ตอนที่ 14 ถูกบังคับให้โปรยอาหารสุนัข
ไป๋เพ่ยเพ่ยยกมือของตนขึ้นมาปิดชามพร้อมส่ายหน้าปฏิเสธ
เซี่ยเหลาเอ้อร์ซึ่งถือชามอยู่เอ่ยว่า “อย่าทำแบบนี้ เด็ก ๆ กำลังดูอยู่”
เซี่ยเสี่ยวหย่าและเซี่ยเหมียวเหมียวที่ถูกเอ่ยถึงพูดไม่ออก "..."
โอ้์! พวกท่านยังจำได้อยู่หรือว่าเราทั้งคู่ยังอยู่ตรงนี้...
ไป๋เพ่ยเพ่ยหันศีรษะมองไป เมื่อเห็นว่าเด็กสาวทั้งสองกำลังกินแตง*[1] พลันรู้สึกกระอักกระอ่วนไปด้วย
ไม่ใช่สิ นางอยากปฏิเสธจริง ๆ ไม่ใช่ว่า้าโปรยอาหารสุนัข*[2] อาหารสุนัขอีกรูปแบบหนึ่งที่กินจนอิ่มนะรู้ไหม?
อีกทั้งนางเองก็ไม่ได้มีความสัมพันธ์แบบนั้นกับเซี่ยเหล่าเอ้อร์
น่าเสียดายที่ไม่สามารถอธิบายเื่นี้ได้ และหากไม่อยากสร้างความเข้าใจผิดที่ใหญ่โตไปกว่านี้ ก็ทำได้เพียงทำตามที่เซี่ยเหล่าเอ้อร์กล่าวบอกเท่านั้น
ไป๋เพ่ยเพ่ยพลันรู้สึกอยากจะร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตา เ้าของร่างเดิมทิ้งหลุมพรางขนาดใหญ่ไว้ให้นางได้อย่างไร ถึงอยากจะฝังก็ฝังไม่ได้
อ่า อ่า อ่า...
สุดท้ายนางก็จำต้องแบ่งอาหารมาจากเซี่ยเหล่าเอ้อร์ ซุปที่มีแต่น้ำ ซึ่งประกอบด้วยธัญพืชหยาบอย่างข้าวโพด ถั่ว แล้วก็มีผักป่า ซ้ำยังไม่มีเนื้อสัตว์ ไม่มีความมันหรือเค็มเลย ส่วนรสชาตินั้น...
อย่าได้พูดถึง!
ไป๋เพ่ยเพ่ยไม่เคยกินอะไรที่ห่วยแตกขนาดนี้มาก่อนในชีวิต! เกือบจะคายออกมาอยู่แล้ว!!
แต่สิ่งที่ทุกข์ทรมานที่สุดคือนางต้องอดทนต้านทานต่อสายตาอัน ‘ห่วงใย’ ของเซี่ยเหล่าเอ้อร์ โดยไม่แสดงความผิดปกติใด ๆ ออกมา และกินอาหารในชามให้ปกติที่สุด
ฮือ ฮือ ฮือ...
น่าเวทนาเกินไปแล้ว!
สิ่งเดียวที่ควรค่าจะเป็ความสุขของนางก็คือการไม่ต้องกังวลเื่งานบ้านต่าง ๆ หลังจากกินข้าวเสร็จ เพราะเซี่ยเหมียวเหมียวเป็คนรับผิดชอบ
เด็กสาวนั้นกระตือรือร้นและขยันขันแข็ง นางกินเสร็จเป็คนแรก จึงรีบนำอาหารไปให้ฝาแฝดและเซี่ยต้ายา แต่กลับถูกอีกฝ่ายเอ่ยถากถาง
"กระตือรือร้นเสียจริง ใครจะรู้ว่านางเอาอาหารไปให้ใคร”
ไป๋เพ่ยเพ่ยจ้องมองอีกฝ่าย
"แม่ก็ไม่เห็นว่าเ้าจะเอาไปให้พี่ชายของเ้านี่ เหมียวเหมียว อย่าได้สนใจนาง เ้าเอาข้าวไปให้ต้ายาก่อน ส่วนพี่รองกับพี่สามของเ้าจะเอาไว้ก่อน เมื่อข้ากินเสร็จแล้วจะไปฝังเข็มให้พวกเขา หากข้าไม่ฝังเข็ม พวกเขาที่หลับอยู่จะตื่นมากินไม่ได้อยู่ดี”
เซี่ยเหมียวเหมียวพลันนึกขึ้นได้ ในตอนนั้นเองที่ไป๋เพ่ยเพ่ยป้อนยาพี่รองกับพี่สามก็เป็แบบนี้เช่นกัน อีกฝ่ายใช้การฝังเข็มชั่วคราวเพื่อปลุกทั้งสองให้ตื่น เด็กสาวจึงไม่ได้ดึงดัน เพียงถือชามเข้าไปให้พี่สาวอย่างเซี่ยต้ายาที่อยู่ในห้อง
เซี่ยเสี่ยวหย่าเห็นดังนั้นจึงโพล่งออกมา "ประจบประแจงเก่งเสียจริง!"
หัวใจของไป๋เพ่ยเพ่ยพลันกระตุก อยากจะตีลูกแท้ ๆ คนนี้นัก!
จะจัดการนางอย่างไรดีนะ?
การสร้างเื่วุ่นวายของเซี่ยเสี่ยวหย่าครั้งนี้ก็ไม่ใช่ว่าไม่มีประโยชน์ ตัวอย่างเช่น ไป๋เพ่ยเพ่ยพลันลืมไปครู่หนึ่งว่าอาหารในชามนั้นรสชาติแย่มาก ทว่าเผลอทานมันจนหมด
หลังกินข้าวเสร็จ นางก็ยกชามข้าวที่แบ่งไว้ให้ลูกชายฝาแฝดออกจากห้องโถงแล้วมุ่งหน้าไปยังเรือนข้าง ๆ
เมื่อเซี่ยเหล่าเอ้อร์เห็นดังนั้นก็รีบดื่มน้ำแกงที่เหลือในคราวเดียว แล้วสาวเท้าก้าวเข้าไปช่วยเหลือ
"ข้าทำให้เอง!"
ก่อนที่ไป๋เพ่ยเพ่ยจะวางถาดลงบนโต๊ะก็มีมือใหญ่ยื่นมาจับมันไว้
“ไม่ใช่ว่าท่านยังกินไม่เสร็จหรอกหรือ?”
“กินเสร็จแล้ว เดี๋ยวข้าช่วย เ้าไปช่วยพยุงเ้ารอง เ้าสามไว้ ข้าจะป้อนให้เอง”
เซี่ยเหล่าเอ้อร์วางถาดลงบนโต๊ะ จากนั้นจึงหยิบชามใบหนึ่งไปนั่งลงข้างเตียง
ไป๋เพ่ยเพ่ยอยากบอกว่าตนไม่้าความช่วยเหลือจากเขา แต่เมื่อคิดว่าฝาแฝดทั้งสองก็เป็ลูกชายของอีกฝ่ายเช่นกันจึงไม่ปฏิเสธ
ไป๋เพ่ยเพ่ยหยิบเข็มปักผ้าซึ่งวางอยู่บนโต๊ะมาก่อนจะเริ่มฝังเข็มให้ฝาแฝด โดยเริ่มจากเ้ารองเซี่ยิเสียงก่อน
ในขณะที่แอบกดจุดฝังเข็ม หญิงสาวก็ฝังเข็มต่อหน้าเซี่ยเหล่าเอ้อร์
ไม่นานนักเ้ารอง เซี่ยิเสียงซึ่งเอนกายพิงไป๋เพ่ยเพ่ยอยู่ครึ่งหนึ่งก็พลันขยับตัว ก่อนจะลืมตาขึ้น
"ท่านพ่อ... ท่านแม่?"
เมื่อเขาเห็นชัด ๆ ว่าใครอยู่ตรงหน้าเขา เ้ารอง เซี่ยิเสียงก็สับสนเล็กน้อย
ไป๋เพ่ยเพ่ยเอ่ยว่า "ตื่นแล้วหรือ? งั้นมากินข้าวก่อน กินแล้วค่อยกลับไปนอนต่อ"
"ขอรับ"
ด้วยเพราะอาหารนี้ถูกนำมาให้ฝาแฝดหลังจากจบมื้ออาหาร อาหารในชามจึงเย็นชืด เซี่ยเหล่าเอ้อร์จึงใช้ช้อนตักแล้วป้อนข้าวให้เขาได้ทันที
เ้ารอง เซี่ยิเสียงกินหมดอย่างว่าง่าย ไป๋เพ่ยเพ่ยจึงวางหมอนรองให้ จากนั้นจึงกดร่างกายเขาเล็กน้อยเพื่อช่วยเื่การย่อยและการดูดซึมสารอาหาร
ช่วยไม่ได้ ใครทำให้อวัยวะภายในของเขาต้องพิษ จนทำให้การทำงานของระบบย่อยอาหารไม่ดีเท่าคนทั่วไปกันล่ะ?
เมื่อกดแล้ว เ้ารองเซี่ยิเสียงก็ผล็อยหลับไป เป็อีกครั้งที่เขาว่าง่ายและเชื่อฟัง
เซี่ยเหล่าเอ้อร์ซึ่งเฝ้าดูอยู่เต็มไปด้วยคำถาม แต่ไม่ได้เอื้อนเอ่ยอะไร ชายหนุ่มรอให้ไป๋เพ่ยเพ่ยกดจุดและปล่อยมือแล้ว จึงเอ่ยถามเสียงเบา
"เ้ากำลังทำอะไรอยู่? ทำไมเพียงแค่กดเขาก็ผล็อยหลับไปล่ะ? อยากสอนข้าไหม? หากกดแบบนี้ทุกวันคงเหนื่อยแย่...”
ความห่วงใยในน้ำเสียงของเขานั้นจริงใจอย่างยิ่ง
ไป๋เพ่ยเพ่ยใจหวิว คอยพร่ำบอกตัวเองอยู่ตลอดเวลาว่าเขาไม่ได้กล่าวบอกนาง เขากำลังกล่าวบอกเ้าของร่างเดิม เ้าจะตื่นเต้นไปไยกัน?
หยุดนะ!
หญิงสาวพยายามสงบสติอารมณ์ ในขณะที่มือกำลังเคลื่อนไหวขยับไปมา นางก็หันหลังเ้ารองเซี่ยิเสียง พลางเอ่ย
"ครั้งหน้าหากมีโอกาสแล้วจะสอนท่าน วันนี้ช่างเถอะ ตอนนี้เย็นแล้ว ไม่มีเวลามาสอนท่านหรอก"
“ได้ เช่นนั้นครั้งหน้าเ้าช่วยสอนข้าด้วย”
ต่อมาเป็ฝาแฝดคนรอง เ้าสามเซี่ยิรุ่ย
ทันทีเด็กหนุ่มตื่นขึ้น เขาก็ปริปากเอ่ยทันที "ท่านแม่ ทำไมจู่ ๆ ข้าถึงเผลอหลับไปล่ะ?"
เขาไม่ได้โง่ ทว่าบ่อยครั้งที่นอนหลับอยู่บนเตียงมากเกินไปจนทำให้หลับยาก แต่คราวนี้ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เพียงถูกไป๋เพ่ยเพ่ยแตะที่ร่างกาย เขาก็เข้าสู่ห้วงนิทราไปทันที ซึ่งเห็นได้ชัดว่านี่ไม่ใช่เื่ปกติ
“ไม่มีอะไร เป็เพราะอาการของเ้ากับเ้ารองนั้นรุนแรงมากขึ้น ร่างกายจึงบอกให้เ้านอนให้มากขึ้น ด้วยเหตุนี้ เ้าจึงหลับไปอย่างรวดเร็วอย่างไรเล่า หิวแล้วใช่ไหม? ข้าวพร้อมแล้ว เ้ากินก่อนแล้วค่อยนอนต่อ"
เป็อย่างนั้นหรือ? เ้าสาม เซี่ยิรุ่ยไม่ค่อยมั่นใจสักเท่าไหร่นัก แต่เขาไม่มีหลักฐาน จึงทำได้เพียงพักผ่อนชั่วคราว และกินข้าวที่เซี่ยเหล่าเอ้อร์ป้อนให้เขาเท่านั้น
หลังจากกินข้าวเรียบร้อยแล้ว เขาก็ได้รับการปฏิบัติเช่นเดียวกับพี่รองเซี่ยิเสียง และเมื่อโดนกดจุด เขาก็หลับไป
เ้าสามเซี่ยิรุ่ยที่ถูกความง่วงงุนมาเยือนอีกครั้ง “...”
นี่ไม่มีผีก็เหมือนมีผีแล้ว!
น่าเสียดายที่ความคิดนั้นแวบเข้ามาในความคิดของเขาก่อนที่เขาจะไม่มีสติรู้ตัว
ไป๋เพ่ยเพ่ยรู้สึกว่าแขนของนางเกือบจะใช้การไม่ได้แล้ว นางไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อน แต่มาตอนนี้ เมื่อนางกดจุดที่ร่างกายของพวกเขาสองครั้งติดกัน หญิงสาวจึงตระหนักได้ว่าร่างกายนี่ไม่ใช่ของตน ตอนใช้งานดูเหมือนจะราบรื่น แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความผิดปกติก็ปรากฏให้เห็นชัดเจน
ตัวอย่างเช่น ร่างกายนี้ดูแข็งแกร่ง แต่จริง ๆ แล้วกลับขาดความแข็งแรง เมื่อใช้งานเป็เวลานาน แขนก็ไม่สามารถอดทนได้อีก ซ้ำยังมีการตอบสนองทุกรูปแบบจากร่างกาย
หากนาง้าฟื้นความแข็งแกร่งจากชาติที่แล้ว เกรงว่าคงจะต้องฝึกฝนเป็ประจำทุกวัน
มือใหญ่เอื้อมไปจับแขนของไป๋เพ่ยเพ่ย ทำเอานางใมากจนรีบเบี่ยงตัวหลบไปด้านข้าง
สีหน้าของเซี่ยเหล่าเอ้อร์ฉายชัดถึงความประหลาดใจ
"เ้าทำอะไรน่ะ? จู่ ๆ ก็ใ ข้าเพียงอยากจะนวดให้เ้าเท่านั้น แม้ว่าข้าจะไม่รู้ว่าวิธีการกดแบบเ้า แต่ข้าก็สามารถบีบนวดให้เ้าแทนได้"
"ไม่ต้อง ไม่ต้อง ข้าสบายดี"
ไป๋เพ่ยเพ่ยหยิบถาดแล้วเร่งรุดออกจากห้องอย่างรวดเร็วราวกับว่านางเป็ขโมย
เซี่ยเหล่าเอ้อร์นิ่งอยู่ที่เดิม หดหู่ว้าเหว่
เขาทำอะไรไปหรือ?
เหตุใดจึงมีภาพลวงตาขึ้นมาว่าถูกภรรยาของตัวเองปฏิบัติราวกับเขาเป็คนลามกโรคจิตเสียอย่างนั้น?!
ความเหน็บหนาวพลันไหลผ่านสู่ขั้วหัวใจ ชายหนุ่มรีบสะบัดศีรษะ
ต้องเป็เพราะเขาคิดมากไปเองเป็แน่
เขาและไป๋เพ่ยเพ่ยแต่งงานกันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย นางจะคิดอย่างนั้นได้อย่างไร?
อาจเป็เพราะเขาเคลื่อนไหวอย่างกะทันหัน จึงทำให้นางใ
ส่วนหัวใจของไป๋เพ่ยเพ่ยที่รีบวิ่งออกมาจากห้องนั้น
‘เต้นตึกตัก’
อ๊ายยย... ทำอย่างไรดี?
เขาเป็สามีที่ถูกต้องของเ้าของร่างเดิม หากเขา้าััเรือนร่างของเ้าของร่างเดิม นางจะปฏิเสธได้อย่างไร?
เพียงครั้งสองครั้งน่ะไม่เป็ไร แต่เมื่อเวลาผ่านไป เขาก็ย่อมต้องสงสัยอย่างแน่นอน ถึงตอนนั้นนางจะอธิบายให้เขาฟังอย่างไร?
จะให้บอกเขาว่าภรรยาของเขาตายไปแล้ว นางเป็คนที่เข้ามาอยู่ในร่างนี้ก็ไม่ได้ใช่ไหม? เมื่อถึงเวลานั้นอย่าเผานางราวกับเป็ผีสางเลย
ไม่ได้ นางต้องเตรียมแผนสองเอาไว้ เมื่อเซี่ยต้ายาย้ายออกจากห้องนั้นเมื่อไหร่ นางก็จะไม่มีข้ออ้างอะไรให้ใช้ปฏิเสธ
เมื่อกลับมาถึงห้องโถง โต๊ะก็ถูกทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว ในขณะที่ไป๋เพ่ยเพ่ยกำลังจะไปยังห้องครัว นางพลันเห็นเซี่ยเหมียวเหมียววิ่งออกมาพร้อมแขนเสื้อที่พับขึ้น
“ท่านแม่ เอามาให้ข้าเถอะ ข้ากำลังจะล้างจานอยู่พอดี อีกเดี๋ยวท่านจะให้ต้มน้ำร้อนไว้สำหรับกี่คนหรือ? ข้าเห็นว่ามีน้ำอยู่ในโอ่งไม่มาก กลัวว่าจะไม่พอ”
*[1] กินแตง หมายถึงสนใจเื่ของคนอื่น สอดรู้สอดเห็น แอบเกาะติดสถานการณ์
*[2] โปรยอาหารสุนัข หมายถึง การแสดงความรักหวานชื่นต่อหน้าคนอื่น