ตอนที่ 69 หนูพยายามได้ดีมาก !!
ตอนที่ 69ภายในห้องพักผู้ป่วยห้องพิเศษมีร่างของเด็กสาววัยสิบสามปีกำลังนอนอยู่บนเตียงเธอนั้นพึ่งจะผ่านการผ่าตัดที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเธอมาภายนอกเธอดูเหมือนเด็กปกติทุกอย่างถึงจะผอมไปสักหน่อยก็เถอะข้างๆกันมีหมออายุน้อยคนหนึ่งกำลังนั่งเฝ้าเธออยู่ไม่ห่างตอนนั้นเองประตูห้องพักพิเศษนี้ก็ถูกเปิดออกครืด !! เสียงประตูห้องถูกเปิดออกทำให้หมออายุน้อยคนนี้หันไปมองว่าใครมา“อ้าวหมอวัชระวันนี้ควบเวรเช้างั้นเหรอครับ”“อ่าใช่ครับพอดีวันนี้ผมไม่ได้ผ่าตัดเลยไม่ค่อยเหนื่อยเท่าไหร่เลยอาสาอยู่เวรห้องฉุกเฉินแล้วหมอดนัยไม่ไปพักสักหน่อยเหรอครับคนอื่นไปพักกันตั้งแต่สามทุ่มแล้วนะครับส่วนน้องส้มยังไงก็มีพยาบาลมาตรวจทุกชั่วโมงอยู่แล้ว” หมอวัชระพูดกับหมออายุน้อยที่อยู่ในห้องซึ่งก็คือดนัยนั่นเองซึ่งทางโรงพยาบาลนั้นได้จองโรงแรมใกล้ๆโรงพยาบาลเอาไว้ให้ทีมแพทย์ของดนัยเรียบร้อยแล้วซึ่งทุกคนได้แยกย้ายกันไปพักแล้วหลังจากผ่าตัดเสร็จเหลือก็แต่ดนัยที่ยังไม่ได้ไปไหนมัวแต่เฝ้าคนไข้อยู่ในห้องพิเศษอยู่อย่างนี้“ไม่เป็นไรหรอกครับผมอยากอยู่นี่แถมกลับไปพักผมคงนอนไม่หลับหรอกครับ” ดนัยบอก“แต่หมอดนัยก็ควรจะพักนะครับตั้งแต่ลงจากเครื่องมาคุณยังไม่ได้พักเลยนี่” หมอวัชระพูดกับดนัยด้วยความเป็นห่วง“ผมอยากอยู่รอจนกว่าเธอจะฟื้นน่ะครับ” ดนัยยิ้มออกมา“แต่เราไม่รู้นะครับว่าเธอจะฟื้นเมื่อไหร่” หมอวัชระพูด“นั่นสินะครับตราบใดที่เธอยังไม่ฟื้นก็ไม่สามารถบอกได้ว่าเธอหายแล้วว่าแต่พ่อแม่ของเธอจะมาถึงเมื่อไหร่ครับ” ดนัยถาม“เครื่องลงตอนเช้าน่ะครับคงมาถึงนี่สายๆหน่อย” หมอวัชระตอบ“ป่านนี้พวกเขาคงยังอยู่บนเครื่องสินะครับคงยังไม่รู้ว่าการผ่าตัดสำเร็จไปแล้วพวกเขาคงได้แต่ภาวนาให้ลูกสาวปลอดภัย” ดนัยนึกถึงพ่อแม่ของน้องส้มมารีที่ตอนนี้คงภาวนาอยู่บนเครื่องระหว่างกำลังเดินทางมาที่ไทย“ครับหวังว่าพอพวกเขามาถึงแล้วจะได้เห็นน้องส้มที่ฟื้นขึ้นมาและยิ้มให้พวกเขานะครับ” หมอวัชระยิ้มออกมาซึ่งเขาหวังให้มันเป็นแบบนั้น“ครับผมเองก็อยากให้เป็นแบบนั้น” ดนัยพยักหน้าครืด !! ครืด !! ครืด !! เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าของหมอวัชระสั่นเขารีบหยิบออกมาดูก่อนจะเห็นที่แผนกฉุกเฉินโทรมา“ดูเหมือนจะมีคนไข้ฉุกเฉินมายังไงผมขอตัวก่อนนะครับหมอดนัย !!” หมอวัชระพูดกับดนัย“ครับ” ดนัยพยักหน้าจากนั้นหมอวัชระก็รีบออกจากห้องไปเพื่อไปทำหน้าที่ของหมอส่วนดนัยนั้นก็อยู่ตามลำพังกับน้องส้มมารีคนไข้ของเขาอีกครั้ง“รีบๆฟื้นขึ้นมาสิหมอทำตามสัญญาแล้วนะเหลือแค่น้องส้มฟื้นขึ้นมาเท่านั้น” ดนัยพูดกับน้องส้มมารีเบาๆดนัยนั่งเฝ้าอยู่อย่างนั้นจนเผลอหลับไปเพราะความเหนื่อยที่สะสมมาทั้งวันหลายชั่วโมงต่อมา“อืม...แสบตา !!” ดนัยที่เผลอหลับไปค่อยๆลืมตาขึ้นมาก่อนจะยกมือขึ้นบังแสงที่ลอดผ่านผ้าม่านหน้าต่างเข้ามา“เช้าแล้วงั้นเหรอกี่โมงแล้วเนี่ย !!” ดนัยดูนาฬิกาที่ข้อมือก่อนจะเห็นว่าตอนนี้เป็นเวลาหกโมงยี่สิบแล้วเขามองดูน้องส้มมารีที่อยู่บนเตียงก็เห็นว่าเธอยังหลับอยู่เหมือนเดิมส่วนตัวเขาเองนั้นก็มีผ้าห่มผืนบางๆคลุมเอาไว้อยู่“ดูเหมือนพยาบาลที่เข้ามาดูอาการทุกชั่วโมงจะเอาผ้าห่มมาให้สินะ” ดนัยพูดออกมาพลางพับผ้าห่มที่พยาบาลเอามาห่มให้เขาให้เรียบร้อยและลุกเดินไปวางที่โซฟาของห้องพิเศษนี่และในตอนนั้นเองจู่ๆก็มีเสียงพึมพำเบาๆมาจากน้องส้มมารีที่อยู่บนเตียง“นะ...นะ...น้ำ”ควับ !! ดนัยรีบหันควับไปทันทีก่อนจะเห็นเด็กสาวอายุสิบสามน้องส้มมารีคนไข้ของเขากำลังลืมตาขึ้นมา“น้องส้มฟื้นแล้วงั้นเหรอเป็นไงบ้าง !!” ดนัยรีบพุ่งเข้าไปหาและถามอาการทันที“คะ..คุณหมอหนูหิวน้ำ” ส้มมารีพูดออกมาเบาๆเธอนั้นรู้สึกคอแห้งไปหมด“หมอจะรีบเรียกให้คุณพยาบาลมาเดี๋ยวนี้รอก่อนนะ!!” ดนัยพยักหน้าก่อนจะรีบกดปุ่มฉุกเฉินที่อยู่ข้างเตียงทันที“นี่หนูรอดแล้วใช่มั้ยคะ” ส้มมารีที่ถามดนัย“ใช่หนูรอดแล้วหนูไม่เป็นไรแล้วหายแล้วล่ะเก่งมากหนูพยายามได้ดีมากเลย” ดนัยตอบก่อนจะยิ้มให้เธอฮือ !! ส้มมารีที่ได้ยินดังนั้นก็ร้องไห้ออกมาทันทีดนัยจึงยกมือขึ้นลูบหัวเธอเบาๆเพื่อปลอบเธอจากนั้นไม่นานพยาบาลก็มาถึงห้องพิเศษดนัยจึงบอกให้นำน้ำมาให้น้องหน่อยและเรียกหมอวัชระมาด้วยเพราะน่าจะยังไม่ออกเวรส่วนเขาเมื่อพยาบาลมาแล้วเขาก็ขอตัวไปโทรศัพท์หาฮิคาริว่ายังไงดนัยตื่นเช้าจังนะทำไมถึงไม่มาเคาะที่ห้องล่ะจะโทรมาทำไมฮิคาริที่อยู่ปลายสายรับโทรศัพท์ดูเหมือนเธอจะตื่นแล้วเช่นกัน“ฉันอยู่โรงพยาบาลน่ะจะโทรมาบอกว่าคนไข้ฟื้นแล้วการผ่าตัดเสร็จสมบูรณ์แล้วฮิคาริ !!” ดนัยพูดด้วยน้ำเสียงมีความสุขเป็นอย่างมากหืออยู่โรงพยาบาลอย่าบอกนะว่าเมื่อคืนนายไม่ได้มานอนที่โรงแรมที่ทางโรงพยาบาลเตรียมไว้ให้น่ะฮิคาริส่งเสียงแปลกใจเมื่อรู้ว่าดนัยอยู่ที่โรงพยาบาล“พอดีเป็นห่วงน่ะเลยนั่งเฝ้าอยู่ในห้องพิเศษแต่หลับไปตอนไหนไม่รู้เอาเป็นว่ารีบพาทุกคนมาที่โรงพยาบาลแล้วกัน” ดนัยบอกให้ฮิคาริพาคนอื่นๆในทีมมาได้คนอื่นเองก็น่าจะตื่นกันหมดแล้วเหมือนกันจะไปถึงโรงพยาบาลในสามสิบนาที ฮิคาริตอบกลับมา“โอเคงั้นแค่นี้นะขอเข้าไปดูน้องก่อน” ดนัยพยักหน้าก่อนจะวางสายไปและเดินกลับเข้าไปที่ห้องพิเศษและเมื่อเขาเข้ามาก็เห็นพยาบาลกำลังป้อนน้ำให้น้องส้มมารีอยู่“ช้าๆนะคะค่อยๆจิบทีละนิดนะคะ”พยาบาลบอกกับคนไข้และเมื่อเธอจิบน้ำจนหายคอแห้งแล้วก็ขอบคุณพยาบาล“เป็นไงบ้างรู้สึกผิดปกติตรงไหนบ้างมั้ย” ดนัยเดินมานั่งข้างเธอและถามอาการ“หนะ...หนูรู้สึกแปลกๆที่หน้าอกค่ะ” ส้มมารีตอบดนัย“หือเจ็บหน้าอกงั้นเหรอ !!” ดนัยอุทานออกมา“เปล่าค่ะไม่ใช่คือหนูไม่เจ็บเลยทั้งที่ปกติแค่หายใจก็เจ็บแล้วแท้ๆแถมยังรู้สึกเหมือนหายใจได้ยาวกว่าปกติด้วย” ส้มมารีที่เห็นดนัยเข้าใจผิดจึงรีบอธิบาย“อ๋อ...นั่นเป็นเพราะหมอรักษาโรคลิ้นหัวใจรั่วให้หนูแล้วน่ะต่อไปนี้หนูไม่ต้องกลัวโรคหัวใจแล้วนะ” ดนัยที่ได้ยินดังนั้นก็ยิ้มออกมา“ระ...ระ...โรคหัวใจของหนูงั้นเหรอคะไม่ใช่ว่าเมื่อวานผ่าตัดแค่มะเร็งลำไส้เหรอคะ !!” ส้มมารีอุทานออกมา“มันเกิดอะไรหลายๆอย่างขึ้นน่ะหมอเลยถือวิสาสะรักษาโรคหัวใจหนูไปด้วยเลยเพราะหมออยากจะให้หนูกลับมาแข็งแรงเหมือนเด็กปกติยังไงล่ะ” ดนัยพูดใช่แล้วเพราะถ้ารักษาเพียงแค่มะเร็งลำไส้ใหญ่ที่น้องเป็นอยู่เพียงเท่านั้นล่ะก็ถึงการผ่าตัดจะสำเร็จและรอดตายมาได้แต่มันก็ยังมีโรคลิ้นหัวใจรั่วอยู่ซึ่งโรคนี้ก็เป็นอันตรายไม่แพ้โรคมะเร็งเลยเพราะหัวใจของน้องจะหยุดเต้นเพราะโรคหัวใจกำเริบตอนไหนก็ได้ทั้งนั้นส้มมารีที่ได้ยินดังนั้นก็ร้องไห้ออกมาอีกรอบทันที“เฮ่...ทำไมร้องไห้อีกแล้วล่ะทั้งที่ก่อนผ่าตัดยังไม่ร้องสักแอะเลยแท้ๆทำไมผ่าตัดเสร็จแล้วถึงกลายเป็นเด็กขี้แงซะงั้นล่ะเนี่ยหรือว่าหมอพลาดไปผ่าตัดโดนต่อมน้ำตากันนะ” ดนัยแกล้งแซวทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าน้องนั้นร้องไห้เพราะดีใจ“ฮึก...ฮึก...คุณหมอก็หนูร้องเพราะดีใจต่างหากล่ะคะ” ส้มมารียิ้มและยกมือขึ้นปาดน้ำตาของเธอตอนนั้นเองประตูห้องก็ถูกเปิดอีกครั้งก่อนหมอวัชระจะพรวดพราดเข้ามา“น้องส้ม !!” หมอวัชระพุ่งเข้ามาข้างเตียงก่อนจะเรียกส้มมารีอย่างยินดีเมื่อเห็นว่าเธอฟื้นแล้ว“อ๊ะหมอวัชระขอบตาดำเป็นหมีแพนด้าเลยนะคะยังไม่ได้นอนสินะคะเนี่ย” ส้มมารีแซวเมื่อเห็นขอบตาของหมอวัชระคล้ำไปหมด“ดีจริงดีมากในที่สุดหนูก็ฟื้นแล้ว” หมอวัชระยิ้มออกมา“ค่ะหมอหนูหายแล้วขอบคุณมากนะคะที่ดูแลหนูมาตลอด” ส้มมารีพยักหน้า“หมอวัชระครับพ่อแม่น้องล่ะครับ” ดนัยถาม“เครื่องลงหกโมงสี่สิบน่ะครับเดี๋ยวพอถึงเวลานั้นพ่อกับแม่เธอน่าจะเปิดโทรศัพท์แล้วผมจะรีบโทรไปแจ้งเรื่องนี้ทันทีจากสนามบินมาถึงนี่น่าจะใช้เวลาประมาณเกือบสามชั่วโมง” หมอวัชระบอกดนัยได้ยินดังนั้นก็พยักหน้าเข้าใจเพราะการจราจรในตอนเช้าของกรุงเทพนั้นรถติดมากจะใช้เวลาเดินทางจากสนามบินมากขนาดนั้นก็ไม่แปลก“แล้วนี่โทรแจ้งผู้อำนวยการหรือยังครับ” ดนัยถาม“เรียบร้อยแล้วครับผมแจ้งผู้อำนวยการตั้งแต่พยาบาลมาแจ้งเรื่องของน้องแล้วครับคาดว่าคงมาถึงโรงพยาบาลราวเจ็ดโมงครึ่ง” หมอวัชระตอบ“ครับผมเองก็โทรไปแจ้งทีมของผมแล้วเจ็ดโมงเช้าน่าจะมาถึงโรงพยาบาลกัน” ดนัยพยักหน้า“ว่าแต่น้องส้มเป็นไงบ้างรู้สึกไม่ดีตรงไหนมั้ย” หมอวัชระถามอาการส้มมารี“ไม่ค่ะหนูไม่ได้รู้สึกไม่ดีตรงไหนเลย” ส้มมารีตอบ“อืมตอนนี้ยาชาคงยังไม่ปวดแผลผ่าตัดสินะแต่สายๆคงรู้สึกปวดแผลที่ผ่าตัดแล้วล่ะ” หมอวัชระพูด“ถ้าแค่ปวดแผลผ่าตัดหนูทนได้ค่ะหนูทนเจ็บปวดกับโรคมะเร็งกับโรคหัวใจมาแล้วแค่ปวดแผลผ่าตัดแค่นี้สิวๆค่ะ” ส้มมารีพูดพลางยิ้มโชว์ฟันสวยๆของเธอ“เก่งมากแต่เดี๋ยวสายๆต้องตรวจละเอียดอีกทีนะถึงแม้หมอดนัยจะผ่าตัดเอามะเร็งที่ลำไส้ใหญ่ออกไปหมดแล้วแต่ก็ยังแน่ใจไม่ได้ว่ามะเร็งของหนูจะหายไปเลยไม่แน่ว่าอาจจะยังมีเชื้อหลงเหลืออยู่ก็ได้เพราะเชื้อมะเร็งนั้นมองไม่เห็นด้วยตาเปล่าการที่หมอดนัยจะผ่าตัดออกจนหมดมันจึงเป็นไปไม่ได้” หมอวัชระพูด“หนูเข้าใจค่ะ” ส้มมารีพยักหน้า“หมอดนัยครับถ้ายังไงผมว่าคุณลงไปอาบน้ำให้สดชื่นที่ข้างล่างหน่อยจะดีมั้ยในโรงพยาบาลมีห้องน้ำของแพทย์อยู่เหมือนกัน” หมอวัชระบอกหลังจากเห็นดนัยดูเพลียๆ“ก็ดีครับผมจะได้สดชื่นขึ้นมาหน่อย” ดนัยพยักหน้าจากนั้นหมอวัชระก็บอกดนัยว่าต้องไปอาบน้ำที่ไหน“ถ้าอย่างนั้นผมฝากหมอวัชระอยู่เป็นเพื่อนน้องส้มหน่อยนะครับ” ดนัยฝากให้หมอวัชระดู“ได้ครับยังไงผมก็ออกเวรแล้วกลับบ้านช้าอีกหน่อยก็ไม่เป็นไรหรอกหมออย่างพวกเราไม่นอนสองวันยังสบายๆ” หมอวัชระยิ้มออกมา“ฮ่ะๆนั่นสิครับก็งานของหมอมันหนักนี่นา” ดนัยหัวเราะออกมาเมื่อได้ยินหมอวัชระพูดแบบนั้นจากนั้นดนัยก็ลงมาข้างล่างและเดินไปตามทางที่หมอวัชระบอกก่อนจะเจอห้องแต่งตัวของแพทย์ซึ่งมีห้องน้ำอยู่ในนั้นด้วยระหว่างที่ดนัยอาบน้ำอยู่นั่นเองเขาก็ได้ยินเสียงคนคุยกันในห้องพักแพทย์“นี่หมอเอกผมได้ยินพยาบาลคุยกันเห็นว่าคนไข้เด็กผู้หญิงห้องพิเศษที่เป็นโรคแทรกซ้อนผ่าตัดสำเร็จเหรอ” เสียงผู้ชายคนหนึ่งถามหมอที่ชื่อเอกหือเสียงนี้มันคุ้นๆแฮะ ดนัยคิดในใจเมื่อได้ยินเสียงที่คุยกันอยู่ด้านนอก“ใช่ๆสำเร็จเสียดายเมื่อวานมีผ่าตัดไม่ได้ดูตอนที่ผ่าตัดจริงแต่ได้ดูตอนซ้อมอยู่ฝีมือสุดยอดไปเลยล่ะโดยเฉพาะหมอลงมีดผ่าตัดหัวหน้าของทีมแพทย์ที่มาจากญี่ปุ่นนั่นน่ะ” หมอเอกตอบ“ขนาดหมอเอกที่ฝีมืออยู่ในระดับต้นๆของประเทศยังพูดแบบนั้นเลยเหรอเนี่ย !!” ผู้ชายคนนั้นทำเสียงตกใจ“ใช่แถมยังเป็นคนไทยด้วยนะอายุพอๆกับเธอเลยล่ะหมอต้น” หมอคนที่ชื่อเอกพูดหมอต้น...ชื่อต้นงั้นเหรอหรือจะเป็นไอ้ต้น ดนัยคิดในใจเขาอยากจะรีบออกไปจากห้องน้ำตอนนี้เพื่อดูว่าใช่เพื่อนตนหรือไม่แต่ก็ไม่ได้เพราะยาสระผมยังเต็มหัวเขาอยู่เลยเขายังล้างมันไม่เสร็จ“ว่าไงนะอายุเท่าๆผมแถมยังเป็นคนไทยแสดงว่าพึ่งจบน่ะสิ” หมอที่ชื่อต้นนั้นยิ่งตกใจเข้าไปอีกเมื่อได้ยินว่าหมอลงมีดหัวหน้าทีมแพทย์จากญี่ปุ่นอายุพอๆกับตนพึ่งจบงั้นเหรอมีโอกาสเป็นไปได้สูงที่จะเป็นไอ้ต้น ดนัยได้ยินดังนั้นก็รีบล้างหัวให้เรียบร้อยและรีบเช็ดตัวให้แห้งก่อนจะพรวดพราดออกมาจากห้องน้ำทันทีพรวด !! ดนัยพุ่งออกมาจากห้องน้ำก่อนจะมองไปยังหมอสองคนที่กำลังแต่งตัวอยู่ซึ่งชายคนแรกที่เขาเห็นนั้นอายุราวๆสี่สิบกว่าปีและชายอีกคนนั้นอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเขาและเมื่อเห็นหน้าชายคนนั้นชัดๆดนัยก็เบิกตาโพลงก่อนจะเรียกชื่อชายคนนั้นออกไป“ไอ้ต้น !!”“เห้ย...ไอ้ดนัย !!”“อ๊ะนี่ไงหมอต้นหมอคนนี้แหละที่เป็นหัวหน้าทีมแพทย์ของญี่ปุ่นน่ะ” หมอเอกบอกกับต้นเมื่อเห็นว่าเป็นใคร“ห๋า !!!!!” เสียงต้นอุทานออกมาเมื่อได้ยินหมอเอกพูดแบบนั้นจบ...