บทที่ 5
พลังของมิโกะ
[MAIYA PART]
ฉันถูกท่านอิสึมิ มิโกะลำดับที่หนึ่งพาตัวมาส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด คุณหมอใช้เวลาตรวจร่างกายและรักษาาแให้ฉันไม่ต่ำกว่าห้าชั่วโมง โชคดีที่ร่างกายฉันไม่ได้รับผลข้างเคียงจากการถูกก้อนคำสาปเล่นงานมากนัก ส่วนใหญ่จะเป็าแภายนอก และกระดูกแขนข้างซ้ายร้าว
“ถึงตอนนี้ยังตรวจหาอาการผิดปกติไม่พบ หมอก็ยังปล่อยเธอกลับบ้านไม่ได้ คืนนี้นอนเฝ้าดูอาการไปก่อนแล้วกัน”
นั่นคือคำสั่งของหมอ
ฉันทำได้เพียงกล่าวขอบคุณแล้วรอให้บุรุษพยาบาลเข็นเตียงผู้ป่วยไปส่งฉันยังห้องพักฟื้น ใน่ที่รอการย้ายสถานที่ ฉันนอนคิดถึงเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในโรงยิม
ฉันจำได้ว่าฉันตัดสินใจใช้ตัวเองเป็สะพานให้พลังของเทพคุ้มครองไหลผ่านตัวเพื่อชำระล้างคำสาปจากหญิงคลุ้มคลั่ง แต่ในจังหวะที่ฉันไล่คำสาปออกจากตัวหญิงคลุ้มคลั่งได้ พลังของฉันก็ถึงขีดจำกัด เลยไม่สามารถชำระล้างก้อนคำสาปให้สลายไปได้ มันจึงเข้าเล่นงานฉัน หมายจะทำลายเซลล์ในร่างกายฉันให้แตกละเอียด
ใน่เวลาที่ฉันถูกเล่นงานนั้น ฉันแทบขาดใจ แต่เพราะท่านอิสึมิช่วยเอาไว้ ฉันจึงรอดมาได้
ฉันอยากจะขอบคุณท่าน อยากขอโทษท่าน แล้วก็อยากถามเื่พลังมิโกะกับท่าน ฉันอยากรู้ว่าทำยังไงฉันถึงจะมีพลังมากพอที่จะกำจัดคำสาปร้าย แล้วมันมีวิธีไหนที่ดีกว่าการใช้ร่างกายตัวเองเป็สะพานบ้าง ฉันอยากรู้ และอยากฝึกใช้พลังมิโกะให้แข็งแกร่งกว่านี้ อยากช่วยเหลือผู้คนมากกว่านี้
“ทำไมยังไม่พักผ่อนอีก”
“ทะ ท่านอิสึมิ!!”
“อีกประเดี๋ยวบุรุษพยาบาลก็จะมาแล้ว เลิกคิดฟุ้งซ่านแล้วพักผ่อนซะ”
“ทะ ทำไมท่านเข้ามาในห้องตรวจล่ะคะ”
“ข้าขออนุญาตหมอเข้ามาดูอาการเ้า เห็นหมอบอกว่าตรวจไม่เจอผลข้างเคียง แต่ข้ายังไม่วางใจ”
ว่าจบท่านอิสึมิก็วางมือลงบนอกของฉัน ท่านหลับตาลงแล้วเพ่งสมาธิ เสี้ยววินาทีที่ท่านติดต่อกับเทพคุ้มครอง ฉันััได้ถึงความสงบนิ่งอันอบอุ่น เส้นผมสีดำขลับของท่านเปล่งประกายยาวสยายไปในอากาศ ฉันได้ยินเสียงกระดิ่งใสแจ๋วแว่วมาแต่ไกล และเมื่อเสียงนั้นเงียบไป ท่านอิสึมิก็ลืมตาขึ้น
“น่าแปลก” ท่านขมวดคิ้วจนเป็ปม
“ทะ ทำไมคะ ร่างกายฉันมีอะไรผิดปกติเหรอคะ”
“เปล่า” ท่านส่ายหน้า เก็บมือกลับเข้าไปในแขนเสื้อกิโมโนแล้วเอ่ยต่อ “ข้าแปลกใจที่เ้าไม่ได้รับความเสียหายจากคำสาป ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้เ้าเกือบตาย มันประหลาดเกินไป”
“ท่านเทพคุ้มครองบอกอะไรกับท่านเหรอคะ”
“เ้าปลอดภัย”
“อา~ ได้ยินอย่างนี้ฉันค่อยโล่งใจหน่อย นึกว่าจะมีคำสาปติดตัวซะแล้ว แหะๆ”
“หัวเราะได้เช่นนี้ เ้าคงไม่สำนึกเลยสินะ”
“ขะ ขอโทษค่ะ หลังจากนี้จะไม่ทำอะไรเสี่ยงๆ อีกแล้วค่ะ แต่ท่านอิสึมิคะ คือว่า...ฉันขอถามเื่พลังมิโกะได้ไหมคะ”
แม้จะรู้ว่าไม่สมควรถามในเวลาแบบนี้ แต่นี่อาจเป็โอกาสเดียวและโอกาสสุดท้ายที่ฉันจะได้คุยกับท่านอิสึมิตัวต่อตัวก็ได้ ดังนั้นฉันต้องรีบถามทุกอย่างที่ฉันอยากรู้
“ไว้เ้าถึงห้องพัก เราค่อยคุยกัน ยังไงคืนนี้ข้าก็ตั้งใจจะเฝ้าดูอาการเ้าอยู่แล้ว”
หลังจากนั้นไม่นานบุรุษพยาบาลก็พาฉันมาส่งยังห้องพักผู้ป่วยพิเศษที่ท่านอิสึมิเตรียมไว้ให้
ฉันเปิดประเด็นถามคำถามที่ค้างคาใจกับท่านทันที แต่ก็ถูกท่านดุว่าฉันห่วงแต่เื่พลังมิโกะจนไม่ยอมนอนพักผ่อน ท่านเลยขู่ว่าถ้าฉันยังไม่นอน ท่านจะไม่ตอบคำถามอะไรฉันทั้งนั้น ฉันถึงได้ยอมนอนพักผ่อนอย่างว่าง่าย
ฉันนอนหลับไปหลายชั่วโมงอยู่เหมือนกัน เพราะพอตื่นขึ้นมาก็เป็เช้ามืดของวันใหม่ อาการปวดฉี่ทำให้ฉันสะดุ้งตื่น ฉันลงจากเตียงไปทำธุระส่วนตัว พอออกจากห้องน้ำมา ฉันก็พบว่าท่านอิสึมินั่งสงบอยู่ตรงโซฟาข้างเตียงฉัน
ฉันนิ่งค้าง เม็ดเหงื่อแตกพลั่ก นี่ฉันไม่ได้ทำเสียงดังจนท่านตื่นใช่ไหม แต่จากที่ดูบรรยากาศโดยรวมแล้ว ท่านอิสึมิยังนั่งนิ่งสงบราวกับกำลังนั่งสมาธิเข้าฌานอยู่อย่างไรอย่างนั้น
ความงามสง่าของท่านช่างน่าชื่นชมตราตรึงใจ หากท่านเป็มนุษย์ธรรมดา ท่านคงอายุห่างจากฉันไม่เกินสามถึงสี่ปี แต่เนื่องด้วยท่านเป็ผู้ที่ได้รับพลังมิโกะเข้มข้นและเปรียบดั่งเสาหลักของมิโกะความน่านับถือของท่านจึงดูโตกว่าวัย
หากฉันเป็ท่านคงวางตัวให้น่านับถือแบบนั้นไม่ไหว ฉันไม่สามารถแบกรับชะตากรรมของโลกทั้งใบไว้บนบ่าแบบท่านได้ ความต่างชั้นนี้หรือเปล่านะที่เป็ตัวกำหนดความแข็งแกร่ง
“ตื่นแล้วเหรอ”
ฉันสะดุ้งเฮือกเมื่อจู่ๆ ท่านอิสึมิก็เอ่ยขึ้น
“ตะ ตื่นแล้วค่ะ”
“หิวน้ำไหม ข้าจะรินให้”
“ไม่เป็ไรค่ะ ไม่ต้องทำเพื่อฉันขนาดนั้นก็ได้ค่ะ แค่ท่านอิสึมิมาเฝ้าฉันทั้งคืน ฉันก็รู้สึกซาบซึ้งจนไม่รู้จะตอบแทนบุญคุณยังไงแล้วค่ะ”
“เ้าเป็เด็กดีมากเลยนะไมยะจัง”
“เฮะ? อะไรกันคะ จู่ๆ ก็ชมฉันแบบนั้น”
“เพราะจิตใจของเ้าบริสุทธิ์แบบนี้หรือเปล่านะ เ้าถึงไม่ได้รับผลข้างเคียงจากก้อนคำสาปและผลข้างเคียงจากการใช้ร่างกายเป็สะพาน อืม...คงจะเป็เช่นนั้น เพราะเมื่อคืนที่เ้าหลับ ความฝันของเ้าก็ยังเป็ฝันดี”
“เห!! ยะ อย่าบอกนะคะว่าที่ท่านอิสึมินั่งสมาธิจนถึงเมื่อกี้ก็เพราะส่องฝันฉันอยู่!!”
“ขอโทษด้วยนะ แต่ข้าจำเป็ต้องตรวจสอบเ้าอย่างละเอียด”
“เห!!! พลังมิโกะทำได้ถึงขนาดนั้นเลยเหรอคะ สอนฉันเถอะค่ะ ฉันอยากแข็งแกร่งอย่างท่านบ้าง!”
ฉันลงไปคุกเข่าคำนับท่านราวกับจะขอเป็ลูกศิษย์ ทว่าสิ่งที่ฉันได้กลับมาดันเป็คำตอบที่ทำให้ฝันของฉันสลาย
“ไม่ใช่พลังของมิโกะหรอก เป็ความสามารถประจำตระกูลที่สืบทอดต่อกันมาน่ะ ขอโทษด้วยนะที่สอนให้ไม่ได้”
ท่านอิสึมิเปลี่ยนท่านั่งให้สบายขึ้น ทว่าแม้จะนั่งในท่าสบาย ท่านก็ยังวางกิริยาท่าทางสง่างามอยู่เสมอ
“เ้ามีเื่อยากจะสอบถามข้ามิใช่หรือ?”
ท่านอิสึมิเปรยเข้าเื่ให้ฉันอย่างรู้ทันว่าฉันไม่กล้าเปิดประเด็นถามท่านก่อน ฉันจัดแจงท่านั่งให้สำรวมที่สุดแล้วค่อยถามท่านเป็ข้อๆ ตามที่ตัวเองคาใจในพลังของมิโกะ
“ฉันอยากรู้ค่ะว่าพลังมิโกะมีอะไรบ้าง ใช้ทำอะไร แล้วเราต้องทำยังไงให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้นจนเอาชนะก้อนคำสาปได้คะ”
“พลังของมิโกะแท้จริงแล้วไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อต่อสู้กับใคร รวมไปถึงก้อนคำสาปด้วย พลังของมิโกะนั้นมีไว้เพื่อสดับตรับฟังเสียงของเทพคุ้มครอง คอยรับคำบัญชา และคำพยากรณ์ที่จะช่วยเหลือมวลมนุษย์ให้รับมือกับภัยพิบัติที่กำลังจะเกิดขึ้นเพียงเท่านั้น”
“หมายความว่าพลังมิโกะคือพลังล่วงรู้อนาคตเหรอคะ”
“หากจะพูดอย่างนั้นก็คงไม่ผิด ทว่าในตอนนี้เราต้องใช้พลังมิโกะเพื่อต่อสู้กับสิ่งอื่น”
“สิ่งนั้นคือก้อนคำสาปสินะคะ”
“ก้อนคำสาปเกิดขึ้นจากการวิวัฒนาการของอสุรกาย พวกมันรู้ว่ามนุษย์มีคนที่สามารถฆ่ามันได้ มันเลยสร้างคำสาปขึ้นมา ก้อนคำสาปนี้หากจะเปรียบเป็ข้อมูลทางการแพทย์ ก็คงจะเหมือนเชื้อโรคชนิดหนึ่ง ที่มนุษย์เราสามารถติดเชื้อได้หากถูกอสุรกายกัด”
“ทำไมผู้กล้าถึงฆ่าคำสาปไม่ได้คะ”
“เพราะพลังผู้กล้ามีไว้เพื่อกำจัดอสุรกาย ไม่สามารถใช้โจมตีมนุษย์ที่ถูกคำสาปเล่นงานได้”
“เพราะเหตุนี้ พวกเราเลยต้องใช้พลังมิโกะเพื่อต่อสู้สินะคะ”
“ถูกต้องแล้ว” ท่านอิสึมิพูดถึงตรงนี้ก็ทอดถอนใจ “การที่มิโกะใช้พลังเพื่อต่อสู้ จะส่งผลเสียให้เหล่ามิโกะทำนายอนาคตได้ช้าลง เพื่อแก้ปัญหานั้นข้าถึงได้คิดค้นเครื่องรางขึ้นมาทุ่นแรง ทว่ายังไม่มีเครื่องรางไหนสามารถใช้เพื่อต่อกรกับก้อนคำสาปได้เลย”
“แล้ววิธีที่ฉันทำล่ะคะ ใช้ร่างกายเป็สะพานส่งผ่านพลังแห่งเทพเ้า มันสามารถนำไปต่อยอดได้ไหม”
“ข้าลองดูแล้ว มันยังไม่สมบูรณ์” ท่านอิสึมิยื่นไม้เท้าปัดรังควานที่ไหม้เกรียมมาให้ฉันดู ความเสียหายนั้นมากเกินไปที่จะซ่อมแซมได้
“เพราะเหตุนี้ท่านอิสึมิถึงได้ตรวจสอบร่างกายของฉันอย่างละเอียดสินะคะ”
“ไม่ใช่เพียงผลข้างเคียงจากคำสาปเท่านั้น ผลข้างเคียงจากการใช้ร่างกายเป็สะพานก็มีผลเสียเช่นกัน ข้ายังไม่นิ่งนอนใจกับผลการตรวจร่างกายของเ้าตอนนี้หรอกนะ”
ฉันก้มหน้างุดเมื่อรู้ว่าสร้างความลำบากให้ท่านอิสึมิ ั้แ่ฉันตัดสินใจเอาชีวิตไปเสี่ยง ท่านอิสึมิก็ยังไม่ได้พักผ่อนเลย ท่านใช้ทั้งกายทิพย์และกายหยาบคอยเฝ้าระวังและตรวจสอบร่างกายของฉันไม่หยุดพัก
ความทุ่มเทเ่าั้ ฉันจะตอบแทนคืนหมดได้ยังไงกันนะ
“ท่านอิสึมิคะ มีภารกิจอะไรให้ฉันทำ สั่งมาได้เลยนะคะ ฉันพร้อมจะทำอย่างเต็มที่ และฉันขอสัญญาเลยค่ะ ฉันจะไม่เอาชีวิตไปแลกกับอะไรอีกแล้ว!”
“หากเป็ไปได้ ข้าก็อยากพาเ้าไปอยู่ในตำหนักกับข้า ข้าจะได้เฝ้าดูอาการของเ้าอย่างใกล้ชิด ทว่าอีกไม่นานการบุกโจมตีเพื่อทำลายกำแพงเขตอาคมจะเริ่มขึ้น ข้าต้องส่งเ้าไปอยู่กับผู้กล้าเพื่อคอยสนับสนุนพวกเขา มิตรภาพของพวกเ้าเป็สิ่งจำเป็ในการต่อสู้ ทุกคืนก่อนนอนเ้าต้องสวดภาวนาและตั้งสมาธิเพื่อรับคำพยากรณ์จากเทพคุ้มครอง อย่าใช้พลังมิโกะเพื่อชำระล้างคำสาปให้ใครเด็ดขาด เอาไว้ข้าพัฒนาไม้เท้าปัดรังควานได้สำเร็จก่อน ข้าจึงจะอนุญาตให้เ้าใช้พลังเพื่อชำระล้างได้”
“รับทราบค่ะท่านอิสึมิ”
“พรุ่งนี้ ออกจากโรงพยาบาลแล้ว เ้าจงพาผู้กล้าทั้งสองคนไปยังเสาโทริอิ[1] ประจำศาลเ้าบนูเาฝั่งทิศใต้ เมื่อเ้าไปถึงที่นั่น เ้าจะได้รับคำพยากรณ์ที่มีประโยชน์ต่อการต่อสู้ ขอฝากเ้าจัดการด้วย ไมยะ มิโกะลำดับที่สิบสอง”
“วางใจได้เลยค่ะ!!”
[END MAIYA PART]
[1] โทริอิ (鳥居 ) คือซุ้มประตูแบบญี่ปุ่น ตั้งไว้เพื่อให้ผู้คนได้รับรู้ว่า อาณาเขตเื้ัเสาโทริอินี้เป็อาณาเขตของเทพเ้า เพื่อที่ผู้คนจะได้ไม่เผลอกระทำการอันจะเป็การดูิ่สิ่งศักดิ์สิทธิ์