บทแห่งเด็กชายในหุบเขา
"เหมย"
คืนนั้นเป็คืนเดือนมืด ฟ้ามืดสนิท ไม่มีพระจันทร์
“แสน...ได้ยินไหม....เ้าได้ยินเสียงข้าไหม.....” เสียงผู้หญิงร้องเรียกชื่อเขาอย่างเนิบช้าแว่วลอยมาจากด้านนอกของกระท่อม
แสนลุกขึ้นจากเสื่อ เดินย่องเปิดประตูไม้ก้าวออกไป สายลมเย็นพัดพริ้วมาลูบไล้จนเด็กชายรู้สึกขนลุก เขาชะเง้อมองหาเ้าของเสียงเรียก แต่ก็ไม่พบ แล้วเสียงแ่เบานั้นก็ดังซ้ำขึ้นอีกครั้ง
แสนหันมองไปตามเสียง มันดังลอยมาจากทางชายป่า เขามองผ่านความมืดเข้าไปในความรกชัฏ มองไปยังเงาทะมึนของตะเคียนใหญ่ที่อยู่ถัดลึกเข้าไป แล้วดวงไฟสีส้มก็เรื่อเรืองขึ้นที่โคนต้น
“มานี่สิแสน....เดินมาทางนี้....” เสียงนั้นดังอีกครั้งอย่างเนิบช้า
เด็กชายก้าวเดินลงจากกระท่อม ตรงไปยังชายป่าเข้าหาดวงไฟประหลาดดวงนั้น
“เ้ามองเห็นข้าใช่มั้ย” เสียงดังมาจากดวงไฟ เมื่อแสนเดินเข้ามาจนใกล้
“เห็นจ้ะ”
แล้วดวงไฟนั้น ก็ส่องแสงเรื่อเรืองขึ้นอีกครั้ง ก่อนจะกลายเป็ร่างซีดจาง ที่คล้ายจะชัด...แต่ก็ไม่คม เป็เพียงแค่เงาเลือนรางที่วูบไหว แต่ก็พอมองออกว่าเป็โครงร่างของหญิงสาว ผู้ซึ่งมีใบหน้าซีดขาวที่เศร้าหมอง
แสนจ้องมองร่างนั้น พร้อมกับที่เห็นตัวอักษรลอยปรากฏขึ้นในม่านตา
[ภูตพราย: เพศหญิง]
[ระดับพลังขั้นที่ 1]
-พลังกาย: 0
-พลังผีพราย: 10/10
[-พลังแฝง: 0 ]
ร่างนั้นยิ้มขึ้น แม้จะยังดูเศร้าสร้อย “ข้าดีใจจริงๆ ที่เ้ามองเห็นและได้ยินเสียงข้า ข้าพยายามคุยกับใครสักคนมาร่วมเดือน แต่ก็ไม่มีใครได้ยินที่ข้าเรียกเลย แม้แต่แม่อุ๊ยยายทวดของเ้าก็ยังไม่ได้ยินเสียงข้า”
“พี่คือพี่เหมยใช่มั้ยจ๊ะ? แม่อุ๊ยฉันบอกว่าพี่เป็ผี”
“ใช่... เพราะความง่าว ข้าจึงต้องกลายมาเป็ผี ถูกผูกติดอยู่กับต้นตะเคียนนี้” ผีเหมยพูดหน้าเศร้า
“แสน ข้ามีเื่อยากให้เ้าช่วย”
“อะไรเหรอจ๊ะ?”
“เ้าช่วยไปตามอ้ายมิ่งผัวข้าให้ทีได้มั้ย เขาน่าหลงทางอยู่ในป่ากลับมาไม่ถูก ข้าร้องเรียกอย่างไรเสียงก็ไปไม่ถึงเขา จะออกไปตามหาข้าก็ออกห่างจากต้นตะเคียนต้นนี้ไม่ได้ เ้าช่วยไปพาเขากลับมาหาข้าทีได้มั้ย?” ผีเหมยพูด
“ได้สิจ้ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันจะบอกแม่อุ๊ยให้” แสนพูด
“ไม่ได้! รอถึงพรุ่งนี้ก็คงไม่ทันแล้ว คืนนี้จะครบห้าสิบวันที่อ้ายมิ่งตาย หากไม่รีบพาเขากลับมาหาข้าภายในคืนนี้ เขาจะต้องสิงสู่อยู่ในป่านั้นอย่างโดดเดี่ยว จนวันหนึ่งก็จะกลายเป็ผีป่าผีเร่ร่อนไปตลอดกาล เ้าต้องไปพาเขากลับมาตอนนี้...เดี๋ยวนี้”
เด็กชายฟังแล้วก็ไม่ค่อยเข้าใจนัก แต่แววตาและน้ำเสียงร้อนใจของผีเหมยทำให้เขารู้สึกสงสาร
“อืม... ว่าแต่เขาอยู่ไกลมากมั้ยล่ะจ๊ะ?”
“ไม่ไกลเท่าไร จำที่แม่อุ๊ยบอกเมื่อตอนเย็นได้มั้ย อ้ายมิ่งตายอยู่ห่างจากหมู่บ้านของเราไม่เกินห้าเส้น เขาตกเนินหินตายตรงนั้น ก็น่าจะยังวนเวียนอยู่แถวนั้น หากเ้ารีบเดินคงกลับมาได้ทันก่อนฟ้าแจ้งแน่นอน”
“ก็ได้จ้ะ ไม่ไกลเท่าไร ฉันไปตามให้เองก็ได้”
“ข้าขอขอบใจเ้ามากนะแสน” ผีเหมยพูดด้วยรอยยิ้มแห่งความหวัง
แล้วแสนก็ตัดสินใจเดินเข้าป่าไปทันที ในตอนแรกนั้นผืนป่าก็ดูมืดมิด แต่เมื่อเดินไปได้ไม่กี่ก้าว จู่ๆ สายตาของแสนก็สามารถมองฝ่าความมืดได้ราวกับมีไฟส่องสว่างนำทาง
[เปิดระบบมองในความมืด]
* * *
เด็กชายใอยู่ไม่น้อย ทีแรกก็ยังกล้าๆ กลัวๆ แต่ทว่าในไม่ช้า ความแปลกใจก็เปลี่ยนเป็ความรู้สึกทึ่ง
‘ว้าว! เกิดขึ้นได้ไงก็ไม่รู้ แต่มันก็ดีเหมือนกันแฮะ’ แสนคิดพลางก้าวย่างไปข้างหน้าอย่างเร็วขึ้น และมั่นใจขึ้น...
ใช้เวลาไปนานเท่าไรไม่รู้ แต่แสนรู้สึกว่านานมาก เพราะเขาเริ่มรู้สึกเหนื่อย จนต้องทิ้งต้วลงนั่งกับพื้นพลางหอบหายใจถี่ ร่างกายของเด็กห้าขวบเร่ิมอ่อนล้า
เด็กชายเริ่มรู้สึกลังเล แม้จะมองเห็นได้ในความมืด แต่ก็เฉพาะใน่สายตาเท่านั้น รอบด้านของเขานั้นยังมืดสนิท และเต็มไปด้วยเสียงเคลื่อนไหวสวบสาบของสัตว์กลางคืนที่มองไม่เห็นตัว แสนอดเกิดความรู้สึกหวั่นไหวขึ้นไม่ได้... แต่เมื่อรับปากไปแล้ว แสนก็ไม่อยากล้มเลิกมันง่ายๆ เช่นกัน เด็กชายยังไม่ยอมแพ้ เขาจึงลุกขึ้นและเดินหน้าต่อไป
ไปต่อสักพักเส้นทางเดินก็เริ่มลาดชันลง ประกอบกับมีหินก้อนใหญ่ ตั้งเรียงรายสลับไปมา จนทำให้ต้องคอยเดินลัดเลี้ยวอ้อมเสียเวลา
แล้วแสนก็เดินมาถึง่ที่ลาดชันที่สุด ทางนั้นทั้งชันและลื่น เขาต้องใช้มือเกาะกับก้อนหินไต่เดินลงมาช้าๆ จนมือและเท้าเล็กๆ ของเขาเต็มไปด้วยริ้วรอยครูดกับหิน
ไม่นานแสนก็ลงมาถึงพื้นราบได้ เขาคิดว่าน่าจะเป็บริเวณนี้ที่อ้ายมิ่งผัวของพี่เหมยพลัดตกลงมาตาย เขาส่ายตามองหาแต่ก็ไม่พบอะไร
“อ้ายมิ่ง...!” เด็กชายตัดสินใจร้องเรียก “อ้ายมิ่ง ได้ยินฉันมั้ยจ๊ะ?”
สิ้นเสียงของแสน เขาก็เห็นดวงไฟสีแดงหลายดวง ลอยผุดขึ้นมาจากพื้นดิน แต่ละดวงนั้นสั่นไหววูบวาบ ส่งเสียงร้องดัง ฮือ ฮือ ออกมาเบาๆ
เด็กชายงุนงงไปชั่วขณะ ก่อนจะเอ่ยถามขึ้น “ฉันมาตามหาอ้ายมิ่งน่ะจ้ะ มีใครรู้จักอ้ายมิ่งมั้ยจ๊ะ?”
ดวงไฟสีแดงตรงหน้าค่อยๆ เรืองแสงขึ้น ก่อนจะเปลี่ยนรูปไปเป็ร่างมนุษย์ที่โปร่งแสงพร่าเลือน แต่รูปลักษณ์ที่ปรากฏนั้นกลับบิดเบี้ยวพิกลพิการผิดรูป บ้างก็ไม่มีหัว บ้างก็มีแต่ลำตัวท่อนบน บ้างก็แขนขาบิดไพล่กลับทิศทาง
แล้วดวงตาของแสนก็ปรากฏข้อความขึ้น
[ผีเร่ร่อน]
[ระดับพลังขั้นที่ 1]
-พลังกาย: 0
-พลังหลอกหลอน: 10
[-พลังแฝง: 0 ]
* * *
ขณะที่กำลังตกตระหนกกับสิ่งตรงหน้า พวกมันก็ส่งเสียงหวีดร้องดังโหยหวนลั่นป่า และลอยเลื่อนเข้ามาใกล้แสนทันที
เงาร่างหนึ่งพุ่งตรงเข้ามาพร้อมกับฉีกปากออกกว้างปานจะกลืนกินหัวของเด็กชาย แสนใจนต้องหันหลังวิ่งหนี แต่แล้วอีกตนหนึ่งก็ลอยมาขวางหน้าไว้ ก่อนจะใช้มือแหวกท้องของมันเอง พร้อมกับสาวไส้ของตัวเองออกมาอย่างน่าสยดสยอง
แล้วเหล่าร่างโปร่งแสงที่ดูน่าเกลียดน่ากลัวนั้น ก็พากันกัน ล้วงควัก แหก ฉีก ร่างกายของตัวเองให้แสนดูชม มันข่มขวัญเขาเสียจนเด็กชายยืนตัวแข็งตกตะลึง แม้จะร้องก็ยังส่งเสียงไม่ออก
“ตั้งสติไว้แสน” เสียงอ่อนโยนดังแพรไหมหนึ่งดังขึ้นเหนือหัว
แสนเงยหน้าขึ้นมอง ก็เห็นร่างพร่าเลือนสองร่างที่ห่อหุ้มด้วยประกายสีทองระยิบระยับ ลอยอยู่บนท้องฟ้ามืด
“จงตั้งสติไว้ลูก อย่าหวั่นไหวกับสิ่งที่เห็น” ร่างที่เป็ผู้หญิงเอ่ยขึ้น
“ผีเร่ร่อนพวกนี้ทำอะไรลูกไม่ได้หรอก มันทำได้แค่เพียงหลอกหลอนให้ลูกหวาดกลัวจนขาดสติ หากลูกไม่กลัว มันก็ทำอะไรลูกไม่ได้” ร่างที่เป็ผู้ชายเอ่ย
แสนมองทั้งสองร่างนั้นแล้วก็จำได้ทันที นั่นคือร่างที่เขาเห็นในความฝันก่อนหน้านี้ แม่ และ พ่อ ของเขา
“จงเลิกกลัว... แล้วลูกจะเอาชนะได้ทุกสิ่ง... จงกล้าหาญ...แล้วลูกจะเอาชนะได้ทุกอย่าง จำไว้นะลูกแม่/พ่อ” ทั้งสองร่างพูดประสานเสียงพร้อมกัน
สิ้นเสียงของทั้งสอง แสนก็รู้สึกราวกับมีแสงสว่างวาบขึ้นภายในท้อง เขารู้สึกอบอุ่นและมีพลังขึ้นอย่างบอกไม่ถูก
แสนมองเห็นข้อความปรากฏขึ้น
[กำเนิดใหม่พลังแฝง]
* * *
[กล้าหาญ: 10]
* * *
ทันใดเขาก็รู้สึกว่า ความกลัวได้มลายหายไปจนสิ้น เขาจ้องมองเหล่าร่างที่กำลังทำท่าทางสยดสยองตรงหน้าด้วยใจที่นิ่งสงบขึ้น แม้พวกมันจะทำสิ่งที่น่าหวาดเสียวมากขึ้นเพียงใด แต่ก็ไม่ได้ทำให้แสนรู้สึกหวาดกลัวขึ้นได้อีกเลย
เมื่อเหล่าผีเร่ร่อนทั้งหลายมองเห็นว่าเด็กชายตรงหน้านั้น หาได้หวาดกลัวต่อพวกมันอีกต่อไป พวกมันก็ค่อยๆ คืนกลับร่างเป็ดวงไฟสีแดง ก่อนจะถอยจมหายกลับลงไปในพื้นดินอีกครั้งดั่งเช่นตอนพวกมันมา
แสนเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า สบสายตากับพ่อและแม่ ทั้งสองส่งยิ้มแห่งความภาคภูมิใจกลับลงมา ก่อนจะเลือนหายไปพร้อมกับประกายแสงสีทอง
แม้ร่างทั้งสองจะหายไป แต่แสนก็ยังยิ้มอย่างมีความสุข เขารู้แล้วว่า พ่อและแม่ไม่ได้หายไปไหน ทั้งสองยังคงเฝ้ามองดูเขาจากข้างบนนั้น เหมือนดั่งที่พวกเขาบอกไว้ในความฝัน
เด็กชายหันกลับมาสนใจภารกิจของเขาต่อ เขากวาดตามองหาไปรอบบริเวณ หวังว่าจะเจอร่องรอยของอ้ายมิ่ง แล้วเขาก็มองเห็นดวงไฟสีส้มริบหรี่ดวงหนึ่ง ลอยระเรี่ยพื้นดินใกล้กับพงหญ้ารก
แสนรีบเดินตรงเข้าไปหาดวงไฟดวงนั้นทันที
“อ้ายมิ่ง อ้ายมิ่งใช่มั้ยจ๊ะ?” แสนก้มตัวลงพูด
ดวงไฟนั้นสั่นไหวตอบสนองเล็กน้อย
“อ้ายมิ่ง... ฉันชื่อแสนนะจ้ะ พี่เหมยบอกให้ฉันมาพาพี่กลับไปน่ะจ้ะ”
ทันทีที่เอ่ยชื่อเหมย ดวงไฟริบหรี่นั้นก็เรืองแสงขึ้นวูบหนึ่ง
“เหมย...เหมยเหรอ...?” เสียงชายหนุ่มดังแ่เบาออกมาจากดวงไฟนั้น
“ใช่จ้ะ พี่เหมยเมียอ้ายมิ่งยังไงล่ะ เธอรออ้ายอยู่นะ รีบกลับไปกับฉันเถอะจ้ะ”
“จริงด้วย เหมยรอข้าอยู่ที่บ้าน ข้ามัวมาทำอะไรอยู่ที่นี่นะ ข้าต้องรีบกลับไปหาเหมย...” แล้วดวงไฟนั้นก็เรืองแสงสุกสกาวขึ้น ก่อนจะลอยตัวสูงขึ้นเหนือพงหญ้า
“พวกเราไปกันเถอะอ้ายมิ่ง กลับหมู่บ้านของเรากันเถอะ” แสนพูดพลางยิ้มกว้างเต็มใบหน้า
แล้วเด็กชายก็เดินย้อนกลับสู่เส้นทางเดิม โดยมีดวงไฟสีส้มล่องลอยตามมาอยู่ข้างหลัง
ขากลับนั้นช่างไวสมใจนึก ไม่นานแสนก็ออกมาพ้นชายป่า เขารีบเดินตรงไปยังต้นตะเคียน พลางส่งเสียงร้องเรียกพี่เหมย
ร่างซีดจางของผีเหมย ลอยปรากฏตัวออกมาจากโคนต้นไม้ เธอถลาเข้าประคองกอดดวงไฟสีส้มแนบไว้กับใบหน้า หยาดน้ำตาของเธอหลั่งรินลงมารดใส่ดวงไฟนั้น แล้วพลันดวงไฟสีส้มก็กลายรูปเป็ชายหนุ่มใบหน้าซีดขาว ทั้งสองโผเข้าตระคองกอดกันอย่างแแ่ ต่างร่ำไห้พลางกล่าวปลอบประโลมกันและกันด้วยความคิดถึง
แสนจ้องมองภาพนั้นด้วยความยินดี แต่แล้วความง่วงก็เรียกหา เด็กชายอ้าปากกว้างหาวออกมาเสียงดัง ก่อนจะแหงนหน้าขึ้นมองขอบฟ้าที่กำลังมีแสงเรืองรองขึ้น แสนจึงรีบหันหน้าเดินตรงกลับเข้ากระท่อมทันที
เด็กชายย่องขึ้นบันไดกระท่อมอย่างแ่เบา เขาแง้มบานประตูมองลอดเข้าไปดูแม่อุ๊ยซึ่งกำลังหลับสนิท และก่อนที่จะก้าวขาย่องผ่านเข้าไป เสียงเรียกอย่างแจ่มใสก็ดังขึ้นมาจากด้านหลัง
“แสน” ผีเหมยส่งเสียงเรียกมาจากโคนต้นตะเคียน เธอยืนยิ้มอย่างเปี่ยมสุขเคียงข้างกับอ้ายมิ่ง
“ขอบคุณนะแสน ขอบคุณเ้าจริงๆ...”
แล้วร่างของทั้งสองก็ก้าวหายเข้าไปในต้นตะเคียน แสนจึงค่อยย่องกลับเข้าไปล้มตัวลงนอนบนเสื่อข้างกับแม่อุ๊ย และเพียงไม่นาน เด็กชายก็ผล็อยหลับไปทันทีเพราะความเหนื่อยล้า...และฝันไปว่าได้นอนหลับซุกตัวในอ้อมกอดของพ่อและแม่...
[สถานะปัจจุบัน]
[เผ่ามนุษย์: เพศชาย]
[อายุ: 5 วงรอบดวงอาทิตย์]
[ระดับพลังขั้นที่ 1]
-พลังกาย: 2/10
-พลังปราณจิต: 0
[-พลังแฝง: กล้าหาญ: 10 ]
* * *
............................
..........................