นางมารน้อยหวนคืน

    ตอนที่ 52 น้องสาวที่รัก เจ้าคิดถึงพี่หรือไม่?

    เซียวฉีจึงเพิ่งคิดได้ว่าเสบียงที่เตรียมมาจากสำนักอยู่ที่ตนเอง “แม่นาง ขอบคุณที่ช่วยศิษย์น้องข้าไว้”


    “ไม่เป็นไร ข้าแค่บังเอิญเจอเข้าพอดี” มู่เชียนจิ่วตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชา นางไม่ชอบขี้หน้าของผู้บำเพ็ญเพียรวิถีกระบี่ที่ไร้สมองพวกนี้เท่าไรนัก


    หากไม่ใช่เพราะจงหลิงมีนิสัยร่าเริงถูกชะตากับนางละก็ นางไหนเลยจะสนใจไยดี


    และเท่าที่นางรู้จักมู่เทียนเซี่ยมา ศิษย์พี่ของจงหลิงผู้นี้ดูแล้วยังไม่เข้าตาน้องสาวนอกไส้ของนางเท่าไรนัก


    เซียวฉีเหมือนสัมผัสได้ถึงความไม่เป็นมิตรของสตรีชุดแดง จึงเบือนหน้าหนีด้วยความอึดอัด “ศิษย์น้อง เจ้ารู้หรือไม่ว่าที่นี่อันตรายเพียงใด?”


    “ท่านเลิกใช้น้ำเสียงแบบผู้ใหญ่คุยกับข้าสักทีได้หรือไม่!” จงหลิงถลึงตาใส่เขาด้วยความโมโห “ข้าไม่ใช่เด็กตัวเล็ก ๆ แล้วนะเจ้าคะ!”


    เซียวฉีส่ายหน้าอย่างระอา ในสายตาของเขา จงหลิงยังคงเป็นเด็กน้อยเสมอ


    “พี่เสียวจิ่ว” จงหลิงวิ่งไปที่ข้างกายมู่เชียนจิ่ว “ท่านกลับไปสำนักกระบี่พร้อมกับพวกเราเถอะเจ้าค่ะ?”


    “ไม่ละ ข้าตัวคนเดียว อิสระจนชินแล้ว” มู่เชียนจิ่วยิ้มบาง ๆ นางไม่ได้เผยฐานะของซูจิ่วออกมา และหากออกจากสำนักโดยไม่บอกละก็ เกรงว่านางคงไม่มีที่ให้กลับอีกเป็นแน่


    “อ่อ เช่นนั้นก็ได้เจ้าค่ะ” จงหลิงรู้สึกผิดหวัง


    นางและพี่เสียวจิ่วถูกชะตากันมาก อีกทั้งยังคุยกันถูกคอ โดยเฉพาะฝีมือการทำอาหารของพี่เสียวจิ่ว หลังจากได้กินแล้วนางก็ไม่อยากกินอาหารฝีมือคนอื่นอีกเลย


    หากต่อไปนางไม่ได้กินอีกเล่าจะทำเช่นไร!


    เมื่อคิดถึงอาหารที่ครัวของสำนัก แววตาของดรุณีน้อยก็เผยความเอือมระอาออกมาอย่างไม่ปิดบัง ไม่ใช่ว่านางใส่ร้าย แต่มันไม่อร่อยจริง ๆ!




    เสียวจิ่ว?


    มู่เทียนเซี่ยหรี่ตาลงพลางมองหญิงสาวปริศนาทันที สตรีภายใต้ผ้าคาดใบหน้าสีดำผู้นี้ เหตุใดนางถึงรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด!


    แววตาของสตรีชุดแดงผู้นี้ ทำให้นางรู้สึกเกลียดอย่างไร้เหตุผล!


    และสิ่งที่ทำให้นางไม่พอใจมากที่สุดก็คือ สตรีผู้นี้ยังมีนามว่า ‘เสียวจิ่ว’ 


    เหตุนี้ยิ่งทำให้นางคิดถึงนางสารเลวมู่เชียนจิ่วขึ้นมา!


    เป็นเพราะนางสารเลวนั่น ก่อนตายนอกจากไม่ยอมมอบป้ายชิงอวิ๋นให้นางแล้ว ที่น่าแค้นใจยิ่งกว่าก็คือนางกลับมอบป้ายชิงอวิ๋นนั้นให้ผู้อื่น ไม่อย่างนั้นตอนนี้นางคงได้เป็นศิษย์ของท่านเจ้าสำนักชิงอวิ๋นไปแล้ว!


    ยิ่งคิดมู่เทียนเซี่ยก็ยิ่งแค้น จึงถลึงตาใส่มู่เชียนจิ่วโดยไม่รู้ตัว


    “เจ้ามองข้าเช่นนี้เพราะเหตุใดกัน?” มู่เชียนจิ่วเห็นสายตาเคียดแค้นของน้องสาวนอกไส้ก็จ้องกลับไปตรง ๆ ท่าทางดุดันอย่างไม่ปิดบัง


    มู่เทียนเซี่ยร่างสั่นเทาเล็กน้อย และหลบสายตาของมู่เชียนจิ่วทันที


    “ข้า...ข้าเพียงรู้สึกว่าท่านดูคุ้นตาน่ะเจ้าค่ะ”


    “คุ้นตา?” มู่เชียนจิ่วขยับตัวเล็กน้อย เพียงพริบตาก็ปรากฏกายขึ้นตรงหน้าของมู่เทียนเซี่ย


    “เจ้าเคยพบข้าที่ใดอย่างนั้นหรือ?”


    มือข้างหนึ่งของมู่เทียนเซี่ยกำแน่น ท่าทางข่มขู่ของอีกฝ่ายทำให้นางรู้สึกไม่ดีอย่างมาก!


    แต่นางสามารถสัมผัสได้ว่าไอพลังของอีกฝ่ายแข็งแกร่งกว่านางมาก นางไม่สามารถเอาชนะได้อย่างแน่นอน


    ทันใดนั้นสุภาพบุรุษขี่ม้าขาวเซียวฉีก็มาบังหน้าสตรีใจดวงใจของเขาเอาไว้ “แม่นาง แม่นางมู่แค่มองเจ้าเท่านั้น เจ้าทำเช่นนี้เกรงว่าจะเกินไปแล้วกระมัง!”


    “ไสหัวไป!” มู่เชียนจิ่วมีท่าทีแข็งกร้าว ราวกับว่าหากพูดไม่เข้าหูนางอีกเพียงคำเดียว นางก็พร้อมจะลงมือทันที


    “ศิษย์พี่เซียว” มู่เทียนเซี่ยหลบอยู่ทางด้านหลังของชายหนุ่ม ในใจก็ลอบด่ามู่เชียนจิ่วไปด้วย


    นางแค่ถลึงตาใส่สตรีผู้นี้เพียงครู่เดียว แต่สตรีผู้นี้กลับเป็นบ้าอะไรกัน


    “แม่นาง หากเมื่อครู่แม่นางมู่ล่วงเกินเจ้าไป ข้าต้องขออภัยแทนนางด้วย” แม้ภายในใจของเซียวฉีจะรู้สึกไม่พอใจ ทว่าต้องอดกลั้นเอาไว้


    ยิ่งไปกว่านั้น เขาเซียวฉีไม่อยากลงมือกับสตรี เพราะการที่เขาสามารถเอาชนะได้ก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าภูมิใจอะไร


    มู่เชียนจิ่วแค่นเสียงเย็นออกมา ไม่ได้ถือสาบุรุษหนุ่มตรงหน้าแต่อย่างใด


    นางเพียงแค่วางท่าก็เท่านั้น แค่วางท่า คงไม่ได้ผิดกฎอะไรกระมัง?


    ต่อให้นางต้องการสังหารมู่เทียนเซี่ย ก็ต้องรอให้ศิษย์พี่ศิษย์น้องคู่นี้จากไปเสียก่อน


    ‘นางผู้หญิงสารเลว’ มู่เทียนเซี่ยได้แต่ลอบก่นด่าในใจ ทว่าใบหน้างดงามกลับเต็มไปด้วยความหวาดกลัว


    อย่างอื่นไม่ต้องพูดถึง แค่ทักษะการแสดงนี้ มู่เชียนจิ่วให้คะแนนน้องสาวนอกไส้ไปเลยเก้าสิบห้าคะแนน!


    “พี่เสียวจิ่ว ข้าคิดดีแล้ว ข้าจะไปกับท่านด้วยเจ้าค่ะ!” จู่ ๆ จงหลิงก็ดึงแขนเสื้อของมู่เชียนจิ่วเอาไว้ด้วยท่าทางแน่วแน่


    “???”


    มู่เชียนจิ่วมีท่าทีงุนงง 


    นางต้องหาโอกาสจัดการน้องสาวนอกไส้ให้ได้ แล้วจะเอาเวลาที่ไหนมาตะลอนไปทั่วกับเด็กคนนี้กัน?


    ไม่ทันที่มู่เชียนจิ่วจะเอ่ยปฏิเสธ เซียวฉีก็ตะคอกออกมาเสียก่อน “เหลวไหล!”


    จงหลิงตกใจอย่างมาก “ท่านกล้าขึ้นเสียงใส่ข้าอย่างนั้นหรือ หากข้าเอาเรื่องที่ท่านทิ้งข้าไปรายงานท่านเจ้าสำนักกับท่านพ่อละก็ ท่านจบเห่แน่!”


    “เอ่อ...” สีหน้าเซียวฉีแข็งค้างไปทันที


    เหล่าผู้อาวุโสของสำนักกระบี่ต่างก็โปรดปรานศิษย์น้องเล็กผู้นี้ยิ่งกว่าสิ่งใด หากพวกเขารู้ว่าตนทิ้งนางเอาไว้และไปกับสตรีอื่น คาดว่าโดนถลกหนังก็คงจะน้อยไป


    อีกทั้งก่อนที่พวกเขาออกเดินทาง ผู้อาวุโสรองก็ยังกำชับเขาครั้งแล้วครั้งเล่า ว่าให้เขาดูแลจงหลิงให้ดี


    “หึ!” จงหลิงทำหน้าถมึงทึงใส่ศิษย์พี่ไม่ได้เรื่องของตน จากนั้นก็แกว่งแขนของมู่เชียนจิ่วไปมา


    “พี่เสียวจิ่ว รับปากข้าเถอะนะเจ้าคะ ข้าสัญญาว่าจะไม่ทำตัวเป็นภาระของท่านแน่นอน”


    “ไม่ได้ ที่ที่ข้าจะไปหลังจากนี้อันตรายมาก” มู่เชียนจิ่วปั้นน้ำเป็นตัว 


    “เอาเช่นนี้ก็แล้วกัน รอข้าจัดการเรื่องของตัวเองเรียบร้อยแล้ว ข้าจะไปหาเจ้าที่สำนักกระบี่เองดีหรือไม่?”


    จงหลิงดวงตาเป็นประกาย “จริงหรือเจ้าคะ ท่านห้ามหลอกข้านะเจ้าคะ!”


    “อืม คำไหนคำนั้น!” มู่เชียนจิ่วรับปากอย่างเร็วรี่ อย่างไรเสียไม่ช้าก็เร็วนางต้องไปเยือนสำนักกระบี่อยู่แล้ว อีกอย่าง มีจงหลิงพานางเข้าไปในสำนักกระบี่ ยามนั้นคงช่วยลดความยุ่งยากให้นางได้มากทีเดียว


    “เช่นนั้นก็ดีเลยเจ้าค่ะ!” จงหลิงคลี่ยิ้มหวาน พลางหันไปมองทางเซียวฉี 


    “ศิษย์พี่ ท่านจะช่วยคุ้มกันให้แม่นางมู่ผู้นี้ต่อ หรือจะกลับสำนักกับข้า?”


    เมื่อเห็นสายตาแกมข่มขู่ เซียวฉีก็ยิ้มแห้ง ๆ ออกมา “เอาละ อย่างไรเสียภารกิจของเราก็สำเร็จแล้ว เช่นนั้นพวกเราก็กลับสำนักกันเถอะ”


    มู่เทียนเซี่ยมีสีหน้าย่ำแย่ลงในบัดดล ไม่รู้เพราะเหตุใดเมื่อได้ยินว่าเซียวฉีจะไปแล้ว นางกลับรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมา ราวกับว่าจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นหลังจากนี้อย่างไรอย่างนั้น


    “ศิษย์พี่เซียว...”


    ไม่รอให้มู่เทียนเซี่ยเอ่ยจบ เซียวฉีก็ชิงเอ่ยขึ้นก่อน “แม่นางมู่ ในเมื่อศิษย์ร่วมสำนักของเจ้าอยู่ใกล้ ๆ แถวนี้แล้ว เช่นนั้นพวกเราก็ต้องขอตัวลาก่อน”


    “เอ่อ...เจ้าค่ะ” มู่เทียนเซี่ยตอบรับอย่างจนปัญญา ลางสังหรณ์ไม่ดีในใจยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น 


    จงหลิงหันหลังให้กับมู่เทียนเซี่ยและเซียวฉี และแอบขยิบตาให้มู่เชียนจิ่ว


    มู่เชียนจิ่วรับรู้ได้ถึงสัญญาณของอีกฝ่าย พลันนั้นจึงรู้สึกพึงพอใจอย่างมาก


    …ที่แท้เด็กคนนี้ก็ต้องการช่วยตน จึงตั้งใจแยกศิษย์พี่ของนางออกไป เพื่อเปิดโอกาสให้ตนได้แก้แค้นนี่เอง


    “ศิษย์พี่ พวกเราไปกันเถอะเจ้าค่ะ” จงหลิงเอ่ยจบก็โบกมือลาผู้มีพระคุณแรง ๆ อีกครั้ง 


    “พี่เสียวจิ่ว อย่าลืมไปหาข้านะเจ้าคะ!”


    “แม่นางมู่ ลาก่อน” เซียวฉีมองมู่เทียนเซี่ยด้วยแววตาลึกซึ้ง จากนั้นก็หมุนกายจากไปอย่างอาลัยอาวรณ์




    เมื่อเห็นคนคุ้มกันหายลับไปจากสายตาแล้ว มู่เทียนเซี่ยก็รู้สึกเสียใจ นางรู้ว่าหากตนแค่เอ่ยปาก เซียวฉีต้องอยู่ต่ออย่างแน่นอน


    มู่เชียนจิ่วมองหน้าน้องสาวนอกไส้พร้อมกับดวงตากลมโตโค้งลงเพราะยิ้มกว้าง


    ดวงคนเราช่างหมุนเปลี่ยนไปได้ทุกเวลาจริง ๆ ตอนนั้นเจ้าของร่างเดิมถูกมู่เทียนเซี่ยบีบบังคับจนตาย ทั้งยังถูกชิงรากปราณไปและทำลายโฉมหน้า


    ความแค้นเหล่านี้ นางล้วนจดจำแทนเจ้าของร่างเดิมได้ดี!


    บวกกับมู่เทียนเซี่ยต้องการจะทำร้ายตนครั้งแล้วครั้งเล่า ความแค้นทั้งเก่าและใหม่ ต่อให้นำมู่เทียนเซี่ยมาสับเป็นชิ้น ๆ ก็ถือว่าสาสมแล้ว!


    มู่เทียนเซี่ยราวกับสัมผัสได้ถึงสายตาของสตรีชุดแดง ในใจก็เย็นวาบโดนพลัน นางจึงหมุนกายเตรียมจะเข้าไปในป่า


    “เจ้าจะไปไหน?” มู่เชียนจิ่วเอ่ยขึ้น ก่อนจะหายตัวไปจากจุดที่ยืนอยู่ แล้วปรากฏกายขึ้นอีกครั้งตรงหน้ามู่เทียนเซี่ย


    “เจ้า...เจ้าคิดจะทำอะไร!” มู่เทียนเซี่ยเบิกตาโพลง ในที่สุดนางก็ตระหนักได้แล้วว่าเหตุใดถึงรู้สึกใจหวิว ๆ เช่นนี้!


    แต่นางจำไม่ได้ว่าเคยเลยล่วงเกินสตรีตรงหน้าผู้นี้ 


    หรือแค่เพราะเมื่อครู่นางจ้องหน้าสตรีผู้นี้เข้า? 


    ทว่าเพียงเท่านี้ก็จะลงมือแล้วอย่างนั้นหรือ?


    “น้องสาวสุดที่รัก” มู่เชียนจิ่วยกมือขึ้น ปลดผ้าคาดหน้าสีดำลง พร้อมกับฉีกยิ้มกว้างออกมา 


    “เจ้าคิดถึงพี่หรือไม่?”


    .


    .


    .

    คล้ายกับเรื่องนางมารน้อยหวนคืน ที่คุณอ่าน