บทที่ 2 ถือกำเนิดในโลกใบใหม่?
“อุแว้ อุแว้” “ท่านพี่ดูสิลูกของเรา ลูกของพวกเราสองคน” “นั่นสินะน้องพี่ นางคือลูกของพวกเรา” เสียงพวกนี้มันเสียงของใครหรือว่าเป็นโลกหลังความตายที่ต้องเลือกเดินทางต่อไปยังทางไหนอะไรแบบนี้ใช่หรือไม่ “ชื่อของนางก็คือ อเล็กซานดร้า ...... อเล็กซานดร้า เอเวลิน อารีอาน่า” “เป็นชื่อที่ดี จากนี้ไปนางจะต้องกลายเป็นหญิงที่มีความสามารถเพียบพร้อมเหมือนกับแม่ของนางอย่างแน่นอน” “ท่านก็พูดไปแบบนั้น ข้าแค่อยากให้นางเกิดมามีชีวิตที่สดใสในแต่ละวันนั้นเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่แสนร่าเริง ข้าก็มีความสุขแล้ว” “ฮ่า ฮ่า นั่นสินะ ต้องเป็นแบบทั้งของที่ข้าคิดเอาไว้และก็เจ้าคิดเอาไว้ด้วย” “คิกๆถ้าเป็นแบบนั้นจริงนางจะไม่กลายเป็นยอดคนไปอย่างนั้นหรือ” ไม่ นี่ไม่ใช่ความฝันอย่างนั้นหรือ สัมผัสพวกนี้ข้ารู้สึกได้จริงเสียงหัวใจที่กำลังเต้นพวกนี้ข้ายังไม่ตายไปอย่างนั้นหรือ อเล็กซานดร้าลองฝืนลืมตาขึ้นมาก่อนที่ภาพทั้งหมดจะกลายเป็นสถานที่แห่งหนึ่งที่เป็นห้องนอนที่หรูหราบนเตียงก็มีหญิงสาวผมสีดำที่แสนงดงามคนหนึ่งกำลังที่อุ้มนางเอาไว้ในอ้อมอก ส่วนข้างเตียงก็มีชายหนุ่มผมสีดำที่รูปงามไม่แพ้กันนั่งอยู่ ชายหนุ่มขมวดคิ้วเล็กน้อยหลังจากที่เห็นอเล็กซานดร้ากำลังมองไปรอบๆราวกับว่าเข้าใจสิ่งต่างๆและสามารถฟังเรื่องราวที่พูดไปเมื่อสักครู่เข้าใจ แต่เขาก็ละความคิดแบบนั้นทิ้งไปบางทีอาจเป็นแค่เด็กที่กำลังเรียนรู้โลกรอบตัวเพราะว่าอเล็กซานดร้าลูกของเขายังเป็นแค่ทารกแรกเกิดที่พึ่งเกิดมาได้ไม่นาน “ท่านพี่เป็นอะไรไปอย่างนั้นรึ” “ไม่มีอะไร ข้าแค่คิดว่าเด็กคนนี้ดูเหมือนจะเข้าใจที่พวกเราทั้งคู่กำลังพูดคุยกัน แต่ข้าว่าข้าน่าจะเข้าใจผิดไปเอง” “แหม ท่านพี่นี่ละก็อยากให้ลูกโตไวขนาดนั้นจนคิดไปแบบนั้นแล้วหรือ” “ฮ่า ฮ่า คงเป็นแบบนั้นนั่นแหละนะ” หลังจากที่อเล็กซานดร้าได้สำรวจอะไรไปมากมายและใช้ความคิดมีสิ่งเดียวที่นางพอจะนึกออกได้นั่นก็คือนางได้มาเกิดใหม่นั่นเอง คนพวกนี้ก็คงเป็นพ่อกับแม่ของนางในชาตินี้พวกเขาเป็นคนที่มีจิตใจดีมากถึงจะไม่ถึงกับเป็นคนดีมากมายอะไรแต่ก็ไม่ได้เป็นคนที่เลวร้ายอะไร การพูดคุยแบบครอบครัวสุขสันต์จบลงไปของพ่อกับแม่ของนางจากนั้นพวกท่านก็นำข้ามาวางไว้บนเตียงสำหรับเด็กก่อนที่จะใช้เวทมนตร์ร่ายเอาไว้จนกลายเป็นเกราะป้องกันเอาไว้จากนั้นพวกเขาก็เดินออกไปจากห้องทันที ปล่อยให้นางที่ยังเป็นเด็กนอนอยู่แบบนั้น แน่นอนว่าถ้าเป็นเด็กทั่วไปที่เกิดมาได้ไม่นานก็คงหลับไปแล้วแต่ไม่ใช่สำหรับนางที่ยังมีความทรงจำอยู่ครบทุกอย่างแบบนี้ ทั้งที่บ้านของพวกเขาก็ใหญ่โตถึงขนาดนี้ไม่ได้แตกต่างอะไรไปจากพระราชวังเลยของชาติก่อนที่นางเคยอยู่เลยแต่ทำไมถึงไม่มีคนรับใช้แม้แต่คนเดียว จากนั้นไม่นานก็มีชายหนุ่มผมสีขาวรูปงานคนหนึ่งเดินเข้ามาต่อจากการออกไปของพ่อกับแม่ของนาง เขาสวมชุดสีดำที่มีเอกลักษณ์ที่แตกต่างไปจากพ่อของนางที่เป็นคนที่ดูเข้าหาง่ายมากกว่าคนที่พึ่งมาถึงนี่ เขามายืนเกาะเตียงสำหรับเด็กที่นางนอนอยู่จากนั้นก็มองเข้ามาข้างในสบตากับนางนานถึงสามวินาทีจากนั้นเขาก็เผยรอยยิ้มออกมา “เจ้าเป็นเด็กที่แปลกประหลาดจริงๆนะสามารถทำความเข้าใจอะไรต่างๆได้แบบนี้ ข้าชักจะอยากเอาเจ้ามาผ่าร่างพิสูจน์แล้วสิว่าข้างในสมองของเจ้ามีอะไรที่น่าสนใจ หรือว่าจะเป็นที่วิญญาณที่อยู่ข้างในนั่นกัน” เขารู้ได้ยังไงว่านางเข้าใจทุกอย่างได้นั่นทำให้นางเผยสีหน้าตกตะลึงออกมา “ต้องรู้สิเพราะข้าเป็นจอมมารผู้ครองจักรวาลแห่งนี้และพ่อของเจ้าก็เป็นน้องชายของข้า เวทมนตร์อ่านใจนั่นก็เป็นข้าเป็นผู้สร้างขึ้นมา เรื่องอะไรที่แค่การอ่านใจคนอ่อนแอแบบเจ้าข้าจะทำไม่ได้” แสดงว่าเขาก็เป็นลุงของนางนะสิแถมยังเป็นจอมมารด้วยหรือว่าจักรวาลแห่งนี้ถูกเขาครอบครองโดยการฆ่าทุกสรรพชีวิตไปหมดแล้วจริงๆ “เจ้านี่มันน่าหงุดหงิดจริงๆ คนที่เป็นจอมมารต้องเป็นคนที่ไม่ดีไปทุกคนเลยรึยังไงช่างเถอะ เจ้ามานี่กับข้าหน่อย” ‘นี่ท่านจะพาข้าไปที่ไหน’ “มาเถอะข้าจะให้เจ้าไปที่หนึ่งกับข้า” มือของผู้เป็นลุงของข้าก็ทะลวงเกราะป้องกันเข้ามาภายในก่อนที่จะอุ้มข้าอย่างอ่อนโยน “เป็นร่างกายที่อ่อนแอจริงๆ” ‘ก็ข้าพึ่งเกิดมานี่นะท่านจะให้ข้ากระโดดโลดเต้นได้เลยหรืออย่างไร’ “เอาเถอะช่างเรื่องไร้สาระก่อน ข้ามีนามว่า โนอาห์ อิซีเคียล ซอว์เยอร์ อารีอาน่า เจ้าก็เรียกข้าว่าท่านลุงโนอาห์ก็แล้วกัน ส่วนพ่อของเจ้ามีนามว่า โนแลน เอียน ซอว์เยอร์ อารีอาน่า แม่ของเจ้าก็ เอเลียนน่า เมดิลีน เรแกน เมื่อรู้จักแล้วก็เรียกให้ถูกด้วยล่ะ” จากนั้นเขาก็อุ้มนางไปกับตนเองด้วยแล้วก็เดินออกไปในห้องโถงที่ยาวประมาณหนึ่งร้อยเมตรตรงโถงทางเดินนั้นประดับไปด้วยลวดลายโบราณสลับกับภาพของชายหญิงหลายต่อหลายคนที่เรียงกันไปตามด้วยรูปปั้นแปลกๆที่ตั้งอยู่ทุกๆสิบเมตรที่ก้าวเดินไปบนพื้นทางเดินไปเองก็ปูนด้วยพรมสีดำที่มีลวดลายโบราณไม่ต่างไปจากบนผนังกำแพงเลย ก่อนที่จะเดินเข้ามาห้องบัลลังก์ที่มีบัลลังก์สีดำด้านบนมีหัวของมังกรแต่ละธาตุประดับอยู่เขาเดินเข้าไปถึงบัลลังก์จากนั้นก็นั่งลงบนบัลลังก์สีดำโดยที่มีนางอยู่ในอ้อมแขนของเขาอยู่ ส่วนพวกยามที่เฝ้ากับเหล่าทหารที่ปกป้องหน้าห้องโถงทางเข้าบัลลังก์ของปราสาทก็ถึงกับตกตะลึงจนแข็งค้างไปนานมากก่อนที่จะหันไปมองเพราะคิดว่าตาฝาดไปสุดท้ายก็เป็นอย่างที่ได้เห็นไปในตอนแรกจริงๆ ท่านจอมมารของพวกเขาคนนั้นน่ะหรือที่จะญาติดีกับเด็กมันต้องเป็นเรื่องที่ปาฏิหาริย์ขนาดไหนกัน “เจ้าไม่ต้องกังวลไปอเล็กซานดร้าอยู่เฉยๆตรงนี้ไปก็พอแล้วเพราะหลังจากนี้ข้าต้องทำงานต่อ” ‘ท่านที่ยุ่งอยู่กับงานแล้วจะทำงานแล้วเอาข้ามาด้วยทำไมกันกันละ’ “เรียนรู้เอาไว้เมื่อถึงคราวเจ้าเองก็ต้องทำให้ได้แบบข้า ไม่สิให้มันยอดเยี่ยมยิ่งกว่า” หลังจากนั้นไม่นานผู้คนมากมายก็ทยอยกันเข้ามาในห้องบัลลังก์กันไม่ขาดสายรวมแล้วก็ราวห้าสิบคน ในขณะที่เดินมานั้น พวกเขาไม่มีใครเงยหน้ามองมาที่บัลลังก์เพราะมันเป็นกฎของการเข้าพบจอมมารคนที่มาในครั้งนี้มาจากหลายเผ่าพันธุ์ที่อยู่ฝ่ายเดียวกับปีศาจ เมื่อพวกเขามาถึงตำแหน่งของตนเองก็คุกเข่าลงจากนั้นก็เงยหน้าขึ้นทุกคนที่มาในครั้งนี้แสดงสีหน้าตกตะลึงไม่แพ้พวกทหารที่เฝ้าหน้าประตูเลยด้วยซ้ำ “สีหน้าของพวกเจ้ากับคำพูดในใจนี่มีเยอะดีนะวันนี้มาเพื่อมองข้าแบบนี้หรือว่ามาพบข้ากันแน่” พลังงานสีดำอันเบาบางแผ่เป็นรูปแบบคลื่นพลังไปทั่วทั้งห้องพวกผู้คนที่มาเข้าพบจอมมารก็กระอักเลือดออกมาคนละครั้งอย่างเลี่ยงไม่ได้ “พวกข้าขอภัยท่านจอมมารด้วย ได้โปรดละเว้นโทษ” หนึ่งในผู้เข้าพบที่มีท่าทีสงบนิ่งที่สุดกล่าว “วันนี้เห็นแก่หน้าหลานสาวของข้าที่เกิดมาข้าจะทำเป็นไม่เห็นเรื่องในครั้งนี้ไป” “ขอขอบพระคุณท่านที่ให้โอกาสพวกข้า” “เข้าเรื่องเลยเถอะวันนี้ข้ามีที่ต้องไปกับเจ้าตัวเล็กนี่” “พวกมนุษย์ให้กำเนิดผู้กล้ามาแล้วรวมถึงผู้กล้าจากหลายเผ่าพันธุ์ อาทิ เผ่ามังกร เผ่าเอลฟ์ เผ่าเทพ เผ่าคนเถื่อน และมีอีกร้อยกว่าเผ่าพันธุ์ที่ให้กำเนิดผู้กล้าขึ้นมาเช่นกัน” “เจ้าพวกน่ารังเกียจนั่นพยายามจะโค่นล้มข้าอีกแล้วงั้นหรือ ข้าน่าจะฆ่าล้างเผ่าพันธุ์พวกมันเลยดีไหมนะ” ทันทีที่โนอาห์ได้ยินเรื่องของผู้กล้าจิตสังหารอันเข้มข้นก็ไหลทะลักออกมาราวกับมหาสมุทรไร้สิ้นสุด ส่วนพลังพวกนี้จะกระทบกับตัวของอเล็กซานดร้าหรือไม่ ไม่เลยเนื่องจากพลังของโนอาห์ที่ห่อหุ้มร่างของอเล็กซานดร้าเอาไว้ก่อนที่จะอุ้มนางมาตั้งแต่แรกแล้วเพราะถ้าอุ้มด้วยมือเปล่ารับรองว่าอเล็กซานดร้าอาจอยู่ได้ไม่ถึงสามวินาทีก็ตัวระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆแล้ว เหตุผลหลักๆก็มาจากพลังของโนอาห์ที่มีมหาศาลเกินไป ‘อย่าทำแบบนั้นนะท่านลุงโนอาห์ ท่านอาจเข้าใจผิดก็ได้’ โนอาห์ส่ายหน้าไปมาก่อนจะพูดกับอเล็กซานดร้า “พวกมันทำแบบนี้ทุกๆหนึ่งพันปีเพื่อที่จะโค่นล้มข้า ทั้งที่ข้าไม่เคยไปหาเรื่องพวกมันแต่พวกมันกลับอ้างถึงพลังแห่งความมืดที่พวกเราครอบครองมองว่ามันเป็นสิ่งที่ผิด โดยที่พลังแห่งความมืดของพวกเราถ้าไม่ไปใช้นอกเขตที่พวกเราครอบครองอยู่ถึงเจ็ดในสิบส่วนของจักรวาลแห่งนี้มันก็ไม่มีผลอะไรหรอก และข้าเองก็สั่งห้ามให้พวกปีศาจ มารอสูรและเผ่าพันธุ์ที่ครอบครองพลังแห่งความมืดออกไปจากเขตนานแล้วด้วย เจ้าคิดว่าใครกันที่เป็นคนผิดกันแน่” สิ่งที่ได้ยินมันออกมาจากใจของโนอาห์ที่จะสื่อไปยังอเล็กซานดร้าแม้มันจะแข็งกระด่างไปบ้างแต่นางก็รับรู้ได้ถึงความจริงใจจากคำพูดพวกนั้น ‘ท่านลุงโนอาห์ข้าขอโทษด้วย ข้าไม่รู้ว่าเรื่องมันจะ...’ “เจ้าไม่ต้องคิดมากเรื่องที่พลังแห่งความมืดมีผลกับทุกสรรพชีวิตเป็นความจริงเพราะพวกมันปฏิเสธพลังแห่งความมืดเลือกที่จะใช้พลังแห่งแสงต่อต้านโดยมองว่าเป็นศัตรูไป แต่ด้วยพลังของข้าแล้วพวกมันก็จะไม่สามารถทำร้ายใครได้หรอกถ้ามันอยู่ในเขตที่ข้ากำหนดเอาไว้” ตรงหน้าของอเล็กซานดร้าในตอนนี้มองโนอาห์ต่างไปจากเดิมมาก จอมมารที่นางเคยรู้จักมักเป็นพวกฝักใฝ่สงครามรังเกียจสิ่งมีชีวิตต่างเผ่าพันธุ์อย่างถึงที่สุดแต่ว่าท่านลุงของนางกลับไม่เป็นอย่างที่เห็น เขาเป็นคนที่มองถึงด้านที่เป็นกลาง หาเหตุผลและไม่ยุ่งกับใครก่อนถ้าไม่มีใครมาหยามหน้าเขา ที่สำคัญเขาเป็นคนที่ไม่ลงมือกับคนที่อ่อนแอกว่าตนเอง “รอดูท่าทีของพวกมันไปก่อนสักระยะถ้าพบเห็นสิ่งที่ผิดปกติก็ส่งทหารปีศาจเงามืดไปประจำจุดได้เลย” “รับทราบท่านจอมมาร” “ยังมีอีกเรื่องสินะว่ามาเถอะ” “ครับ เรื่องที่จะพูดก็คือเจ้าหญิงของพวกมนุษย์เดินทางมาพร้อมคณะทูตเพื่อขอเจรจาบางสิ่ง ท่านจอมมารมีความเห็นเช่นไร” “ให้พวกมันเข้ามาจากนั้นก็ให้มารอสูรระดับแปดตามพวกมันอย่างใกล้ชิดถ้าเห็นอะไรผิดสังเกตให้จับตัวเจ้าหญิงกับทูตพวกมันมาคนอื่นก็สังหารทิ้งให้หมด” “รับทราบท่านจอมมาร” ต่อจากนั้นก็เป็นการพูดคุยเรื่องของการบ้านการเมืองเล็กน้อยจากนั้นก็ปิดการเข้าพบ โนอาห์ก็เดินออกไปจากห้องโถงบัลลังก์ในทันทีก่อนที่จะมุ่งหน้าไปยังสวนดอกไม้แห่งหนึ่งที่อยู่ไกลออกไปถึงสามกิโลเมตรโดยการเทเลพอร์ตด้วยเวทมนตร์ในพริบตาเดียว สวนดอกไม้ของที่นี่ห่อหุ้มด้วยเกราะที่มองไม่เห็นรัศมีกว่าหนึ่งกิโลเมตรภายในเต็มไปด้วยดอกไม้ที่ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี อเล็กซานดร้าก็มองดูไปทั่วทุกมุมก่อนที่จะคิดในหัว ‘ท่านลุงโนอาห์ที่นี่มันดูไม่เหมือนกับเป็นดินแดนแห่งความมืดเลยนี่.....’ “ฮ่า ฮ่า นั่นสินะ เมื่อก่อนที่นี่เคยเป็นที่ที่ข้าสร้างเพื่อที่จะมอบให้กับคนๆหนึ่งแต่ว่าตอนนี้นางไม่อยู่แล้ว” ‘ใครกันหรือท่านลุงโนอาห์’ “พี่สาวของข้ากับพ่อของเจ้า เรื่องของนางเกิดขึ้นก่อนที่เจ้าจะเกิดมาก็ร้อยปีก่อนนี้เองนางถูกพวกมังกรและมนุษย์จับตัวไปกว่ายี่สิบปีเพราะความเชื่อใจที่นางมอบให้กับมนุษย์กลุ่มหนึ่งอย่างหมดใจแต่สุดท้ายพวกมันก็ส่งนางกลับมายังดินแดนแห่งความมืดโดยที่ตัวนางได้กลายเป็นร่างที่ไร้วิญญาณไปแล้วโดยที่ร่างกายของนางบอบซ้ำไปด้วยแผลที่เกิดจากกามราคะของพวกมัน” อารมณ์ที่น่าหดหู่ของโนอาห์แสดงออกมาทำให้อเล็กซานดร้าได้แต่เงียบเพราะเรื่องราวพวกนี้ไม่ควรไปยุ่งหรือขัดจังหวะ นางเสียมารยาทเกินไปจริงๆที่อยากรู้อยากเห็นมากเกินไป “การที่ข้าเล่าเรื่องนี้ให้เจ้าได้ฟังก็เพราะข้าเองมองเห็นนางในตัวของเจ้าบางทีถ้าเป็นเจ้าอาจทำให้เจตจำนงและความปรารถนาที่นางหลงเหลือเอาไว้เป็นจริงขึ้นมาได้ เอาละพอแค่นี้ดีกว่า ที่ข้าพาเจ้ามาที่นี่ก็เพราะจะบอกว่าที่นี่เป็นสถานที่ที่ข้าจะมอบให้เจ้าในฐานะที่เจ้าเป็นหลานสาวของข้า” โนอาห์พูดจบก่อนที่เขาจะสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของพ่อกับแม่อเล็กซานดร้าที่กำลังเดินทางมายังที่แห่งนี้ "ถึงเวลาที่ข้าต้องมอบเจ้าให้กับพวกเขาแล้ว" โนอาห์เดินออกไปก่อนที่จะมองเห็นโนแลนและเอเลียนน่าจากนั้นเขาก็ส่งมอบอเล็กซานดร้าให้พวกเขาสองคน "ท่านพี่เป็นท่านนี่เองที่เอาอเล็กซานดร้าไปพวกข้าตามหากันทั่วกว่าจะเดินมาทางถึงที่นี่" โนแลนเผยรอยยิ้มพร้อมกล่าว "นางเป็นเด็กที่น่าสนใจดีนะ เลี้ยงนางให้ดีๆแล้วข้าจะมาหานางอีกครั้งเมื่อถึงเวลา" โนแลนและเอเลียนน่าได้แต่ตกตะลึงในคำพูดของโนอาห์เพราะมันเป็นคำพูดชมที่เขาไม่เคยพูดชมใครออกมาอีกหลังจากที่เกิดเหตุการณ์ในครั้งนั้นเมื่ออดีต "อเล็กซานดร้า สงสัยลูกคงมีโชคชะตาที่ผูกพันธ์กับท่านพี่ของพ่อแล้วล่ะ" หลังจากที่สูญเสียพี่สาวไปโนอาห์ก็ไม่มองคนต่างเผ่าและไม่ยิ้มออกมาอีกเลยแต่ว่าลูกของเขากลับสามารถทำให้จอมมารผู้ที่แสนเย็นชาคนนั้นยิ้มได้ถือได้ว่าคือปาฏิหาริย์ที่แทบเป็นไปไม่ได้ บางทีนี่อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวที่ยิ่งใหญ่ในอนาคตก็เป็นได้ ...............