บทที่ 67
“กลิ่นหอมมากจริงๆ ด้วย” อลันหันไปพูดกับเมมี่ ในขณะที่กำลังนั่งลงประจำที่ของตน“เม็ดขาวๆ ในจานนี่คืออะไรหรือเจ้าคะ” เมมี่ที่นั่งลงเรียบร้อยแล้วเอ่ยถามขึ้นทันทีเมื่อเห็นของแปลกตาในจานตรงหน้า“นี่ก็คือข้าวที่พวกเจ้าเก็บมาวันนี้อย่างไรเล่า” ภามตอบ“เอ๋! ไม่เห็นจะเหมือนเลย” แอนเน่พูดขัดขึ้นอย่างประหลาดใจ พร้อมกับใช้มือหยิบเม็ดข้าวที่สุกแล้วในจานขึ้นมาส่องดูใกล้ๆ“ระวังร้อน ...ข้าวพวกนั้นนำมาหุงจนสุกแล้วจะได้เช่นนี้ ไว้วันหน้าข้าจะสอนพวกเจ้าหุงข้าวเอง” ภามเอ่ยเตือน แล้วหยิบข้าวออกจากมือแอนเน่ ก่อนจะอธิบายต่อ“ขอรับ/เจ้าค่ะ”“เอาล่ะ ทานอาหารกันเถอะ เดี๋ยวเย็นแล้วจะไม่อร่อย” ภามเอ่ยจบ ทุกคนจึงลงมือทานอาหารตรงหน้า ขณะที่กำลังทานอาหาร ภามสังเกตทุกคนรอบโต๊ะ แม้ภายในห้องครัวจะเปิดแอร์จนเย็นฉ่ำแล้ว แต่ตามไรผมแต่ละคนกลับมีเหงื่อซึมออกมา แถมบางคนยังสูดปากซี๊ดซ๊าดจนหน้าแดง “รสชาติเป็นอย่างไรบ้าง เผ็ดเกินไปหรือไม่” ภามเอ่ยถาม“เผ็ดพอสมควรขอรับ” อลันตอบตามจริง“แต่ข้า.. อึก.. อึก... ข้าชอบนะ” แอนเน่รีบพูด แต่เพราะเผ็ดจึงยกน้ำขึ้นดื่มสองอึก ก่อนจะพูดต่อจนจบ“หากเผ็ดก็กินข้าวตามไปด้วย จะได้เผ็ดน้อยลง” ภามบอก“ใช่แล้ว กินกับพวกผักนี่ด้วย หวานดีนะ แม่ว่าเจ้าต้องชอบแน่ๆ” เมมี่เสริมพร้อมกับตักผัดผักให้แอนเน่ กับอามิน ไม่นานอาหารทั้งข้าว และกับข้าวทั้งหมดบนโต๊ะก็ถูกจัดการจนเกลี้ยง อลันเองที่บอกว่าเผ็ด ก็เติมข้าวมาทานต่อถึงสองจาน “เราเกี่ยวข้าวกันหมดแล้ว ช่วงบ่ายนี้จะทำอะไรกันต่อหรือขอรับ” อลันถามขึ้นหลังจากอิ่มได้ที่แล้ว“เดี๋ยวช่วยกันยกกระสอบข้าวมาไว้ในครัว แล้วก็พักกันได้ตามสบายเลย” ภามตอบ อลันกับเมมี่พยักหน้าตอบรับ ส่วนเด็กๆ ก็โห่ร้องออกมาอย่างยินดี จากนั้นจึงช่วยกันเก็บกวาด ล้างจานอย่างรวดเร็ว หลังจากนำข้าวสารมาเก็บในครัวแล้ว อลันก็ไปดูแลเด็กๆ ที่ตั้งใจจะไปแข่งกันขี่ม้า ส่วนเมมี่ก็บอกว่าจะไปทำความสะอาดห้องนอน ภามมองท้องฟ้าแล้วอากาศบ่ายนี้ไม่ร้อนนัก จึงชงกาแฟ และหอบดินสอกระดาษ ขึ้นไปนั่งวาดรูปบนดาดฟ้า หลังจากวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะ หาที่นั่งมุมเหมาะได้แล้วจึงมองไปรอบๆ หาวิวที่อยากจะวาด ครั้งก่อนเขาวาดทิวทัศน์ของสวนหน้าบ้านไปแล้ว ครั้งนี้เขามองไปรอบ จึงตัดสินใจวาดภาพเด็กๆ ที่กำลังขี่ม้าแข่งกันอยู่ด้านล่าง โดยมีอลันคอยยืนกำกับอยู่ด้านข้าง เวลาแห่งความสุขมักผ่านไปไวเสมอ เวลาช่วงบ่ายที่ทุกคนได้พักผ่อนนี้ก็เช่นกัน พริบตาเดียว ดวงอาทิตย์ก็ใกล้จะลับขอบฟ้า ทั่วทั้งท้องฟ้าถูกย้อมเป็นสีส้มแดง ภามเก็บดินสอ กระดาษที่นำมาวาดรูปเล่น และแก้วกาแฟที่ถูกดื่นจนหมดไปนานแล้ว ก่อนจะเดินลงจากดาษฟ้า แวะเก็บดินสอ และกระดาษไว้ในห้อง และนำแก้วกาแฟไปไว้ในห้องครัว เมมี่กำลังเตรียมอาหารเย็นอยู่พอดี ภามจึงจัดการล้างแก้วกาแฟ ก่อนจะช่วยเมมี่ทำอาหารจนเสร็จ เห็นว่ามีเวลาเหลืออีกนิดหน่อย จึงตัดสินใจสอนเมมี่หุงข้าวต่อ มื้อเย็นวันนี้ไม่มีเสียงพูดคุยกันมากนัก เนื่องจากอามินกับแอนเน่ที่มักจะส่งเสียงเจื้อยเจี้ยวตลอดมื้ออาหารนั้น วันนี้ดูท่าจะเล่นมาจนหมดแรงแล้ว บนโต๊ะอาหารมื้อนี้จึงส่งเสียงพูดแทบจะนับคำได้ ส่วนผู้ใหญ่ทั้งสามคนก็ไม่ได้มีเรื่องคุยกันมากนัก จึงพูดคุยกันเพียงไม่นาน ทานอาหารหมด ก็แยกย้ายกันทำหน้าที่ก่อนเข้านอน วันรุ่งขึ้นทุกคนช่วยกันเก็บผลผลิต ซึ่งประกอบด้วย มันฝรั่ง แครอท หัวไชเท้า และข้าวโพด รวมทั้งหมด 8,000 หัว ใช้เวลาตลอดช่วงเช้าก็ยังเก็บไม่หมด จึงพักทานอาหารกลางวันก่อนจะออกมาทำงานกันต่อ ช่วงบ่ายใช้เวลาเก็บผลผลิตอีกไม่นานก็เก็บจนเสร็จ เนื่องจากผลผลิตรอบนี้เป็นผักที่ไม่จำเป็นต้องเก็บไว้ในห้องเย็นใต้ดินก็ได้ ภามจึงให้วางทิ้งไว้บนเกวียนทั้งลังเช่นเดิม พรุ่งนี้เวลาจะนำของไปส่งจะได้ไม่ต้องขนขึ้นเกวียนอีกครั้ง เมื่อถอดเกวียนออกจากตัวม้า ภามก็ปล่อยเจ้าดำ และเจ้าขาวกลับเข้าไปพักในคอก ก่อนจะเดินกลับไปช่วยคนอื่นๆ ขุดพลิกหน้าดินแปลงผักต่อ “เด็กๆ ไปพักได้แล้วล่ะ ที่เหลือเดี๋ยวข้ากับพ่อของพวกเจ้าจัดการต่อเอง” ภามบอกกับเด็กๆ หลังจากเมมี่แยกตัวไปเตรียมอาหารเย็น“ไม่เป็นไรขอรับ ข้ายังทำไหว” อามินเอ่ยเสียงเข้ม“เช่นนั้นข้าจะไปช่วยท่านแม่เตรียมอาหาร” เมื่อพี่ชายไม่พัก แอนเน่ก็ไม่กล้าพัก แต่ขุดดินจนเหนื่อยแล้ว จึงตัดสินใจเลือกเข้าไปช่วยเมมี่ทำอาหารแทนดีกว่า“ได้ เจ้าไปเถอะ” ภามเอ่ยอย่างเข้าใจ หลังจากแอนเน่เข้าไปช่วยเมมี่ทำอาหารในบ้าน จึงเหลือคนขุดพลิกหน้าดินอยู่แค่สามคน แต่จำนวนแปลงที่ยังไม่ได้พลิกหน้าดินก็เหลืออยู่ไม่มากแล้ว ดังนั้นใช้เวลาอีกไม่นาน ทั้งสามก็ช่วยกันทำต่อจนเสร็จ ดวงอาทิตย์ยังไม่ลับขอบฟ้า ภามกับอลันจึงช่วยกันขุดลอกคลองต่ออีกสักพัก จนเมื่อแอนเน่มาตามทั้งสองเข้าไปทานอาหาร พวกเขาจึงเก็บอุปกรณ์ แวะล้างมือ ล้างเท้า ก่อนจะเดินกลับเข้าบ้าน เมื่อเดินเข้าไปในห้องครัว ไอเย็นจากแอร์ช่วยให้รู้สึกชื่นใจ คลายความเหนื่อยล้าไปได้เล็กน้อย ภามกับอลันนั่งลงตรงที่นั่งของตน เมื่อพร้อมหน้าแล้ว ทุกคนจึงลงมือทานอาหารตรงหน้า “พรุ่งนี้พวกเราต้องเพาะเมล็ด แล้วช่วงบ่ายท่านภามจะต้องไปส่งผลผลิตใช่หรือไม่ขอรับ” อลันเอ่ยถามขึ้น ขณะที่ทุกคนกำลังทานอาหาร“ใช่แล้ว... อ้อ จริงสิ พวกเจ้าอยากจะเข้าเมืองกันบ้างหรือเปล่าล่ะ”“ข้าอยากๆ” อลันกับเมมี่ยังไม่ทันตอบ อามินกับแอนเน่ก็แย่งกันตอบแทน“จะไม่เสียเวลาทำงานหรือขอรับ” อลันถามอย่างเกรงใจ“ไม่เป็นไร ไว้พรุ่งนี้ข้าจะบอกคนงานของฮาคิมว่ารอบหน้าไม่ต้องมารับผลผลิต รอบหน้าเราก็นำของเข้าไปขายในเมืองกันเอง ถือโอกาสให้พวกเจ้าได้เข้าไปเดินเล่นพักผ่อนในเมืองด้วย” ภามอธิบาย“ขอรับ/เจ้าค่ะ” ทุกคนตอบรับอย่างตื่นเต้น หลังมื้ออาหารทุกคนในครอบครัวของอลันก็ช่วยกันเก็บกวาด ล้างจาน ภามจึงแยกตัวออกมาอาบน้ำและเข้านอนก่อน