ราชันหมื่นอักขระ

    จารึกที่ 61 : บรรณารักษ์เงา

    จารึกที่ 61 : บรรณารักษ์เงา : อำนาจแห่งอักขระผู้บัญชาตำรา


    แสงตะเกียงน้ำมันปลาวาฬภายในหอตำราชั้นหนึ่งส่องสว่างวูบวาบ บรรยากาศโดยรอบเงียบสงัดจนได้ยินเสียงลมหายใจของตนเอง กลิ่นอายโบราณของกระดาษและหมึกจางๆ ลอยคลุ้งอยู่ในอากาศที่เริ่มเย็นลงเมื่อรัตติกาลเคลื่อนตัวเข้าสู่ช่วงลึกที่สุด


    อาเจียนั่งขัดสมาธิอยู่บนตั่งไม้เก่าๆ กลางโถงกว้าง เบื้องหน้าของเขามิใช่ความว่างเปล่า แต่เป็นภาพที่หากศิษย์คนอื่นมาเห็นคงต้องตกตะลึงจนตาค้าง


    ตำรานับสิบเล่มกำลังลอยค้างอยู่กลางอากาศ!


    พวกมันไม่ได้ลอยด้วยวิชาควบคุมวัตถุขั้นสูง หรือพลังจิตอันกล้าแกร่งของอาเจียที่มีเพียงระดับรวบรวมลมปราณขั้น 6 แต่พวกมันลอยเพราะอำนาจของ 'สิ่งนั้น' ที่อยู่ในมือเขา


    พู่กันนิรันดร์สีดำสนิทเปล่งประกายแสงสีจางๆ ออกมา มันสั่นไหวเล็กน้อยราวกับกำลังส่งเสียงฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี


    "เจ้าหนู... ข้าไม่เคยเห็นใครใช้ 'อำนาจแห่งราชัน' ได้สิ้นเปลืองและไร้สาระเท่าเจ้ามาก่อน" เสียงของมู่เฉิน จิตวิญญาณภายในพู่กันดังขึ้นในหัวของอาเจีย น้ำเสียงเต็มไปด้วยความระอา "เจ้าใช้อำนาจกดข่มจิตวิญญาณตำรา เพียงเพื่อให้พวกมันลอยมาหาเจ้าเอง เพราะเจ้าขี้เกียจเดินเนี่ยนะ?"


    อาเจียแคะหูด้วยท่าทีกวนประสาท พลางใช้ปลายพู่กันชี้ไปที่ตำราเล่มหนึ่งให้พลิกหน้ากระดาษ


    "ผู้อาวุโสมู่ ท่านไม่เข้าใจหลักการบริหารทรัพยากรเลยหรือขอรับ?" อาเจียตอบกลับในใจ พลางกวาดสายตาอ่านเนื้อหาในตำราด้วยความเร็วสูง "หอตำราชั้นหนึ่งนี้กว้างขวางมีชั้นวางเรียงรายนับร้อยแถว หากข้าต้องเดินไปหยิบทีละเล่ม พื้นรองเท้าผ้าใบของข้าคงสึกหรอเร็วกว่ากำหนด รองเท้าคู่นี้ข้าเพิ่งซ่อมมา เสียค่าด้ายไปตั้ง 3 อีแปะ ข้าต้องถนอมมันให้ถึงที่สุด"


    "..." มู่เฉินถึงกับพูดไม่ออก


    ความจริงแล้ว อาเจียค้นพบความลับนี้โดยบังเอิญเมื่อครู่ หลังจากที่เขาใช้พู่กันนิรันดร์กดข่มจิตวิญญาณในตำราที่เกรี้ยวกราดจนสงบลง เขาพบว่าตำราเหล่านั้นคล้ายจะเกรงกลัวและยอมสยบต่อพู่กันด้ามนี้อย่างราบคาบ เพียงแค่เขาส่งกระแสจิตผ่านพู่กันเบาๆ ตำราที่ต้องการก็จะลอยหวือมาหาเขาทันทีราวกับสุนัขรับใช้


    นี่มันสวรรค์ชัดๆ!


    "ตำราพื้นฐานการโคจรลมปราณธาตุไม้... อันนี้ข้ามีแล้ว ข้าม" อาเจียสะบัดข้อมือ ตำราเล่มนั้นก็ลอยกลับเข้าชั้นวางอย่างแม่นยำ


    "เคล็ดวิชาฝ่ามือศิลา... รุนแรงแต่เชื่องช้า ไม่เหมาะกับข้า ข้าม"


    "โอ๊ะ... นี่มัน..."


    ดวงตาเรียวเล็กของอาเจียเป็นประกายวาบขึ้นมาทันที เมื่อตำราปกสีน้ำเงินเข้มเล่มหนึ่งลอยมาหยุดอยู่ตรงหน้า ชื่อบนปกเขียนว่า 'เคล็ดวิชาลอกลายเงาจันทร์'


    "วิชาสายสนับสนุน?" อาเจียพึมพำ พลางพลิกอ่านรายละเอียด "ใช้พลังปราณสร้างแผ่นฟิล์มบางๆ เพื่อคัดลอกข้อความหรือรูปภาพจากต้นฉบับได้ในพริบตา... เดิมทีใช้วาดแผนที่ยุทธการ แต่ไม่มีใครสนใจเพราะใช้ในการต่อสู้ไม่ได้"


    มุมปากของอาเจียยกยิ้มเจ้าเล่ห์ รอยยิ้มที่ทำให้แม้แต่ผีสางยังต้องระแวง


    "ไร้ประโยชน์ในการต่อสู้ แต่มีประโยชน์มหาศาลในการค้า!" อาเจียดีดนิ้วดังเปาะ "หากข้าใช้วิชานี้ ข้าสามารถคัดลอกตำราหรือยันต์ตัวอย่างไปขายในตลาดมืดได้โดยไม่ต้องเสียเวลาเขียนเองทีละตัวอักษร ประหยัดทั้งเวลา ประหยัดทั้งหมึก!"


    "เจ้าจะขโมยวิชาของสำนักรึ?" มู่เฉินถามเสียงเข้ม


    "ขโมยที่ไหนกันขอรับ" อาเจียแย้งหน้าตาย "ข้าเป็นผู้ดูแลหอตำรา มีหน้าที่ดูแลรักษาตำรา การที่ข้า 'จดจำ' และ 'คัดลอก' เพื่อการศึกษาถือเป็นความขยันหมั่นเพียร ส่วนเรื่องที่ข้าจะเอามันไปแลกเปลี่ยนเป็นเบี้ยอัฐภายหลัง นั่นเรียกว่าการหมุนเวียนเศรษฐกิจ"


    ไม่รอช้า อาเจียรีบหยิบกระดาษเปล่าและพู่กันธรรมดาขึ้นมา (เขาไม่กล้าใช้พู่กันนิรันดร์เขียนพร่ำเพรื่อ กลัวหมึกหมดโดยใช่เหตุ) เขาเริ่มจดจำเคล็ดวิชาลอกลายเงาจันทร์อย่างบ้าคลั่ง สมองอันชาญฉลาดของเขาที่ผ่านการฝึกฝนจากความงกทำให้เขาจดจำรายละเอียดที่สร้างผลกำไรได้แม่นยำเสมอ


    เวลาล่วงเลยผ่านไป ความมืดภายนอกเริ่มเจือจางลง แสงสีน้ำเงินเข้มของยามเช้าตรู่เริ่มจับขอบฟ้า


    ทันใดนั้น หูของอาเจียก็ได้ยินเสียงแหวกอากาศแหลมสูงดังมาจากด้านนอก


    ฟิ้ววว!


    เสียงนี้ไม่ใช่เสียงลมพัดธรรมดา แต่เป็นเสียงของวัตถุวิเศษที่แหวกผ่านม่านอากาศด้วยความเร็วสูง


    "แย่ละ! ยัยปีศาจ... เอ้ย ศิษย์พี่หญิงเย่ปิงอวิ๋นมาแล้ว!"


    อาเจียสะดุ้งสุดตัว เขารีบสะบัดพู่กันนิรันดร์หนึ่งครั้ง ตำรานับสิบเล่มที่ลอยค้างอยู่กลางอากาศพุ่งกลับเข้าสู่ชั้นวางของพวกมันด้วยความเร็วสูงแต่เงียบกริบราวกับนินจา ทุกเล่มกลับเข้าที่เดิมเป๊ะไม่มีผิดเพี้ยน


    เขาเก็บพู่กันนิรันดร์เข้าอกเสื้อ ปรับลมหายใจให้เป็นปกติ แล้วรีบคว้าไม้กวาดเก่าๆ ที่วางอยู่มุมห้องมาถือไว้ แสร้งทำท่ากวาดพื้นอย่างขยันขันแข็ง


    ประตูไม้บานใหญ่ของหอตำราค่อยๆ เปิดออก


    ร่างระหงในชุดศิษย์เอกสีขาวบริสุทธิ์เดินเข้ามา ภายนอกดูสง่างามราวกับเทพธิดา เย่ปิงอวิ๋นไม่ได้เดินเท้าขึ้นเขามาเหมือนศิษย์สายนอก นางเหาะมาด้วย 'พู่กันหยก' ระดับสร้างรากฐานที่จอดรออยู่ด้านนอก


    "อาเจีย?" น้ำเสียงเย็นชาดังขึ้น


    อาเจียรีบหันไปประสานมือคารวะ ปั้นหน้ายิ้มแย้มจนตาหยี "คารวะศิษย์พี่หญิงเย่! เช้าวันนี้อากาศสดใส ท่านมาช่างเช้าเหลือเกิน ข้าเพิ่งจะปัดกวาดเช็ดถูชั้นหนึ่งเสร็จพอดีขอรับ"


    เย่ปิงอวิ๋นกวาดสายตามองไปรอบๆ คิ้วเรียวงามขมวดเข้าหากันเล็กน้อย นางสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของพลังปราณที่ยังหลงเหลืออยู่จางๆ แต่สภาพภายในหอตำรากลับดูเป็นระเบียบเรียบร้อยผิดปกติ ฝุ่นผงแทบไม่มีให้เห็น หนังสือทุกเล่มวางตรงแนวเป๊ะราวกับใช้ไม้บรรทัดวัด


    "เจ้า... ไม่ได้แอบหลับยามใช่หรือไม่?" นางถามเสียงดุ


    "ข้าจะกล้าได้อย่างไรขอรับ!" อาเจียรีบแก้ตัว "ข้าสำนึกในบุญคุณที่สำนักมอบงานนี้ให้ ข้าจึงเดินตรวจตราและจัดระเบียบตำราทั้งคืนโดยไม่พักสายตาแม้แต่น้อย หากท่านไม่เชื่อ เชิญตรวจสอบ..."


    เย่ปิงอวิ๋นเดินไปหยิบตำราเล่มหนึ่งขึ้นมาดู มันคือตำราที่ปกติมักจะมีจิตวิญญาณดุร้าย ชอบกัดนิ้วศิษย์ใหม่ แต่วันนี้มันกลับนอนสงบนิ่งยอมให้นางเปิดอ่านแต่โดยดี


    "แปลก..." นางพึมพำ "จิตวิญญาณในตำราดูสงบลงมาก... ฝีมือเจ้าหรือ?"


    อาเจียเหงื่อตกในเล็กน้อย แต่ภายนอกยังคงยิ้มสู้ "คงเป็นเพราะบารมีของศิษย์พี่หญิงที่แผ่เข้ามา ทำให้พวกมันเกรงกลัวกระมังขอรับ ข้าเป็นเพียงศิษย์สายนอกตัวเล็กๆ จะมีปัญญาทำอะไรได้"


    เย่ปิงอวิ๋นหรี่ตามองเขาอย่างจับผิด แต่นางก็หาจุดพิรุธไม่ได้


    "เอาเถอะ" นางวางตำราลง "ข้าจะขึ้นไปตรวจสอบชั้นสอง เจ้าเฝ้าชั้นล่างไว้ให้ดี อย่าให้ใครขโมยตำราออกไปเด็ดขาด หากมีตำราหายไปแม้แต่เล่มเดียว... ค่าเสียหายจะถูกหักออกจากเบี้ยหวัดของเจ้า ทั้งต้นทั้งดอก"


    คำว่า 'หักเบี้ยหวัด' เหมือนคำสาปที่กรีดแทงหัวใจอาเจีย เขารีบยืดอกรับคำทันที "วางใจได้ขอรับศิษย์พี่หญิง! แม้แต่แมลงสาบตัวเดียว ข้าก็จะไม่ยอมให้มันคาบกระดาษออกไปได้!"


    เมื่อเย่ปิงอวิ๋นเดินขึ้นบันไดไปจนลับสายตา อาเจียก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก เขาทรุดตัวลงนั่งกับพื้น มือล้วงเข้าไปในอกเสื้อสัมผัสตำราเล่มเล็กๆ ที่เขาแอบคัดลอก 'เคล็ดวิชาลอกลายเงาจันทร์' ใส่กระดาษเอาไว้เมื่อครู่


    "รอดตัวไป..." อาเจียยิ้มมุมปาก "แถมยังได้วิชาทำเงินมาฟรีๆ อีกหนึ่งวิชา... การลงทุนคืนนี้ กำไรมหาศาลจริงๆ"


    ทว่า ความสงบสุขของอาเจียคงอยู่ได้ไม่นาน เมื่อเขาสังเกตเห็นเงาตะคุ่มๆ ของศิษย์กลุ่มใหญ่ที่กำลังเดินมุ่งหน้ามายังหอตำรา พร้อมกับเสียงพูดคุยที่คุ้นหู


    "ได้ข่าวว่าผู้ดูแลคนใหม่เป็นเจ้าขยะอาเจีย... วันนี้พวกเราต้องไป 'รับน้อง' กันหน่อยแล้ว"


    อาเจียหูผึ่ง ดวงตาเป็นประกายวาวโรจน์ ไม่ใช่ด้วยความกลัว แต่เป็นแววตาของพ่อค้าที่เห็นลูกค้ากลุ่มใหญ่กำลังเดินเข้ามาในกับดัก


    "รับน้องหรือ? หึหึ..." อาเจียพึมพำกับพู่กันนิรันดร์ "มาดูกันว่า ใครกันแน่ที่จะต้องจ่าย 'ค่าธรรมเนียม' ในวันนี้"

    คล้ายกับเรื่องราชันหมื่นอักขระ ที่คุณอ่าน