นิยายแปล ทุ่งรวงทอง **จบแล้ว**

    Re-new ตอนที่ 43 ใจดำ

    ตอนที่ 43  ใจดำ

     

            หมู่บ้านตงชานมิได้เป็นหมู่บ้านที่ใหญ่มากข่าวจึงแพร่กระจายไปได้อย่างรวดเร็วว่า เมื่อคืนภรรยาของชวนจู้ได้เดินฝ่าหิมะไปขอให้ลูกสาวคนเล็กของตระกูลหยูไปดูคนไข้  ข่าวนี้ได้แพร่กระจายไปทั่วทั้งหมู่บ้านแล้ว ดังนั้นเช้าวันนี้จึงมีคนไปที่บ้านของชวนจู้เพื่อสอบถามถึงเรื่องที่เกิดขึ้น

             

            หลังจากนั้นหยูเสี่ยวเฉาก็ถูกเชิญไปรักษาคนไข้เป็นครั้งคราวนางได้เรียนรู้จากประสบการณ์และไม่ได้พึ่งแต่น้ำหินศักดิ์สิทธิ์มารักษาอาการป่วยเล็กๆ น้อย ๆ อีกต่อไปแล้ว นางจะจ่ายยาสำหรับอาการป่วยเล็ก ๆ และพรมน้ำหินศักดิ์สิทธิ์ลงไปบนสมุนไพรหากเป็นโรคที่ซับซ้อนมากยิ่งขึ้นคนไข้ที่นางรักษานั้นหายดีหมดทุกคน ดังนั้นชื่อเสียงของนางในฐานะ ‘หมอน้อยแห่งหมู่บ้านตงชาน’ จึงค่อย ๆ แพร่กระจายไปยังหมู่บ้านใกล้เคียง

             

            หิมะตกหนักอยู่หลายวันกว่าจะหยุดทั้งหมู่บ้านตงชานถูกปกคลุมด้วยหิมะสีขาวโพลนกองสูงพะเนินราวกับว่าโลกนี้มีเพียงสีขาวและสีดำเท่านั้น

             

            บ้าน 20หลังในหมู่บ้านตงชานต้องเดือดร้อนเนื่องจากผลของพายุหิมะ บ้านของชาวบ้านต่างก็เสียหายจากพายุหิมะในครานี้เพียงแต่ต่างกันที่ว่าเสียหายน้อยหรือมากเพียงเท่านั้นมีสามครอบครัวที่บ้านพังลงทั้งหลังเพราะหิมะ แต่โชคดีที่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บหรือล้มตาย

             

            แต่ก็มีคนแก่และเด็กมากมายที่ไม่สามารถรอดชีวิตจากความหนาวเย็นอันแสนสาหัสอย่างกะทันหันได้พวกเขาเหล่านั้นต่างก็เสียชีวิตไปอย่างเงียบ ๆ

             

            หิมะที่ตกหนักทำให้ชาวบ้านหลายคนอ่อนแอบ้างก็หิวโหย บ้างก็ป่วยไข้หิมะที่ตกหนักอยู่หลายวันทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อขึ้นในเมือง

             

            ราคาเมล็ดธัญพืชหยาบเพิ่มจาก2 อีแปะต่อชั่งเป็นราคาเดียวกับธัญพืชชั้นดีก่อนที่หิมะจะตก ธัญพืชชั้นดีที่แต่เดิมราคา5 อีแปะต่อชั่งก็เพิ่มขึ้นเป็น 10 อีแปะต่อชั่ง  ยิ่งกว่านั้นราคาของข้าวขาวที่มิมีปลูกในพื้นที่รอบๆ เมืองถังกู่ก็เพิ่มขึ้นเป็น 20 อีแปะ ! ต่อชั่งไปแล้วราคาเนื้อทุกชนิดก็เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า

             

            เมื่อเวลาผ่านไปวันปีใหม่ก็มาถึง แต่ราคาของอาหารและสินค้าต่าง ๆ ก็ยังคงสูงอยู่ นี่เป็นปัญหาหลักสำหรับชาวบ้านทั่วไปที่ทำงานหนักในปีที่ผ่านมาและอยากจะเปลี่ยนวิถีชีวิตของพวกเขาในช่วงปีใหม่

             

            ในช่วงหลายวันมานี้บรรยากาศที่โต๊ะอาหารของตระกูลหยูมืดครึ้มชอบกล เสียงบ่นของนางจางทำให้คนอื่น ๆ กินข้าวไม่ลง

             

            “กิน ! กิน ! กิน ! รู้จักแต่เรื่องกิน! กินจนจะหมดโกดังอยู่แล้ว ! เหตุใดตระกูลหยูของเราถึงให้คนขี้โรคอย่างเจ้าแต่งงานเข้ามาในตระกูลกันนะ? เป็นผู้หญิงที่พาโชคร้ายมาให้ครอบครัวสามีตนเองอย่างแท้จริง ! ” นางจางเห็นหยูเสี่ยวเฉาเอาแผ่นแป้งไปให้แม่อีกแผ่นก็เริ่มด่าอย่างเกรี้ยวกราด

             

            หิมะตกหนักทำให้นางหลิวที่อ่อนแอและสุขภาพไม่ดีต้องล้มป่วยนางหลิวไอจนหอบอยู่บ่อยครั้ง เสี่ยวเฉาไม่ต้องจับชีพจรของแม่นางก็รู้ได้ว่านางหลิวเป็นโรคหลอดลมอักเสบนางสั่งยาให้แม่หลายถ้วยและใส่น้ำหินศักดิ์สิทธิ์ลงไปในน้ำดื่มของแม่อีกด้วยดังนั้นอาการไอที่ปกติจะกินเวลานานหลายเดือนก็ถูกเสี่ยวเฉารักษาจนหาย

             

            ตอนที่ป่วยนางหลิวจะทนความหนาวมิได้ดังนั้นนางหลี่กับคนอื่น ๆ ในบ้านจึงต้องแบ่งงานกันทำ นางหลี่ไม่เคยทำงานอย่างจริงจังดังนั้นงานบ้านส่วนใหญ่จึงตกเป็นภาระของหยูไซตี้และบ่าวรับใช้ของนางจ้าว

             

            นางจางไม่เต็มใจให้ลูกสาวคนเล็กของนางทำงานบ้านแต่นางก็ไม่กล้าโยนงานทั้งหมดไปให้บ่าวรับใช้ของสะใภ้สาม ดังนั้นนางจึงต้องทำงานด้วยตนเองพอนางหงุดหงิดจากงานบ้าน นางก็เริ่มด่ากราดไม่หยุด ราวกับปืนกล

             

            “ท่านย่า ป่วยครานี้ท่านแม่มิได้ใช้เงินสักอีแปะเดียวเพียงแค่ให้ท่านแม่พักเพียงสองสามวันก็มิได้รึเจ้าคะ ? ในบ้านมีคนอยู่ตั้งสิบกว่าคนถ้าทุกคนช่วยกันคนละนิดละหน่อย งานก็เสร็จได้เจ้าค่ะ ร่างกายของท่านแม่ยังอ่อนแอมากจะปล่อยให้หิวมิได้ ถ้าไม่ได้พักฟื้นให้ดีอาการป่วยเล็กน้อยก็กลายเป็นเรื่องใหญ่ได้ ถ้าป่วยหนักขึ้นมาท่านย่าคิดรึว่าข้าจะยังสามารถรักษาได้? เยี่ยงนั้นก็ต้องเรียกหมอจากในเมืองมาใช่หรือไม่เจ้าคะ ? ”

             

            หยูเสี่ยวเฉากินต่อและไม่สนใจเสียงบ่นของนางจางถ้าทะเลาะกับยายแก่วัยทองที่โคตรลำเอียงผู้นี้ก็เป็นการทรมานตนเองเสียเปล่า

             

            นางจางไม่รู้ว่าจะเถียงคำพูดของเด็กหญิงได้เยี่ยงไรนางจึงวางตะเกียบลงแล้วคร่ำครวญพร้อมกับตบขาตนเอง “ข้าทำเวรทำกรรมอันใดไว้ ?เหตุใดต้องมาพบเจอกับพวกไร้ประโยชน์พวกนี้ด้วย ? ข้าเป็นเพียงผู้หญิงแก่ ๆ อ่อนแอที่ทำงานหนักเพื่อเก็บอาหารให้คนทั้งบ้านแล้วยังต้องถูกเด็กด่าอีก สวรรค์ ! เหตุใดท่านมิเอานังเด็กอกตัญญูนี่ไปให้พ้นๆ เสียที... ”

             

            หลังจากนางหลี่กลืนอาหารลงคอแล้วนางก็ใช้แขนเสื้อสกปรกของนางเช็ดปากและแดกดันออกมาอย่างมีความสุข “เฮ้ ! เสี่ยวเฉา เจ้าพูดกับท่านย่าเช่นนั้นได้เยี่ยงไรกัน ? เจ้าทำให้ท่านย่าโมโหจะไม่ก้มหัวขอโทษท่านย่าสักหน่อยรึไงเล่า ? ”

             

            หยูไห่รีบพูดแทรกขึ้นมาเพื่อปลอบใจนางจาง“ท่านแม่ เฉาเอ้อร์ยังเด็ก อย่าได้เก็บเอาคำพูดนางมาใส่ใจเลย พวกเราทุกคนต่างก็รู้ว่าท่านแม่เป็นกังวลเพื่อครอบครัวเราเพราะเงินเฟ้อในฤดูหนาวปีนี้แต่ท่านแม่มิต้องห่วงหรอกขอรับ พอหิมะละลาย ข้าจะไปล่าสัตว์ในภูเขา แล้วเก็บไว้ครึ่งหนึ่งสำหรับวันปีใหม่ส่วนอีกครึ่งก็เอาไปแลกแป้งขาวชั้นดีกับแป้งสาลีที่เมืองก็ได้นี่ขอรับ ! ”

             

            ทันทีที่นางจางได้ยินว่าปัญหาเรื่องอาหารวันปีใหม่สามารถแก้ไขได้แล้วนางจึงหยุดร้องไห้และทำหน้าดุมองเสี่ยวเฉาที่ท้าทายอำนาจของนางซ้ำแล้วซ้ำเล่าจากนั้นก็หันไปกล่าวกับหยูไห่ว่า “ลูกรอง เจ้าตามใจลูกมากจนมิรู้จักเคารพผู้ใหญ่แล้วนางเป็นเด็กพูดกับผู้ใหญ่เยี่ยงนั้นได้หรือ ? น่าจะตีสั่งสอนนางสัก 2ทีจะได้รู้จักเคารพผู้ใหญ่เสียบ้าง ! ”

             

            หยูไห่ที่ทนเห็นลูกเจ็บไม่ได้แม้แต่ปลายก้อยก็ได้คิดว่าลูกสาวของเขาไม่ได้พูดอะไรผิดเลยสักนิด แต่เขารู้สึกว่าหญิงชราไม่อาจยอมรับความอับอายได้ถ้าเขาไม่ให้ทางออกกับนาง นางก็คงจะสร้างเรื่องสร้างราวไปอีกทั้งวัน

             

            ขณะที่หยูไห่กำลังลังเลเขาก็เห็นตะเกียบในมือลูกสาวหล่นลงบนพื้นอย่างกะทันหัน นางขมวดคิ้วแน่นพร้อมกับจับหน้าอกด้วยสีหน้าเจ็บปวด“ท่านพ่อ...ข้า ข้าหายใจมิออก... ” พูดยังไม่จบนางก็หมดสติและล้มหงายหลังลงไปทันที

             

            หยูเสี่ยวเหลียนวางตะเกียบเตรียมพร้อมตั้งแต่เห็นเสี่ยวเฉาขมวดคิ้วแล้วพอเสี่ยวเฉาล้มหงายหลังลงไป เสี่ยวเหลียนจึงสามารถรับตัวนางเอาไว้ได้ก่อนที่นางจะหล่นหัวกระแทกพื้นเสี่ยวเฉาแอบหรี่ตามองพร้อมกับทำท่าชมเชยเสี่ยวเหลียน

             

            “เฉาเอ้อร์ ! เจ้าเป็นอะไรไป เฉาเอ้อร์ ! ” นางหลิวหน้าซีดเผือด นางกอดร่างผอมบางของลูกสาวเอาไว้พร้อมกับร้องไห้

             

             

            หยูไห่อุ้มลูกสาวขึ้นมาทันทีและก้าวออกไป“ท่านพ่อ ! ท่านแม่ !เฉาเอ้อร์ป่วยอีกแล้ว ! ท่านหมอโหยวบอกว่าเด็กคนนี้ร่างกายอ่อนแอเป็นอย่างมากหากล้มป่วยอีกคราอาจจะเป็นอันตรายถึงชีวิต ข้าจะไปขอยืมรถลากบ้านลุงใหญ่แล้วพาเสี่ยวเฉาเข้าเมือง...! ”

             

            เฒ่าหยูหยุดกินทันทีและรีบเอาเสื้อคลุมขนสัตว์ของเขาคลุมร่างหลานสาวเอาไว้“ สวมเสื้อเยอะ ๆ ร่างกายจะได้อบอุ่น อย่าปล่อยให้นางเป็นหวัดได้หละยายเฒ่าเอาเงินออกมาเร็วเข้า หมอในเมืองมิยอมให้ติดไว้ก่อนเป็นแน่ ! ”

             

            นางจางตัวสั่นเทาด้วยความโกรธนางยืนขึ้นและตะโกนใส่ชายชราว่า “เหตุใดข้าจะต้องให้เงินด้วย ?นังเด็กเวรนั่นแกล้งป่วยก็เห็น ๆ กันอยู่ ! เมื่อครู่ยังสบายดีอยู่เลยมิใช่รึพอบอกให้ลงโทษก็ล้มป่วยลงไปเสียดื้อ ๆ เด็กนั่นกำลังขู่ข้า มันกำลังเอาอาการป่วยมาขู่ข้า! ห้ามทุกคนขยับเป็นอันขาด ! หากกล้าออกจากห้องนี้ก็ไม่ต้องกลับเข้ามาในบ้านตระกูลหยูอีก! ”

             

            เฒ่าหยูก็โมโหเช่นกัน“เจ้ามันเผด็จการ ! กับเด็กเล็ก ๆ ยังทำใจร้ายอยู่ได้เยี่ยงไรกัน? มิได้ยินที่ท่านหมอโหยวกล่าวไว้รึไง ? เด็กนี่จะถูกกระตุ้นหรือยั่วยุมากเกินไปมิได้  เมื่อครู่เจ้าจะลงโทษนาง นางก็กลัวจนป่วยไปอีกน่ะสิเจ้าเป็นถึงท่านย่าของนาง แต่เจ้ากล้าทำเช่นนี้ได้เยี่ยงไรมิรู้สึกละอายเลยบ้างรึไง? รีบเอาเงินมาประเดี๋ยวนี้ จะให้นางไปรักษาช้ามิได้ ! ”

             

             

            “เหตุใดต้องไปหาหมอให้เสียเงินเปล่าด้วยเล่า! ข้ามิมีเงินแม้แต่อีแปะเดียว เฉือนเนื้อข้าไปจ่ายเลยไหมล่ะ !? ” นางจางทำราวกับว่ายอมตายดีกว่าจะเอาเงินให้พวกเขาดังนั้นจึงไม่มีใครรู้ว่าควรจะทำยังไงกับนางดี

             

            นางหลี่ยิ้มเยาะและเอ่ยเสริมว่า“เสี่ยวเฉาเก่งนักมิใช่รึ ? รักษาคนได้เงินมาตั้งมากมาย มิเห็นเคยเอาเงินที่ได้มาให้ครอบครัวบ้างเลยนี่! ”

             

            “เงินนั่นเป็นค่ายาของท่านหมอโหยว! น้องสามคิดแค่ค่ายาเพียงอย่างเดียว ! ”  หยูเสี่ยวเหลียนอดที่จะพูดไม่ได้เมื่อเห็นสีหน้าดูถูกเหยียดหยามของท่านย่ากับท่านป้าใหญ่

             

            นางจางตะโกนราวกับเจอข้อผิดพลาดที่พวกเขาทำไว้แล้ว“คิดแค่ค่ายางั้นรึ ?   ใครจะไปเชื่อพวกเจ้ากัน? ทุกอย่างที่พวกแกกินเข้าไปเป็นของข้า ยังจะเห็นแก่ตัวแอบเก็บเงินเอาไว้เองอีกเยี่ยงนั้นรึ! ข้าจะปล่อยให้ผู้อื่นทำตามมิได้ เอาเงินนั่นมาเร็วเข้า ! ”   พูดจบนางก็ทำท่าจะไปค้นห้องตะวันตกด้วยตนเอง

             

            หยูไห่อุ้มลูกและกัดฟันมองการกระทำของนางจางลูกสาวของเขาป่วยจนหมดสติ ท่านย่าของนางก็ยังขัดขวางไม่ให้พวกเขาไปหาหมออีกยิ่งกว่านั้นนางยังต้องการยึดเอาค่ายาที่ลูกสาวของเขาเก็บไว้ให้ท่านหมอโหยวอีกด้วยรึ

             

            “ท่านพ่อ ! เงินทั้งหมดที่เสี่ยวเฉาเก็บไว้คือค่าสมุนไพรของท่านหมอโหยว ! หากท่านหมอโหยวรู้ว่าพวกเราเอาเงินจากความลำบากเหนื่อยยากของเขาไปครอบครัวของเรายังจะมีหน้าไปขอให้เขามารักษาพวกเราในวันข้างหน้าอยู่อีกรึ ?ถ้าคนในหมู่บ้านรู้เข้า  ครอบครัวของเราจะยังมีศักดิ์ศรีอยู่อีกเยี่ยงนั้นรึ? ”

             

            เมื่อเห็นว่าพ่อของเขาไม่คิดจะห้ามนางจางหยูไห่ก็รู้สึกเจ็บปวดและโกรธเคือง คนมักจะพูดกันว่า ‘ถ้ามีแม่เลี้ยงก็จะมีพ่อเลี้ยง’ ดูเหมือนว่าคำกล่าวนั้นจะเป็นความจริง นางจางมักจะข่มเหงรังแกและกดขี่บ้านสองอยู่เสมอ แต่ท่านพ่อของเขาจะช่วยพูดให้ก็ตอนที่รู้สึกว่านางจางทำเกินไปเท่านั้นวันนี้เขาถึงกับเห็นพ้องกับการกระทำของนางโดยไม่คิดจะขัดเมื่อปัญหานั้นเกี่ยวข้องกับการเงินของครอบครัว

             

            เฒ่าหยูก็มีความคิดเป็นของตนเองในเมื่อตระกูลต้องมีบัณฑิต ก็มีเรื่องให้ต้องใช้เงินอีกเยอะในอนาคตถ้าทุกคนเห็นแก่ตัว แล้วตระกูลจะอยู่รอดได้เยี่ยงไร ?เรื่องแอบเก็บเงินเอาไว้เองนั้นเป็นเรื่องที่ยอมมิได้โดยเด็ดขาด

             

            แต่ตระกูลหยูแตะต้องเงินค่ายาในมือหลานสาวของเขามิได้จริงๆ ทุกวันนี้ทุกบ้านต่างก็มีการเจ็บป่วยและปัญหาที่ต้องขอความช่วยเหลือจากหมอทั้งนั้นพวกเขาจะล่วงเกินหมอคนเดียวในละแวกนี้มิได้ ถ้านางแอบทำอะไรกับยาของพวกเขาขึ้นมาคงแย่เป็นแน่

             

            “ห้ามทุกคนแตะต้องเงินของท่านหมอโหยว! นี่ยายเฒ่า เจ้ามิต้องการให้ท่านหมอโหยวรักษาโรคไขข้ออักเสบของเจ้าแล้วรึเยี่ยงไร? แล้วยังอาการไอของต้าชานอีก... ” ในที่สุดเฒ่าหยูก็ยอมเอ่ยออกมา

             

            นางจางถือกล่องเงินที่หาพบซึ่งส่วนใหญ่เป็นเงินอีแปะอย่างน้อยข้างในก็น่าจะมีถึงสองสามพันอีแปะ ถ้าเอาเงินทั้งหมดเข้าบัญชีของครอบครัวได้แล้วล่ะก็ต่อให้ปีใหม่ราคาของยังสูงอยู่ ตระกูลหยูก็สามารถมีวันปีใหม่ที่หรูหราได้

             

            คำพูดของเฒ่าหยูทำให้มือที่กำลังจะเอื้อมไปหาเงินต้องหยุดชะงักนางจางคิดอยู่ในใจว่านางรู้ดีว่าเสี่ยวเฉามีความสามารถมากถึงเพียงไหน นางเชื่อว่าเหตุผลเดียวที่คนพวกนั้นขอให้เสี่ยวเฉาไปรักษาก็เพราะยาของหมอโหยว

             

            นางจางทนทรมานจากโรคไขข้ออักเสบมานานกว่า10 ปี ช่วงพายุหิมะเมื่อหลายวันก่อนโรคของนางก็กำเริบขึ้นมาอีกครา ตอนนั้นหยูเสี่ยวเฉาใช้สมุนไพรที่หมอโหยวเตรียมไว้ให้ช่วยลดอาการปวดของนาง(ผู้แต่ง : ความจริงเสี่ยวเฉาเป็นคนเตรียมต่างหากเล่า)ถ้าหากพวกเขาล่วงเกินหมอโหยวเข้า นางมิต้องเข้าเมืองเพื่อไปรักษาขาของนางหรอกรึ ?นั่นจะต้องเป็นการเสียเงินมากเป็นแน่ !

             

            หลังจากคิดไตร่ตรองอยู่ชั่วครู่นางก็ได้วางกล่องเงินลงอย่างไม่เต็มใจมากนัก จากนั้นก็กลับห้องไปโดยไม่ยอมกินอาหารนางเมินเฉยต่อทุกคนและนอนลงบนเตียง

             

            หยูไห่ก้มลงมองลูกสาวที่ดูซีดเซียวในอ้อมแขนของเขาและเอ่ยกับเฒ่าหยูว่า  “ท่านพ่อ ต่อให้ต้องยืมเงินลูกก็ต้องพาเสี่ยวเฉาไปหาหมอในเมืองให้ได้ ! ”

             

    คล้ายกับเรื่องนิยายแปล ทุ่งรวงทอง **จบแล้ว** ที่คุณอ่าน

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810