[ Untitled Story ]

    บทที่ 27

            เสียงดนตรีจากงานเลี้ยงแห่งแสงอรุณยังคงดังก้องไปทั่วเมืองนิวโฮปแม้ว่าวันนี้จะเป็นวันสุดท้ายของงานเลี้ยงแล้วก็ตาม เสียงกลอง เสียงแตรและเสียงเครื่องดนตรีต่างๆ บรรเลงเพลงที่ครึกครื้น ผู้คนมากมายต่างสนุกสนานหัวเราะ ดื่มกิน และเฉลิมฉลองกันอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

    “ตึง! ตึง! ตึง! ตึง!”เสียงดนตรีนั้นถูกบรรเลงมาตลอดทั้งคืน ตั้งแต่เมื่อวานจนถึงตอนนี้ที่เช้าแล้ว…และก็คงจะอีกนาน

            โนวายืนอยู่หน้าประตูห้องพักของเขาในตึกสมาคมนักรบเขาสูดหายใจเข้าลึกๆ กลิ่นอายของงานเลี้ยงยังคงติดอยู่บนเสื้อผ้าของเขากลิ่นของอาหาร กลิ่นของเหล้า กลิ่นของผู้คน “แกร๊ก” เสียงประตูเปิดออกโนวาก้าวออกมาจากห้องพักอย่างเงียบๆ

            "เฮ้อ...เหนื่อย..."เขารู้สึกมึนหัวเล็กน้อย หลังจากดื่มหนักมาหลายวัน ‘อยู่ไกลขนาดนี้…เสียงเพลงจากในงานเลี้ยงก็ยังดังมาถึง’เขามองขึ้นไปบนท้องฟ้า แสงแดดสีทองอร่ามสาดส่องลงมา ท้องฟ้าสีฟ้าสดใสไร้เมฆ ‘วันนี้อากาศดีชะมัด’

            แต่...ความรู้สึกภายในของโนวานั้นตรงกันข้ามกับท้องฟ้าที่สดใสเขาเลือกที่จะเดินออกจากเมืองไปยังสุสานของเมืองนิวโฮป สุสานนั้นตั้งอยู่นอกเมืองไม่ไกลมากนัก เขาก้าวเดินไปอย่างเงียบๆ ผ่านซากปรักหักพังของร้านค้าต่างๆ บนถนน

             

    เขาเดินผ่านกำแพงเมืองสีเทาเข้มที่เต็มไปด้วยร่องรอยการต่อสู้ผ่านประตูเมืองที่ถูกซ่อมแซมใหม่

            “ขออนุญาตครับ”โนวากล่าวทักทายยามที่เฝ้าประตูเมือง

            “ว่าไงพ่อหนุ่ม” ยามเงยหน้าขึ้นมองโนวา “มีอะไรรึเปล่า? ไม่ไปสนุกในงานเลี้ยงงั้นเหรอ?วันนี้วันสุดท้ายแล้วนี่”

            ”ผมอยากจะออกไปเยี่ยมเพื่อนหน่อยน่ะครับ”โนวาตอบ

            ยามมองหน้าโนวาครู่หนึ่งคิ้วของเขานั้นขมวดเข้าหากันเล็กน้อย “อืม…นั่นสินะ” เขาพยักหน้า “ไปเถอะพ่อหนุ่มขอให้โชคดี” เขาเปิดประตูให้โนวา

             

            โนวาก้าวผ่านประตูเมืองออกไปยังทุ่งหญ้าสีเขียวขจี ลมเย็นพัดผ่าน พัดพากลิ่นหอมของดอกไม้ป่ามาแตะจมูกบรรยากาศเงียบสงบ ต้นไม้สีเขียวขจีมากมายแผ่กิ่งก้านสาขาให้ร่มเงาดอกไม้หลากสีสันเบ่งบานอย่างสวยงาม

    ‘นี่สินะ...ความสงบที่แท้จริง’ โนวาคิดเขาเพ่งตามองสุสานที่อยู่ไม่ไกล

            “สะอาดตาดีแฮะไม่เหมือนกับร้านของนายเลย” โนวาพึมพำกับตัวเอง ‘ร้านนายทั้งเละเทะ รก สกปรก’เขานึกถึงร้านขายของ ของลีโอที่เต็มไปด้วยฝุ่นและข้าวของมากมายวางระเกะระกะไปทั่ว ‘นายชอบบ่นว่าทำความสะอาดยาก...แต่จริงๆแล้ว…’โนวายิ้มออกมา ‘นายแค่ขี้เกียจต่างหากล่ะ ไออ้วน หึๆ’

             

            โนวาเดินลึกเข้าไปในสุสานสายลมเย็นๆ พัดผ่านใบหน้าของเขา เสียงใบไม้ไหวดังแผ่วเบา บรรยากาศเงียบสงบต่างจากในเมืองที่ยังคงครึกครื้นกับงานเลี้ยงแห่งแสงอรุณ

            โนวาสูดลมหายใจเข้าลึกกลิ่นหอมของดอกไม้จางๆ ลอยมาแตะจมูก แทรกซึมเข้าไปในจิตใจ ‘สงบ…’ เขามองไปรอบๆเห็นหลุมฝังศพมากมายตั้งเรียงรายอยู่บนพื้นหญ้าสีเขียว หินอ่อนสีเทา รูปร่างต่างๆถูกประดับประดาด้วยดอกไม้ เครื่องบูชา และรูปภาพของผู้ที่จากไป ‘ที่นี่…ดูสะอาดตา’

            โนวาเดินผ่านหลุมฝังศพมากมาย‘พวกเขา…คงจะหลับสบาย’ เขาสังเกตเห็นชื่อที่สลักไว้บนแผ่นหินบางชื่อเป็นชื่อที่เขาคุ้นเคย ‘บางคน…ฉันจำได้ว่าเคยเจอพวกเขา’บางชื่อ...เขาไม่เคยได้ยินมาก่อน ‘บางคน...คงจะจากไปอย่างสงบ’เขามองไปที่ดอกไม้ที่วางอยู่หน้าหลุมศพ หลายดอกเริ่มเหี่ยวเฉา บางดอกยังคงสดใหม่ ‘บางคน...อาจจะจากไปอย่างทรมาน’

             

    โนวามองไปรอบๆสุสานสายตาของเขาหยุดลงที่หลุมศพอันคุ้นเคย ‘เจอแล้ว’

            หลุมฝังศพของลีโอตั้งอยู่บริเวณมุมหนึ่งของสุสาน ใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขาปกคลุมหลุมศพ ดอกไม้นานาพันธุ์เบ่งบานหลากสีสันสร้างบรรยากาศที่เรียบง่ายแต่สวยงาม “ดูร่มรื่น…” โนวาพึมพำ “นายคงจะไม่ชินกับที่เงียบๆแบบนี้”

            “เอาล่ะ…”โนวาพูด เขาหยิบอาหารที่เขาเตรียมมา วางลงหน้าหลุมศพของลีโอ มันคือสเต๊กเนื้อชิ้นโตขนมปัง ไวน์ และเบียร์

            โนวาหยิบขวดไวน์ขึ้นมาเปิดจุกออก และรินใส่แก้ว “มาดื่มฉลองกันเถอะ” เขานั่งลงหน้าหลุมศพ “เป็นไงบ้างล่ะ?อย่างน้อยที่นี่ก็เงียบดี ไม่วุ่นวาย”

            ‘ถ้านายยังอยู่คงจะบ่นว่าฉันเอาอาหารมาให้น้อยเกินไป’ โนวาคิดในใจเขานั่งอยู่หน้าหลุมศพของลีโอนาน และเงียบ…

            “อึก”โนวายกแก้วไวน์ขึ้นดื่ม เขาดื่มไวน์ลงคอ ไปจนหมดแก้ว “รสชาติ…เหมือนตอนที่เรากินด้วยกันเลย”โนวาพึมพำ

    ‘ถ้านายยังอยู่ คงจะแย่งไวน์ฉันดื่ม…แต่ก็นะ…ไอลิ้นจระเข้แบบนายดื่มยังไงก็คงไม่รู้รสหรอก’

    “ฮ่า ๆ”

            “ถ้านายยังไม่ตาย…พวกเราคงได้เมาเละกันแน่ๆ เหมือนตอนนั้น…ที่พวกเราไปดื่มกับมาคารอฟจนเมาเละเทะ แล้วก็กอดคอกันร้องเพลง…จนโดนคนในบาร์ไล่ออกมา” โนวายิ้ม

            “จำได้ไหม?ตอนนั้นลุงบาร์เทนเดอร์ตะโกนไล่พวกเรา ‘เสียงดัง! ไปร้องที่อื่นไป!’” เขาเลียนแบบเสียงตะโกนของบาร์เทนเดอร์

    “ฮ่า ๆ ๆ”โนวาหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง อยู่คนเดียวท่ามกลางสุสานที่เงียบสงบ

     

            ขณะที่โนวานั่งอยู่หน้าหลุมศพของลีโอเป็นเวลานานแสงแดดอ่อนๆ ของยามบ่ายสาดส่องลงมา ส่องผ่านกิ่งก้านสาขาของต้นไม้ใหญ่โนวายกแก้วไวน์ขึ้นจรดริมฝีปาก ความรู้สึกอ้างว้างและโดดเดี่ยวเริ่มกัดกินหัวใจ

    ‘ดื่มยังไม่หมดเลย…’เขามองไปยังขวดไวน์ที่เหลืออยู่ครึ่งขวด ‘หรือ…ฉันจะดื่มให้หมดเลยดี’

    “ดูท่าวันนี้…จะมีคนมาเยี่ยมลีโอก่อนผมนะครับ”เสียงแหบแห้ง แต่แฝงความเยือกเย็น ดังขึ้นจากทางด้านหลัง

            โนวาหันกลับไปมอง‘คุณเซเรียน!’ เขาลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว พยายามเก็บซ่อนขวดไวน์และแก้ว ‘แย่ละ...ต้องรีบเก็บอาหารที่ทำรกเอาไว้...’

            เซเรียนยืนอยู่ไม่ไกลเขาสวมชุดสูทสีดำ เรียบง่ายแต่ดูหรูหรา ใบหน้าหล่อเหลาของเขาดูอ่อนล้ากว่าปกติแต่แววตาสีฟ้าอ่อนของเขากลับเย็นชา และสงบนิ่งเหมือนเคยในมือของเขานั้นถือช่อดอกไม้เอาไว้

    ‘เขา…มาไหว้ลีโอสินะ…’

     

    เซเรียนเดินเข้ามาใกล้โนวาเห็นแววตาเย็นชาของเซเรียนนั้น…ไม่ได้เปลี่ยนไปจากเดิม

            “สวัสดีครับคุณเซเรียน” โนวาเอ่ยทักทาย “คุณ…มาเยี่ยมลีโอเหรอครับ?” โนวารีบเก็บของกินและขวดไวน์ที่เขากินจนหมดแล้ว “อะ…เอ่อ…ขอโทษนะครับที่ทำรก”

            “ไม่ต้องเกรงใจหรอกครับคุณโนวาน” เซเรียนพูดพลางพยักหน้าเบาๆ “ผมแค่มาเยี่ยมลีโอ” เขาเดินไปนั่งลงข้างๆโนวา

    โนวานั่งลงตาม และสังเกตเห็นแววตาของเซเรียน‘ดวงตาของคุณเซเรียนมันดูอ่อนโยนลงเล็กน้อย…รึเปล่านะ?’

     

            “ผม…รู้จักลีโอมาตั้งแต่เขายังเด็ก”เซเรียนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ แต่ฟังดูเศร้าสร้อย “ตอนนั้น…ผมจำได้ดี”เซเรียนเว้นวรรค “ผมเพิ่งจะเสร็จสิ้นการเจรจาธุรกิจที่ร้านค้าในสมาคม…และรู้สึกเบื่อเลยตัดสินใจว่าจะออกไปเดินเล่นสักหน่อย”

            “แล้วผมก็เห็นเด็กคนหนึ่ง”เซเรียนเล่าต่อ “เด็กตัวอ้วน เสื้อผ้าขาดวิ่น และร้องไห้จนตาบวมเขากำลังฝึกต่อสู้กับเด็กคนอื่นอยู่...แต่เขากลับโดนฟันอยู่ตลอด”

            “ในจังหวะที่เด็กอ้วนคนนั้น…เกือบจะฟันโดนเด็กอีกคนแล้วแต่เขากลับหยุดมือ…และยอมให้ตัวเองโดนฟันแทน”

            “ลีโอเขา...”เซเรียนยิ้มเย็นชา มุมปากของเขายกขึ้นเล็กน้อย "เขาเป็นคนใจดี ซื่อตรงจนน่าปวดหัว…จะว่าเขาซื่อหรือว่าโง่ดีล่ะครับ? หึๆ”

            “ผมหยุดยืนดูอยู่สักพักจนผมเข้าใจ…"เซเรียนเว้นวรรค "เขาก็แค่ไม่อยากทำร้ายใครเขาใจดีและซื่อตรงเกินกว่าจะอยู่ในโลกแบบนี้”

             

            “เขา…เหมือนกับน้องชายของผม”เซเรียนพูดต่อ หรี่ตาลงเล็กน้อย น้ำเสียงเย็นชาขึ้น “เหมือนกับน้องชายแท้ๆที่ผมสูญเสียไป”

    ‘พวกเขาทั้งสองคนใจดีและซื่อตรงจนน่าปวดหัวเหมือนกัน…’ เซเรียนคิดในใจ

            “ผมเลยตัดสินใจ...ที่จะรับเขามาเป็นน้องชาย”เซเรียนกล่าว “ผมสอนการต่อสู้ สอนการค้า สอนทุกอย่างให้เขา… หึๆ”

            เซเรียนนึกย้อนกลับไปตอนที่เขากำลังช่วยลีโอฝึกต่อสู้ “ลีโอ คุณต้องเร็วกว่านี้ขยับร่างกายของคุณให้มากกว่านี้สิครับ อย่ามัวแต่ 'อ้วน'อยู่แบบนี้”

    “ถึงจะอ้วน…แต่ผมก็พริ้วนะพี่! ดูสิ!”ลีโอพูดพลางโยกพุงอ้วนๆ ของเขาไปมา

            “หึๆ”เซเรียนหัวเราะในลำคอ “แต่เพราะน้ำหนักเยอะขนาดนั้นเลยวิ่งหนีใครเขาไม่ทันไงล่ะครับ เอาเถอะ ถ้ายังหลบการโจมตีของผมไม่ได้ภายในวันนี้ก็ไม่ต้องกินข้าว 3 วันครับ”

    “ห๊ะ!! ว่าไงนะะะ!”ลีโอตะโกนลั่นด้วยความสิ้นหวัง...

            ‘หึๆๆๆ’เซเรียนหรี่ตาลงเล็กน้อย และจ้องมองไปยังหลุมศพของลีโอ “และผมก็มอบชื่อกลางให้กับเขาแซฟนอค” เซเรียนพูดต่อ “ลีโอนาร์ด แซฟนอค ไลท์ฮาร์ท”

     

            เซเรียนนั่งอยู่ข้างๆโนวา เขามองไปยังหลุมศพของลีโอ แววตาสีฟ้าอ่อนของเขานั้นยากที่จะอ่านความรู้สึก

            “ลีโอ…”เซเรียนพูดขึ้น น้ำเสียงของเขานั้นแหบพร่า “ไออ้วนโง่เง่าที่ไม่มีหัวการค้าเลยแม้แต่น้อย สมองขี้เลื่อย วันๆ เอาแต่โดนลูกค้าหลอก…”เขาถอนหายใจ “หึๆ”

            “การที่ลีโอเขาตายไป…บางที…อาจจะเป็นเรื่องที่สมควรแล้วก็ได้ครับ”เซเรียนพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา “เพราะ…เขาปกป้องตัวเองยังไม่ได้เลยแล้วจะไปปกป้องใครได้ จริงไหมครับ…คุณโนวาน?”

            โนวาหันไปมองเซเรียน‘เขาพูดเกินไปรึเปล่า...’ โนวาคิดในใจ ’ต่อให้ลีโอ…จะเป็นแบบนั้นจริงแต่เขาก็พยายามทำดีที่สุด…’

            เซเรียนพูดต่อน้ำเสียงของเขานั้นเคร่งขรึมขึ้น “แต่…ตัวผมเองก็ปกป้องน้องชายแท้ๆ ของผมไม่ได้แม้แต่ลีโอที่ผมมองเขาเป็นน้องชายอีกคน… ผมก็ยังปกป้องเขาไม่ได้” เขากล่าว “ผมนี่แหละครับ…ที่โคตรบัดซบที่สุด”

            เซเรียนเงียบไปเขากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน เลือดสีแดงสดซึมออกมาจากรอยแผล ‘ผมเอง…ก็ปกป้องใครไม่ได้เลย’

    “เอ่อ..” โนวาอึ้งกับท่าทีของเซเรียน “คุณเซเรียน…คุณโอเคไหมครับ?”

            “ช่างมันเถอะครับ”เซเรียนส่ายหน้า ลุกขึ้นยืน ใช้นิ้วเรียวยาวดันแว่นขึ้น ปรับเสื้อผ้าเล็กน้อย “ขอโทษด้วยนะครับ…ที่ผมแสดงท่าทางอันไม่น่าอภิรมย์ให้คุณโนวานเห็น”

             

    “จริงสิ คุณโนวาน” เซเรียนหันมามองโนวา

            "มีเรื่องหนึ่งที่ลีโอเขาคาใจ"เซเรียนพูดต่อ "ลีโอ เขาอยากจะเจอพี่ชายแท้ๆของเขาสักครั้ง…ผมเคยสัญญากับเขาเอาไว้ว่าจะช่วยตามหาพี่ชายของเขา"

            เซเรียนเงียบไปเขามองออกไปยังทุ่งหญ้าสีเขียวขจี แสงแดดอ่อนๆ สาดส่องลงมา ลมพัดผ่านใบไม้เสียงนกร้องดังแว่วมา ‘ผมสัญญากับลีโอว่าจะช่วย…แต่ตอนนี้…’

    “มันคงไม่ทันแล้วล่ะครับ…” เขากล่าวน้ำเสียงของเขานั้นแฝงความเศร้า

    ‘พี่ชายงั้นเหรอ?’ โนวาคิดในใจ ‘ฉันไม่เคยรู้เลย…’

            ‘เขาเคยเล่าให้ฉันฟังแค่ว่าเขาสนิทกับพี่ชายแท้ๆ ของเขามาก’ โนวาครุ่นคิดถึงคำพูดของลีโอ ‘พี่ชายของลีโอก็ถูกอัญเชิญมาด้วยสินะแต่ทำไม...’

    "พี่ชายของลีโอ…ไม่ได้ถูกอัญเชิญมาที่ฟิลด์A11 เหมือนกับลีโองั้นเหรอครับ?” โนวาถาม

    เซเรียนพยักหน้า “ใช่ครับ” เขากล่าว “พวกเขาถูกอัญเชิญมาคนละฟิลด์”

    “แต่การที่จะเดินทางไปยังฟิลด์อื่น…”เซเรียนเว้นวรรค มองไปที่โนวา

    “มันอันตรายและยากลำบากมาก” เขาพูดต่อ “ต่อให้เป็นผมก็เถอะมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย”

            พวกเขานั่งเงียบๆอยู่หน้าหลุมศพของลีโอเป็นเวลานาน เซเรียนหยิบเบียร์ที่โนวานำมาด้วยขึ้นมาเปิดดื่มลงคอ “อึก” โนวาก็หยิบขวดไวน์ขึ้นมา ดื่มเช่นกัน

    แสงสีส้มของตะวันใกล้จะลับขอบฟ้าส่องสว่างลงมาผ่านร่มไม้ ราวกับแสงแห่งการอำลา...

     

            โนวานั่งเงียบอยู่ข้างเซเรียนดื่มไวน์รสเลิศที่เขาหยิบมาจากร้านของลีโอ ความเงียบสงัดปกคลุมไปทั่วบริเวณมีเพียงเสียงลมพัดผ่านใบไม้ดังแผ่วเบา และเสียงนกร้องไกลๆเซเรียนเองก็เงียบเช่นกัน เขามองไปที่หลุมศพของลีโอแววตาสีฟ้าอ่อนของเขานั้นดูอ่อนโยนลง

            “คุณเซเรียน…”โนวาเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบ เขาเงยหน้าขึ้นมองเซเรียนดวงตาสีฟ้าของเขานั้นจ้องมองอย่างจริงจัง

            “ผมว่าผมควรจะกลับแล้วล่ะครับ”โนวาพูด เขาลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ รู้สึกถึงความหนักอึ้งในหัวใจราวกับมีก้อนหินก้อนใหญ่กำลังทับถม

    “อืม…” เซเรียนพยักหน้ารับเบาๆ

            โนวามองไปยังหลุมศพของลีโอ“ลีโอ ไออ้วนโง่เง่า…ฉันจะจดจำนายไว้” เขากล่าว น้ำเสียงของเขานั้นแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบ “แล้วเจอกันที่อีกฝั่ง” เขาพึมพำกับตัวเอง “ขอให้นายมีความสุข”

    โนวาก้มหัวลงเล็กน้อยให้กับหลุมศพของลีโอ

    เขากำลังจะหันหลังกลับ…

            โนวาสัมผัสได้ถึงพลังงานสีเขียวอ่อนที่กำลังไหลเวียนอยู่ภายในร่างกายของเขาความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วร่าง ‘ความรู้สึกนี้มันคือ…’

            ‘ฉันกำลังจะก้าวไปสู่…เส้นทางพันธสัญญาขั้นที่ 2’ โนวามองมือของตัวเองเส้นเลือดสีเขียวมรกตจางๆ ปรากฏขึ้น ‘ฉัน…ใกล้จะไปถึงแล้ว…’

            โนวายิ้มออกมาเขาเริ่มเข้าใจในสิ่งที่อเล็กซ์เคยพูดกับเขาแล้ว “ฉันจะเดินหน้าต่อไป…พร้อมกับแบกรับเอาเจตจำนงของนายเอาไว้…”

    โนวาจ้องมองหลุมศพของลีโอ “แล้วฉัน…จะตามหาพี่ชายของนายให้เจอแทนนายเอง”

    “แล้วเจอกัน…เมื่อเราเจอกัน”โนวากล่าวอำลา

    เขาหันหลังกลับ…

    และเดินจากไป…

     

            แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านหน้าต่างกระจกบานใหญ่ส่องกระทบกับพื้นหินอ่อนสีขาวสะอาดภายในห้องปฏิบัติการขนาดใหญ่ของสมาคมนักวิจัยบรรยากาศเงียบสงัด มีเพียงเสียงเครื่องมือทดลองดัง "วี้ๆๆ"และเสียงฝีเท้าของนักวิจัยในชุดสีขาวสะอาดที่เดินขวักไขว่ไปมา

            “พวกเราต้องรีบตรวจสอบศพของสายลับและศพของอารากอส”เสียงของหัวหน้านักวิจัยดังขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบงัน

            เหล่านักวิจัยต่างพยักหน้ารับคำสั่งพวกเขากระจายตัวกันออกไป รอบข้างเต็มไปด้วยนักวิจัยมากมายในชุดสีขาวสะอาดสวมถุงมือยางสีฟ้าพวกเขากำลังตรวจสอบศพของสายลับที่นอนเรียงรายอยู่บนพื้นห้องอย่างละเอียด

            นักวิจัยคนหนึ่งก้มลงมองร่างไร้วิญญาณของชายในชุดสีดำ ที่มีรอยสักรูปกริชเพลิงอยู่บนแขนซ้าย “อาจจะมีข้อมูลเกี่ยวกับองค์กรลับก็ได้”เขากล่าว “เก็บตัวอย่างเลือด ชิ้นส่วน ตรวจสอบรอยสักเผื่อว่าจะเจออะไรที่เป็นประโยชน์”

            นักวิจัยอีกคนพยักหน้าเห็นด้วย“ใช่ บางที…เราอาจจะเจอเบาะแสเกี่ยวกับพวกมันก็ได้” เขากล่าว “อย่างน้อยเราก็ต้องรู้ให้ได้ว่าพวกมันเป็นใครมาจากไหน และต้องการอะไร”

             

    พวกเขาพลิกศพไปมา ตรวจสอบอย่างละเอียดรอยแผล รอยสัก และข้าวของต่างๆ “ต้องมีอะไรสักอย่างสิ”

            นักวิจัยหลายคนกำลังค้นหาร่องรอยค้นหาข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็น บัตรประจำตัว อุปกรณ์สื่อสาร บันทึกแผนที่ เงิน หรืออะไรก็ได้ที่สามารถใช้ระบุตัวตน หรือค้นหาเบาะแสขององค์กรลับได้

    จากนั้นก็ถึงคราวของศพอารากอส…

    “นี่มัน…?”

    “เจอแล้ว!ดูเหมือนว่า…เราจะเจออะไรบางอย่าง” นักวิจัยคนหนึ่งร้องออกมาด้วยความตื่นเต้น

    พวกเขาพบจดหมายที่ถูกปิดผนึกซ่อนอยู่ในกระเป๋าเสื้อของอารากอสและจดหมายธรรมดาอีก 2 ฉบับ

     

            นักวิจัยหยิบจดหมายธรรมดาขึ้นมาเปิดออก“อืม… ถึงแม้ว่าจะเป็นข้อมูลทั่วไป…แต่ก็มีประโยชน์มาก”เขารู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย “นี่มัน…ข้อมูลเกี่ยวกับจดหมายที่ถูกปิดผนึกดูเหมือนว่าเขาจะเตรียมการเอาไว้ เผื่อในกรณีที่เขาตาย”

    “อืม”นักวิจัยอีกคนหยิบจดหมายขึ้นมาเปิดอ่าน “ชื่อจริงของเขาคือ…อาร์ราโก เดอมันเต้”

    “รีน่า…อัลเลน…ชื่อของลูกสาวและภรรยาของเขา…”

            นักวิจัยหยิบรูปถ่ายออกมาจากจดหมาย“มีรูปถ่ายครอบครัวด้วยคงจะเป็นข้อมูลเกี่ยวกับภรรยาและลูกสาวของเขา…พวกเขาอยู่ที่ฟิลด์เริ่มต้นอื่นสินะ”

            “หึ”นักวิจัยคนนั้นแสยะยิ้ม “อารากอสคงจะร่วมมือกับพวกมันเพื่อใช้พวกมันในการตามหาครอบครัวของตัวมันเองสินะ ไอ้คนเห็นแก่ตัว!”

            นักวิจัยมองรูปครอบครัวนั้นรู้สึกเวทนาเล็กน้อย ‘คนในเมืองเราต้องถูกฆ่าตายไปเท่าไหร่เพื่อแค่มันจะได้หาครอบครัวของมันเจอ…’ เขาส่ายหน้า ‘น่าสมเพช…’

     

    “นี่…?”

    “นี่มัน…สัญลักษณ์…”นักวิจัยคนนั้นมองเห็นสัญลักษณ์ขององค์กรลับ บนจดหมาย

    “ชื่อของพวกมันคือ…”เขาเพ่งมองไปที่สัญลักษณ์นั้นอย่างพิจารณา “องค์กรเงารัตติกาล ชาโดว์ ซินดิเคท”

    นักวิจัยอีกคนหยิบบางอย่างที่อยู่ในจดหมายขึ้นมาขึ้นมา“นี่มันแผนที่!”

            “แผนที่เส้นทางไปยังเกรทฟิลด์‘มหานครมรกต เวอร์แดนท์ เอกซ์แพนส์’ เกรทฟิลด์ที่อยู่ใกล้ที่สุด…” นักวิจัยคนนั้นอุทานออกมา “มันคือเกรทฟิลด์ที่เคยเป็นฐานหลักของฟิลด์ A11…”

            ‘มันคือเส้นทางที่ปลอดภัยและอันตรายน้อยที่สุด…’นักวิจัยมองเส้นทางบนแผนที่อย่างพิจารณา ”มีข้อมูลเกี่ยวกับฟิลด์ต่างๆที่ต้องผ่านเพื่อไปยังเกรทฟิลด์!?”

     

            ภายในห้องปฏิบัติการของสมาคมนักวิจัยบรรยากาศนั้นเต็มไปด้วยความตึงเครียดเหล่านักวิจัยในชุดคลุมสีขาวสะอาดกำลังยืนล้อมรอบโต๊ะบนโต๊ะนั้นมีจดหมายสีดำสนิทวางอยู่ มันถูกผูกด้วยเชือกหนังสีดำรอยแว็กซ์สีแดงเลือดประทับตราสัญลักษณ์รูปกริชไขว้เอาไว้

            นักวิจัยคนหนึ่งในชุดคลุมสีขาวสะอาดมองไปที่จดหมายสีดำสนิทที่ตกอยู่บนโต๊ะ รอยแว็กซ์สีแดงเลือดนั้นดูน่าขนลุก “จดหมายที่ถูกปิดผนึก”เขาพึมพำ “มันอาจจะมีข้อมูลสำคัญที่อารากอสซ่อนเอาไว้”

            “ใช่”นักวิจัยอีกคนหยิบจดหมายธรรมดาที่พวกเขาพบมาอ่าน “ในจดหมายธรรมดามันบอกไว้ว่า…เนื้อหาข้างในจดหมายปิดผนึกฉบับนี้นั้นจะเกี่ยวกับองค์กรลับเส้นทาง ฟิลด์ ทุกสิ่งทุกอย่างที่อารากอสสืบมาได้…”

            “มันเยอะมากจริงๆครับ”นักวิจัยคนหนึ่งกล่าว “เรื่องพวกนี้…มันคือข้อมูลทั้งหมดที่อารากอสสืบมาและรวบรวมมาได้ระหว่างที่อยู่ในThe Cube รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับฟิลด์อื่นๆ เส้นทางต่างๆที่มันรวบรวมมา แต่น่าสงสัยจริงๆว่าทำไม…”

            “ทำไมอารากอสถึงต้องปิดผนึกมันด้วย?”นักวิจัยคนหนึ่งถาม “มัน…ต้องเป็นความลับที่สำคัญมากแน่ ๆ”

            นักวิจัยอีกคนพยักหน้าเห็นด้วย"ผมเห็นด้วย มันอาจจะเป็นข้อมูลที่สำคัญมากๆก็ได้"

     

            “เงื่อนไขในการเปิดผนึกคือ…”นักวิจัยคนนั้นเพ่งมองไปที่ข้อความบนกระดาษ “การเขียนชื่อสถานที่…ที่มีเพียงอารากอสและลูกสาวของมันเท่านั้นที่รู้”

            นักวิจัยอีกคนขมวดคิ้ว“บ้าเอ๊ย! มันต้องการจะยืมมือเราในการตามหาครอบครัวของมันด้วยสินะไอ้เวรนี่เจ้าเล่ห์นักนะ!”

            “ไม่เพียงเท่านั้น”นักวิจัยอีกคนชี้นิ้วไปที่ข้อความบนจดหมาย “มีโอกาสเปิดผนึกได้เพียงครั้งเดียวถ้าเราใส่คำตอบผิด…จดหมายจะทำลายตัวเองทิ้งทันที”

    “เอาไงดีครับ หัวหน้า? เราจะเสี่ยงเปิดมันดีไหม?” นักวิจัยคนหนึ่งถามเอเม็ธ

            “อืม…”เอเม็ธครุ่นคิด “มันเสี่ยงเกินไป ถ้าเราพลาด…เราก็อาจจะเสียข้อมูลสำคัญทุกอย่างไป”เขาเว้นวรรค

            เอเม็ธมองไปที่จดหมายปิดผนึก“แต่…มันก็อาจจะเป็นโอกาส โอกาสสุดท้ายที่เราจะได้รู้เบื้องหลังของเรื่องทั้งหมด…องค์กรลับ พวกมันต้องการอะไร? ทำไมถึงทำแบบนี้?ข้อมูลที่อยู่ในจดหมาย…อาจจะช่วยไขปริศนาหลายอย่างได้”

     

            ภายในห้องประชุมของปราสาทใจกลางเมืองแสงแดดยามบ่ายสาดส่องลงมาผ่านหน้าต่างกระจกบานใหญ่ส่องกระทบกับโต๊ะไม้กลมขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางห้องแผนที่โบราณที่พวกเขาพบในตัวของอารากอสนั้นถูกกางออก เผยให้เห็นเส้นทางสลับซับซ้อนและสัญลักษณ์แปลกๆ

            อเล็กซ์ลูเซียน่า และเซเรียน นั่งล้อมรอบโต๊ะ บรรยากาศรอบข้างเต็มไปด้วยความตึงเครียดแต่แววตาของพวกเขากลับเต็มไปด้วยความหวัง

    อเล็กซ์จ้องมองเส้นทางบนแผนที่โบราณอย่างพิจารณานิ้วเรียวยาวของเขาไล่ตามเส้นทางนั้นอย่างช้าๆ

            “แผนที่นี้…มันคือแผนที่ที่บอกเส้นทางไปยังเกรทฟิลด์ ‘มหานครมรกต เวอร์แดนท์ เอกซ์แพนส์’ ”เขากล่าว “เกรทฟิลด์ที่เคยเป็นฐานหลักของฟิลด์ A11 ของพวกเรามาก่อน…"

            “ฉันเคยได้ยินเรื่องนี้มาบ้างที่นั่นเป็นที่ตั้งของสหพันธ์หมื่นเผ่าพันธุ์ ที่ปกครองฟิลด์ A11 ของเราอีกทีนึง” ลูเซียน่าพยักหน้า เธออยู่ในชุดคลุมสีม่วงเข้มเช่นเคยผมสีเงินยาวสลวยของเธอถูกรวบไว้หลวมๆ

    ทั้งสามคนเงียบไปครู่หนึ่งสายตาของพวกเขามองไปยังแผนที่โบราณ ‘เราจะทำอย่างไรต่อไป…’

     

            “พวกเรามีข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทางไปยังเกรทฟิลด์แล้ว…แต่เรายังขาดอีกหลายอย่าง” อเล็กซ์เอ่ยขึ้น

            “เราต้องรวบรวมผู้คนทรัพยากร และข้อมูลให้ได้มากที่สุด” เซเรียนกล่าวเสริม เขาสวมสูทสีขาวสะอาดเช่นเคยใบหน้าหล่อเหลาของเขาดูอ่อนล้า แต่แววตาสีฟ้าอ่อนของเขากลับฉายแววจริงจัง“เราต้องเพิ่มอัตราความสำเร็จของภารกิจครั้งนี้”

            “ฉันเห็นด้วยภารกิจครั้งนี้มันสำคัญมาก” ลูเซียน่าพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง“มันคือ…ความหวังสุดท้ายของพวกเราทุกคน…เป็นโอกาสสุดท้ายที่จะทำให้พวกเรารอดพ้นจากหายนะ”

    “การล้นทะลักรอบที่ 2 ใกล้เข้ามาแล้ว” อเล็กซ์คิดในใจ เขากำหมัดแน่น ‘พวกเรา…มีเวลาไม่มากแล้ว’

    พวกเขาทั้งสามคนต่างมองหน้ากัน

    ‘ความกดดัน…’

    ‘ความกังวล…’

    ‘ความหวัง…’

    อารมณ์เหล่านั้น…วนเวียนอยู่ในหัวใจของพวกเขา‘พวกเราต้อง…’

            “พวกเราจะต้องเอาชนะโชคชะตาให้ได้เราจะจัดตั้งกองกำลังสำรวจขึ้นมาอีกครั้ง”อเล็กซ์พูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและทรงพลัง ดวงตาสีเขียวมรกตของเขาลุกโชนด้วยความมุ่งมั่น

    “ถ้าครั้งนี้ยังไม่สำเร็จ...เราก็จะทำการปิดฟิลด์ถาวรสินะครับ”เซเรียนพูดขึ้น

    “งั้นนี่ก็คงจะเป็นครั้งสุดท้าย…โอกาสสุดท้ายของพวกเราแล้วสินะ”ลูเซียน่าพึมพำกับตัวเอง

             

            ในที่สุดการตัดสินใจครั้งสำคัญก็เกิดขึ้นการจัดตั้งกองกำลังสำรวจถูกประกาศไปทั่วเมืองนิวโฮปผู้คนมากมายต่างตกตะลึงกับข่าวนี้

            ‘กองกำลังสำรวจ…’พวกเขานึกย้อนกลับไป ‘มันเป็นเวลานาน…นานกว่า 10 ปีแล้วที่ไม่มีการจัดตั้งกองกำลังสำรวจขึ้น…’

            ‘เพราะ…กองกำลังสำรวจครั้งล่าสุดนั้นมันล้มเหลวจนน่ากลัว ไม่มีการติดต่อกลับมาไม่มีใครรอดชีวิตกลับมาได้แม้แต่คนเดียว…’

    ใบหน้าของพวกเขานั้นเต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย

    ‘ความหวัง…’

    ‘ความไม่มั่นใจ…’

    ‘ความกลัว…’

    ‘กองกำลังสำรวจครั้งใหม่…’

    ‘มันจะพาพวกเราไปสู่แสงสว่าง หรือพาพวกเราไปสู่ความมืด?’

    “การทดสอบเพื่อคัดเลือกผู้ที่จะเข้าร่วมกับกองกำลังสำรวจนั้นจะถูกจัดขึ้นในอีก 3 เดือนข้างหน้า…”

            โนวายืนอ่านกระดานประกาศอยู่หน้าปราสาทใจกลางเมืองเขามองไปยังข้อความบนกระดานอย่างแน่วแน่ ดวงตาสีฟ้าของเขาฉายแววแห่งความมุ่งมั่น

    ‘นี่แหละ...นี่แหละคือโอกาสของฉัน…’

    บทที่27“ความหวังสุดท้าย”

     

    ค่าความชอบปัจจุบัน:15

    ค่าความชอบ: 50

    *หมายเหตุ:ค่าความชอบ คือค่าที่ส่งผลต่อการดำเนินเรื่องการตัดสินใจของผู้ดำเนินเรื่องราว

    ค่าความชอบจะถูกคำนวณผ่านการมีส่วนร่วมของนักอ่านทั้งการแสดงความคิดเห็น การกดหัวใจ การให้กำลังใจ และอื่นๆทุกการมีส่วนร่วมจะถูกนำมาคำนวณและมอบให้กับผู้ดำเนินเรื่องราว ค่าความชอบจะถูกคำนวณในเวลา12:00น. ของวันถัด และ 1 บท จะถูกคำนวณได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น

     

     

    คล้ายกับเรื่อง[ Untitled Story ] ที่คุณอ่าน

    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    791K 1635
    จุติเทพอสูรสยบบรรพกาล【จบ】

    จุติเทพอสูรสยบบรรพกาล【จบ】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.13M 4052
    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    เหนือนิรันดร์ จอมราชันเทพยุทธ์

    เหนือนิรันดร์ จอมราชันเทพยุทธ์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.87M 2430
    THe Superman

    THe Superman

    นิยาย แฟนตาซี
    333K 566
    เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

    เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    152K 152
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810