ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่577 เปิดหูเปิดตา

           เมื่อแสงแดดยามเช้า สาดส่อง ผ่านช่องเขา ตกกระทบใบหน้าอี้เฉิน จนรู้สึกถึงความอบอุ่น ของแสงอรุณยามเช้า อี้เฉินจึงได้สติกลับมาอีกครา ครั้นเปิดเปลือกตา หันปรายตาไปมอง สตรีทั้งสองฝากข้าง นอนไม่ห่างกาย มันก็ทำให้อี้เฉินคลี่ยิ้ม น้อยๆ ออกมาได้ เมื่อรับรู้ว่าสตรีทั้งสอง แกล้งหลับตา นอนอยู่ข้างๆ เป็นเพื่อนเขาก็เท่านั้น
 


         อี้เฉินเอ่ยพูดขึ้นมาในทันใด “ช่วงนี้เกรงว่าสงครามมหาทวีป จะผ่อนคลายลงไปอีกสักระยะ ข้าจำเป็นต้องรีบแข็งแกร่งขึ้นโดยไว พวกเจ้าเองก็เช่นกัน”

 


หลินเฟยที่ได้ยินนางมีสีหน้า ไม่ค่อยชอบใจเท่าใดนัก ก่อนจะลุกขึ้นมานั่ง ข้างกายอี้เฉิน “อี้เฉินเจ้าจะปิดด่าน อีกแล้วเช่นนั้นหรือ?”

 


          อี้เฉินกล่าวตอบอย่างไม่ลังเล เขาอยากจะศึกษาตำรา ที่อาจารย์ อี้ฟางหรงมอบให้ คิดใช้มันเติมเต็ม การสลักสร้างญาณวิเศษ “อืมๆ ถูกต้องแล้วหลินเฟย ความสงบเช่นนี้ คงอยู่ได้อีกไม่นาน ข้ารับรู้ได้ว่า อีกไม่ช้าสงครามครั้งยิ่งใหญ่ที่แท้จริง จะปะทุอีกในไม่ช้า ข้าต้องการปกป้องคนที่ข้ารัก ไม่อยากให้ยุคสมัย ที่บ้าคลั่งกลืนกิน พวกเขาเหล่านั้นไป”

 


         ครั้นเยว่ชิงเซียน กับหลินเฟย รับฟังคำพูดของอี้เฉิน พวกนางก็ต่างหน้าแดงขึ้นมาโดยพลัน ก่อนเยว่ชิงเซียน จะกล่าวตอบอี้เฉิน “ข้าเองก็จะไปปิดขั้นพลังเช่นกัน ...แต่อย่าหาว่าข้าสอนเจ้าเลยนะอี้เฉิน เจ้าโลภมากเกินไปหรือเปล่า ที่คิดจะไม่อยากสูญเสียสิ่งใดไป นี่เป็นสงครามนะ”

 


         อี้เฉินที่รับฟังคำพูด ของเยว่ชิงเซียน เขาไม่ได้เกลียดคำพูด ตรงๆ ของนางแม้แต่น้อย แต่ก็อาจจะจริงอย่างที่นางว่า เขาอาจจะโลภมากเกินไป ก่อนจะ คลี่ยิ้มทอประกาย ออกไปให้ทั้งสองสาว ราวกับเป็นรอยยิ้มสั่งลา

 


         หลินเฟยนางกล่าวพูด พร้อมกับรอยยิ้มที่เจิดจ้า ตราตรึงใจอี้เฉินไม่น้อย “เช่นนั้นขอ ให้พวกเจ้าสองคนโชคดี ข้าเองก็จะกลับไป ตั้งใจรักษาผู้บาดเจ็บ พร้อมกับศึกษา ตำราแพทย์ จากแม่นางเมี่ยนจือเช่นกัน”

 


อี้เฉินพยักหน้า ก่อนจะกล่าว “เช่นนั้นข้าจะไปส่งพวกเจ้าทั้งสองเอง”

 


         หญิงสาวทั้งสองส่ายหัวออกมาน้อยๆ เมื่อพวกนางทั้งสอง สบสายตากัน อยู่แวบหนึ่ง กล่าวพูดกันออกมาอย่างพร้อมเพรียง “อี้เฉินเจ้าไม่ต้องส่งพวกเรา เจ้าไปเถอะ”

 


         ก่อนทั้งสองสาว จะเอื้อมฝ่ามือ ดันแผ่นหลังอี้เฉิน ให้กลับไปยังที่พักโดยลำพัง เหมือนว่า พวกนางมีเรื่องอะไร ต้องคุยกันเป็นการส่วนตัว มันก็ทำให้อี้เฉินมีความกังวล ขึ้นมาอยู่ในกรอบสายตา “พวกเจ้าจะให้ข้าไปทั้งอย่างนี้ จริงๆ หรือ”

 


“เจ้าไปได้แล้วอี้เฉิน”

 


หลินเฟยกล่าวตอบ “อืมๆ เจ้าไปเถอะอี้เฉินไม่ต้องเป็นกังวลไป”

 


ฝ่ามืออี้เฉินที่โบกฝ่ามือผ่าแยกมิติ เตรียมจะก้าวฝีเท้าเข้าไป เขากล่าวออกมาอีกครา “พวกเจ้าแน่ใจนะ”

 


ทั้งสองที่ได้ยินมองค้อนมาที่อี้เฉิน ด้วยสายตาเขียวปั้ด เอาเรื่องอยู่ไม่น้อย “เจ้ายังไม่ไปอีกอี้เฉิน”

 


         อี้เฉินหน้างอคอตกสืบฝีเท้า จากไปในทันใด ไม่รู้พวกนาง คิดจะทำอะไรกันแน่ …ก่อนที่อี้เฉินจะสลัดความคิดฟุ้งซ่าน ออกไปจากหัวสมอง เมื่อเขาสืบฝีเท้า เข้ามาภายในห้องส่วนตัว ของจวนตระกูล อี้

 


        อี้เฉิน เขาหลับตาทำสมาธิดำดิ่ง เข้าไปภายใน ทะเลความรู้ของเขาในทันใด ก่อนที่ร่าง ภายในทะเลความรู้ อี้เฉินจะปรากฏออกมา  ก่อนจะโบกสะบัดฝ่ามือ เอาตำรา เส้นทางของจักรพรรดิ ออกมาศึกษาในทันใด ไม่ยินยอมที่ จะปล่อยเวลาให้ศูนย์เปล่า ออกไปเฉกเช่นนี้

 


        ทว่าอี้เฉินยิ่งศึกษา ตำราบันทึก เส้นทางของจักรพรรดิ ผ่านไปนานวันเข้า อี้เฉินยิ่งเข้าใจ เส้นทางของตน หากเขาเดินตามในเส้นทาง ของจักรพรรดิคนอื่นๆ เขาจะไม่มีทางเป็นจักรพรรดิได้ หรือหากเป็นได้ก็จะเป็นแค่ จักรพรรดิที่อ่อนแอเท่านั้น

 


        อี้เฉินจึงไม่คิดยินยอมในข้อนี้ เขาจึงคิดจะสร้างเส้นทางของตน ขึ้นมาใหม่ แล้วคิดใช้ประสบการณ์ของจักรพรรดิ รุ่นก่อนๆ เป็นฐานให้เขาได้ปีนป่ายขึ้นไป ยังที่ที่สูงกว่า

 


แต่ยามนี้อี้เฉินไม่มีคลังสมบัติ ความรู้เก่าแก่เช่นนั้น เขาจึงได้แต่ทอดถอนใจ ออกมายาว เกรงว่าจักรพรรดิ อี้เทียนหรง ก็คงจะไม่มีมันเช่นกัน

 


        อี้เฉินใช้เวลาศึกษา ตำราเล่มนั้นมานานร่วมๆ 13วัน ส่งให้ประสบการณ์ความรู้ ที่อี้เฉินสะสมมาหลายปี พร่างพราวออกมา รอบสรรพางค์กาย เพิ่มพูนขึ้นมาเป็นชั้นๆ ราวกับเป็นเจดีย์ ที่รายล้อมสูงท้วมหัว ส่งสัญญาณการเลื่อนขั้น พลังย่อย ออกมาเนืองๆ ไม่ขาด

 


         ทำให้อี้เฉินคลี่ยิ้มออกมาได้ในวันนี้ เมื่อเห็นทะเลความรู้ของเขา ขยับขยายออกไปอีกครา ส่งให้คลื่นภายในทะเลความรู้ ขยับไหวขึ้นมาไม่หยุด ส่งสัญญาณ การเลื่อนขั้นพลัง ออกมาอย่างเด่นชัด

 


        แม้แต่ต้นไม้ใหญ่ ใจกลางทะเลความรู้อี้เฉิน ยังเติบโตขึ้นมา จนยามนี้ ต้นโพธิ กลายเป็นต้นไม้สูงใหญ่ แพร่กิ่งก้านออกไปกว้างไกล ทว่าก็ยังมองเห็นร่องรอย บาดแผลที่มันได้รับ จากไฟเทพเผาผลาญ ยามอดีตไม่อาจลบล้างได้ ส่งให้เต๋าภายในเมล็ดพันธุ์ เกิดความไม่สมบูรณ์ แม้จะปลดปล่อย เต๋าแห่งชีวิตออกมาไม่ขาดก็ตาม

 


****

 

         เวลาที่ไหลผ่านไปร่วมเดือนเศษ ด้านนอกตระกูล อี้ เกิดความวุ่นวายไม่น้อย เมื่อป้อมปราการทมิฬสูงเสียดฟ้า มีข่าวคราวของต่างดินแดน เคลื่อนไหว ขึ้นมาในรอบเดือนเศษ เสียงสัญญาณ ความวุ่นวาย จึงดังออกมาไม่ขาด ก่อนที่มันจะหยุดลง

 


         แม้แต่อี้เฉินกับ ผู้เป็นอาจารย์อย่างองค์หญิง อี้ฟางหรง ยังออกจากการปิดขั้นพลัง ส่งปราณจิตออกไปสำรวจ ทว่าเมื่อเห็นแผ่นยันต์ส่งข้อความ ถูกขับเคลื่อนลอยขึ้นเหนือท้องฟ้า ส่งออกไปไม่ขาดสาย มันก็ทำให้ทั้งอี้เฉิน กับ อี้ฟางหรง ต้องออกจากการปิดด่าน รับรู้ได้เลยว่า สงครามครั้งใหญ่กำลังจะปะทุขึ้นอีกครา

 


         อี้ฟางหรงที่สืบฝีเท้าออกมาจากจวนที่พัก นางกล่าวพูดขึ้นด้วยความตกใจเมื่อเห็น เด็กหนุ่มผมขาวในกรอบสายตา ของนาง “หืม! เจ้าเลื่อนขั้นพลัง ย่อยแล้ว เช่นนั้นหรืออี้เฉิน”

 


         ก่อนนางจะจ้องมองอี้เฉิน ด้วยสายตาคมกล้า ต้องอย่าลืมว่า คนที่จะเลื่อนขั้นพลัง เป็นขั้นเซียนสวรรค์ ภายในดินแดนเทพได้ ไม่มีใครอายุต่ำกว่า 200ปีมานานนม มีเพียงแต่พวกดินแดนจักรพรรดิเท่านั้น ที่จะสามารถทำได้  ทว่าหากอี้เฉินเลื่อนขั้นพลังย่อยได้รวดเร็วเช่นนี้ ด้วยอายุราวๆ 50ปีของเขา บางทีอี้เฉินอาจจะสามารถเลื่อนขั้นพลัง เซียนสวรรค์ ก่อนอายุครบ 150ปีก็เป็นได้

 


         อี้เฉินที่เห็นผู้เป็นอาจารย์กล่าวพูด เขาพยักหน้ารับคำ ผู้เป็นอาจารย์ในทันที ก่อนจะเดินสืบฝีเท้าไปพร้อมกับนาง ไต่ถามอี้ฟางหรง ออกมา “ยามนี้เกิดอะไรขึ้นเช่นนั้นหรือ พี่หญิง”

 


         “เกรงว่าคำมั่นสัญญาจะมาถึงจุดสิ้นสุด แล้วกระมัง เจ้าอยากรู้เช่นนั้นหรืออี้เฉิน เช่นนั้นเจ้าตามข้ามา” ก่อนอี้ฟางหรง นางจะเดินสืบฝีเท้าไปยังพระราชวัง พาอี้เฉินไปเปิดหูเปิดตา

 


         เพียงไม่นานที่อี้เฉินสืบฝีเท้าเข้าไป ภายในพระราชวัง เขาก็รับรู้ได้เลยว่ายามนี้ ขุมกำลังที่ยิ่งใหญ่ภายในดินแดนเทพ ต่างก็มารวมตัวกันอยู่ ภายในห้องโถงของพระราชวัง  ส่งให้กายาอี้เฉิน ถูกกดข่มน้อยๆ ในทันใด ที่เขาสืบฝีเท้าเข้ามา ประหนึ่งว่า เขามายืนอยู่อีกมิติหนึ่ง ก็มิปาน

 


         เหล่าบรรพบุรุษชรา ผู้อาวุโสเจ้าสำนักน้อยใหญ่ ที่ได้รับการเชื้อเชิญ พวกเขาต่างก็จับจ้องมาที่ องค์หญิงอี้ฟางหรง ที่สืบฝีเท้ามาพร้อมกับอี้เฉิน กันเป็นตาเดียว

 


         ด้วยใบหน้าเส้นผม ที่ดูโดดเด่นของอี้เฉิน เหล่าเจ้าสำนัก5ดาว ที่เคยมีเรื่องบาดหมางกับอี้เฉิน มีหรือที่พวกเขา จะลืมเลือนใบหน้าอี้เฉินลงได้ แววตาที่แฝงไว้ด้วยความ อาฆาตมาดร้าย จึงเล็ดลอดออกมา จากกรอบสายตาในทันใด ก่อนผู้อาวุโสเจ้าสำนัก จะรีบเก็บมันกลับไปโดยพลัน เมื่อเห็นสายตาของ องค์หญิง อี้ฟางหรง สืบฝีเท้า กวาดตามอง มาที่พวกเขา

 


         ระหว่างที่เดินผ่านหมู่ชน อี้เฉินโค้งคำนับ อย่างเป็นมารยาทให้ บรรพบุรุษชรา คุมยอดเขาสวรรค์ในกรอบสายตาที่เขาเดินผ่าน พร้อมกับคำนับ ผู้อาวุโสคุมยอดเขาคนอื่นๆ ที่เขาคุ้นตา

 


         บรรพบุรุษชราส่วนใหญ่ที่อี้เฉิน เดินผ่าน เขาต่างก็ให้ความเคารพนับถือ ไม่เว้นแม้แต่ บรรพบุรุษชรามู่ไป๋ ราชาโอสถ ผู้นำแดนพุทธ หลวงจีนชราเทียนหมิง ราชินีน้ำแข็ง เสวี่ยชิงหนาน พร้อมกับชายชราถือกระบองทอง เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบโลหิต ของศัตรูต่างดินแดน แห้งกรัง กับ ผู้พิทักษ์ตระกูล อี้ คนอื่นๆ

คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน