก้าวลงจากซากกำแพงอย่างช้าๆ ฝีเท้าของเขามั่นคงและหนักแน่น "เจ้าจะฆ่าข้าด้วยอะไร หลี่เยี่ยน? ด้วยอายุขัยที่เหลือไม่ถึงเจ็ดวันรึ? หรือด้วยพลังที่เจ้าเพิ่งสูญเสียไปให้กับค่ายกลที่เจ้าสร้างขึ้นเอง?"

    เขาใช้ปลายเท้าเชยคางของนางขึ้นมา เนตรสัจจะทอประกายสีม่วงอำมหิต "บอกมา... ศิลาวิญญาณของจริงอยู่ที่ไหน? และสิ่งที่เจ้าพยายามจะปลุกขึ้นมาใต้หอคอยบรรพตนั่นคืออะไรกันแน่?"


    หลี่เยี่ยนหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง เลือดสีคล้ำไหลออกจากมุมปาก "เจ้า... เจ้าคิดว่าเจ้าชนะแล้วรึ? เยี่ยฉิน... สิ่งที่อยู่ใต้ดินนั่นไม่ใช่สัตว์อสูร... แต่มันคือ 'จิตวิญญาณแห่งบรรพกาล' ที่ถูกพระบิดาของข้าขังไว้... และตอนนี้ เมื่อค่ายกลถูกกระตุ้นด้วยเลือดของราชันย์นภา... มันได้ตื่นขึ้นแล้ว!"

    ครืนนนน!

    ราวกับจะตอบรับคำพูดของนาง พื้นดินที่อยู่ใต้หลุมดำยักษ์สั่นสะเทือนอีกครั้ง แรงสั่นสะเทือนคราวนี้รุนแรงจนทำให้บ้านเรือนที่ยังเหลือรอดพังทลายลง ไอหมอกสีดำเข้มข้นพุ่งขึ้นมาจากหลุม ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าก่อนจะแผ่กระจายออกเป็นรูปโดมยักษ์ปกคลุมนครหลวงไว้ทั้งหมด

    "นายน้อย! พลังงานนี่มันรุนแรงเกินไป!" มู่หย่งพุ่งเข้ามาหยุดข้างกายเยี่ยฉิน ใบหน้าของเด็กชายเต็มไปด้วยหยดเหงื่อ "มันกำลังสูบปราณธรรมชาติรอบข้างไปจนหมดสิ้น ถ้าเราไม่รีบไปจากที่นี่ เราจะถูกขังอยู่ใน 'เขตแดนมรณะ' นี้!"

    เยี่ยฉินหรี่ตาลง เขาเห็นเส้นใยสีดำนับหมื่นเส้นพุ่งออกมาจากหลุม เข้าไปเกาะเกี่ยวร่างกายของศพเหล่านักรบเกราะทอง แล้วดึงพวกมันให้ลุกขึ้นยืนอีกครั้งในสภาพ "หุ่นเชิดซากศพ" ที่มีนัยน์ตาสีม่วงว่างเปล่า


    "มู่หย่ง พาสาวน้อยเสี่ยวรู่ไปที่ประตูทิศเหนือ" เยี่ยฉินสั่งเสียงเฉียบ "ข้าจะลงไปดูในหลุมนั่นเอง"

    "แต่ว่านายน้อย! มันอันตรายเกินไป!"

    "ไม่มีอะไรอันตรายไปกว่าการปล่อยให้สิ่งที่ข้าไม่รู้จักเติบโตขึ้นภายใต้เงาของข้า" เยี่ยฉินชักกระบี่อนธการนิรันดร์ออกมา ใบดาบสั่นสะเทือนอย่างตื่นเต้นราวกับพบเหยื่อที่คู่ควร "ข้าสัมผัสได้... กลิ่นอายของ 'ศิลาของจริง' มันอยู่ข้างล่างนั่น และมันกำลังถูกใช้เป็นหัวใจของสิ่งที่กำลังตื่นขึ้น"

    เขาหันไปมองหลี่เยี่ยนเป็นครั้งสุดท้าย "ส่วนเจ้า... ข้าจะให้เจ้าเห็นวาระสุดท้ายของแผนการนี้ด้วยตาตนเอง" เขาสะบัดมือสร้างกรงขังปราณกาลเวลาครอบร่างนางไว้ แล้วเหวี่ยงนางขึ้นไปบนหลังอสูรรับใช้ที่มู่หย่งเรียกออกมา


    เยี่ยฉินพุ่งตัวลงไปในหลุมดำที่ไร้ก้นบึ้งอย่างไม่ลังเล ยิ่งดิ่งลึกลงไป อุณหภูมิยิ่งลดฮวบจนผนังหลุมกลายเป็นน้ำแข็งสีดำ เขาใช้ ภูตแกนกลางชีวิต สร้างเกราะป้องกันไอพิษที่หนาแน่นจนมองไม่เห็นทาง

    เมื่อเท้าสัมผัสพื้นด้านล่าง เขาพบว่าตัวเองอยู่ในโถงกว้างขวางที่สร้างจากกระดูกมังกรและหินวิญญาณมืด ใจกลางโถงมีแท่นบูชาขนาดมหึมา และบนนั้นมีร่างของชายวัยกลางคนสวมชุดจักรพรรดิสีทองนั่งขัดสมาธิอยู่ ทว่าร่างนั้นกลับไม่มีลมหายใจ—มันคือ ร่างจำลอง ของจักรพรรดิเทพหลี่เทียนที่ถูกสร้างขึ้นจากปราณวิญญาณ

    "ห้าพันปีที่รอคอย... ในที่สุดก็มีเหยื่อที่แข็งแกร่งพอตกลงมา" เสียงทุ้มต่ำและกังวานดังมาจากทุกทิศทาง

    "เลิกเล่นลิ้นได้แล้ว" เยี่ยฉินปักกระบี่ลงพื้น แรงกดดันจากมังกรนิรันดร์ระเบิดออกสลายหมอกดำรอบตัว "เจ้าคือ 'จ้าวอเวจีเฉินโม่' ผู้ที่ข้าเคยผนึกไว้เมื่อห้าร้อยปีก่อนสินะ? ไม่นึกเลยว่าเจ้าจะยอมเป็นสุนัขรับใช้ให้ราชวงศ์หลี่"

    ร่างบนแท่นบูชาลืมตาขึ้น ดวงตานั้นไม่มีตาขาว มีเพียงความมืดมิดที่ลึกสุดหยั่ง "เยี่ยฉิน... เจ้าเปลี่ยนร่างไป แต่กลิ่นอายความหยิ่งยโสของเจ้ายยังคงเดิม เจ้าคิดว่าเจ้าในตอนนี้ที่มีพลังเพียงราชันย์นภา ขั้นที่ 1 จะสู้กับข้าที่เป็นส่วนหนึ่งของโลกใบนี้ได้รึ?"


    เฉินโม่สะบัดมือเพียงครั้งเดียว คลื่นพลังสีดำรูปหัวกะโหลกนับพันพุ่งเข้าหาเยี่ยฉิน เยี่ยฉินไม่หลบ เขาหมุนกระบี่เป็นวงกลมสร้าง "วังวนกาลเวลา" ดูดซับการโจมตีทั้งหมดแล้วย้อนกลับไปหาเจ้าของ

    ปัง! ปัง! ปัง!

    การปะทะกันทำให้โถงกระดูกมังกรเริ่มพังทลาย เยี่ยฉินรู้ดีว่านี่เป็นการต่อสู้ที่ยืดเยื้อไม่ได้ เพราะในทุกวินาที เฉินโม่กำลังดูดพลังจากนครหลวงด้านบนเพื่อเสริมแกร่งให้ตนเอง

    "เนตรสัจจะ: เปิดทาง!" เยี่ยฉินตะโกน ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีขาวโพลน เขามองเห็นเส้นด้ายวิญญาณที่เชื่อมต่อเฉินโม่เข้ากับศิลาวิญญาณของจริงที่ฝังอยู่ในอกของร่างจำลอง

    "นั่นไงล่ะ หัวใจของเจ้า!"

    เยี่ยฉินใช้ ภูตแกนกลางกาลเวลา เร่งความเร็วของตัวเองจนกลายเป็นเส้นแสงสีดำ เขาพุ่งทะลวงผ่านฝ่ามือยักษ์อเวจีที่พยายามจะตะครุบเขา กระบี่อนธการนิรันดร์ทอประกายเจิดจ้า

    "กระบวนท่าลับ: มังกรคลั่งทำลายสวรรค์!"

    คมกระบี่แทงทะลุหน้าอกของร่างจำลองจักรพรรดิเทพเข้าสู่ใจกลางศิลาวิญญาณ เสียงเพล้งดังสนั่นไปทั่วใต้ดิน แสงสีเลือดระเบิดออกมาสาดส่องไปทุกหนแห่ง


     ชัยชนะที่แลกมาด้วยรอยร้าว

    เฉินโม่กรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ร่างวิญญาณของมันเริ่มแตกสลาย "เจ้า! เจ้าทำลายหัวใจของข้า! แต่เจ้าก็จะไม่ได้อะไรไปเลย! โลกใบนี้จะล่มสลายไปพร้อมกับข้า!"

    "ข้าไม่ต้องการโลกใบนี้" เยี่ยฉินดึงศิลาวิญญาณที่แตกเป็นเสี่ยงๆ ออกมา (แม้จะแตก แต่มันยังมีพลังมหาศาล) "ข้าต้องการเพียงแค่เห็นพวกเจ้าพินาศเท่านั้น"

    เขาทะยานกลับขึ้นสู่พื้นดินในวินาทีที่โถงใต้ดินถล่มลงมาอย่างสมบูรณ์ นครหลวงเทียนเทียนบัดนี้กลายเป็นเพียงที่ราบโล่งเตียนที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพัง ม่านหมอกสีดำเริ่มจางหายไป แต่สิ่งที่เหลืออยู่คือความว่างเปล่า

    เยี่ยฉินยืนอยู่ท่ามกลางซากศพ ในมือถือเศษศิลาที่ส่องแสงริบหรี่ เขาหันไปมองมู่หย่งและเสี่ยวรู่ที่รออยู่ไกลๆ


    การทำลายล้างที่ยิ่งใหญ่ที่สุดมักเกิดจากจุดอ่อนที่เล็กที่สุด จอมมารได้ทำลายแผนการของราชวงศ์หลี่ไปหนึ่งขั้น แต่เขารู้ดีว่าเศษศิลาที่แตกกระจายนี้ จะนำพาไปสู่ศัตรูที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมในดินแดนเบื้องบน


    ก้าวต่อไป:

    ด้วยเศษศิลาวิญญาณในมือ เยี่ยฉินจะสามารถกู้คืนพลังในอดีตได้มากเพียงใด? และการหายไปของนครหลวงเทียนเทียนจะทำให้จักรวรรดิสั่นสะเทือนถึงขั้นไหน? การล้างแค้

    นระดับ "เทพเจ้า" กำลังจะเริ่มต้นขึ้น!



    คล้ายกับเรื่องจอมมารหวนคืน ที่คุณอ่าน