ปรมาจารย์ผู้ใช้อสูรมายา

    สิ้นสุดการทดสอบ

            เมื่อถูกการโจมตีที่รุนแรงใส่ด้านหลังจังๆต่อให้พั่วหวงมีเกาะเวทย์ระดับสีเขียวก็ไม่สามารถทนได้และหมดสติลงไปในที่สุด ปู้เหยียนไม่รอช้าชิงกำไลมิติออกมาจากพั่วหวงทันที

            “ยอดเยี่ยมการที่สามารถทำให้อีกฝ่ายหมดสติและชิงของล้ำค่ามาได้แบบนี้ชั่งยอดเยี่ยมยิ่งนัก” ปู้เหยียนกล่าว

            “ไม่ต้องกังวล ตรงหน้าพวกเจ้ายังมีกำไลมิติและอุปกรณ์เวทย์อีกเยอะ” ต้าหมิงกล่าว

            “ไป พวกเราไปจัดการให้พวกมันหมดสติให้หมด” นักเรียนชั้นสามัญชนต่างพากันบ้าคลั่งและไม่เปิดโอกาสให้นักเรียนชั้นขุนนางใช้แผ่นป้ายเพื่อหลบหนีออกจากการทดสอบ

            จวิ้นมู่ที่เห็นว่าพั่วหวงพ่ายแพ้ก็กลายเป็นโกรธ จวิ้นมู่ไม่คิดว่าพั่วหวงจะอ่อนแอได้ถึงขนาดนี้เพียงแค่ปู้เหยียนและเย่สุ่ยร่วมมือกันก็พ่ายแล้ว

            “บัดซบ ขืนเป็นแบบนี้ข้าจะได้รับการสูญเสียเกินไป ต้าหมิงการต่อสู้ครั้งนี้ข้าจะยอมถอยไปก่อน แต่เมื่อเจอกันครั้งหน้าข้าจะทุ่มพลังทั้งหมดเพื่อจัดการเจ้าแน่” จวิ้นมู่คำรามออกมาก่อนจะใช้แผ่นป้ายหลบหนีออกไป ในตัวของจวิ้นมู่มีชิ้นส่วนของสัตว์เวทจำนวนมากซึ่งเพียงพอที่จะทำให้เขามีคะแนนห้องจำนวนหนึ่ง

            “ครั้งหน้าที่เจอกัน ข้าอาจจะแข็งแกร่งขึ้นกว่านี้ก็ได้นะ” ต้าหมิงกล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

            “หึ!!!!” ร่างของจวิ้นมู่หายไป

            ต้าหมิงไม่คิดจะห้ามเพราะการต่อสู้กับจวิ้นมู่ทำให้เขาสิ้นเปลืองพลังไปมากโดยเฉพาะครั้งนี้เขาส่งพลังเวทย์ให้กับอสูรสายฟ้าคลั่งไปถึง 7 ส่วนทำให้ตอนนี้พลังเวทย์ที่เหลือไม่ถึง 2 ส่วนด้วยซ้ำ

            “อย่างที่คิดการโจมตีของข้ายังอ่อนแอเกินไปเมื่อเทียบกับจอมเวทย์คนอื่นๆ” ต้าหมิงกล่าวพร้อมกับถอนหายใจ

            จากนั้นต้าหมิงก็ใช้พลังที่เหลือลอบโจมตีนักเรียนที่ไม่ยอมใช้ป้ายหลบหนีและโจมตีจนทำให้อีกฝ่ายสลบก่อนจะแย่งชิงอุปกรณ์เวทย์ของอีกฝ่าย

            ด้านนอกเหล่าขุนนางต่างพากันโกรธแค้นอย่างมาก ราคาของกำไลมิตินั้นสูงอย่างมากต่อให้เป็นพวกเขาในตระกูลก็มีไม่ถึง 10-20 ชิ้นเท่านั้น และครั้งนี้ที่พวกเขามอบให้กับรุ่นเยาว์ของพวกเขาเพื่ออวดบารมีของตนเองเท่านั้น

            “ผิดกฎ แบบนี้มันผิดกฎ กล้าขโมยของจากคนของพวกเราแบบนี้หาที่ตายชัดๆ” ขุนนางคนหนึ่งกล่าวด้วยความโกรธ

            “ข้าขอถามหน่อยว่าพวกเจ้ารู้หรือไม่ว่าการทดสอบครั้งนี้คือการทดสอบอะไร” ชายชราขี้เมากล่าว

            “ท่านหมายความว่ายังไง” ขุนนางคนหนึ่งกล่าวด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ

            “การทดสอบครั้งนี้เป็นการทดสอบการเอาตัวรอด ไม่เพียงแต่การเอาตัวรอกจากสัตว์เวทที่ดุร้ายเท่านั้นแต่กับศัตรูก็เช่นกัน ข้าถามเจ้า ถ้าเจ้าสามารถเอาชนะศัตรูของเจ้าได้เจ้ากล้าพูดหรือไม่ว่าจะมีฉกชิงของล้ำค่าของศัตรู” ชายชราขี้เมากล่าวด้วยสีหน้าเย้ยหยัน

            “นี่!!!!!!!!!” เหล่าขุนนางพากันเงียบลงทันที

            “เมื่อต้องพบเจอกับศัตรูที่ตนเองเอาชนะไม่ได้ทางเดียวคือหาทางหลบหนีให้เร็วที่สุดเพื่อรักษาเอาชีวิต อย่างจวิ้นมู่เขารู้ว่าอยู่ต่อไปแล้วจะได้รับความสูญเสียมากกว่าที่ได้เขาถึงเลือกที่จะถอยออกมาซึ่งการติดสินใจนี้เป็นการตัดสินใจที่ฉลาด” หญิงชรากล่าว

            ถึงแม้หญิงชราจะไม่ชอบใจพวกต้าหมิงแต่ตอนนี้พวกต้าหมิงก็แสดงให้เห็นว่าในอนาคตพวกต้าหมิงจะต้องนำมาซึ่งชื่อเสียงให้กับสถาบันอย่างแน่นอน

            “การต่อสู้จบลงแล้ว” ชายชราขี้เมากล่าว

            เมื่อเห็นว่าชั้นเรียนขุนนางถูกพวกต้าหมิงเอาชนะได้หมดชายชราจึงไม่คิดจะดำเนินการทดสอบต่อและกระตุ้นป้ายทั้งหมดให้ทำงานพวกต้าหมิงที่กำลังพักก็ถูกส่งตัวออกมาทั้งหมด

            “ตอนนี้การทดสอบได้จบลงแล้วและปีนี้ ชั้นเรียนขุนนางก็เป็นฝ่ายชนะ” ชายชราขี้เมากล่าวด้วยน้ำเสียงดังก้อง

            “ฮ่า ฮ่า พวกเราชนะแล้ว” พวกปู้เหยียนพากันแสดงสีหน้าตื่นเต้นออกมา

            “ต่อจากนี้จำทำการนับรวมคะแนน” ชายชราขี้เมากล่าว

            พวกต้าหมิงต่างนำชิ้นส่วนของสัตว์เวทออกมากองรวมกันไว้ หลังจากที่อาจารย์ในสถาบันทำการนับคะแนนแล้ว

            “ชั้นเรียนขุนนางได้รับคะแนนทั้งหมด 960 คะแนน” หญิงชรากล่าวด้วยสีหน้าเย็นชา

            “ถึงแม้หลางเลี่ยและพั่วหวงจะพ่ายแพ้และถูกฉกชิงคะแนนไปแต่จวิ้นมู่กลับสามารถครอบครองคะแนนถึง 960 คะแนนถือว่าทำได้ยอดเยี่ยมมากจริงๆ” เหล่าอาจารย์พากันแสดงสีหน้าชื่นชมออกมา

            แม้กล่าวได้ว่าครั้งนี้ชั้นเรียนขุนนางจะพ่ายแพ้แต่อย่างน้อยจวิ้นมู่ก็ไม่ทำให้ตระกูลจวิ้นขายหน้า

            “ส่วนคะแนนของชั้นเรียนสามัญชน รวมทั้งหมด 5160 คะแนน” ชายชรากล่าวด้วยรอยยิ้มเบิกบาน

            “บ้าน่า” เหล่าขุนนางพากันแสดงสีหน้าไม่อยากเชื่อเพราะคะแนนจำนวนนี้มากที่สุดเท่าที่เคยมีมา

            “ไม่แปลกใจ เพราะครั้งนี้สองในสี่สัตว์เวทอันตรายของสนามทดสอบถูกสังหารลง คะแนนของทั้งสองนั้นมากมายมหาศาลและด้วยกำลังของต้าหมิงที่แสดงออกมายังสามารถสังหารสัตว์เวทระดับ 2 ดาวอีกจำนวนหนึ่งอีก” ผู้อาวุโสตระกูลพั่วกล่าว

            “เพราะงั้นครั้งนี้ชั้นเรียนสามัญชนจะได้รับรางวัลเป็นอุปกรณ์สีฟ้าคนละ 1 ชิ้น” ชายชราขี้เมากล่าว

            “อะไรนะคนละ 1 ชิ้นงั้นเหรอไม่ใช่ชิ้นเดียวงั้นเหรอ” ผู้อาวุโสของตระกูลหลางคำรามออกมา

            “ถ้าเป็นรางวัลของสถาบันหนะใช่แต่ครั้งนี้ท่านจักรพรรดิหญิงได้มอบรางวัลเพิ่มให้อย่างที่เจ้าเห็น” ชายชราชี้เมากล่าว

            “นี่มัน.....” เหล่านักเรียนชั้นขุนนางพากันแสดงสีหน้าเหม่อลอยไม่เพียงแต่พวกเขาที่พ่ายแพ้แต่รางวัลพวกเขาก็ยังไม่ได้

            พวกต้าหมิงยิ้มออกมาและเดินไปเลือกอุปกรณ์สีฟ้าคนละชิ้นซึ่งต้าหมิงเลือกรองเท้าคู่หนึ่งซึ่งช่วยให้ความเร็วของต้าหมิงเพิ่มขึ้น

            “ในเมื่อการทดสอบจบแล้วทุกคนก็แยกย้ายได้” ชายชราขี้เมากล่าว

            “เดี๋ยวก่อน!!!!!!!!” ทันใดนั้นเองผู้อาวุโสตระกูลหลางก็คำรามขึ้นมา

            “ข้าสงสัยในอุปกรณ์เวทของต้าหมิง ตำรานั่นมีบางอย่างแปลกๆข้าต้องการให้ต้าหมิงส่งตำรานั่นมาให้พวกเราตรวจสอบ” ผู้อาวุโสของตระกูลหลางกล่าว

            “ข้าเองก็สนใจสัตว์เวทสายฟ้าตัวนั้นเช่นกัน ถ้าไม่ว่าอะไรช่วยขายมันให้กับตระกูลจวิ้นได้หรือไม่พวกเราจะให้ราคาที่สมน้ำสมเนื้อ” ผู้อาวุโสตระกูลจวิ้นกล่าว

            “นี่พวกเจ้า!!!!” ชายชราขี้เมากลายเป็นโกรธขึ้นมาทันที

            “ทำไมข้าต้องทำตามด้วย” ต้าหมิงกล่าวด้วยสีหน้าเย็นชา

            “ทำไมงั้นเหรอ เพราะพวกเราคือขุนนางและเป็นตระกูลใหญ่ที่เป็นเสาหลักของอาณาจักรยังไงละ” ผู้อาวุโสตระกูลหลางกล่าว

            “เสาหลักงั้นเหรอ เหอะ ถ้างั้นข้าขอถามในฐานะเสาหลักของอาณาจักรพวกเจ้าทำผลงานอะไรที่เป็นน่าจดจำให้กับประชาชนอย่างพวกข้าบ้าง” ต้าหมิงกล่าว

            “ไม่มี ไม่มีเลย” ปู้เหยียนกล่าวพร้อมกับส่ายหน้า

            “นอกจากใช้อำนาจกดขี้สามัญชนแล้วที่เหลือก็ไม่เห็นจะมีอะไร” เย่สุ่ยกล่าว

            “เจ้าพวกสามัญชนกล้าต่อว่าตระกูลหลางของข้างั้นเหรอ” หลางเลี่ยคำรามออกมา หลางเลี่ยในตอนนี้ได้ทำความสะอาดร่างกายแล้วมาอยู่ข้างๆผู้อาวุโสในตระกูล

    คล้ายกับเรื่องปรมาจารย์ผู้ใช้อสูรมายา ที่คุณอ่าน