จารึกที่ 93 : ข้ออ้างที่ฟังไม่ขึ้น : การเจรจาของศิษย์น้อง
ณ ปากทางเข้าเหมืองร้างหุบเขาหมอก
บรรยากาศอันหนาทึบด้วยไอสังหารและกลิ่นคาวเลือดจางลงไปถนัดตา เมื่อถูกแทนที่ด้วยแรงกดดันอันเยือกเย็นจากร่างระหงในชุดสีขาวบริสุทธิ์ของ หลินชิงเสวี่ย ศิษย์เอกแห่งยอดเขาพู่กันหยก
อาเจีย ยืนตัวลีบ เหงื่อเม็ดโป้งผุดพรายเต็มหน้าผาก ทั้งที่อากาศรอบตัวเริ่มเย็นลงจากไอหมอก มือข้างหนึ่งกุมอกเสื้อแน่น (จุดที่ซ่อนแผนที่โบราณเอาไว้ลึกสุด) อีกข้างหนึ่งไพล่หลังพยายามส่งสัญญาณให้ เจ้าสัว และ เจ้าถุงเงิน สงบนิ่งที่สุด
"ว่าอย่างไร อาเจีย?" น้ำเสียงของหลินชิงเสวี่ยราบเรียบ แต่บาดลึกไปถึงกระดูกดำ "เจ้าบอกว่ามาเก็บเห็ด? ในเหมืองร้างที่มีไอพิษ? พร้อมกับศพนักฆ่าระดับจอมยุทธ์? และคุณชายตระกูลเฟิงที่สภาพดูไม่ได้?"
นางก้าวเข้ามาใกล้ สายตาคมกริบกวาดมองถุงเงินและแหวนมิติที่ตุงอยู่ในอกเสื้ออาเจีย
อาเจียรู้ทันทีว่าต้อง 'สละอวัยวะเพื่อรักษาชีวิต' เขาต้องทำให้ดูเหมือนว่าสิ่งที่เขาหวงแหนคือ 'เงิน' ไม่ใช่ 'แผนที่'
"ข... ข้าพูดจริงนะศิษย์พี่หญิง!" อาเจียยิ้มสู้เสือ รีบล้วงหยิบ ถุงเงินและแหวนมิติของกุ่ยโส่ว ออกมาจากอกเสื้อ (แต่ยังเก็บแผนที่ไว้แนบเนื้อ) ยื่นไปตรงหน้าเหมือนเด็กส่งการบ้าน "ข้าบังเอิญผ่านมาเจอคุณชายเฟิงกำลังถูกไล่ล่า ด้วยจิตวิญญาณศิษย์ร่วมสำนักพันธมิตร ข้าทนดูไม่ได้จึงยื่นมือเข้าช่วย... ส่วนของพวกนี้... เอ่อ... มันเป็น 'ค่าชดเชยทางจิตใจ' ที่เจ้านักฆ่ามันทิ้งไว้ให้น่ะขอรับ ข้าไม่ได้ขโมยนะ! แค่... เก็บมารักษาไว้เป็นหลักฐาน!"
เฟิงอี้หราน ที่ยืนอยู่ข้างๆ รีบพยักหน้าสนับสนุนรัวๆ "ใช่ๆ แม่นางหลิน! อาเจียช่วยชีวิตข้าไว้จริงๆ ข้าเป็นพยานได้! ส่วนเรื่องสมบัติ... ข้าอนุญาตให้เขาเก็บไว้เป็นค่าจ้าง!" (เฟิงอี้หรานรีบพูดแก้ต่าง เพราะไม่อยากโดนสอบสวนเรื่องถูกลอบฆ่าจนเรื่องถึงหูคนนอก)
หลินชิงเสวี่ยปรายตามองของกลางในมืออาเจียแวบหนึ่ง ก่อนจะดันมือเขาดลับไป
"เก็บเศษเงินของเจ้าไปเถอะ ข้าไม่อยากได้" นางเอ่ยเสียงเรียบ "และข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อจับผิดเจ้าเรื่องขโมยของศพ... แต่ข้าได้รับคำสั่งด่วนจาก ท่านอาจารย์ (ผู้อาวุโสเทียนหยวน)"
เมื่อได้ยินชื่อ 'ผู้อาวุโสเทียนหยวน' ทั้งอาเจียและเฟิงอี้หรานต่างก็สะดุ้งเฮือก
"ท่านอาจารย์สัมผัสได้ถึง 'คลื่นพลังวิญญาณที่ผิดปกติ' อย่างรุนแรง พวยพุ่งออกมาจากเหมืองร้างแห่งนี้" หลินชิงเสวี่ยกล่าวต่อ พลางมองไปที่ปากถ้ำมืดมิดเบื้องหน้า "ท่านเกรงว่าผนึกของสัตว์อสูรโบราณอาจจะคลายตัว หรือมีใครบางคนกำลังทำพิธีกรรมมืด จึงสั่งให้ข้ามาตรวจสอบ"
นางหันกลับมามองอาเจีย แววตาฉายแววเจ้าเล่ห์เล็กๆ ที่หาดูได้ยาก
"ในเมื่อเจ้า 'บังเอิญ' มาอยู่ที่นี่พอดี... และดูเหมือนจะเชี่ยวชาญการเอาตัวรอดดีนัก... ข้าขอใช้อำนาจหัวหน้าหน่วยคุมกฎ 'เกณฑ์' เจ้ามาช่วยภารกิจนี้"
"ห๊ะ!" อาเจียร้องเสียงหลง "เดี๋ยวสิขอรับ! ข้าเป็นแค่ศิษย์สายนอก ภารกิจระดับอาจารย์สั่งการ มันเกินตัวข้าไปหน่อยไหม? อีกอย่าง... ข้ามีนัดรดน้ำผัก..."
"จะไปกับข้าดีๆ..." หลินชิงเสวี่ยขยับมือ ดัชนีเรียวยาวแตะที่ด้ามกระบี่หยกขาวข้างเอว "หรือจะให้ข้าลากตัวเจ้าไปที่หอลงทัณฑ์ ข้อหาใช้เส้นด้ายวิญญาณในเขตหวงห้าม ปิดบังความลับเรื่อง 'หุ่นเชิด' และยักยอกของกลาง?"
คำขู่นั้นได้ผลชะงัดนัก อาเจียกลืนน้ำลายเอือก สมองคำนวณผลได้ผลเสียอย่างรวดเร็ว
ไปกับนาง = เสี่ยงตายในเหมือง แต่มีนางเป็นโล่ฟรีๆ และที่สำคัญ... ความลับเรื่องแผนที่ไม่แตก
ไม่ไป = โดนจับ เข้าคุก โดนค้นตัว และแผนที่หลุด
"ไปขอรับ! ยินดีรับใช้สำนักด้วยชีวิต!" อาเจียเปลี่ยนท่าทีทันควัน ยืนตรงตะเบ๊ะทำความเคารพ "เพื่อศิษย์พี่หญิงหลิน บุกน้ำลุยไฟ ข้าน้อยก็ไม่หวั่น!"
"ดี" หลินชิงเสวี่ยซ่อนรอยยิ้มมุมปาก นางเดินเข้าไปหาเฟิงอี้หราน
"คุณชายเฟิง ท่านเองก็ต้องไปด้วย ในฐานะพยาน และ... ข้าเชื่อว่าเป้าหมายของท่านในการมาที่นี่ คงหนีไม่พ้นแร่หายากในเหมืองนี้กระมัง? ถือว่าเรามีผลประโยชน์ร่วมกัน... อีกอย่าง การกลับไปตอนนี้คนเดียว อาจจะไม่ปลอดภัยเท่าไปกับข้านะ"
เฟิงอี้หรานชะงัก เขาเข้าใจความนัยทันที... นักฆ่าอาจจะยังมีอีกพวกดักรออยู่ข้างนอก การเกาะติดยอดฝีมืออย่างหลินชิงเสวี่ยย่อมปลอดภัยที่สุด
"แม่นางหลินช่างรู้ใจ... ตกลง ข้าเอาด้วย อย่างน้อยมีศิษย์เอกยอดเขาพู่กันหยกไปด้วย ก็อุ่นใจกว่าไปกับเจ้าหน้าเงินนี่สองคน"
อาเจียแอบเบ้ปากใส่เฟิงอี้หราน ก่อนจะหันไปกระซิบกับ เจ้าสัว และ เจ้าถุงเงิน
"งานเข้าแล้วพวกเรา... เตรียมตัวให้ดี เจ้าถุงเงิน ซ่อนตัวให้เนียน อย่าให้นางเห็นพิษสงของแกมากนัก ส่วนเจ้าสัว... ทำตัวให้ทื่อๆ เหมือนหุ่นหินเข้าไว้ อย่าเพิ่งโชว์เทพถ้าไม่จำเป็น เข้าใจไหม? เปลืองเงิน!"
ทั้งสามคน (และอีกสองตัว) จึงเดินมุ่งหน้าเข้าสู่ความมืดมิดของเหมืองร้างหุบเขาหมอก โดยมีหลินชิงเสวี่ยเดินนำหน้า อาเจียและเจ้าสัวเดินปิดท้าย สายตาของอาเจียลอกแลกมองซ้ายขวา ระแวงทั้งสัตว์อสูรและระแวงว่าความลับในอกเสื้อจะถูกเปิดเผย
หารู้ไม่ว่า การเดินทางครั้งนี้ จะนำพาพวกเขาไปพบกับสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าแค่ภารกิจตรวจสอบธรรมดา... และเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้อาเจียก้าวเข้าสู่ "ความลับแห่งราชันหมื่นอักขระ" อย่างแท้จริง