หิมะยังคงโปรยปรายอยู่ กลางศาลามีร่างสวมชุดสีดำนั่งอยู่อย่างเงียบงัน ในมือถือม้วนหนังสือ อ่านกองแล้วกองเล่า มีคราหนึ่งเท่านั้นที่เงยหน้าขึ้นมาเพื่อสั่งให้จุดตะเกียงเพิ่มอีก นัยน์ตาสีอ่อนเหลือบเทาทอดมองไปยังดอกไม้เหี่ยวเฉาที่จมอยู่กลางหิมะขาวโพลนอย่างหม่นหมองในความมืด
แผนจัดการระยะสั้นที่หารือกับเสนาบดีฝ่ายขวาเมื่อวันก่อนเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น โดยแผนระยะสั้นคือการให้ขุดน้ำบาดาลขึ้นมาใช้ก่อน อย่างไรน้ำบาดาลก็ยังสะอาดอยู่ แต่กำชับว่าให้ต้มก่อน เพราะเท่าที่สังเกต น้ำที่ปนเปื้อนคือน้ำที่มาจากสายหลัก จากบนเขาที่อยู่ต้นน้ำ พรุ่งนี้ฉีคุนจะให้ฟ่านเฉินนำกำลังคนสามกองของกองม้ารักษาการณ์ประจำเมืองขึ้นไปบนภูเขาเพื่อสำรวจเส้นทางของน้ำให้ดี เพื่อหาสาเหตุของน้ำสะอาดที่ปนเปื้อน ถึงกระนั้นก็มีคาดเดาเอาไว้แล้วว่าเรื่องนี้คงไม่ง่ายนัก มีไม่กี่เหตุผลที่จะสามารถทำให้น้ำสะอาดปนเปื้อนได้เช่นนี้อีกทั้งแม้จะรู้สาเหตุแต่ไม่แน่ว่าจะมีวิธีจัดการ จึงให้ม้าเร็วควบไปแจ้งไปแจ้งยังรัฐอื่นๆ ที่มีแม่น้ำไหลผ่านเช่นกัน เช่นรัฐหลู่ รัฐซ่ง รัฐฉู่และรัฐเยียน เพื่อให้ระวัง ไม่เผลอดื่มน้ำที่ยังไม่รู้ว่ามีอะไรปนเปื้อนเข้าไปและให้แต่ละรัฐเขียนรายงานและส่งตัวอย่างน้ำกลับมาให้ด้วยเพื่อตรวจสอบ
น้ำอุปโภคบริโภคทั้งหมดของรัฐฉีไหลลงมาจากบนเขาที่ติดกับรัฐเยียน ด้วยภูมิศาสตร์ของทั้งสองรัฐทำให้อาศัยต้นน้ำแหล่งเดียวกัน โดยน้ำจะไหลผ่านรัฐเยียนลงมาสู่รัฐฉี ผ่านไปยังรัฐหลู่ รัฐซ่งและรัฐฉู่ เป็นลำดับ แต่ไม่ได้หมายความว่าสาเหตุของการปนเปื้อนน้ำจะเกิดจากการเล่นสกปรกของเยี่ยนอ๋อง เรื่องเช่นนี้ไม่มีคนหน้าด้านคนใดกล้าทำ การคิดจะล้อเล่นกับปากท้องของประชาชนไม่ใช่เรื่องที่อ๋องแต่ละรัฐจะทำได้ ต่อให้อยากเอาชนะหรือตัดตอนกำลังรัฐใดรัฐหนึ่งมากแค่ไหนก็ตาม เพราะฉะนั้นแล้วเรื่องนี้จริงไม่ชอบมาพากล ดีที่จื่อหย่งเอารายงานมาให้ดูโดยไม่ชะล่าใจว่าเป็นปัญหาเล็กน้อยที่อยู่ท่ามกลางปัญหาภัยหนาวที่ดูจะรุนแรงกว่า ฉีคุนเองไม่คิดเช่นนั้น มีชาวบ้านผู้หนึ่งที่อาศัยอยู่แถบชานเมืองระบุมาว่าชาวบ้านในหมู่บ้านป่วยและตายไปทีละคนสองคนในอาการเดียวกัน คือท้องเสีย เป็นไข้ ปวดหัว บางรายอาเจียนตายภายในห้าวัน เพียงระยะเวลาสั้นๆ ห้าวันก็ตายไปเกือบห้าสิบคน ฉีคุนให้จื่อหย่งไปตรวจสอบ เมื่อพบว่าน้ำปนเปื้อนก็ประกาศคำสั่งห้ามริโภคน้ำทันทีในแถบนั้น ทั้งยังให้คนตรวจสอบน้ำในเมืองของตนก่อนจะบริโภค ผลปรากฏว่าทั้งรัฐ น้ำปนเปื้อนทั้งหมด แต่ยังไม่ทราบว่าปนเปื้อนจากอะไรและยังไง
ตอนนี้จึงให้คนเร่งหาวิธีรักษาอาการจากโรคระบาดให้เร็วที่สุด
ยิ่งค่ำอากาศยิ่งหนาว ทว่าฉีคุนยังคงนั่งอยู่อย่างนั้นจนถึงยามซวี เสียงตีบอกโมงยามดังขึ้น ฉีคุนจึงย้ายตัวเองจากศาลาไปอ่านหนังสือต่อที่ห้อง เพื่อรอรายงานจากจื่อหย่ง จนถึงเช้าตรู่วันถัดมาโดยไม่ได้นอน สาวรับใช้เข้ามาพร้อมอ่างน้ำอุ่นๆ และอาภรณ์ชุดใหม่ ฉีคุนยกมือสั่งให้คนออกไปก่อนจะจัดการตัวเองผู้เดียว เมื่อผลัดเปลี่ยนอาภรณ์จากุดสีดำมาเป็นชุดว่าราชการสีน้ำเงินก็ถึงเวลาอาหารเช้า โดยมียาที่ต้องกินก่อนอาหาร
“ยาเจ้าค่ะท่านอ๋อง”
ฉีคุนรับถ้วยยาสีคล้ำมาดื่มทีเดียวหมด รสชาติข่มฝาดไหลลงสู่ลำคอ ก่อนจะใช้ผ้าเช็ดปากที่มุมเล็กน้อย แล้วกินอาหารเช้าจืดชืดที่ไร้รสชาติใดๆ อย่างรวดเร็ว เป็นข้าวชามหนึ่ง ผัดผักหนึ่ง น้ำแกงหนึ่ง กินไปได้ไม่เท่าไหร่ก็วางตะเกียบลง แล้วให้คนเก็บไปเลย ทั้งนั่งอ่านม้วนหนังสือรายงงานประจำวัน
ผ่านไปหลายชั่วยาม เสียงฝีเท้าคุ้นเคยก็ดังขึ้นที่หน้าประตู ฉีคุนไม่รอให้อีกฝ่ายขออนุญาต ก็ชิงอนุญาตก่อนเลย “เข้ามาได้”
เป็นจื่อหย่งที่สวมชุดคลุมกันหนาวสีขาว บนศีรษะมีหมวกของราชบัณฑิตที่มีหิมะเกาะประปราย ชุดปักลายเมฆาตรงชายเสื้อมีคราบดินเล็กน้อยรองเท้าก็เปื้อนโคลน สภาพเรียกได้ว่ารีบเร่งสุดชีวิตแต่ก็ไม่มีทางเลือก สถานการณ์ไม่เอื้อให้ช้าได้แม้แต่ก้าวเดียว จื่อหย่งคาราวะก่อนจะเคลื่อนกายไปถวายม้วนรายงานที่ตนรวบรวมมาทั้งคืนโดยไม่ได้หลับไม่ได้นอน แต่นั้นไม่ใช่เรื่องสำคัญ เท่าที่ดู ท่านอ๋องเองก็ไม่น่าจะได้นอนเช่นกัน
“ไม่ทราบว่าเป็นโรคอะไร ทั้งยังไม่มีวิธีรักษา?” น้ำเสียงติดราบเรียบ แต่แฝงความไม่ชอบใจ
“เรียนท่านอ๋อง ท่านหมอทั่วนครต่างลงความเห็นเช่นนี้ขอรับ กระหม่อมให้ท่านหมอที่มีชื่อเสียงและเก่งกาจทำการรักษาแต่ไม่มีผู้ใดช่วยได้ ได้แต่เพียงรักษาตามอาการ แต่ท่านหมอท่านหนึ่งกล่าวว่าอาจจะเป็นโรคที่เกิดจากสัตว์ปีกที่ปนเปื้อนมากับน้ำขอรับ ประจวบเหมาะกับที่ท่านอ๋องให้ฟ่านเฉินไปสืบที่เขาวันนี้ ชาวบ้านที่พบเรื่องเข้าก็ไปเล่าให้ฟ่านเฉินฟัง ฟ่านเฉินจึงให้ชาวบ้านผู้นั้นมาหากระหม่อม กระหม่อมได้ฟังว่าเกิดอะไรขึ้น ชาวบ้านผู้นี้เล่าว่าเคยเห็นคนผู้นี้นำเอาไก่ป่าที่ตายไปทิ้งบนเขา เมื่อคำนวณระยะเวลาดูก็พบว่าเป็นเมื่อสัปดาห์ก่อน ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์โรคระบาด หลังจากควานหาตัวอยู่หนึ่งชั่วยามก็พบว่าเป็นพ่อค้าคนหนึ่ง วันนี้จึงได้พาตัวคนมาให้อธิบายแก่ท่านอ๋องเอง”
การขนซากไก่ป่าไปทิ้งบนเขาต้องใช้รถลากขนาดใหญ่หลายสิบคัน ชาวบ้านที่เข้าไปหาของป่าแถวนั้นบังเอิญพบเข้า เมื่อเห็นว่าแม่ทัพฟ่านเฉินนำกำลังไปตรวจแถวนั้นแต่เช้าตามคำสั่งของท่านอ๋องจึงจึงกล้าๆ กลัวๆ ไปบอกเรื่องนี้ ฟ่านเฉินจึงให้คนพร้อมม้าเร็วส่งตัวชาวบ้านผู้นี้มาหาจื่อหย่งที่กำลังสืบเรื่องโรคอยู่เช่นกัน ส่วนฟ่านเฉินขึ้นไปเก็บหลักฐานที่บนเขา เมื่อจื่อหย่งได้ฟังก็รู้แล้วว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกัน จึงให้ชาวบ้านผู้นี้ลองบอกเล่าใบหน้าและท่าทางของชายผู้ต้อสงสัย โชคดีที่ในระยะเวลานั้นมีรถม้าไม่กี่คันที่ผ่านไปแถวนั้น ไม่นานจื่อหย่งก็สืบได้แต่พบว่าคนผู้นั้นได้ตายไปแล้ว จึงจับตัวมาแค่นายหน้าคนกลาง
“นำตัวคนเข้ามา”
จื่อหย่งพยักหน้าให้ทหารนำตัวคนเข้ามานั่งคุกเข่าต่อหน้าฉีอ๋อง คนผู้นี้เป็นพ่อค้าคนกลางที่ทำการค้าตามชายแดน รูปร่างท้วม หน้าตาดูธรรมดา แต่สายตาลอกแลกคู่นั้นดูเช่นไรก็ไม่ใช่คนใจซื่อมือสะอาด ทันทีที่เข้ามาถึงก็คุกเข่าโขกศีรษะกับพื้น ตัวสั่นราวกับลูกนก ในหัวไม่มีความรู้สึกอยากจะโป้ดมดเท็จ แต่จะรับสารภาพเลยก็กลัวหัวขาด
“คาราวะท่านอ๋อง ท่านอ๋องโปรดเมตตา กระหม่อมผิดไปแล้ว กระหม่อมสำนึกแล้วขอรับ! กระหม่อมแค่เอาเป็นตัวกลางเท่านั้น ไม่ได้ทำอะไรผิดเลยขอรับ”
เมื่ออยู่เบื้องหน้าของฉีอ๋องก็รู้สึกหวาดกลัวจับใจ แทบจะอยากคลานเข้าไปเอาหัวแนบกับฝ่าเท้าเพื่อขอความเมตตาราวกับมุสิกตัวหนึ่ง ว่ากันว่าฉีอ๋องเป็นเจ้าผู้ครองรัฐที่เที่ยงธรรมและใส่ใจปวงประชาอย่างมาก แต่ยามตัดสินโทษหรือออกคำสั่งก็เด็ดขาด ไม่มีความลังเล ใบหน้าราบเรียบที่เผลอเหลือบมองไปเมื่อครู่ทำเอาหยาดเหงื่อผุดพราวในเช้าวันที่อากาศหนาวจัด
“อธิบายมาว่าเหตุใดเจ้าถึงนำไก่ป่าไปทิ้งบนเขา หากพบว่าเจ้าเอ่ยถ้วยคำโกหกแม้ครึ่งคำ ข้าไม่เอาเจ้าไว้แน่” เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องทั่วไป คนปกติที่ไหนจะเอาซากป่าไปทิ้งบนเขาที่ห่างไกลเช่นนั้น ระยะทางจากเมืองถึงตนเขาเวลาอย่างน้อยสามชั่วยามและจากตีนเขาขึ้นข้างบนก็ใช้เวลานานกว่านั้นอีก สายตาเข้มงวดมองจ้องไปยังพ่อค้า ทำเอาพ่อค้าน้ำตาเริ่มเอ่อคลอ หวาดกลัวจับจิต
“ระ...เรื่องเป็นเช่นนี้ขอรับ กระหม่อมได้ติดต่อกับพ่อค้าคนหนึ่งที่ซื้อไก่ป่ามาจากชาวเผ่าม่อจื่อเมื่อสองสัปดาห์ก่อน เขาพบว่าไก่ป่าที่ซื้อมาหลายหมื่นตัวได้ตายลงไปวันละสองสามตัว ในทีแรกเขาก็ไม่เอะใจอะไร ยังเอาไก่ป่าที่ตายไปให้เพื่อนบ้านต้มกินเห็นว่าไม่เป็นไรจึงได้วางใจ ด้วยสภาพอากาศหนาวจัดทำให้การขนส่งมีปัญหา เส้นทางถูกหิมะถล่ม ไม่อาจสัญจร เขาที่ตั้งใจจะขายไก่ป่าให้หมดภายในวันสองวันก็เลยต้องลากยาวไปหลายวัน ไม่คาดว่าในระหว่างนั้นไก่ป่าของเขาที่ยังขายไม่หมดบางส่วนก็พากันซึม ท้องร่วง ไม่กินอาหารและตายลงไปกว่าหลายร้อยตัว เขาร้อนใจมากเพราะเอาเงินไปลงทุนกับไก่ป่าหมดแล้วจึงติดต่อกระหม่อมมาว่าต้องการขายไก่ป่าราคาถูกสุดๆ ให้หาตลาดให้ที
กระหม่อมหน้ามืดตามัวไปชั่วครู่จึงตกลงเป็นนายหน้า ตอนนั้นเองที่มีคนจากรัฐหลู่ติดต่อมาเหมาไก่ แต่คนจากรัฐหลู่อยากจะมาดูไก่ที่ฟาร์มเองก่อนตัดสินใจ ดังนั้นกระหม่อมกับเขาจึงต้องรีบหาทางกำจัดไก่ป่าที่ป่วยและตายเพื่อไม่ให้มีพิรุธ...ดังนั้นกระหม่อมจึงบอกให้เขานำซากไก่ที่ตายไปทิ้งบนเขา ให้ไกลที่สุดไม่งั้นพอเรื่องไก่ของเขาที่ตายหลุดออกไป คงขายไก่ไม่ออกแม้แต่ตัวเดียว แต่หลังจากนั้นไม่นานเขาก็ตายลงขอรับ กระหม่อมเองก็รู้อยู่แล้วว่าเป็นโรคนตอนแรกจึงป้องกันตัวเองตลอด จึงไม่ติดโรคขอรับ ท่านอ๋องขอรับ กระหม่อมไม่ได้เจตนา กระหม่อมไม่ได้ตั้งใจจะปิดบังเรื่องนี้ เพียงแค่กระหม่อมไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องร้ายแรง” พูดจบก็โขกศีรษะจนเกิดเสียง สีหน้าดำมืดของฉีอ๋องเหมือนกับอาวุธแหลมคมที่จ่ออยู่ไม่ห่างจากลมหายใจแล้ว
“เจ้ารู้หรือไม่ว่าเพราะความเห็นแก่ตัวของเจ้า ได้ทำให้เกิดเรื่องราวร้ายแรงแค่ไหนขึ้นมา!” ฉีคุนกล่าวเสียงกร้าว มีไม่กี่ครั้งที่ใบหน้าของฉีอ๋องจะแสดงอารมณ์
“ท่านอ๋องโปรดเมตตา! ท่านอ๋องโปรดอภัยด้วย!กระหม่อมสำนึกแล้ว กระหม่อมไม่ทำแล้วขอรับ! ท่านอ๋องได้โปรด กระหม่อมไม่ทราบ กระหม่อมทำไปโดยไม่รู้!” หน้าผากที่โขกก็โขกไป น้ำตาที่ควรไหลก็ไหล ในยามนี้พ่อค้าหวาดกลัวจับจิต ตัวสั่นเทาไปทั้งร่าง
“พาตัวไปศาลตุลาการรอการไต่สวนรับโทษ!”
“ท่านอ๋องได้โปรดเมตตา!...” ปากที่อ้ากว้างก็ถูกอุด สองแขนถูกหิ้วปีกแล้วลากออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว ในห้องพลันเงียบลงอีกครั้ง
ฉีคุนครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยถ่ายทอดคำสั่ง “สั่งการลงไปให้ฆ่าสัตว์ปีกทั้งหมดในรัฐ ส่วนคนป่วยให้แยกออกมา ห้ามอยู่ปะปนกับคนอื่น พร้อมกับส่งหมอไปดูแลอย่าให้ขาด อาหารและน้ำต้องสะอาดและต้มสุก รวมทั้งให้จัดการกับร่างของผู้เสียชีวิตได้อย่างเดียวคือเผา ห้ามฝังเด็ดขาด ข้าจะเขียนจดหมายไปยังรัฐหลู่ เตือนพวกเขาเรื่องไก่ป่าที่ซื้อไป หวังว่าจะยังคงทัน...”
“ขอรับท่านอ๋อง กระหม่อมจะรีบไปดำเนินการเดี๋ยวนี้”