เข้าสู่เมืองคลิทฟอร์ด
และแล้วประตูทางออก ก็ถูกเปิดออก และทั้ง 3 คนก็ได้เดินออกมาเพื่อเตรียมพร้อมเดินทางเข้าสู่เมืองคลิทฟอร์ด โดยมีพนักงานทั้ง 2 คนออกมายืนส่งที่หน้าประตูพร้อมโบกมืออำลา และพนักงานคนหนึ่งก็พูดขึ้นว่า“ขอให้ท่านผู้กล้าทั้ง 3 สนุกกับการออกผจญภัยนะคะ” ทั้ง 3 คนเมื่อได้ยินที่พนักงานพูดก็โบกมือเพื่ออำลา และโค้งคำนับพร้อมกัน เพื่อเป็นการขอบคุณพนักงานทั้ง 2 คน จากนั้นทั้ง 3 คนก็ค่อยๆ เดินจากไป จนลับตาเมื่อทั้ง 3 คนได้จากไปแล้ว พนักงานทั้ง 2 คนก็พูดคุยกันว่า“คาร่า เธอคิดว่า พวกเขาจะเป็นผู้กล้าในตำนานรึเปล่า”“ไม่รู้สิ แต่ที่บอกได้แน่ๆ พวกเขาโชคดีมากๆ เลยนะที่ได้ item เหล่านั้นไป โดยเฉพาะเจ้าเด็กหนุ่มที่ชื่อ เฟกัส”“นั่นน่ะสิ เพราะปกติเราไม่เคยมีบริการสลักชื่อฟรี ให้กับผู้กล้าที่มาใหม่ไม่ใช่เหรอ เธอคงเห็นอะไรบางอย่างจากพวกเขาสินะ”คาร่าไม่ได้ตอบคำถามอะไร ได้แต่ยิ้มบางๆ เหมือนคนกำลังมีความสุขกลับมาที่กลุ่มของกัส...“นี่กัสนายว่ามันจะมีอะไรสนุกๆ ให้เราเล่นบ้างนะ” เกลสอบถามกัสที่ถูกตั้งให้เป็นหัวหน้ากลุ่มไปโดยปริยายในตอนนี้“เอาจริงๆ นะ จากที่ฉันเล่นเกมมาเยอะฉันคิดว่า ที่เราเจออยู่ตอนนี้มันเหมือนในเกมมาก แต่นี่มันคือเรื่องจริง และฉันคิดว่า...” กัสคิดจะพูดต่อแต่ก็เงียบไปคูเน่หันมามองกัส จากนั้นก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ“เอาน่า เรามาเที่ยวกันให้สนุกดีกว่า ฉันไม่เคยทำอะไรแบบนี้เลย ตื่นเต้นจัง ตอนแรกฉันก็กลัวมากๆ เลยนะ แต่พอมีกัส กับ คูเน่ อยู่ด้วยฉันก็ไม่กลัวอีกเลย” เกลพูดออกมาอย่างอารมณ์ดีกัสจึงตัดสินใจเปลี่ยนเรื่องพูดเพื่อให้บรรยากาศสนุกสนานแบบที่เกล คาดหวังไว้“ถ้างั้น เพื่อให้พวกเราอินไปกับการผจญภัยในครั้งนี้ ฉันขอตั้งเงื่อนไขซักนิดหน่อยก็แล้วกันนะ การเดินทางครั้งนี้จะได้สนุกกันยิ่งขึ้น”ทั้ง 2 คนพยักหน้าหงึกๆ“ข้อแรก จากนี้ไป ต้องเรียกชื่อทุกคนตามที่เราลงทะเบียนไว้ และพวกเราจะเรียกชื่อเดิมของพวกเราก็ต่อเมื่ออยู่กันเอง แค่ 3 คนเท่านั้นตกลงมั้ย?”“ตกลง” ทั้งเกล และ คูเน่ พูดขึ้นพร้อมกัน“งั้นมาลองขานชื่อของตัวเองกันซักหน่อยดีกว่านะ จะได้จำได้ เวลาพวกเราเข้าไปในเมืองจะได้ไม่ลืมชื่อของตัวเอง“ฉัน เฟกัส ไอน์ โลเดย์ฮาล” กัสเริ่มพูดชื่อตัวเองเป็นคนแรก“ฉัน ฟาเกล ไอน์ โลเดย์ฮาล จ้า”“และฉัน โฟคูเน่ ไอน์ โลเดย์ฮาล”เมื่อทั้ง 3 คนพูดชื่อตัวเองจบ ก็หัวเราะกันอย่างสนุกสนาน จากนั้นกัสก็เริ่มพูดต่อไปว่า“ข้อที่สอง ฉันคิดว่า เรามาตั้งชื่อกลุ่มของพวกเรากันดีกว่านะ และฉันก็คิดชื่อเอาไว้แล้วด้วย กลุ่มของเราจะใช้ชื่อว่า ‘Co-Fate’ ที่แปลว่า ผู้ร่วมชะตากรรม เจ๋งดีมั้ย เหตุผลก็เพราะพวกเรานั่งรถไฟฟ้าขบวนนั้นมาพร้อมกันไง ดังนั้นพวกเราทั้ง 3 คนคือผู้ร่วมชะตากรรมเดียวกัน ฮ่า ฮ่า ฮ่า”“ฉันชอบชื่อนี้” คูเน่บอกกัส“ฉันก็ชอบชื่อนี้นะ” เกลก็บอกกัส เช่นกัน“งั้นเรามาดูจาก หนังสือคู่มือนักผจญภัยมือใหม่ กันก่อนดีกว่า ว่าเราต้องทำอะไรกันบ้างวันนี้” กัสพูดจบก็หยิบหนังสือคู่มือออกมาและเริ่มวางแผน“จากที่ดูคู่มือ เราต้องรีบซื้อพวกของใช้จำเป็นกันก่อนนะ แล้วก็สำรองเงินไว้เป็นค่าโรงแรมด้วยกับค่ากินด้วย เพราะช่วงแรกถ้าไปค้างในป่ามันจะอันตรายเกินไป ของใช้จำเป็นที่พวกเราต้องเตรียมหาซื้อก็มี- น้ำยาเพิ่ม HP- คบไฟเวทมนตร์- เต้นท์- สมุดโน๊ตกับปากกา- เบ็ดตกปลา- กระติกน้ำ- ถังเก็บวัตถุดิบ- ฯลฯ”“เดี๋ยวก่อนๆ กัส นายคิดว่าพวกเรามีเงินอยู่เท่าไร แล้วนายเองนั่นแหละ ยิ่งหนักเลย นายเหลือเงินอยู่เท่าไร” คูเน่พูดขัดกัสขึ้นมา และเป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้ อาจจะเป็นเพราะที่กัสเสนอมา มันอาจจะใช้เงินมากไปก็ได้“อืม นั่นสินะ ฉันก็ลืมไป แต่เรื่องการจัดการเรื่องเงิน ฉันไม่ค่อยจะถนัดน่ะ นายดูเหมือนจะเก่งในเรื่องเงินมากเลยนะ เห็นอาชีพที่นายเลือก ก็เลือกอาชีพพ่อค้าด้วยนี่ ถ้ายังไงถ้าเกี่ยวกับเรื่องเงิน หรือค่าใช้จ่ายของพวกเรา ให้คูเน่ช่วยจัดการให้ทีได้มั้ย”“ถ้าเป็นเรื่องเงิน กับค่าใช้จ่าย ไม่มีปัญหา ให้ฉันเป็นคนจัดการดีกว่า ขืนให้นายจัดการมีหวังเงินของพวกเรา ไม่เหลือแน่” คูเน่เมื่อพูดถึงเรื่องเงินดูจะจริงจังและพูดเยอะเป็นพิเศษทีเดียว“ฮ่า ฮ่า ฮ่า งั้นก็ตกลงตามนี้นะ นายเป็นคนจัดการเรื่องเงินของพวกเรา Co-Fate แล้วกันนะ แล้วจะต้องซื้ออะไรบ้างล่ะ” กัส รู้สึกดีใจที่คูเน่มาช่วยจัดการเพราะรู้ว่าตัวเองยังติดนิสัยใช้เงินแบบไม่มีลิมิตอยู่“ฉันว่า พวกเราควรจะรีบเข้าเมืองไปก่อนดีกว่า เพื่อไปสำรวจราคาของต่างๆ ในเมืองก่อน แล้วค่อยตัดสินใจกันอีกทีว่า เราจำเป็นต้องซื้ออะไรบ้างให้พอดีกับเงินที่พวกเรามีอยู่โดยเฉพาะนาย เฟกัส” คูเน่เสนอความคิดเห็นและเริ่มเรียกชื่อใหม่ ของกัส ตามที่ตกลงกันไว้“ดีๆ พวกเราจะได้เข้าเมืองกันแล้ว” เกล พูดด้วยน้ำเสียงดีใจสุดๆเมื่อตกลงกันได้เรียบร้อย ทั้งหมดก็เดินมุ่งหน้าเข้าสู่เมืองคลิทฟอร์ด ในทันทีและเมื่อทั้ง 3 คนเดินทางมาถึงประตูทางเข้าทหารก็สอบถามชื่อเพื่อใช้ลงทะเบียนและทำบัตรก่อนเข้าเมือง ที่เมืองคลิทฟอร์ด เป็นเมืองเริ่มต้น ทั้ง 3 คนจึงไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมในการทำบัตรเข้าเมืองเมื่อได้บัตรเข้าเมืองมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้ง 3 คนก็รีบเดินเข้าประตูเมืองกันโดยทันทีเมื่อเข้าไปในเมืองทั้ง 3 คนก็รู้สึกตื่นตาตื่นใจมากๆ เพราะมีร้านค้าเต็มไปหมดและมีผู้คนเดินไปมากันเต็มถนนที่อยู่ตรงหน้าเลยทีเดียว เมื่อมองไปรอบๆ ทั้ง 3 คน สังเกตุเห็นผู้คนของเมืองนี้มีลักษณะแปลกๆ เช่น หูยาว ตัวเตี้ย หรือมีหางและมีหูเหมือนพวกสัตว์ กัสกับคูเน่ หันมามองหน้ากัน และไม่ได้พูดอะไร ส่วนเกล นั้นมีสีหน้าตกใจและรู้สึกกลัวขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด“นี่ ฉันว่าพวกเราลองไปดูโรงแรมที่พักกันก่อนดีกว่านะ” คูเน่รีบพูดขึ้นมา“อื้อๆ ดีเหมือนกัน ฉันอยากเห็นโรงแรมที่เมืองนี้ ว่าห้องพักจะสวยมากรึเปล่า” กัสก็รีบชวนเพื่อให้เกลรู้สึกกลัวน้อยลง แต่เมื่อเริ่มเดินเกลก็รีบเดินมาเกาะแขนของกัสในทันที และมีท่าทางกลัวอย่างเห็นได้ชัดคูเน่พอจะเดาเหตุการณ์ต่างๆ ตอนนี้ได้ จึงรีบเดินนำทั้ง 2 คนและเลือกเข้าไปที่โรงแรมแรกที่เจอในทันที คูเน่ เลือกเช่าห้องพักสำหรับ 4 คนนอนและรีบพาเกลและกัส ขึ้นห้องไปในทันที โชคดีที่ค่าโรงแรมที่พักที่พวกเขาเข้ามาราคาไม่แพง ค่าห้องพักสำหรับ 4 คนราคาเพียงแค่ 800 ดามพ์ เท่านั้นเมื่อเข้ามาถึงในห้องคูเน่ก็พูดขึ้นมาว่า “เฟกัส นายคงต้องพูดให้ฟาเกล เข้าใจเรื่องราวทั้งหมดแล้วล่ะ เธอจะได้เข้าใจสถานการณ์ในตอนนี้”กัสสูดหายใจเข้าออกอยู่ 2 รอบ และเริ่มพูดขึ้นมาว่า “ฟาเกลเธอเชื่อมั่นในพวกฉันทั้ง 2 คน ใช่มั้ย”ดวงตาของเกลยังกลัวอยู่อย่างเห็นได้ชัด แต่ก็พยักหน้าทันที เมื่อกัสสอบถามขึ้นมา“ฟาเกลฉันขออธิบายเรื่องราวในตอนนี้ตามที่ฉันเข้าใจให้เธอฟังนะ ขอให้เธอค่อยๆ ฟังมันให้จบ จากนั้นฉันยินดีจะตอบคำถามเธอทุกคำถาม และพวกเราจะไม่ทิ้งกัน ตกลงมั้ย”เกลพยักหน้าให้กัส เพื่อบอกให้รู้ว่าเข้าใจ“ฉันขอเริ่มเลยนะ ฉันคิดว่าที่ๆ พวกเราอยู่กันในตอนนี้ คือโลกอีกโลกนึง ถ้าจะให้พูดให้เธอเข้าใจง่ายๆ ตอนนี้เราเหมือนมาอยู่ในโลกของเกมแฟนตาซี ซึ่งมันไม่ใช่เกม แต่มันเป็นเรื่องจริง ดังนั้นพวกเราจะต้องอยู่ในโลกแห่งนี้ที่อาจจะเป็นที่ใดที่นึงในโลกหรืออาจจะเป็นอีกโลกหนึ่งเลยก็ได้ และเราจะไม่สามารถกลับไปโลกเดิมได้ในเร็วๆ นี้แน่นอน จนกว่าเราจะทำภารกิจอะไรบางอย่างให้สำเร็จ เสียก่อน”เมื่อถึงประโยคนี้เกลที่นั่งฟังอยู่เงียบๆ . บนเตียงก็น้ำตาลื้นขึ้นมา แต่กัสยังคงพูดรายละเอียดตามที่ตนเองเข้าใจต่อไป“ซึ่งถ้ามันเหมือนกับพวกเกมที่ฉันเคยเล่นมา พวกเราคงต้องเพิ่ม level ของตัวเองและต่อสู้ไปเรื่อยๆ ซึ่งในระหว่างนั้นเราก็คงต้องสืบหาความจริงและหาทางกลับโลกของพวกเรากันต่อไป”“ส่วนเรื่องผู้คนที่เธอเห็นตามท้องถนนสำหรับโลกใบนี้ ฉันคิดว่ามันคือเรื่องจริงที่ว่าโลกใบนี้ น่าจะเหมือนในเกมที่มีหลายเผ่าพันธุ์อยู่ร่วมกัน เหมือนโลกของเราที่มีคนผิวขาว ผิวสี ผิวเหลือง แต่ที่โลกใบนี้มันมีความหลากหลายที่มากกว่าโลกของพวกเรา”กัสหยุดพูดเล็กน้อย จากนั้นก็เริ่มอธิบายต่อไป“เท่าที่ฉันเห็นที่ในเมืองและในตลาดที่พวกเราเดินผ่านมา ที่เมืองนี้น่าจะมีชนเผ่า มนุษย์ เผ่าเอลฟ์ เผ่าคนแคระ และลูกครึ่งสัตว์ ซึ่งทั้งหมดนี้อาศัยอยู่ร่วมกันโดยสันติและถ้าเหมือนในเกม น่าจะมีเผ่าปีศาจหรือเผ่าอสูรอยู่ที่ใดที่นึงบนโลกนี้ด้วยแต่น่าจะเป็นเผ่าที่เป็นฝ่ายตรงข้ามกับพวกเรา”กัส หยุดพูดเล็กน้อยและสอบถามเกลว่า “ฟาเกลเธอมีคำถามมั้ย และเข้าใจสถานการณ์ตอนนี้มากขึ้นหรือยัง”“ฉันกลัวจังเลยกัส ฉันจะไม่ได้กลับไปหาแม่แล้วใช่มั้ย” เกลเริ่มพูดด้วยเสียงสะอื้นในลำคอ“ถ้าถึงตอนนี้ ฉันคิดว่า ใช่ แต่คงมีวิธีเพื่อให้พวกเรากลับไปได้อย่างแน่นอน แต่ไม่ใช่ตอนนี้ ซึ่งพวดเราต้องหาวิธีกันต่อไป”กัสตอบคำถามเกลตามความเข้าใจของตนเองในขณะนี้ โดยที่คูเน่ที่ฟังอยู่ก็พยักหน้าเห็นด้วยเกลเมื่อได้ฟังคำตอบจากกัส ก็ก้มหน้าลงและนิ่งไปเล็กน้อย แต่ไม่ได้มีเสียงร้องออกมา...