หลังจากที่ หลี่เฟิ่ง ทะลวงเส้นชีพจรและฝึกฝนวิชา "ลมปราณหล่อเลี้ยงกาย" ได้สำเร็จ พลังปราณของเขาก็บริสุทธิ์และแข็งแกร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด การมีมิตรภาพกับ หลิงเทียน และ มู่หรงเยว่ ก็เป็นดั่งสายลมที่พัดพาความอบอุ่นเข้ามาในชีวิตของเขา ทว่าในยุทธภพที่เต็มไปด้วยกลอุบายและความชั่วร้าย ย่อมมีเงามืดคืบคลานเข้ามาอย่างเงียบเชียบ
ในค่ำคืนหนึ่งที่แสงจันทร์ทอประกายอ่อนโยนเหนือ สำนักกระบี่เมฆา หลี่เฟิ่งยังคงฝึกฝนวิชาอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยในลานฝึกส่วนตัวที่ห่างไกลจากเรือนพักของศิษย์คนอื่นๆ เขาพยายามที่จะผสาน จิตกระบี่ เข้ากับวิชาลมปราณหล่อเลี้ยงกาย เพื่อให้การเคลื่อนไหวและพลังโจมตีของเขาก้าวไปอีกขั้น
ขณะที่เขากำลังร่ายรำกระบวนท่ากระบี่อย่างพลิ้วไหวและรวดเร็ว จู่ ๆ เขาก็พลันรู้สึกถึงพลังปราณที่ผิดปกติบางอย่างแผ่ออกมาจากทิศทางของหอตำรา ซึ่งเป็นสถานที่เก็บคัมภีร์วิชาสำคัญของสำนัก
"พลังปราณอะไรกัน... เย็นยะเยือกและมืดมิดนัก" หลี่เฟิ่งพึมพำกับตัวเอง เขารู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง เขาเก็บมีดสั้นปริศนาเข้าที่ และตัดสินใจที่จะไปตรวจสอบ
เขาใช้ วิชาตัวเบาไร้เงา เคลื่อนที่ไปอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบ ราวกับเงาที่เลือนหายไปในความมืดมิด ไม่นานนัก เขาก็มาถึงบริเวณรอบหอตำรา ซึ่งตามปกติแล้วจะมีศิษย์ยามเฝ้าเวรยามอยู่ แต่ในคืนนี้กลับเงียบสงบผิดปกติ
หลี่เฟิ่งใช้ประสาทสัมผัสทั้งหมดที่มี เขาสัมผัสได้ถึงพลังปราณที่ผิดปกติที่เข้มข้นขึ้นเมื่อเข้าใกล้หอตำรา และเขายังได้ยินเสียงกระซิบแผ่วเบาที่ดังลอดออกมาจากภายในหอตำราด้วย
"มีคนอยู่ในหอตำรา!" หลี่เฟิ่งคิดในใจ เขาระมัดระวังตัวเป็นพิเศษ และค่อย ๆ เคลื่อนที่เข้าไปใกล้หน้าต่างบานหนึ่งที่เปิดแง้มอยู่เล็กน้อย
หลี่เฟิ่งแอบซ่อนตัวอยู่ใต้หน้าต่างบานนั้น และพยายามเงี่ยหูฟังเสียงกระซิบที่ดังลอดออกมาจากภายใน
"นี่คือแผนการทั้งหมด" เสียงหนึ่งกล่าว เสียงนั้นค่อนข้างคุ้นเคย แต่หลี่เฟิ่งยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นใคร "เมื่อข้าได้รับความไว้วางใจจากอาจารย์ใหญ่ และขึ้นเป็นหัวหน้าศิษย์รุ่นที่สองได้สำเร็จ ข้าจะสามารถเข้าถึงความลับของสำนักได้ทั้งหมด"
"เจ้าแน่ใจหรือว่าจะทำได้สำเร็จ?" อีกเสียงหนึ่งที่แหลมเล็กและเย็นเยียบตอบกลับ "อาจารย์ใหญ่ไม่ใช่คนโง่ เขามีสายตาที่เฉียบคมนัก"
"ไม่ต้องห่วง" เสียงแรกกล่าว "ข้าได้วางแผนไว้หมดแล้ว ข้าจะใช้ความสามารถของข้าในการฝึกฝนวิชา และความสัมพันธ์อันดีกับศิษย์พี่ศิษย์น้องคนอื่นๆ เพื่อให้ทุกคนไว้วางใจ"
หลี่เฟิ่งถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เขาจำเสียงแรกได้แล้ว! มันคือเสียงของ เฉินหาว ศิษย์รุ่นพี่คนหนึ่งที่มีชื่อเสียงในเรื่องความสามารถและความขยันหมั่นเพียร เขาเป็นคนที่มีบุคลิกดี เข้ากับคนง่าย และได้รับความไว้วางใจจากอาจารย์และศิษย์หลายคน
"แล้วเมื่อเจ้าได้ตำแหน่งสำคัญแล้ว เจ้าจะทำอย่างไรต่อไป?" เสียงแหลมเล็กนั้นถาม
"เมื่อข้าได้ครอบครองตำแหน่งที่สูงขึ้น ข้าก็จะสามารถเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบของสำนักได้ตามใจชอบ" เฉินหาวกล่าว "และข้าก็จะสามารถส่งข้อมูลสำคัญของสำนักให้แก่ ท่านผู้นำเงา ได้อย่างง่ายดาย"
"หึๆๆๆ... เจ้าฉลาดนัก เฉินหาว" เสียงแหลมเล็กนั้นหัวเราะอย่างชั่วร้าย "พันธมิตรไร้เงาจะไม่ลืมความดีความชอบของเจ้าอย่างแน่นอน เมื่อแผนการใหญ่ของท่านผู้นำสำเร็จ เจ้าจะได้รับตำแหน่งที่สูงส่งอย่างแน่นอน!"
หลี่เฟิ่งรู้สึกเหมือนถูกฟ้าผ่าลงกลางกระหม่อม พันธมิตรไร้เงา! เขาไม่คิดว่าจะมีสายลับขององค์กรชั่วร้ายนี้แฝงตัวอยู่ในสำนักกระบี่เมฆา และยังเป็นศิษย์รุ่นพี่ที่ได้รับความไว้วางใจอีกด้วย
"และเจ้าจะต้องกำจัด หลี่เฟิ่ง ด้วย!" เสียงแหลมเล็กนั้นสั่ง "ท่านผู้นำเงาให้ความสนใจกับเด็กคนนั้นมากนัก พลังของมันเติบโตเร็วเกินไป และมีดสั้นปริศนาของมันก็มีความลับบางอย่างที่น่าสนใจ"
"แน่นอน!" เฉินหาวตอบ "ไอ้เด็กนอกคอกคนนั้น มันไม่ควรอยู่ในสำนักเราตั้งแต่แรกแล้ว ข้าจะจัดการมันเอง!"
หลี่เฟิ่งได้ยินทุกคำพูดอย่างชัดเจน หัวใจของเขาเต้นระรัวด้วยความโกรธและความผิดหวัง เขาไม่คิดว่าคนที่ดูเหมือนดีอย่างเฉินหาว จะเป็นสายลับของพันธมิตรไร้เงา และยังมีเจตนาร้ายกับเขาถึงเพียงนี้
เขานึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ต่างๆ ที่ผ่านมา เฉินหาวมักจะเข้ามาทักทายเขาอย่างเป็นมิตร เสนอตัวช่วยสอนวิชา หรือแม้แต่ชวนเขาร่วมวงสนทนากับศิษย์คนอื่นๆ หลี่เฟิ่งเคยรู้สึกดีที่เฉินหาวไม่รังเกียจเขาเหมือนศิษย์คนอื่นๆ แต่ตอนนี้ทุกอย่างกลับกลายเป็นเพียงการแสดงละครตบตาเท่านั้น
นี่คือจุด "ตบหน้า" ที่แท้จริง หลี่เฟิ่งเริ่มสงสัยในตัวศิษย์รุ่นพี่คนนี้ เขาไม่เพียงแค่เป็นสายลับ แต่ยังเป็นคนที่ฉลาดแกมโกงและไร้ซึ่งคุณธรรม เขาใช้ความจริงใจของผู้อื่นเป็นเครื่องมือในการบรรลุเป้าหมายที่ชั่วร้ายของตนเอง
หลี่เฟิ่งรู้สึกถึงความเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านเข้ามาในใจ ยุทธภพนี้เต็มไปด้วยอันตราย และบางครั้งศัตรูก็อาจมาในคราบของมิตร
"พวกแกบังอาจมาเหยียบย่ำสำนักของข้า และยังคิดร้ายกับข้าอย่างนั้นรึ!" หลี่เฟิ่งคิดในใจ "ข้าจะไม่มีวันปล่อยพวกแกไป!"
เขาแอบถอยห่างจากหน้าต่างอย่างเงียบเชียบ ก่อนที่จะเคลื่อนที่กลับไปยังลานฝึกส่วนตัวอย่างรวดเร็ว
เมื่อกลับมาถึงลานฝึก หลี่เฟิ่งยืนนิ่งอยู่กลางลาน แสงจันทร์สาดส่องลงมาต้องร่างของเขา ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเคร่งเครียดและดวงตาฉายแววอันตราย
เขากำมีดสั้นปริศนาแน่น พลังปราณที่เคยสงบนิ่ง บัดนี้กลับปั่นป่วนด้วยความโกรธ ความแค้น และความมุ่งมั่นที่แข็งแกร่งขึ้น
"เฉินหาว... ข้าไม่คิดเลยว่าเจ้าจะกลายเป็นหมาของพันธมิตรไร้เงา" หลี่เฟิ่งพึมพำกับตัวเอง "แต่เจ้าจะไม่มีวันได้สำเร็จตามแผนการของเจ้าอย่างแน่นอน!"
เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามสงบจิตใจที่กำลังเดือดพล่าน เขารู้ดีว่าการกระทำอย่างหุนหันพลันแล่นจะไม่เป็นผลดี การเปิดโปงเฉินหาวในตอนนี้ อาจทำให้เขาและสำนักกระบี่เมฆาตกอยู่ในอันตรายมากยิ่งขึ้น
"ข้าจะต้องแข็งแกร่งขึ้นให้มากกว่านี้!" หลี่เฟิ่งคิดในใจ "ข้าจะต้องเรียนรู้วิชาของสำนักให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เพื่อที่จะสามารถรับมือกับแผนการร้ายของพวกมัน และปกป้องสำนักแห่งนี้ไว้ให้ได้!"
เขานึกถึงคำพูดของอาจารย์เจียงที่เคยกล่าวไว้ว่า "ในยุทธภพนี้ ไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร จงเชื่อมั่นในสัญชาตญาณของเจ้า และจงระมัดระวังตัวอยู่เสมอ"
หลี่เฟิ่งมองไปยังทิศทางของหอตำราอีกครั้ง ดวงตาของเขาฉายแววอันตราย เขาตัดสินใจที่จะเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ และจะหาหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อเปิดโปงเฉินหาวในเวลาที่เหมาะสม
การฝึกฝนวิชาของหลี่เฟิ่งในคืนนั้นจึงเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและพลังที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น เขาใช้ความโกรธแค้นเป็นแรงผลักดัน ทำให้คมมีดของเขาเฉียบคมขึ้น และวิชาของเขาก็พลิ้วไหวรวดเร็วยิ่งกว่าเดิม
แผนร้ายในเงามืด ได้ถูกเปิดเผยแล้ว ศิษย์รุ่นพี่ที่เป็นสายลับ กำลังพยายามแทรกซึมเข้าสู่ตำแหน่งสำคัญของสำนัก และมีเจตนาร้ายต่อหลี่เฟิ่ง
แต่สิ่งที่เฉินหาวและพันธมิตรไร้เงาไม่รู้ คือ "เด็กนอกคอก" ที่พวกเขาดูถูกเหยียดหยามนั้น บัดนี้ได้กลายเป็นยอดฝีมือที่สามารถสัมผัสถึงแผนการร้ายของพวกมัน และกำลังจะกลายเป็น "กระบี่สะบั้นบัลลังก์มาร" ที่จะทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกมันสร้างขึ้น... การต่อสู้ครั้งใหม่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น...