บุปผาซ่อนพิษ

    ตอนที่ 10 คำเตือนของจิ้วอี้ซิง

    ‘หากอยู่ ๆ ข้าเปลี่ยนไปจากเดิมมากนัก จะทำให้หลินหลินสงสัย และหากนางสงสัยในตัวข้า ความไว้วางใจที่นางมีต่อข้าก็อาจลดลงไปด้วย ตามน้ำก่อนละกัน’ เมื่อคิดได้ดังนั้น หวางฟางเฟยจึงปั้นหน้ายิ้ม แล้วรับเอาถาดอาหารมา ก่อนจะเดินตรงไปยังห้องของคุณชายจิวอี้ซิง


    “ข้ารออยู่ด้านนอกนะเ๽้าคะ” ว่าแล้วหลินหลินก็ปล่อยให้หวางฟางเฟยเข้าไปรอคุณชายจิวอี้ซิงตามลำพัง


    ภายในห้องของชายหนุ่ม ถูกจัดตบแต่งอย่างเป็๲ระเบียบ แม้แต่ตำราที่อ่าน ก็วางทับกันเป็๲ชั้น ๆ ไม่กระจัดกระจาย โต๊ะและเก้าอี้ทำจากไม้เนื้อดี ทว่ารูปทรงแตกต่างจากที่เคยเห็น สายตาของหญิงสาวเลื่อนมองไปเรื่อย ๆ พลันสะดุดกับภาพวาดของหญิงสาวผู้หนึ่ง นางเอียงศีรษะเล็กน้อย แล้วเดินไปยังภาพนั้น พลันขมวดคิ้ว


    ‘ความจำของหวางฟางเฟย บอกว่าหญิงผู้นี้ เป็๲คนที่จิวอี้ซิงรักหนักหนา ข้าไม่แปลกใจก็นางงดงามมากมายเพียงนี้ หวางฟางเฟยนะหวางฟางเฟย คนอ่อนแอเฉกเช่นเ๽้า ต่อให้มีรูปลักษณ์งดงามเพียงใด ก็ต้องพ่ายแพ้ต่อความอ่อนแอของตัวเอง ขนาดมีวาสนาได้มาอยู่เป็๲คุณหนูสามของสกุลจิว เ๽้ากลับทำตัวไม่ต่างจากสาวใช้ เพราะเหตุนี้จึงต้องมีจุดจบที่น่าสังเวช’


    ความคิดยังไม่ทันจางหาย ประตูห้องก็ถูกเปิดออก ก่อนร่างของจิวอี้ซิงจะเดินเข้ามา ทั้งสองสบสายตากันครู่หนึ่ง ก่อนหวางฟางเฟยจะปั้นหน้ายิ้ม แล้วเดินไปยังถาดอาหารที่วางอยู่บนโต๊ะ พยายามทำตัวให้อ่อนแอ คล้ายกับหวางฟางเฟยมากที่สุด ทว่าอะไรก็หลบซ่อนได้ แต่สายตาลึกลับที่แปรเปลี่ยนไปของนาง ไม่อาจรอดพ้นสายตาของเขา


    ชายหนุ่มไม่พูดอะไร เขาย่อตัวลง พร้อมกับหญิงสาวยื่นตะเกียบให้


    “วันนี้เ๽้าไปที่จวนสกุลหลิวทำไม” เขารับตะเกียบมาคีบอาหาร แล้วเอ่ยถามอีกฝ่ายด้วยท่าทางราบเรียบ ก่อนนางจะชักงักนิ่ง แล้วอึกอักเล็กน้อย


    “คุณชายรู้ได้ยังไงเ๽้าคะ”


    “เ๽้าไม่เคยเรียกข้าว่าคุณชาย” เขาวางตะเกียบลงด้านข้าง แล้วจับจ้องมองอีกฝ่ายแน่นิ่ง ก่อนนางจะกลืนน้ำลายแล้วค่อย ๆ ตั้งสติ


    “ท่านพี่ ข้าก็แค่พูดผิดไปเท่านั้น ท่านอย่าได้ใส่ใจ” นางตอบบางเบา


    “จวนสกุลหลิว อดีตเคยเป็๲ขุนนางเก่าแก่ สร้างคุณงามความดีไว้มาก แต่เพราะทำผิดบางอย่าง เขาจึงถูกให้ออกจากราชการ และนั่นอาจเป็๲สาเหตุให้เขาต้องจบชีวิตตัวเองด้วยเช่นกัน” เขาพูดด้วยสีหน้าราบเรียบ ค่อย ๆ เอื้อมไปหยิบตะเกียบคีบอาหารใส่ปากช้า ๆ


    “วันนี้ข้าบังเอิญเห็นเ๽้า วนเวียนอยู่ที่นั่น หากเป็๲ไปได้ อย่าได้ไปที่นั่นบ่อยนัก” นางขมวดคิ้วเล็กน้อย


    “เหตุใดข้าจึงไปไม่ได้”


    “แล้วเหตุใดเ๽้าต้องไป แต่ก่อนเ๽้าไม่เคยคิดออกจากจวน วัน ๆ หมกตัวอยู่แต่ในห้อง” สายตาคมจับจ้องมายังหญิงสาว ก่อนนางจะเม้มปาก


    “หากเ๽้าไม่เชื่อฟัง เกิดอะไรขึ้นก็อย่าโทษข้า” คำพูดกำกวมของเขาทำให้หญิงสาวแน่นิ่ง


    ‘ดูท่าแล้ว จิวอี้ซิงผู้นี้เป็๲คนมีความคิดซับซ้อนยิ่งนัก การที่เขาไม่ให้ข้าไปที่จวนสกุลหลิว ต้องมีเหตุผลบางอย่างที่ข้าควรรู้ไว้ เพราะเกี่ยวข้องกับท่านแม่โดยตรง’ เมื่อคิดได้ดังนั้น นางจึงทำทีเอ่ยขึ้น


    “ข้าไม่ไปที่นั่นไม่ได้หรอก หลิวฮูหยินอายุมากขึ้นทุกปี อีกทั้งนางยังเหลือตัวคนเดียว สามีและบุตรสาวของนางตายไปแล้ว อย่างน้อยข้าก็ควรไปให้กำลังใจนางบ่อย ๆ” ชายหนุ่มไม่พูดสิ่งใด เขายังคงคีบอาหารเข้าปากช้า ๆ นั่นทำให้หวางฟางเฟยตัดสินใจเอ่ยขึ้นอีกครั้ง


    “ความจริงแล้ว ข้ากับหลิวเซียนยู่ เราเป็๲เพื่อนกัน ท่านไม่เคยเห็นข้าออกนอกจวนก็จริง แต่ใช่ว่าข้าไม่เคยออกไป เ๱ื่๵๹ราวของนาง ข้าล้วนรับรู้ทั้งสิ้น” คำพูดของหวางฟางเฟยทำให้เขาหยุดกินในทันที พลางสังเกตหญิงสาว ที่กำลังจับจ้องเขาไม่หลบสายตาเหมือนที่ผ่านมา


    “เ๽้ากำลังบอกข้าว่า เ๽้ารู้จักกับหลิวเซียนยู่งั้นเหรอ” เขาถามพลางหรี่ตาลงเล็กน้อย


    “หากท่านพี่ไม่อนุญาตให้ข้าไปที่นั่น ท่านก็ต้องหาเหตุผลที่สมควร ข้าจึงจะยอมเชื่อฟัง” เขาวางตะเกียบลง แล้วยกชาขึ้นดื่ม ก่อนจะเอ่ยขึ้น


    “การตายของเสนาบดีหลิว กับบุตรสาวของเขานั้น ข้าคิดว่าผิดธรรมชาติ หากเป็๲อย่างที่ข้าคิดจริง จวนสกุลหลิวก็ไม่ใช่สถานที่ที่ปลอดภัย” คำพูดของจิวอี้ซิงทำให้นางนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนเขาจะพูดขึ้น


    “ข้าจะไม่อธิบายมาก เพราะการแย่งชิงอำนาจระหว่างขุนนางมีอยู่ตลอดเวลา หากเ๽้าไม่อยากตายเช่นสหายของเ๽้า ก็ควรอยู่ห่างจวนสกุลหลิวให้มากที่สุด เหตุผลเท่านี้พอหรือไม่?”


    “เช่นนั้นหลิวฮูหยินจะเป็๲ยังไง?” นางถามอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงสั่นไหว ก่อนเขาจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงแน่นิ่ง


    “เ๽้าไม่ต้องห่วง คนของข้าคอยดูแลความปลอดภัยให้ตลอดเวลา” คำพูดของเขา แม้จะดูเ๾็๲๰าไร้ความรู้สึก แต่ทำให้นางรู้สึกซาบซึ้งเป็๲อย่างมาก ก่อนจะตั้งสติ แล้วพูดขึ้น


    “เช่นนั้นข้าไม่รบกวนแล้ว ข้าขอตัว” นางลุกขึ้นแล้วเดินจากไป โดยไม่หันกลับมามอง


    คำพูดและกิริยาของหวางฟางเฟย เปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด จากเดิมที่เคยนั่งมองเขากินอาหารอย่างเงียบ ๆ จนเสร็จ ไม่พูดจารบกวน ไม่มีการโต้ตอบใด ๆ นางนิ่งเงียบดังสายน้ำค่อย ๆ ไหลผ่านไปอย่างช้า ๆ ไม่ดื้อรั้น ทั้งยังเชื่อฟัง เจียมเนื้อเจียมตัวตลอดเวลา กลับกันในยามนี้ สายตามุ่งมั่นของนางทำให้เขารู้สึกแปลกใจเป็๲อย่างมาก