จารึกที่ 294 : วิวัฒนาการพยนต์ : การช่วงชิงที่เหนือลิขิตฟ้า
เสียงกัมปนาทที่รุนแรงประหนึ่งอุกกาบาตบรรพกาลพุ่งชนโลกหล้า ดังกึกก้องสะท้อนไปทั่วเทือกเขาสีดำทะมึน!
กำปั้นของ 'ต้วนเทียน' ผู้บำเพ็ญเพียรอิสระร่างยักษ์ ซึ่งอัดแน่นไปด้วยความเคียดแค้นของเผ่าพันธุ์และสัจธรรมแห่งพลังกายเนื้อดิบเถื่อน กระแทกเข้าปะทะกับ 'ประตูเหล็กสวรรค์อนันตกาล' ขนาดยักษ์ที่ปิดตายปากทางเข้าเหมืองศิลาปราณโลหิตอย่างจัง!
แรงกระแทกมหาศาลทำให้มิติอากาศรอบด้านบิดเบี้ยว รอยร้าวลุกลามไปตามโตรกผา ทว่าประตูเหล็กสวรรค์ที่ถูกหล่อหลอมจากโลหะวิญญาณชั้นสุดยอดและสลักทับด้วยอักขระเทพสีทองนับหมื่นตัว กลับเพียงแค่สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง แสงสีทองสว่างวาบขึ้นมาต้านทานแรงทะลวง กำแพงสัจธรรมแห่งการคุ้มครองของวิหารเทพอนันตกาล ปฏิเสธที่จะพังทลายลงด้วยกำลังกายเพียงอย่างเดียว!
"อักขระเทพคุ้มภัยระดับสูง... พวกมันใช้รากฐานของแก่นโลหิตวิญญาณนับแสนดวงมาหล่อเลี้ยงค่ายกลนี้!"
ต้วนเทียนกัดฟันกรอด เลือดสีทองแดงซึมออกจากสนับมือที่แตกร้าว ทว่าดวงตาของจอมพลังอิสระยังคงลุกโชนด้วยไฟแค้น มันง้างกำปั้นที่สอง เตรียมจะทุ่มเทสายเลือดบรรพกาลทั้งหมดเพื่อกระแทกประตูให้แหลกสลายแม้ต้องแลกด้วยแขนขวา!
ทว่า ก่อนที่กำปั้นที่สองจะพุ่งออกไป ฝ่ามือที่เย็นเยียบทว่าแฝงด้วยกลิ่นอายที่ลึกล้ำประหนึ่งห้วงอวกาศอันไร้ที่สิ้นสุด พลันวางลงบนไหล่ที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของต้วนเทียน
"สหายต้วนเทียน... การใช้กำลังหักหาญทำลายค่ายกลที่ซับซ้อนเช่นนี้ รังแต่จะทำให้สูญเสียพลังปราณโดยใช่เหตุ..."
น้ำเสียงราบเรียบและดุดันของอาเจียดังขึ้นเบื้องหลัง ชายหนุ่มในชุดคลุมสีดำก้าวเดินขึ้นมาประชิดประตูสวรรค์ขนาดยักษ์ นัยน์ตาสีเงินยวงของเขาหรี่แคบลง ประเมินโครงสร้างของอักขระเทพเบื้องหน้า
"ประตูบานนี้ หล่อหลอมจากเหล็กกล้าดาราและทองคำวิญญาณ โครงสร้างการผสานอักขระของมันถือว่าวิจิตรบรรจง... ทว่าจุดอ่อนของมัน ก็คือความจองหองในกฎเกณฑ์ของตนเอง!"
อาเจียยกมือขวาที่เปลือยเปล่าขึ้น สัญลักษณ์ 'อักขระมารบรรพกาล' ที่ท่อนแขนเริ่มเดือดพล่าน ผสมผสานกับทารกวิญญาณสูญตาในจุดตันเถียนที่ลืมตาขึ้นอย่างพร้อมเพรียง!
"วิถีของการทลายประตู... ไม่ใช่การพังมันลงมา... ทว่ามันคือการ 'ลบล้าง' กฎเกณฑ์การดำรงอยู่ของมันทิ้งซะ!"
อาเจียวางฝ่ามือทาบลงบนประตูเหล็กสวรรค์!
"เนตรสูญตา... ดับสูญสัจธรรม!"
พริบตาเดียว! ความว่างเปล่าที่ไร้รูปร่างและปราศจากกฎเกณฑ์ พุ่งทะลวงจากฝ่ามือของชายหนุ่ม แทรกซึมเข้าไปในโครงสร้างของโลหะวิญญาณและเส้นใยอักขระ!
อักขระเทพสีทองนับหมื่นตัวที่เคยกางม่านพลังศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง ทันทีที่สัมผัสกับสัจธรรมแห่งความว่างเปล่า พวกมันพลัน 'หยุดชะงัก' แสงสีทองที่เคยหยิ่งยโสหม่นหมองลง ก่อนจะบิดเบี้ยวและ 'สลายตัว' กลับกลายเป็นเพียงอากาศธาตุ! กฎเกณฑ์แห่งความเหนียวแน่นและการป้องกัน ถูกอาเจีย 'ลบ' ทิ้งไปจากวัฏจักรของประตูบานนี้อย่างสมบูรณ์แบบ!
"เอาล่ะ... ตอนนี้มันเป็นแค่แผ่นเหล็กธรรมดาที่ไร้ปราณวิญญาณแล้ว ทะลวงมันเข้าไป!" อาเจียผายมือ
ต้วนเทียนเบิกตากว้างด้วยความตื่นตะลึง มันไม่เคยเห็นวิถีเต๋าใดที่สามารถลบล้างรากฐานของอักขระเทพได้อย่างเด็ดขาดเช่นนี้มาก่อน จอมพลังร่างยักษ์ไม่รอช้า มันเงื้อเท้าขวาและถีบยอดอกเข้าที่กลางประตูอย่างเต็มแรง!
"ครืนนนนนนนน... โครมมมมมมมมมมม!!!"
ประตูเหล็กสวรรค์ขนาดยักษ์ที่ไร้ซึ่งสัจธรรมคุ้มครอง ไม่อาจทนรับแรงถีบของเผ่าบรรพกาลได้อีกต่อไป บานประตูทั้ง 2 ข้างหลุดกระเด็นออกจากบานพับ ปลิวลอยละลิ่วเข้าไปกระแทกผนังถ้ำด้านในดังกัมปนาท!
เส้นทางสู่ขุมนรกใต้พิภพเปิดออกแล้ว!
กลิ่นอายที่พุ่งทะลักออกมาจากปากถ้ำ มิใช่กลิ่นหอมของศิลาปราณบริสุทธิ์ ทว่ามันคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นคาวเลือดที่เน่าเหม็น กลิ่นเหงื่อไคลของความสิ้นหวัง และเสียงครวญครางของวิญญาณที่ถูกทรมานจนแหลกสลาย!
กลุ่มสหายรีบพุ่งทะยานเข้าไปภายในโถงถ้ำเบื้องหน้า ภาพที่ปรากฏสู่สายตา ทำให้แม้แต่หลินชิงเสวี่ยที่เย็นชาที่สุด ยังต้องกำด้ามกระบี่แน่นจนข้อขาว!
โถงถ้ำใต้ดินแห่งนี้กว้างใหญ่ไพศาลสุดลูกหูลูกตา ผนังถ้ำเต็มไปด้วยเส้นสายของ 'ศิลาปราณโลหิต' ที่ส่องประกายสีแดงคล้ำ ทว่าเบื้องล่างนั้น คือขุมนรกบนดินที่แท้จริง!
ผู้ฝึกตนอิสระและชนเผ่าบรรพกาลร่างยักษ์นับหมื่นชีวิต ร่างกายซูบผอมจนเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก พวกเขากำลังใช้ 2 มือเปล่าและเครื่องมือหยาบๆ ขุดเจาะศิลาปราณอย่างบ้าคลั่ง! บนแผ่นหลัง บนหน้าผาก และบนจุดตันเถียนของพวกเขาทุกคน ล้วนถูกตีตราด้วย 'โซ่อักขระเทพสีทอง' ที่ฝังลึกลงไปในวิญญาณ!
โซ่เหล่านี้มิได้ล่ามกายเนื้อ ทว่ามันล่ามแก่นวิญญาณ! ทุกครั้งที่พวกเขาขยับตัว อักขระสีทองจะสูบเอาปราณชีวิตและสัจธรรมในร่างของพวกเขา ไปหล่อเลี้ยงค่ายกลขนาดยักษ์ที่อยู่ใจกลางเหมือง! ผู้ใดที่หยุดพัก โซ่อักขระจะแผดเผาวิญญาณจนกรีดร้องอย่างน่าเวทนา!
ท่ามกลางขุมนรกนี้ มีผู้คุมชุดเกราะสีทองนับ 1000 คนเดินตระเวน ถือแส้อักขระฟาดฟันผู้ที่อ่อนแรงอย่างเริงร่า
"พี่น้องของข้า... ผู้อาวุโสเผ่าของข้า... พวกมันทำกับเราเยี่ยงเดรัจฉาน!" ต้วนเทียนคำรามลั่น หยาดน้ำตาแห่งความเคียดแค้นไหลรินอาบแก้ม
"สวรรค์อันใดกัน... นี่มันคือการกดขี่ที่โสมมยิ่งกว่าวิถีมารเสียอีก..." เย่ปิงอวิ๋นเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นสะท้าน รากไม้วิญญาณในมือของนางดิ้นพล่านด้วยความโกรธ
"บังอาจนัก! ผู้ใดกล้าพังประตูเหมืองศิลาปราณของวิหารเทพอนันตกาล!"
เสียงตวาดที่ดุดันและทรงพลานุภาพ ดังก้องมาจากใจกลางเหมือง! ร่างของชายวัยกลางคน 3 คนในชุดคลุมสีขาวขลิบทอง พุ่งทะยานขึ้นสู่กลางอากาศธาตุเหนือโถงถ้ำ! พวกมันคือ 'ผู้บัญชาการเหมือง' ยอดเซียนระดับวิญญาณแรกเริ่มขั้นต้น! และเบื้องหลังของพวกมัน คือกองทัพผู้คุมชุดเกราะทองคำนับ 1000 ที่ชักศัสตราเตรียมพร้อม!
"มนุษย์ต่างถิ่น... และไอ้ทาสเผ่าบรรพกาลที่หลบหนีไปได้!" ผู้บัญชาการคนกลางหรี่ตาลง "พวกเจ้าช่างรนหาที่ตาย กล้าบุกเข้ามาในเขตหวงห้ามของดวงตาโลหิต! กองทัพวิหารเทพ... จับพวกมันมาตีตราอักขระทาสให้หมด! ข้าต้องการแรงงานมาทดแทนพวกที่เพิ่งตายไปพอดี!"
กองทัพผู้คุมนับ 1000 แผดเสียงโห่ร้อง พุ่งทะยานเข้าหาคณะวิปลาสประหนึ่งฝูงตั๊กแตนสีทองที่หิวโหย!
ทว่า ท่ามกลางวงล้อมของศัตรู อาเจียกลับเพียงแค่นำมือไพล่หลัง ชายหนุ่มทอดสายตามองโซ่อักขระเทพที่กดขี่เหล่าทาส ก่อนจะหันไปมองค่ายกลขนาดยักษ์ที่ใจกลางเหมือง ซึ่งมี 'ผลึกแกนอักขระเทพบริสุทธิ์' ก้อนมหึมาส่องแสงสีทองอร่ามคอยหล่อเลี้ยงพลังงานทั้งหมด
ภายใต้ท่าทีที่ราบเรียบ คนเช่นเขาแม้จะไม่ได้เอ่ยโวหารโอ้อวดออกมา ทว่าในใจกำลังเดือดดาลถึงขีดสุดกับความอยุติธรรมนี้ เขาปกป้องคนของเขา และชิงชังผู้ที่บิดเบือนวัฏจักร!
"พวกเจ้าบอกว่าที่นี่คือเขตหวงห้ามของสวรรค์งั้นหรือ?"
อาเจียแค่นเสียงหัวเราะ เสียงของเขาดังก้องกังวานไปทั่วเหมืองใต้ดิน แฝงด้วยปราณแห่งความว่างเปล่าที่กดทับสัจธรรมจอมปลอมจนผู้คุมชั้นผู้น้อยต้องชะงักฝีเท้า!
"ตรรกะของพวกเจ้ามันช่างวิปริตและขี้ขลาด! พวกเจ้ากดขี่และลอกคราบวิญญาณผู้บริสุทธิ์ บีบคั้นเอาทรัพยากรออกมาจากผืนดิน แล้วอ้างอิงความชอบธรรมแห่งสวรรค์!"
อาเจียก้าวเดินออกไปเบื้องหน้า ชี้หน้าไปยังผู้บัญชาการทั้ง 3 "ฟังให้ดีไอ้พวกโจรในคราบนักบุญ! วันนี้... ข้าจะมาทลายกฎเกณฑ์ที่เน่าเฟะของพวกเจ้า และทวงคืนทุกสิ่งที่พวกเจ้าช่วงชิงไป!"
"วาจาสามหาว! เดรัจฉานเสียสติ! สังหารมัน!" ผู้บัญชาการทั้ง 3 เดือดดาลจนถึงขีดสุด พวกมันรีดเค้นปราณวิญญาณแรกเริ่ม สลักอักขระเทพกลางอากาศ ก่อตัวเป็นหอกแสงสีทองนับ 1000 เล่ม พุ่งทะลวงเข้าหาอาเจีย!
"สหายของข้า... กวาดล้างความโสมมนี้ซะ!"
อาเจียตวาดลั่น! สิ้นคำบัญชา กลุ่มสหายที่อัดอั้นความแค้นมาเนิ่นนาน ก็ระเบิดพลังออกประหนึ่งภูเขาไฟ!
"อัคคีบรรพกาล... เผาผลาญสัจธรรมจอมปลอม!"
เฟิงอี้หรานพุ่งทะยานขึ้นฟ้า ทะเลเพลิงสีทองแดงพวยพุ่งออกจากร่าง กวาดต้อนหอกแสงสีทองนับ 1000 เล่มให้หลอมละลายกลายเป็นเพียงไออากาศ! ชายหนุ่มผู้ใช้เพลิงพุ่งเข้าปะทะกับกองทัพผู้คุม แผดเผาชุดเกราะของพวกมันจนหลอมละลาย!
"กระบี่ของข้า... กระหายที่จะตัดโซ่ตรวนแห่งสวรรค์!"
ฉินมู่หลางร่ายรำเพลงกระบี่นิรันดร์ รังสีสีเงินยวงที่ก้าวล่วงวิญญาณแรกเริ่มครึ่งก้าว พุ่งทะลวงผ่าร่างของผู้คุมชุดเกราะขาดเป็น 2 ท่อนนับ 10 คนในดาบเดียว! ยอดกระบี่พลิ้วไหวประหนึ่งมัจจุราช!
"มหาพฤกษากลืนมรรคา!"
เย่ปิงอวิ๋นกระทืบเท้า รากไม้วิญญาณพิษนับหมื่นสายไชชอนขึ้นมาจากพื้นศิลา ทิ่มแทงและมัดร่างของผู้คุมนับ 100 เอาไว้!
"อุกกาบาตทุบสวรรค์!"
เฟิงหลิงเอ๋อร์เบิกเนตรดารา ดรุณีน้อยเรียกอุกกาบาตศิลาขนาดย่อมจากห้วงมิติ หล่นกระแทกทับกองทัพผู้คุมจนแหลกเหลว!
ส่วนหลินชิงเสวี่ย สตรีน้ำแข็งพุ่งตัวเข้าไปในดงศัตรูประหนึ่งลมหนาวมรณะ กระบี่เหมันต์ของนางตวัดเพียงคราเดียว ไอเย็นระดับศูนย์สัมบูรณ์ก็แช่แข็งร่างของผู้คุมนับ 10 ให้กลายเป็นประติมากรรมน้ำแข็ง ก่อนจะใช้กระบี่ฟาดจนแตกละเอียด!
และที่ดุดันที่สุด คือ 'ต้วนเทียน' จอมพลังอิสระพุ่งทะลวงเข้าใส่ผู้คุมด้วยมือเปล่า! กำปั้นที่สลักอักขระอสูรโบราณ ชกทะลวงชุดเกราะทองคำ ทะลวงอกของศัตรูจนเลือดสาดกระเซ็น! มันกำลังระบายความแค้นแทนพี่น้อง!
การต่อสู้ตะลุมบอนที่ไร้ความปรานีบังเกิดขึ้น กลุ่มสหายแม้จะมีจำนวนน้อยกว่า ทว่าด้วยวิถีเต๋าที่ฝืนลิขิตฟ้า พวกเขาจึงกลายเป็นคมหอกที่บดขยี้กองทัพผู้คุมจนแตกพ่าย!
ผู้บัญชาการทั้ง 3 เห็นสถานการณ์พลิกผัน พวกมันเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก!
"พวกมันมีพลังที่ก้าวล่วงกฎเกณฑ์! ถอยร่นไปที่แกนกลาง! เปิดค่ายกลมหาพิพากษากลืนวิญญาณ!"
ผู้บัญชาการทั้ง 3 พุ่งทะยานหนีกลับไปที่แท่นแกนกลางของเหมือง สถานที่ที่ตั้งของ 'ผลึกแกนอักขระเทพบริสุทธิ์' พวกมันประสานอิน รีบดึงพลังงานจากผลึกเพื่อเปิดค่ายกลสังหารขั้นสูงสุด!
ทว่า... อาเจียย่อมไม่ปล่อยให้พวกมันกระทำการสำเร็จ!
"คิดจะใช้แกนค่ายกลงั้นหรือ? ช่างเป็นการตัดสินใจที่เชื่องช้าเสียจริง!"
ชายหนุ่มใช้วิถีย่นระยะทาง ก้าวล่วงมิติปรากฏตัวขึ้นเหนือแท่นแกนกลาง! นัยน์ตาสีเงินยวงจับจ้องไปยัง 'ผลึกแกนอักขระเทพบริสุทธิ์' ที่หล่อเลี้ยงค่ายกลพันธนาการทาสทั้งเหมือง!
"เจ้าสัว! เจ้าถุงเงิน! ออกมา!"
อาเจียตวาดเรียก หุ่นกลพยนต์มารและราชันแมงมุมเงาจันทรา ที่ถูกดัดแปลงโครงสร้างและรอคอยจังหวะวิวัฒนาการอยู่ในมิติเอกเทศ พุ่งทะยานออกมาเบื้องหน้า!
"ถึงเวลาแห่งการผสานสัจธรรมแล้ว!"
อาเจียวางฝ่ามือลงบนผลึกแกนอักขระเทพ! ชายหนุ่มมิได้ทำลายมันทิ้ง ทว่าเขาใช้ 'เนตรสูญตา' ลบล้างจิตจำนงที่ควบคุมมันอยู่ ก่อนจะตวัดพู่กันนิรันดร์ จารึก 'อักขระสูญตา (零)' 10 ระดับชั้นขั้นพื้นฐาน ล้อมรอบผลึกและร่างของพยนต์ทั้ง 2!
"จงดูดซับแก่นพลังงานบริสุทธิ์นี้ และวิวัฒนาการทะลวงขีดจำกัดของวัฏจักรซะ!"
กระบวนการ 'ผสานอักขระวิวัฒนาการ' ที่อาเจียคำนวณไว้ถูกเปิดใช้งาน! พลังงานบริสุทธิ์มหาศาลจากผลึกแกนกลาง ถูกอักขระสูญตาแปรสภาพและอัดฉีดเข้าสู่ร่างของเจ้าสัวและเจ้าถุงเงินประหนึ่งกระแสน้ำป่า!
"วะ... วิถีเต๋าอันใดกัน! มันกำลังหลอมรวมแกนค่ายกลสวรรค์เข้ากับศัสตราของมัน!" ผู้บัญชาการเหมืองกรีดร้องด้วยความหวาดผวาที่สุดในชีวิต!
"วาบบบบบบบบบบบบบ!!!"
แสงสว่างที่เจิดจ้ายิ่งกว่าดวงดารานับพันดวง ระเบิดออกจากร่างของพยนต์ทั้ง 2! กฎเกณฑ์แห่งฟ้าดินรอบด้านหมุนวนเข้าหาพวกมัน ก่อให้เกิดปฏิกิริยาต่อต้าน ทว่าอักขระสูญตากลับเป็นแกนกลางที่รองรับความขัดแย้งทั้งหมดไว้ได้!
นี่คือการวิวัฒนาการที่หล่อหลอมจากความว่างเปล่า!
เมื่อแสงสว่างจางลง... รูปลักษณ์ของพยนต์คู่กายจ้าวอักขระ ก็แปรเปลี่ยนไปจนก้าวล่วงสามัญสำนึก!
ร่างของ 'เจ้าสัว' ที่เคยเป็นโลหะสีทองหม่นๆ บัดนี้ได้วิวัฒนาการกลายเป็น 'ร่างทองคำขาววิญญาณ '! โครงสร้างของมันปราดเปรียวและแฝงด้วยความศักดิ์สิทธิ์ คีมเหล็กแปรสภาพเป็น 'ฝ่ามืออักขระกลวิธาน' ที่สามารถสลักอาคมแทรกแซงและวิเคราะห์ค่ายกลระดับสูงได้ด้วยตนเอง! สติปัญญาของมันถูกยกระดับจนทัดเทียมกับยอดผู้คำนวณสวรรค์!
ส่วน 'เจ้าถุงเงิน' แมงมุมเงาจันทรา ร่างกายของมันแปรสภาพกลายเป็น 'โปร่งแสงและแฝงอยู่ในมิติ' มันวิวัฒนาการเป็น 'ราชันแมงมุมมิติสูญตา'! ขาหน้าของมันแปรเปลี่ยนเป็น 'เส้นใยมิติ' ที่สามารถแทรกทะลวงผ่านค่ายกลป้องกันระดับสูง หรือลอบโจมตีวิญญาณศัตรูได้โดยไร้ร่องรอย!
การวิวัฒนาการของพยนต์ทั้ง 2 นำมาซึ่งความพินาศของกองทัพวิหารเทพในทันที!
เมื่อแกนกลางถูกสูบพลังงานไปจนหมดสิ้น ค่ายกลพันธนาการที่ล่ามทาสนับหมื่นชีวิต พลันแหลกสลาย! โซ่อักขระสีทองบนร่างของเผ่าบรรพกาลและผู้ฝึกตนอิสระ หม่นแสงและแตกสลายลงเป็นผุยผง!
"โซ่... โซ่ขาดแล้ว! พวกเราเป็นอิสระแล้ว!" ทาสนับหมื่นคนชูมือขึ้นฟ้าร้องไห้ด้วยความปีติ
"พี่น้องของข้า! ลุกขึ้นมา! ถึงเวลาทวงคืนความยุติธรรมแล้ว!" ต้วนเทียนคำรามลั่น เผ่าบรรพกาลที่หลุดพ้นจากพันธนาการ กระโจนเข้าฉีกร่างผู้คุมชุดทองด้วยความโกรธแค้น!
ผู้บัญชาการเหมืองทั้ง 3 หน้าซีดเผือด! เหมืองศิลาปราณกำลังจะแตกพ่าย! พวกมันหันหลังเตรียมจะทะยานร่างหนีตาย!
"จะหนีไปไหนเล่า! ยังไม่ได้ชดใช้กรรมที่พวกเจ้าก่อไว้เลยนะ!"
อาเจียปรากฏตัวขวางทางหนี รังสีความว่างเปล่ากดทับวิญญาณของพวกมันจนแข็งค้าง
"นายท่าน! ข้าน้อยได้ร่าย 'ค่ายกลแทรกแซงมิติ' เข้าเชื่อมต่อกับคลังศิลาปราณของเหมืองแห่งนี้เรียบร้อยแล้วขอรับ!"
เจ้าสัว พยนต์ทองคำขาวที่กำลังประทับฝ่ามืออักขระลงบนพื้นศิลา ตะโกนรายงาน "ข้าน้อยได้เปิดช่องว่างมิติ! บัดนี้ ศิลาปราณโลหิตนับล้านๆ ก้อนในคลังแร่ กำลังถูกดูดและเคลื่อนย้ายเข้าสู่แหวนมิติของนายท่านโดยตรงเลยขอรับ!"
"ครืนนนนนนนนนน!"
สิ้นเสียงของเจ้าสัว! มวลศิลาปราณโลหิตที่ถูกกักเก็บไว้ในผนังถ้ำและคลังสมบัติลับ พลันส่องแสงสว่างวาบ! มันถูกสูบทะลวงข้ามมิติ ไหลทะลักเข้าไปในแหวนมิติและโลกใบเล็กของอาเจียประหนึ่งสายน้ำหลาก!
การช่วงชิงระดับมหาประลัย! นี่คือการใช้สติปัญญาของพยนต์และวิถีอักขระ เพื่อปล้นชิงทรัพยากรของศัตรู!
"ไม่!!! พวกเจ้าทำลายรากฐานของวิหารเทพ!" ผู้บัญชาการทั้ง 3 กระอักเลือดด้วยความคลุ้มคลั่ง
"จบสิ้นกันเสียที!"
อาเจียกำหมัดที่หลอมรวมความว่างเปล่าและอักขระมาร ก้าวล่วงมิติพุ่งเข้าทะลวงอกของผู้บัญชาการทั้ง 3 ในกระบวนท่าเดียว!
"เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!"
ร่างของยอดเซียนวิญญาณแรกเริ่มทั้ง 3 แหลกละเอียดกลายเป็นละอองเลือด! แก่นวิญญาณของพวกมันถูกอาเจียกระชากออกมา บีบอัดจนกลายเป็นศิลาวิญญาณสวรรค์ ร่วงหล่นลงสู่มือของเขาอย่างเด็ดขาด!
การกวาดล้างสิ้นสุดลง! กองทัพผู้คุมนับ 1000 ถูกสังหารและถูกทาสเผ่าบรรพกาลบดขยี้! เหมืองศิลาปราณโลหิตที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของวิหารเทพ ถูกถล่มจนพังพินาศ และถูกปล้นศิลาปราณไปจนสิ้น!
อาเจียร่อนตัวลงมายืนอยู่บนแท่นศิลาที่ว่างเปล่า เบื้องหน้าของเขาคืออดีตทาสนับหมื่นคนที่บัดนี้ได้รับอิสรภาพ พวกเขากำลังคุกเข่าหลั่งน้ำตา โขกศีรษะให้แก่บุรุษชุดดำ
"ผู้มีพระคุณ... ท่านคือตัวแทนของสวรรค์ที่ลงมาโปรดพวกเรา..." ผู้อาวุโสของเผ่าบรรพกาลเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
อาเจียมองดูผู้คนเบื้องล่าง นัยน์ตาสีเงินยวงของเขาแปรเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่นและเย้ยหยันต่อกฎเกณฑ์อันเน่าเฟะ
"ตัวแทนของสวรรค์งั้นหรือ?" อาเจียแค่นเสียง เสียงของเขาดังก้องสะท้อนไปในถ้ำใต้ดิน "เลิกงมงายและกราบไหว้สิ่งลวงโลกเหล่านั้นได้แล้ว! สวรรค์ที่พวกเจ้าหวังพึ่ง มันก็คือข้ออ้างที่วิหารเทพใช้ในการกดขี่พวกเจ้า!"
ชายหนุ่มชี้มือไปยังซากศพของผู้บัญชาการวิหารเทพ
"จงจำไว้ให้ดี... ผู้ที่ทลายโซ่ตรวนให้พวกเจ้า ไม่ใช่สวรรค์... ทว่าคือพวกเรา ผู้บำเพ็ญเพียรที่เลือกจะยืนหยัดต่อต้านความบิดเบี้ยวของพวกมัน! ข้าไม่ได้ช่วยพวกเจ้าเพื่อรับการกราบไหว้ แต่ข้าช่วย เพราะข้าชิงชังการกดขี่!"
ปรัชญาที่ทรงพลัง ดิบเถื่อน และตอกหน้าความงมงายอย่างถึงที่สุด! ทาสนับหมื่นสัมผัสได้ถึงความจริงใจที่แฝงอยู่เบื้องหลังคำพูดนั้น พวกเขารับรู้ได้ว่า บุรุษผู้นี้คือแสงสว่างที่แท้จริง!
"ต้วนเทียน!" อาเจียหันไปหาสหายร่างยักษ์ "จงพาพี่น้องของเจ้า หลบหนีออกไปจากหุบเขานี้ซะ! วิหารเทพอนันตกาลต้องส่งยอดคนระดับสูงกว่านี้มาตรวจสอบในไม่ช้า... จงไปซ่อนตัวและฟื้นฟูพลัง รอคอยวันที่ข้าจะทะลวงวิหารของพวกมัน!"
ต้วนเทียนพยักหน้าอย่างหนักแน่น จอมพลังอิสระเดินเข้ามากระแทกหมัดชนกับอาเจีย "บุญคุณครั้งนี้ เผ่าบรรพกาลของข้าจะไม่มีวันลืม! อาเจีย... เจ้าจงระวังตัวให้ดี วิหารเทพอนันตกาล มีตัวตนที่ก้าวล่วงวิถีเซียนซ่อนอยู่อีกมาก!"
อาเจียแสยะยิ้มอหังการ "ให้พวกมันมาให้หมด! ยิ่งพวกมันทรงพลัง ข้าก็ยิ่งอยากรู้ว่ารากฐานของพวกมันจะแข็งแกร่งสักเพียงใด!"
เมื่อเผ่าบรรพกาลอพยพหลบหนีไปจนหมดสิ้น กลุ่มสหายและพยนต์วิวัฒนาการทั้ง 2 ก็รวมตัวกันอยู่กลางซากเหมืองที่ว่างเปล่า
"กวาดล้างเรียบร้อย... พลังงานของวิหารเทพถูกตัดขาดไปหนึ่งเส้นทาง" ฉินมู่หลางเก็บกระบี่ นัยน์ตาสาดประกายความพร้อมรบ "เป้าหมายต่อไปคือที่ใด ศิษย์น้อง?"
อาเจียแหงนหน้ามองขึ้นไปบนเพดานถ้ำ ทะลุมิติขึ้นไปยังภูเขาศักดิ์สิทธิ์ที่มองไม่เห็น
"พวกมันเสียเหมืองไปหนึ่งแห่ง... ย่อมต้องส่งยอดเซียนระดับสูงลงมาตรวจสอบ..."
รอยยิ้มที่แฝงด้วยอันตรายปรากฏขึ้นท่ามกลางความมืดมิด
"เราจะไม่หนี... แต่เราจะใช้เหมืองแห่งนี้ เป็นหลุมพราง! ดักเชือดไอ้พวกยอดคนที่วิหารเทพส่งลงมา แล้วใช้เลือดของพวกมัน ปูทางลงสู่สุสานเทพบรรพชน!"
การปะทะที่แท้จริงกับมหาอำนาจระดับทวีป กำลังจะระเบิดขึ้นในไม่ช้า! การวิวัฒนาการของพยนต์ และความแข็งแกร่งของกลุ่มสหาย จะกลายเป็นภัยพิบัติที่ดวงตาโลหิตบนฟากฟ้าต้องสั่นสะเทือน!