การโจมตีประสาน
ฟางเฉินแสดงสีหน้าเคร่งเครียดทันทีเพราะการที่ชายสวมหน้ากากอีกาคนนี้อยู่ตัวคนเดียวก็แสดงว่าอีกฝ่ายมั่นใจในพลังของตัวเอง แถมโรงศพที่อยุ่ด้านหลังของชายหน้ากากอีกาก็ยังปล่อยกลิ่นอายที่อันตรายออกมาอีกด้วย“เหอะ คิดจะเอาข้าไปเป็นหุ่นเชิดงั้นเหรอ น่าขันเกินไปแล้ว แต่ข้าก็ดีใจที่ได้เจอเจ้าในที่แห่งนี้ หนี้แค้นที่พวกเจ้าลัทธิเทพอสูรสังหารน้องชายของข้าพวกเจ้าต้องชดใช้ด้วยความตาย” ถังเจี่ยอยู่ๆก็คำรามออกมาและระเบิดพลังที่น่าสะพรึงกลัวออกมาแรงกดดันอันหนักหน่วงทำให้แม้แต่ฟางเฉินยังต้องตื่นตระหนก เห็นได้ชัดว่าถังเจี่ยมีความแค้นฝังลึกกับพวกลัทธิเทพอสูรมากกว่าพวกฟางเฉินเสียอีก“โอ้ จิตวิญญาณนั้นที่แท้ก็เป็นคนของตระกูลถังนี่เอง อืมขอข้านึกก่อน เจ้าน่าจะเป็นลูกคนรองของหัวหน้าตระกูลถัง ถังเจี่ยสินะ ฮ่า ฮ่า ค่าหัวของเจ้านั่นสูงอย่างมากจริง ไม่คิดเลยว่าข้าจะโชคดีขนาดนี้” ชายหน้ากากอีกากล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มชั่วร้าย“เจ้าจะต้องตาย!!!!!!!!” ถังเจี่ยคำราและพุ่งเข้าหาชายหน้ากากอีกาทันทีค้อนในมือของถังเจี่ยเริ่มขยายออกและทุบลงไปที่ชายหน้ากากอีกาอย่างๆไร้ความปราณี“โอ๊ะ ค้อนสวรรค์ของตระกูลถังชั่งน่าหวาดกลัวจริง ๆ แต่ว่าข้าเองก็ไม่ได้อ่อนแอหรอกนะนายน้อยถังเจี่ย” ชายหน้ากากอีกากล่าวด้วยรอยยิ้มในตอนนั้นเองที่จิตวิญญาณรูปโลงศพก็ปรากฏและเมื่อโลงศพเปิดฝาออก โครงกระดูกขนาดใหญ่ก็โผล่ออกมาจากโลงศพด้านของหลังของชายหน้ากากอีกาทันที“วานรศิลาระดับ 8 งั้นเหรอ” อู่เย่หลานแสดงสีหน้าตื่นตระหนก“ถีงจะเป็นแค่โครงกระดูกแต่มันก็มีความทนทานและแข็งแกร่งอย่างมาก ชายคนนี้มีจิตวิญญาณที่น่ากลัวในการควบคุมศากศพได้สินะ” ฟางเฉินแสดงสีหน้าเคร่งเครียด“ตูม!!!!!!!!!” ค้อนของถังเจี่ยเข้าปะทะกับวานรศิลาทันที“อะไรกัน!!!!!!!!” ถังเจี่ยแสดงสีหน้าตื่นตระหนกที่โครงกระดูกของวานรศิลาสามารถรับการโจมตีของตัวเองได้“เหอ เหอ วานรศิลาตัวนี้ได้ถูกขัดเกลาด้วยทักษะที่ทรงพลังของพวกข้าทำให้โครงกระดูกของมันแข็งดุจเหล็กกล้า และด้วยการโจมตีแค่นั้นของเจ้าไม่มีทางทำอะไรวานรศิลาของข้าได้หรอก แล้วอีกอย่างข้าไม่ได้มีสมุนเพียงแค่นี้หรอกนะ” ชายหน้ากากอีกากล่าวด้วยน้ำเสียงชั่วร้ายทันใดนั้นเองโครงกระดูกของอสูรจำนวนมากก็ปรากฏออกมาเรื่อย ซึ่งนี่ทำให้ฟางเฉินต้องตื่นตระหนกอีกครั้ง“โลงศพนั่นมันอะไรกัน” ฟางเฉินคำรามออกมา“นั่นน่าจะเป็นอุปกรณ์ระดับเซียนประเภทมิติที่สามารถกักเก็บโครงกระดูกพวกนี้เอาไว้ได้จำนวนมาก” ถังเจี่ยคำราม“แบบนี้แย่แน่เราต้องถอยก่อน” อู่เย่หลานกล่าวเพราะโคงกระดูกที่ชายหน้ากากอีกาเรียกออกมานั้นล้วนเป็นอสูรระดับ 7 ถึง 8 เลยทีเดียว“ถ้าพวกมันยังมีชีวิตอยู่ข้าก็มั่นใจที่จะเอาชนะมันได้ แต่นี่พวกมันไม่มีวิญญาณเป็นเพียงหุ่นเชิดของชายคนนั้นเท่านั้น” ฟางเฉินกล่าว“เจ้าไม่ต้องห่วงข้ามีของดีติดตัวมาด้วย แต่ว่าเมื่อข้าสั่งสัญญาณเมื่อไหร่ให้พวกเจ้าใช้พลังโจมตีทั้งหมดโจมตีไปที่พวกโครงกระดูกเหล่านั้นทันทีเข้าใจหรือไม่” ถังเจี่ยกล่าว“พอดีข้าเองก็มีของดีมาเหมือนกัน ถึงจะไม่อยากใช้ในเวลานี้แต่ก็ไม่มีทางเลือกแล้ว” ฟางเฉินและถังเจี่ยสบตากันก่อนจะยิ้มออกมา“พวกเจ้าสองคนรอสัญญาณจากพวกข้าละ” ถังเจี่ยกล่าว“ถ้างั้นก็ไปกันเลย” ถังเจี่ยคำรามออกมาและพุ่งเข้าไปทันที“เหอ เหอ ดิ้นรยไปก็เปล่าประโยชน์วันนี้รางวัลค่าหัวของพวกเจ้าต้องเป็นของข้า” ชายสวมหน้ากากอีกากล่าว“จะเป็นอย่างงั้นแน่เหรอ งั้นเจ้าก็จงเบิกตามองให้ดี” ถังเจี่ยคำรามก่อนจะนำยันต์แผ่นหนึ่งออกมา“นั่นมันยันต์ทลายสวรรค์งั้นเหรอ!!!!!!!!!!!” สีหน้าของชายสวมหน้ากากอีกากล่าวด้วยความหวาดกลัวถังเจี่ยนำยันต์ทลายสวรรค์แปะไว้ที่ค้อนของตัวเอง และตอนนั้นเองที่จิตวิญญาณระดับศักดิ์สิทธิ์ของถังเจี่ยก็ปรากฎออกมา จิตวิญญาณค้อนสวรรค์ขยายใหญ่ขึ้นและเมื่อกระตุ้นกลังของยันต์ทลายสวรรค์เพิ่มเข้าไปทำให้พลังอำนาจของค้อนสวรรค์เพิ่มขึ้นจนน่าเหลือเชื่อ“ลองเจอนี่ ค้อนสวรรค์ทลายโลกา” ถังเจี่ยคำรามและฟาดค้อนออกไป“อย่าลืมหาอีกคนสิ” ฟางเฉินกล่าวก่อนจะนำลูกเหล็กออกมาทั้งหมด 20 ลูกแต่ละลูกคือระเบิดเพลิงอสนีที่ไม่มีใบมีดอยู่ด้านใน สำหรับระเบิดที่มีใบมีดอยู่ด้านในนั้นฟางเฉินเอาไว้ใช้ในช่วงที่เจอเหตุการณ์อันตรายมากจริง ๆ“ระเบิดไปซะ” ทั้งสองคนคำรามออกมาพร้อมกัน“ตูม!!!!!!!!!!!!!!!”พลังอำนาจของทั้งสองทำให้โครงกระดูกจำนวนมากที่ปกป้องชายหน้ากากอีกาอยู่ไม่สามารถทนได้และกระดูกเริ่มแตกร้าบก่อนจะหักลงในที่สุด“ตอนนี้แหละโจมตีเจ้านั่นเลย” ฟางเฉินคำรามออกมา“ไว้ใจพี่สาวได้เลย” อู่เย่หลานกล่าวพร้อมกับนำลูกดอกสีฟ้าออกมาซึ่งลูกดอกลูกนี้มีไอเย็นที่น่าหวาดกลัวแผ่ออกมา“ข้าจะเปิดทางให้” เย่เซียนกล่าวและยกกระบี่ขึ้น“วิ้ง!!!!!!!!” ลำแสงกระบี่ปะทุออกมาก่อนจะขยายใหญ่ขึ้น“กระบี่ผ่าปฐพี” เย่เซียนฟาดฟันกระบี่ออกไปทำให้โครงกระดูกระดับ 7 ที่ยืนขวางทางวิถียิ่งของอู่เย่หลานแตกระจายออกไปทันที“ขอบใจศิษย์น้องมาก คราวนี้ก็ถึงตาขาแล้ว” อู่เย่หลานกล่าวด้วยรอยยิ้มและปล่อยศรออกไปศรของอู่เย่หลานหลายเป็นวิหคเหมันต์ตัวหนึ่งพุ่งทะยานเข้าหาชายสวมหน้ากากอีกาอย่างรวดเร็ว การโจมตีของทั้ง 4 คนนั้นทั้งรวดเร็วและต่อเนื่องกันโดยไม่ติดขัดเลยแม้แต่น้อย“ไม่เป็นไปไม่ได้ พวกเจ้าจะสังหารข้าไม่ได้ไม่อย่างงั้นพวกเจ้าจะต้องถูกท่านหัวหน้าตามล่าสังหารแน่” ชายสวมหน้ากากอีกาคำรามออกมาด้วยความหวาดกลัวแต่ลูกศรที่ปล่อยออกไปแล้วไม่มีทางหยุดได้ ลูกศรได้ทะลวงร่างของชายสวมหน้ากากอีกาจนร่างกลายเป็นน้ำแข็งและแตกสลายไปในทันทีเหลือไว้แต่แหวนมิติและอุปกรณ์ต่าง ๆ“เห้อ อันตรายจริง ๆ แค่พวกมันแค่คนเดียวก็กดดันหใพวกเราทั้งสี่ต้องใช้ไพ่ตายในมือออกมาจนได้” ฟางเฉินกล่าวและหยิบแหวนมิติขึ้นมาดู“เจ้านี่อย่างน้อยก็อยู่ในระดับหัวหน้าหน่อยอย่างแน่นอน แต่การที่มันบอกว่ายังมีระดับหัวหน้าของตัวเองอีกก็แสดงว่าครั้งนี้ลัทธิเทพอสูรได้ส่งกองกำลังหัวกะทิของตัวเองเข้ามาในเส้นทางวิญณาณแล้วและเป็นไปได้ว่าในทุ่งหญ้าแห่งการสังหารจะต้องมีการนองเลือดครั้งยิ่งใหญ่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน” ถังเจี่ยกล่าว“นั่นสินะ ระเบิดเพลิงอสนีของข้าเองก็เหลือไม่มากดูเหมือนข้าจะต้องรีบหลอมเพิ่มแล้ว” ฟางเฉินกล่าวพร้อมกับนำเตาหลอมขนาดใหญ่ออกมาจากแหวนมิติ“น้องชายเจ้าสามารถหลอลูกดอกให้กับข้าได้หรือไม่ ข้ามีวัสดุอยู่” อู่เย่หลนกล่าวปกติคนตระกูลอู้จะไม่จำเป็นต้องใช้ลูกดอกในการยิงเก้าทัณฑ์แต่ใช้พลังปราณแทน แต่ว่าลูกดอกของอู่เย่หลานนั้นไม่ธรรมดามันเป็นอาวุธสังหารที่ใช้ตัดสินแพ้ชนะกับศัตรูได้เลย“ขอแค่ไม่ระดับสูงเกิดไปข้าก็สามารถทำได้ ด้วยพลังของข้าตอนนี้ลูกดอกระดับครึ่งเซียนก็น่าจะไม่มีปัญหา” ฟางเฉินกล่าว“นี่น้องชาย เจ้าเป็นสัตว์ประหลาดหรือยังไงทำไมเจ้าทำเป็นทุกอยน่างเลยละ ทั้งปรุงยา วางค่ายกล ใหนจะหลอมอาวุธอีก” ถังเจี่ยถึงกับกล่าวออกมาด้วยสีหน้ารับไม่ได้เขาไม่คิดว่าฟางเฉินจะเป็นอัจฉริยะในทุกๆด้านแบบนี้