ราเชนเกิดมาไม่เคยเห็นตัวกิเลนไฟจริงๆ ชัดๆ แบบนี้ เคยเห็นแต่ในรูปที่เขียนเอาไว้ตามจินตนาการของคนเขียน แต่มาวันนี้เขาเห็นตัวเป็ๆ รูปร่างของมันก็คล้ายๆ กับ สัตว์ประเภทสิงห์โต แต่ไม่มีขนขึ้นเต็มตัว มีแต่เกล็ดสีทองหนาเหมือนกับพวกงูู หางของมันยาวแต่สามารถควบคุมได้
หัวของมันจะใหญ่กว่าลำตัว มองไปมองมา ก็มีส่วนคล้ายกับหัวของั ที่สำคัญมันพ่นไฟได้ ลำตัวของมันก็มีแต่เปลวไฟลุกโชนไปทั้งตัว
มันหันมามองทางอาจารย์ไป๋เซียง ที่ยืนอยู่ด้านหน้า โดยไม่ถอยหนีไปไหน แถมยังร้องคำรามเหมือนจะขับไล่ให้ไปจากที่นี่ซะ แต่อาจารย์ไป่เซียง กลับนำตาข่ายสีทองออกมา แล้วเหวี่ยงออกไป ตาข่ายสีทองมันขยายใหญ่ขึ้นจนครอบร่างของ กิเลนไฟ แล้วก็ค่อยๆ หดตัวกลับมารัดร่างเ้ากิเลนไฟ จนแน่นไม่อาจเคลื่อนไหวได้
กิเลนไฟ ถึงกับคำรามลั่นอ้าปากพ่นไฟออกไปเพื่อทำลายตาข่ายสีทอง แต่ทว่ากลับไม่อาจทำอะไรได้
“ ตาข่ายไหมทอง ร้ายกาจสมคำร่ำลือจริงๆ” อาจารย์ิเยว่เอ่ยอย่างยินดี
“ รีบไปเก็บ ผลกิเลนไฟกันเถอะ ตาข่ายไหมทอง หยุดมันได้แค่ชั่วคราวเท่านั้น”
อาจารย์ไป๋เซียงเอ่ยจบ ทั้งสองคนก็พุ่งตัวออกไป พร้อมกับชักกระบี่ แล้วตวัดเอาผลกิเลนไฟออกมาได้คนละลูก แล้วมาใส่ในถุงสีทอง จากนั้นกำลังจะเก็บผลต่อไป ก็พบว่า ตาข่ายไหมทองกลับถูกเ้ากิเลนไฟ ใช้กรงเล็บกระชากจนขาดสะบั้นไปแล้ว
“ แย่แล้ว หนีเร็ว” อาจารย์ไป๋เซียงกับอาจารย์ิเยว๋รีบพุ่งตัวออกจากใต้ต้นกิเลนไฟ ขึ้นมาอยู่บนฐานปิรามิด แล้วรีบพาศิษย์ทุกๆคน หนีออกไปจากที่นี่
โดยที่มีกิเลนไฟ ะโไล่ตามมาติดๆ
อาจารย์ไป๋เซียง ถูกหางของกิเลนไฟฟาดเข้ากลางลำตัวจนปลิวกระเด็นไป ผลกิเลนไฟกลิ้งออกมาจากถุง ถูกเ้ากิเลนไฟกลืนลงคอไป จากนั้นมันก็หันไปหา เ้าสำนักิเยว่ ที่เคลื่อนไหวนำหน้าศิษย์ทุกๆ คน แต่ว่า การเคลื่อนไหวของเ้ากิเลนไฟนั้นเร็วกว่ามาก มันะโทีเดียว ก็แทบจะไล่ทัน มันพ่นไฟใส่จน สาวๆ ศิษย์สำนักฟ้าพิสุทธิ์ต้องรีบะโหลบออกไปสองข้างทาง หางกิเลนไฟ ฟาดเข้าใส่ร่างของเ้าสำนักิเยว่ แม้จะใช้กระบี่ออกมากั้น แต่ก็ไม่อาจต้านทานแรงของมันได้ ร่างปลิวไปกระแทกกับต้นไม้ ถึงกับสลบไป ผลกิเลนไฟที่อยู่ในถุงสีทอง ลอยมาตกอยู่ในมือของต้าเฉิง
“ เฮ้ย” ต้าเฉิงอ้าปากค้าง ยืนนิ่งจนกระทั่งเ้ากิเลนไฟ มายืนอยู่ตรงหน้าของเขา
ราเชนไม่รอช้า คว้าถุงสีทองออกมา แล้วโยนคืนให้ เ้ากิเลนไฟไปในทันที
มันอ้าปากงับ แล้วกลืนผลกิเลนไฟไปพร้อมกับถุงสีทอง มันอ้าปากกว้าง คำรามก้องฟ้า แล้วมันก็กลับไปที่อยู่ใต้ฐานปิรามิด ใกล้ๆ กับ ต้นกิเลนไฟ ไม่ทำอันตรายกับใคร
“ โอ้ย เกือบตายแล้วเรา” ต้าเฉิงยังคงตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว
“ ไปดูอาจารย์ไป๋ก่อนดีกว่า”
แล้วทั้งหมด ก็ช่วยกับพยุงร่างของอาจารย์ไป๋เซียง กับ อาจารย์ิเยว่ มารักษาตัว แต่ละคนได้กินยาของอาจาย์ไป๋ไป ร่างกายก็ค่อยๆ ดีขึ้น โชคดีแค่บอบช้ำ ไม่ถึงกับกระดูกหัก
“ เอาไงต่อดี อาจารย์ไป๋” อาจารย์ิเยว่ เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง
“ คงต้องหาทางล่อเ้ากิเลนไฟไป แล้วค่อยขโมยผลกิเลนไฟออกมา”
“ ล่อมันยังไง?”
อาจารย์ไป๋เซียงมองมาที่ราเชนแล้วยิ้มให้เล็กน้อย
“ หยางเฟยหลง เ้าเอาตัวรอดได้ดีมาตลอด ข้าหวังว่า ครั้งนี้เ้าจะช่วยล่อเ้ากิเลนไฟให้กับพวกเรา”
ราเชนได้แต่อึ้ง ขนาดอาจารย์ทั้งสองฝีมือขนาดนี้ยังหนีไม่ทัน แล้วเขาจะหนีทันได้อย่างไร
“ อาจารย์ไป๋ กล่าวล้อเล่นหรือเปล่า ท่านทั้งสองพลังปราณยุทธ์ขนาดนี้ ยังหนีไม่ทันเลย แล้วข้าจะหนีทันได้อย่างไร”
“ ทันซิ หากเ้ากินยาเม็ดเก้าอาชาของข้าไป สักห้าเม็ด เ้าจะเคลื่อนไหวได้เร็วกว่าพวกเราเสียอีก”
“ อะไรนะ ห้าเม็ด?”
“ ใช่ หากเป็คนอื่น คงไม่อาจกินได้ถึงสามเม็ด แต่รูปร่างของเ้าที่อ้วนท้วนสมบูรณ์ จะทำให้ประสิทธิภาพของยาเม็ดเก้าอาชา ทำงานได้ดีที่สุด”
บ้าไปแล้วให้เรากินยาบ้าไปตั้งห้าเม็ด เราคงได้กลายเป็คนบ้ากันพอดี ราเชนกำลังคิดหาทางจะปฏิเสธต่อ ก็พบว่า มีกลุ่มคนอีกกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามา มันคือ กลุ่มขององค์ชายสี่ หลี่ินั่นเอง กลุ่มนี้มีองค์ชายเจ็ด หลี่ชีเหยียน ลุงสามเมิ่งซี คนของตระกูลเมิ่งอีกสิบกว่าคน อาจารย์ถงเหล่า อาจารย์ซ่งหลิง อาจารย์ชิงอี้เ้าหอสดับพิณ ตามมาด้วยเชียนเชียน และยังมีหยูจี เ้าสำนักบุปผา์กับรองเ้าสำนักหยวนจง งานนี้มากันเต็มไปหมด ตอนนี้บรรยากาศรอบๆ ปิรามิดดูคึกครื้นยิ่งนัก ส่วนองค์ชายรองนั้นตอนนี้สายตากลับมองไปที่ป้ายประจำตัวของตนที่กระพริบไม่หยุด ซึ่งองค์ชายสี่หลี่ิ กับ องค์ชายเจ็ดชีเหยียน ก็มองป้ายประจำตัวเช่นกัน จ้าวเหล่ยเทียน อาจารย์ขององค์ชายสี่ ถึงกับเอ่ยเบาๆ ว่า
“ ข้าว่า ใต้ปิรามิดแห่งนี้ ต้องมีความลับบางอย่างซ่อนอยู่แน่ๆ คงต้องหาทางจัดการกับ เ้ากิเลนไฟตัวนี้ และ เข้าไปข้างใน หยกราชลัญจกรต้องอยู่ใต้ปิรามิดแน่”
“ อืม...ข้าก็คิดเช่นนั้น แต่ผู้คนมามากมาย องค์ชายรองก็ยังอยู่ จะทำยังไงดี”
“ จากที่ดู คนขององค์ชายรองนั้นไม่เหลือแล้ว แค่คนเพียงคนเดียวไม่มีทางแย่งของมีค่ากับพวกเราได้แน่ๆ”
“ ใช่แล้วพี่สี่ เวลาในนี้ยังเหลืออีกตั้งสามวัน ข้าเชื่อว่า พี่รองไม่น่ารอดไปจากที่นี่ได้แน่ๆ” องค์ชายเจ็ดชีเหยียนเอ่ยอย่างมั่นใจ
ส่วนราเชนเห็นผู้คนเข้ามากันมากมายเช่นนี้เลยเอ่ยออกมาว่า
“ แผนให้ข้าล่อเ้ากิเลนไฟ คงไม่ต้องแล้วซิ?” ราเชนเอ่ยยิ้มๆ
“ ผลกิเลนไฟ มันมีค่าต่อเ้ามากกว่าผู้อื่นมากนัก มันจะช่วยให้เ้าเชื่อมชีพจรปราณยุทธ์เหมือนคนทั่วๆ ไป แต่สำหรับผู้อื่นล้วนเป็แค่ผลไม้ที่เพิ่มพลังเท่านั้น”
ราเชนรู้สึกว่า ทุกๆ คนที่เข้ามาที่ปิรามิดนี้ ล้วนแล้วแต่ตื่นเต้นกันผิดปกติ แต่ละคนหาได้สนใจต้นกิเลนไฟ แต่สนใจทางเข้าใต้ปิรามิดมากกว่า หรือว่า ทุกๆ คนรู้ว่า ข้างในมีหยกราชลัญจกรของ ปฐมจักรพรรดิหลี่เทียน ! ต้าเฉิงก็รู้สึกแปลกๆ เลยเข้ามาคุยกับ ราเชนสองต่อสอง
“ ข้าว่าพวกเขามีอะไรแปลกๆ กันอยู่นะ หรือว่า ข้างในปิรามิดนั้นมีสมบัติซ่อนอยู่”
ต้าเฉิงเริ่มคิดไปไกลแล้ว
“ อีกไม่นาน ก็ต้องรู้อย่างแน่นอน” ราเชนเอ่ยอย่างใจเย็น ส่วนองค์ชายรอง หลี่คังพอเห็นน้องสี่ กับ น้องเจ็ดมาก็เข้าไปทักทาย
“ น้องพี่ทั้งสองมาพอดีเลย พวกเรามาร่วมมือกัน เพื่อเข้าไปในสุสานดีไหม”
ราเชนที่ถูกองค์ชายรอง ดึงแขนมาเป็พวกด้วย ก็ถึงกับสงสัยคำว่าสุสาน แต่ไม่พูดอะไรออกมา
“ ตอนนี้เสด็จพี่มีกองกำลังเท่าไร คิดจะร่วมมือกับพวกเรา ไม่เอาเปรียบกันไปหน่อยรึ?” องค์ชายเจ็ดเอ่ยอย่างดูดถูก
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ข้าคือว่าที่รัชทายาท แม้นยังไม่ได้รับการแต่งตั้ง แต่พอออกไปจากที่นี่ต้องได้รับแต่งตั้งแน่ๆ พวกเ้าคิดว่า มีผู้ใดเหมาะสมกว่าข้าอย่างนั้นรึ?”
“ เสด็จพี่ก็น่าจะรู้ หากว่าใครพบสิ่งนั้น จะได้เป็ รัชทายาทอาณาจักรปัจจิมทันที
ท่านลืมกฏบรรพบุรุษไปแล้วรึ?” องค์ชายสี่หลี่ิกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ เฮ้ย นั่นเป็แค่ตำนาน หาได้มีจริงไม่”
“ เหรอ..แล้วอย่างนั้นท่านจะเข้ามาที่ป่าลับแลนี่ทำไม”
“ นี่เป็คำสั่งเสด็จพ่อ ข้าไม่อาจขัดขืนได้”
“ ที่นี่คือป่าลับแล แม้นว่าท่านคือ เสด็จพี่ แต่ว่าทุกอย่างในนี้ผู้เข้มแข็งเท่านั้นถึงจะอยู่รอด หากว่าท่านทำตัวดีๆ ข้าอาจจะช่วยคุ้มครองให้ท่านกลับออกจากป่าลับแลนี้ไปอย่างปลอดภัยก็ได้” องค์ชายเจ็ด เอ่ยน้ำเสียงกร้าวออกมาทันที
“พวกเ้า...” องค์ชายรองหลี่คัง ถึงกับโกรธตัวสั่นหูแดงออกมา แต่ไม่อาจทำอะไรได้ ราเชนเลยดึงตัวองค์ชายรองออกมา
“ เฮอะ ไม่เจียมตัวซะบ้าง เอาชีวิตให้รอดออกไปจากที่นี่ให้ได้เสียก่อนเถอะ”
องค์ชายเจ็ดเอ่ยอย่างดูถูก จากนั้น ก็มีเสียงของคนของสำนักบุปผา์ ก็เคลื่อนตัวไปที่ต้นกิเลนไฟ หมายจะเด็ดผลกิเลนไฟ แต่ทว่า เ้ากิเลนไฟก็ปรากฏตัวขึ้น แล้วอ้าปากพ่นไฟ ใส่ ศิษย์สำนักบุปผา์ตกตายไปทีเดียว 5 คน
จนกระทั่วรองเ้าสำนัก หยวนจง ยกมือส่งสัญญาณ ศิษย์อีก สิบกว่าคน เหวี่ยงโซ่เหล็ก รัดร่างของเ้ากิเลนไฟ แล้วปักหมุดเอาไว้ที่พื้นดิน รวมแล้ว 16 จุด ทำให้มันกิเลนไฟ ถึงกับหยุดนิ่ง แต่แค่อึดใจ มันก็กระชากโซ่เหล็ก เหวี่ยงร่างของ ศิษย์สำนักบุปผา์ จนปลิวกระเด็นไปไกล ศิษย์ของอาจารย์ถงเหล่า กับ อาจารย์ซ่งหลิน ก็เริ่มโจมตีเ้ากิเลนไฟด้วยควันยาสลบ และยังยิงลูกดอกที่เคลือบยาสลบเข้าใส่กิเลนไฟ แต่พอพิษยาสลบเข้าไปในร่างของมัน ก็ถูกเผาผลาญจนหมด ไม่อาจทำอะไรมันได้ ส่วนลูกดอกยาสลบก็ไม่อาจระคายผิวของมัน คนที่เข้ายิงลูกดอกเข้ามา ก็ถูก เ้ากิเลนไฟเผาร่าง จนไหม้เกรียมไปหลายคน
อาจารย์ชิงอี้ ก็นำพิณสีดำออกมา โดยมีเชียนเชียน และ ศิษย์คนอื่นๆ ร่วมด้วยช่วยกัน ดีดพิณเจ็ดสายบ้าง เก้าสายบ้าง เพื่อทำลายแก้วหูของ กิเลนไฟ
ทำเอาเ้ากิเลนไฟ ถึงกับต้องคุกเข่าขาหน้าของมัน ไปกับพื้น ทุกๆ คน ล้วนทึ่งกับเสียงเพลงพิณที่บรรเลงของ หอสดับพิณ นับว่าร้ายกาจไม่เบา
ส่วนทุกๆ คนที่ได้ยินต้องรีบอุดหู เพราะเพลงที่บรรเลงออกมานั้น ไม่ใช่แค่เ้ากิเลนไฟตัวเดียว ที่รู้สึกแก้วหูจะะเิ แต่ทุกๆ คนที่อยู่ใกล้ๆ ก็ไม่อาจทนทานเสียงพิณของทั้งยี่สิบคนนี้ได้
“ ร้ายกาจจริง เสียงพิณพิฆาต ของอาจารย์ชิงอี้ เฟยหลง นี่เ้าไม่เป็อะไรรึ?”
อาจารย์ไป๋เซียง เอ่ยอย่างสงสัย เพราะคนไร้ปราณยุทธ์อย่างเขา ไม่น่าต้านพลังของเพลงพิณพิฆาตนี้ได้เช่นนี้
ราเชนเองก็ไม่รู้สึกอะไรจริงๆ คงเป็เพราะว่า เพลงที่ดีดด้วยพลังปราณยุทธ์ มันไปทำปฏิกิริยา กับ ผู้ที่มีพลังปราณยุทธ์มากกว่า แต่สำหรับเขา หาได้มีพลังปราณยุทธ์ไม่ เลยได้ยินเหมือนการเล่นพิณเสียงดังธรรมดาเท่านั้น
“ ตอนนี้หูข้าอื้อไปหมดแล้ว” ราเชนตอบเลี่ยงไป แต่ต้าเฉิงทนไม่ไหว รีบลากราเชนให้ออกห่างจากรัศมีของเสียงพิณไปอีกหลายก้าว
จนกระทั่ง เ้ากิเลนไฟมีอาการแปลกๆ ดวงตาของมันเป็ที่เป็สีแดง กลับแปรเปลี่ยนเป็สีดำ แล้วมันก็ร้องคำรามออกมาก้องฟ้า สายพิณที่กำลังดีดด้วยพลังปราณยุทธ์ของทั้งยี่สิบคน ก็ถึงกับขาดกระจุย ไม่อาจบรรเลงได้อีก แต่ละคนล้วนกระอักเืออกมา สุดท้ายไม่อาจทำอะไรเ้ากิเลนไฟได้
ทันใดนั้นเอง ท้องฟ้าก็มีกลีบบัวปล่อยลงมานับร้อยๆ กลีบ มันพุ่งเข้าใส่ร่างเ้ากิเลนไฟ แล้วเกิดะเิขึ้นเสียงดังราวกับปะทัด มันเป็ กลีบบัวะเิ ของลุงสามเมิ่งซีนั่นเอง
จังหวะนั้นเอง จ้าวเหล่ยเทียน ก็สั่งทหารองครักษ์ขององค์ชายสี่ลงมือ
โซ่เหล็กที่มีไอสีขาวประมาณสามสิบเส้น พุ่งเข้าไปรัดร่างของเ้ากิเลนไฟ จนล้มไปกับพื้น น่าแปลก เ้ากิเลนไฟ ถึงกับไม่อาจขยับตัวได้
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า นี่คือโซ่เหล็กเย็น เ้ากิเลนไฟ เ้าไร้พลังความร้อนก็เป็แค่สัตว์ธรรมดาตัวหนึ่งเท่านั้น”
จ้าวเหล่ยเทียน ยกมือส่งลูกน้องหลายสิบคนใช้กระบองเหล็กเย็น รุมฟาดเข้าที่เท้าทั้งสี่ของกิเลนไฟ จนแตกละเอียด
มันส่งเสียงร้องครวญครางดังลั่น ทหารกลุ่มหนึ่งกรูกันเข้าไป ดึงผลกิเลนไฟออกมาจากหมด แล้วมามอบให้กับ องค์ชายสี่หลี่ิ
“ ต้องขออภัย คนของข้าพิชิตเ้ากิเลนไฟนี้ได้ ผลกิเลนก็สมควรตกเป็ของข้าแต่เพียงผู้เดียว น้องเชียนเชียน ข้ามอบผลกิเลนไฟให้เ้ากับ อาจารย์ชิงอี้ 2 ลูก และ ขอเชิญเข้าไปในปิรามิดร่วมกับข้า”
อาจารย์ชิงอี้พยักหน้าขอบคุณ และพาเชียนเชียน กับ ศิษย์ของนางเดินตามขบวนขององค์ชายสี่ กับ องค์ชายเจ็ดเข้าไป
“ เฮ้ย น้องสี่ น้องเจ็ด ข้าขอไปด้วยนะ”
องค์ชายรอง จับมือราเชน แล้วรีบวิ่งตามเข้าไป แต่ทว่าถูกทหารห้ามไม่ให้เข้าไป
“ พี่รอง ที่นี่มันอันตราย ท่านอย่าเข้ามาจะดีกว่า ข้าไม่อยากให้ท่านต้องตาย ฮ่า ฮ่า ฮ่า” องค์ชายเจ็ดชีเหยียนเอ่ยจบ ก็สั่งให้ทหารสามสิบคน ห้ามใครเข้าปิรามิดเด็ดขาด....