ภายใต้สายตาของฝูงชนจำนวนมาก
ซูฉางเกอยิ้มบาง ๆ สีหน้าสงบนิ่งเป็ธรรมชาติ เขาลดเสียงลงเล็กน้อยแล้วเอ่ยกับผู้าุโผู้ทดสอบบนแท่นสูงอย่างช้า ๆ ว่า "เริ่มเถอะ"
ท่ามกลางกลุ่มคนด้านล่าง
เฟิ่งหว่านชิงสวมชุดรัดกุมสีขาว ในมือถือกระบี่เงินเล่มเล็กอันคมกริบที่เยาหลานมอบให้เมื่อวาน นางยืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มลูกศิษย์ พลางลอบเงยหน้ามองอาจารย์ของตน ในดวงตาที่ฉ่ำวาวสะท้อนภาพลักษณ์อันไร้ผู้ต่อต้านของซูฉางเกอ
อาจารย์รูปงามเหลือเกิน
แม้แต่เหล่าอัจฉริยะรุ่นเยาว์จากห้าตระกูลใหญ่ เมื่ออยู่ต่อหน้าอาจารย์ก็ดูหม่นหมองไร้สง่าราศี แม้ว่าเมื่อก่อนอาจารย์จะปฏิบัติกับนางไม่ดีนัก แต่ใน่สองวันนี้ นางััได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของอาจารย์ได้อย่างชัดเจน
แม้ว่าคำพูดที่ใช้คุยกับนางจะยังคงเ็า แต่ท่าทีกลับอ่อนลงมาก เมื่อวานนี้เขายังพานางไปหาพี่เยาหลานเพื่อเรียนรู้เคล็ดวิชาหลอมกาย ตอนนี้ความแข็งแกร่งของนางจึงเพิ่มขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก
"อาจารย์ หว่านชิงจะไม่ทำให้ท่านต้องขายหน้าเ้าค่ะ..."
ใบหน้าเล็ก ๆ ของเฟิ่งหว่านชิงเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น เมื่อนึกถึงคำพูดที่ซูฉางเกอบอกกับนางตอนออกจากตำหนักชิงอวิ๋นเมื่อเช้านี้ อาจารย์บอกว่าในการประลองครั้งนี้ นางห้ามใช้ทักษะยุทธ์ใด ๆ ที่แอบเรียนมาจากหอลงทัณฑ์ มิฉะนั้นเขาจะไม่ยอมรับนางเป็ลูกศิษย์
การแอบเรียนทักษะยุทธ์ของหอลงทัณฑ์ แม้อาจารย์จะพูดเหมือนไม่ใส่ใจ แต่ในใจคงให้ความสำคัญมากใช่หรือไม่?
ในขณะนั้น เฟิ่งหว่านชิงเหลือบไปเห็นหลินซีที่อยู่ในกลุ่มคน
ใบหน้าเล็ก ๆ ของนางพลันเ็าลงทันที
ศิษย์พี่หลินซีเคยดีกับนาง แต่ก็เคยหลอกลวงนาง ทั้งยังพาคนมาดูิ่นาง หากวันนั้นอาจารย์ไม่ปรากฏตัวได้ทันเวลา นางไม่อยากจะจินตนาการเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้น!
คนแบบนี้ ไม่คู่ควรที่จะเป็ศิษย์พี่ของนางเลย!
หลินซีเองก็สังเกตเห็นเฟิ่งหว่านชิงเช่นกัน เขามีสีหน้ากระอักกระอ่วน อยากจะเดินเข้ามาทักทายแต่ก็กลัวจะถูกเหล่าศิษย์พี่ศิษย์น้องรอบข้างเข้าใจผิด
การทดสอบพลังิญญาเริ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และจบลงอย่างรวดเร็วเช่นกัน
หลังจากเสร็จสิ้นการทดสอบพลังิญญา
การทดสอบการต่อสู้จริงกำลังจะเริ่มต้นขึ้น!
เฟิ่งหว่านชิงไม่เพียงแต่เห็นหลินซี แต่ยังเห็นหลี่เยว่ที่เคยคิดจะดูิ่นางในวันนั้นด้วย
เมื่อเห็นหลี่เยว่ มือเล็ก ๆ ของเฟิ่งหว่านชิงก็กำแน่น แววตาเ็าขึ้นอีกระดับ นางมองหลี่เยว่ที่กำลังพูดคุยหัวเราะร่าท่ามกลางผู้คนด้วยท่าทางจองหอง ในหัวพลันนึกถึงบทสนทนาไม่กี่ประโยคกับพี่เยาหลานเมื่อวานนี้...
"พี่เยาหลาน หากมีคนคิดจะรังแกพี่ พี่จะไปแก้แค้นคนผู้นั้นหรือไม่เ้าคะ?"
"รังแก? เ้าถูกผู้ชายคนอื่นรังแกหรือ?"
"เปล่าเ้าค่ะ... ข้าแค่ถามดู..."
“แน่นอนสิ! ในโลกนี้ นอกจากอาจารย์ของเ้า ใครก็ตามที่กล้ามาหาเื่ข้า พี่สาวคนนี้จะหั่นมันเป็ชิ้น ๆ เอง!”
"เอ๋... ฆ่าคน... ได้หรือเ้าคะ?"
"คนอื่นรังแกเ้าแล้ว การฆ่าคนนับเป็อะไรกัน อีกอย่างคือห้ามปรานีแม้แต่นิดเดียว เข้าใจไหม"
"อ้อ ข้าเข้าใจแล้วเ้าค่ะ..."
เฟิ่งหว่านชิงเงยหน้าขึ้นทันควัน พยายามกดข่มเจตนาฆ่าอันเย็นเยียบที่ฝังลึกอยู่ในก้นบึ้งของหัวใจ
ในเมื่อหลี่เยว่คิดว่านางรังแกง่าย
วันนี้จะทำให้ทุกคนได้รู้ว่า คนที่เคยรังแกเฟิ่งหว่านชิงจะมีจุดจบอย่างไร!
หลินซีคอยจับตาดูเฟิ่งหว่านชิงอยู่ตลอดเวลา
เขามองเฟิ่งหว่านชิงที่จู่ ๆ ก็ราวกับเปลี่ยนเป็คนละคน ในใจพลันใวูบ หญิงสาวที่มีสีหน้าเ็าถึงขีดสุด และมีเจตนาฆ่าแฝงอยู่ในดวงตาผู้นี้ คือศิษย์น้องเล็กที่อ่อนหวานและว่าง่ายในความทรงจำของเขาจริง ๆ หรือ?
พริบตาต่อมา
เฟิ่งหว่านชิงก็กลับมามีท่าทางอ่อนหวานดังเดิม ทำให้หลินซีรู้สึกมึนงงอย่างยิ่ง คนเมื่อครู่นี้ คือศิษย์น้องหว่านชิงจริง ๆ หรือ?
"จึ๊ ๆ คุณภาพของลูกศิษย์รุ่นนี้ของนิกายเซียนกระบี่เมฆาไม่ค่อยได้เื่เลยนะ หากเป็ในตระกูลของพวกเรา ลูกศิษย์ที่มีความสามารถระดับนี้คงถูกคัดออกไปนานแล้ว"
"พูดตามตรง หากไม่ใช่เพื่อผูกมิตรกับท่านซูผู้นั้น การประลองภายในนิกายเล็ก ๆ อย่างนิกายเซียนกระบี่เมฆา มีค่าพอให้พวกเรามาชมที่ไหนกัน"
"แต่ต้องยอมรับว่า สิบศิษย์หลักรุ่นก่อนของพวกเขาน่าสนใจทีเดียว ได้ยินว่าในการประลองห้าดินแดนครั้งก่อน นิกายเซียนกระบี่เมฆายังอาศัยพวกเขาพุ่งขึ้นไปติดอันดับห้าร้อยแรกได้"
"หึ นิกายที่ติดอันดับห้าร้อยแรกของห้าดินแดนใหญ่ นี่ถือเป็อันดับสูงสุดในรอบหลายปีของนิกายเซียนกระบี่เมฆาแล้วกระมัง"
"ไม่รู้ว่าโชคดีอย่างไร ถึงได้ดึงตัวองค์ชายจากตระกูลโบราณมาเป็ผู้าุโได้ หากไม่ใช่เพราะเหตุนี้ ใครจะมาสนใจนิกายเล็ก ๆ อย่างนิกายเซียนกระบี่เมฆากัน"
บนที่นั่งรับรอง เหล่าลูกศิษย์รุ่นเยาว์จากห้าตระกูลใหญ่พูดคุยกันด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความดูแคลนนิกายเซียนกระบี่เมฆา
เป็อย่างที่พวกเขาพูด หากไม่ใช่เพราะซูฉางเกอ นิกายอย่างนิกายเซียนกระบี่เมฆาที่สามารถหาได้ทั่วไปในห้าดินแดนใหญ่ ย่อมไม่มีคุณสมบัติพอที่จะอยู่ในสายตาของห้าตระกูลใหญ่ได้เลย
ทางฝั่งตระกูลเสวี่ย
เสวี่ยหลงจวินขมวดคิ้วเล็กน้อย ในดวงตามีความผิดหวังอยู่บ้าง แต่แล้วก็ปล่อยวางได้ในทันที เขามาที่นี่ไม่ใช่เพื่อนิกายเซียนกระบี่เมฆา ขอเพียงสามารถสร้างความสัมพันธ์กับท่านซูผู้นั้นได้ ก็นับว่าคุ้มค่าแล้ว
ส่วนเสวี่ยหลิวหลีไม่ได้สนใจเื่เ่าั้เลย ั้แ่เริ่มต้น ดวงตางามของนางก็จ้องมองเพียงซูฉางเกอที่นั่งอยู่ตำแหน่งประธานของเหล่าผู้าุโ ในสายตาของนางราวกับมีเพียงเงาของซูฉางเกอคนเดียวเท่านั้น ไม่ได้สนใจเื่อื่นแม้แต่น้อย
นางไม่รู้เลยว่า รอบกายมีสายตาอันร้อนแรงนับไม่ถ้วนกำลังลอบมองนางอยู่ ซึ่งเกือบทั้งหมดเป็ลูกศิษย์ชายรุ่นเยาว์จากตระกูลอื่น ๆ
เสวี่ยหลิวชิงสังเกตเห็นสถานการณ์นี้ จึงอดไม่ได้ที่จะเย้าแหย่ว่า "พี่หลิวหลี ด้านหลังมีคนแอบมองพี่ตั้งเยอะแน่ะ มีแต่พวกที่คิดไม่ซื่อทั้งนั้น พี่เป็ที่นิยมขนาดนี้ ไม่รู้ว่าผู้าุโซูจะหึงหวงหรือไม่นะเ้าคะ..."
แก้มของเสวี่ยหลิวหลีแดงระเรื่อ นางถลึงตาใส่เสวี่ยหลิวชิงเบา ๆ "หากยังกล้าล้อข้าอีก เชื่อหรือไม่ว่าวันหลังข้าจะไม่พาเ้าออกไปด้วย"
เสวี่ยหลิวชิงไม่ได้เกรงกลัวพี่สาวของตนเลย นางรู้นิสัยของเสวี่ยหลิวหลีดี ชอบผู้าุโซูก็แค่พูดออกมาตรง ๆ จะไม่ยอมรับทำไม คนที่ยอดเยี่ยมอย่างผู้าุโซู มีเด็กสาวชอบตั้งมากมาย...
ทางด้านตระกูลไป๋
ไป๋โม่จงและไป๋อี้ถงมองดูเหตุการณ์ด้านล่าง พลางลอบส่ายหน้าในใจ รากฐานของนิกายเซียนกระบี่เมฆานั้นย่ำแย่เกินไป ต่อให้มีท่านซูผู้นั้นอยู่ คาดว่าในระยะเวลาอันสั้นคงยากที่จะมีความก้าวหน้าใด ๆ
อวิ้นเอ๋อร์อยู่ที่นี่ จะส่งผลเสียต่อการบ่มเพาะในอนาคตเกินไป หลังจากวันนี้ ต้องพาอวิ้นเอ๋อร์กลับตระกูล จะปล่อยให้นางเอาแต่ใจแบบนี้ต่อไปไม่ได้
...
การทดสอบพลังิญญาสิ้นสุดลง
ลำดับต่อไปคือการทดสอบการต่อสู้จริง
ตามกฎเกณฑ์
ก่อนการทดสอบการต่อสู้จริง ซูฉางเกอจำเป็ต้องประกาศรางวัลสำหรับผู้ที่ติดสิบอันดับแรกของการประลอง เพื่อเป็การให้กำลังใจแก่เหล่าลูกศิษย์
ณ ตำแหน่งประธานของเหล่าผู้าุโ
ซูฉางเกอค่อย ๆ ลุกขึ้น ขณะที่กำลังจะเอ่ยปาก จู่ ๆ ที่นั่งรับรองด้านล่างก็มีเสียงหัวเราะแห้ง ๆ ของผู้สูงอายุดังขึ้น
"ในเมื่อมาเป็แขกชมงาน ย่อมต้องเตรียมของขวัญมาด้วย ท่านซู ตระกูลหงของข้าขอมอบสิ่งหนึ่ง ไม่ทราบว่าสามารถใช้เป็รางวัลสำหรับการประลองได้หรือไม่?"
เสียงนี้ดึงดูดให้ผู้คนจำนวนมากหันไปมอง
เมื่อมองไปจึงพบว่า เป็หงว่านิ บรรพชนของตระกูลหง!
นี่คือปีศาจเฒ่าที่มีชีวิตอยู่มาหลายร้อยปี ยอดฝีมือระดับครึ่งก้าวราชันย์สูงสุดที่แท้จริง
ด้านหลังของเขา โจวยวนและคนอื่น ๆ มีท่าทางตื่นเต้น
พวกเขาย่อมรู้จักหงว่านิ
ตระกูลหงถึงกับจะมอบของขวัญให้นิกายเซียนกระบี่เมฆา?
แถมยังเป็หงว่านิปีศาจเฒ่าแห่งตระกูลหงที่เอ่ยปากเอง ต่อให้เ้าสำนักเจี้ยนเทียนสิงอยู่ที่นี่ ก็ไม่แน่ว่าจะได้รับเกียรติเช่นนี้!
สิ้นคำพูดของหงว่านิ เขาเพียงโบกมือเบา ๆ แสงิญญาก็รวมตัวกันตรงหน้า ปรากฏเป็ม้วนคัมภีร์สีทองโบราณเล่มหนึ่ง พลังิญญาจากม้วนคัมภีร์พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า
《เคล็ดวั่นิ》
"วิชาบ่มเพาะระดับนภาขั้นสูง หวังว่าท่านซูจะไม่รังเกียจ"
ซี้ด! วิชาบ่มเพาะระดับนภาขั้นสูง!
ปีศาจเฒ่าผู้นี้ช่างทุ่มทุนสร้างจริง ๆ
ผู้คนจำนวนมากจ้องมองม้วนคัมภีร์สีทองกลางอากาศด้วยสายตาหิวกระหาย วิชาบ่มเพาะระดับนภานั้นหาได้ยากยิ่งในห้าดินแดนใหญ่ นอกจากศิษย์หลักของแต่ละตระกูลแล้ว ผู้ที่สามารถฝึกฝนได้มีน้อยนิดเหลือเกิน
นี่ไม่ใช่การมอบของขวัญให้ลูกศิษย์นิกายเซียนกระบี่เมฆา แต่เป็การมอบของขวัญให้ท่านซูผู้นั้นชัด ๆ คนที่ตาถึงย่อมมองออกว่า หงว่านิกำลังแสดงไมตรีต่อซูฉางเกอ
โจวยวนและผู้าุโอีกหลายท่านตื่นเต้นจนใบหน้าแดงก่ำ ในดวงตาเต็มไปด้วยความประหลาดใจและยินดี นิกายของพวกเขาก็มีวิชาระดับนภาอยู่สองเล่ม แต่ทั้งสองเล่มเป็ระดับนภาขั้นต่ำ เมื่อเทียบกับวิชาระดับนภาขั้นสูงตรงหน้านี้แล้ว ถือว่าอยู่คนละระดับกันเลย
ซูฉางเกอมีสายตาเรียบเฉย เขามองม้วนคัมภีร์สีทองกลางอากาศอย่างช้า ๆ ในใจไม่ได้หวั่นไหว วิชาบ่มเพาะระดับนี้ ในสายตาของเขาถือว่าไม่มีอะไรพิเศษ
ตอนนี้ร้านค้าโชคชะตาเปิดใช้งานแล้ว ซูฉางเกอได้ลองดูวิชาที่วางขายในนั้น วิชาบ่มเพาะระดับนภาขั้นสูงหนึ่งเล่ม ใช้เพียง 100 ค่าโชคชะตาก็ซื้อได้แล้ว อาจกล่าวได้ว่าสำหรับเขา วิชาบ่มเพาะระดับนภานั้นเป็ของโหล ๆ ที่หาได้ทั่วไป จนเขาไม่คิดจะฝึกฝนด้วยซ้ำ
ทว่าท่าทางไม่ยินดียินร้ายของเขา กลับตัดกับคนส่วนใหญ่ในที่แห่งนั้นอย่างสิ้นเชิง ดวงตาฝ้าฟางของหงว่านิเป็ประกาย เขาที่มีชีวิตอยู่มาหลายร้อยปี ย่อมมองออกว่าความเฉยเมยของซูฉางเกอนั้นเป็การเสแสร้งหรือเป็ของจริง
เพราะเหตุนี้ เขาจึงยิ่งเชื่อมั่นว่าท่านซูผู้นี้มีสายตาที่ไม่ธรรมดา มีความรู้กว้างขวางยิ่งนัก วิชาบ่มเพาะระดับนภาขั้นสูงเล่มหนึ่ง อาจจะไม่เข้าตาของอีกฝ่ายด้วยซ้ำ
ตระกูลหงได้มอบวิชาระดับนภาให้ซูฉางเกอไปแล้ว จุดประสงค์นั้นชัดเจน อีกสี่ตระกูลที่เหลือในตอนนี้จึงเริ่มนั่งไม่ติดที่