บทที่ 9 มารับกลับเรือน
ตำหนักหมิ่งซื่อ
นางกำนัลเหล่าขันทีกำลังเดินกันไปมาต้องเตรียมเนื้อผ้า และนำรายชื่ออาหารมาให้ฮองเฮาได้ตรวจดูว่า้าของสิ่งนี้หรือไม่ ฝ่าาได้สั่งให้ฮองเฮาดูแลและจัดการงานเลี้ยงครั้งนี้ ฮองเฮาจึงตั้งใจเลือกสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับงานเลี้ยงอย่างตั้งใจ ไม่นานฮองไทเฮาก็ได้เสด็จมาหาฮองเฮาที่ตำหนักหมิ่งซื่อแห่งนี้
“ฮองไทเฮาเสด็จ” เสียงของขันทีได้ะโบอกการมาในครั้งนี้ให้ทุกคนได้รับรู้ ฮองเฮากับเหล่าข้ารับใช้รีบตั้งขบวนเดินไปรับฮองไทเฮาที่หน้าตำหนัก
“ถวายบังคมฮองไทเฮา” ฮองเฮาก้มโค้งคำนับเมื่อฮองไทเฮาเดินเข้ามาถึง
“นี่เ้ากำลังยุ่งอยู่สินะ เตรียมการไปถึงไหนแล้ว” ใบหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอยและรอยย่นของใบหน้ากวาดตามองไปรอบตำหนัก
“เชิญฮองไทเฮาเข้าไปนั่งในตำหนักก่อนเพคะ หม่อมฉันจะให้นางกำนัลยกน้ำชาให้เพคะ” พูดจบฮองไทเฮาก็ได้เดินเข้าไปนั่งด้านในตำหนักมองดูตำราและผ้าใหมมากมายที่กองอยู่ที่ห้องโถง
“เ้าคงทำงานหนักเลยสินะ เหตุใดเ้าไม่ให้หวงกุ้ยเฟยมาช่วยงานเ้าในครั้งนี้ด้วย”
“หม่อมฉันพอทำได้เพคะ อีกอย่างหม่อมฉันชอบทำงานเพียงผู้เดียวมิชอบให้ผู้ใดมาช่วยหรอกเพคะ ขอบคุณในพระมหากรุณาของฮองไทเฮาด้วยเพคะ” ฮองเฮานั่งลงที่เก้าอี้ด้านหน้าของฮองไทเฮาก่อนที่นางกำนัลจะรินชาให้ทั้งสองคน
“ข้าได้ยินมาว่าเมื่อไม่กี่วันเ้าออกไปนอกวังหลวงมา เ้าคงไปหาองค์หญิงหนิงเอ๋อมาสินะ แล้วนางเป็เช่นไร” ฮองไทเฮาเองก็รู้สึกสงสารหลานของตนเองเช่นกัน นางเป็เสด็จย่าที่ครองคุณธรรมมิได้รักฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือเข้าข้างผู้ใด ไม่ว่าบุตรที่เกิดจากฮองเฮาหรือแม้กระทั่งเกิดจากนางสนมฮองไทเฮาล้วนเอ็นดูทุกคน
“นางสบายดีเพคะ หม่อมฉันได้เชิญนางมางานเลี้ยงนี้ด้วยเพคะ”
“นางคงจะโตพอๆ กับองค์หญิงเสี่ยงหลงแล้วสินะ ข้าละอยากเจอนางเร็วๆ เสียจริงอยากรู้เช่นกันว่านางมีใบหน้าเช่นใด จะงดงามเช่นดั่งกุ้ยเฟยหนิงฮวาหรือไม่” ฮองไทเฮาพูดไปแววตาคนึงหาใบหน้าที่แทบจะเลือนลางจากความทรงจำ
“นางงดงามมากเลยเพคะ งามสมดั่งมารดาของนางแต่ทว่านิสัยของนางนั้นไม่ได้แสนดีเช่นดั่งกุ้ยเฟยนัก หม่อมฉันคิดว่านางคงโหยหาและขาดความรักถึงแม้หม่อมฉันจะมอบให้นางมากเพียงใด แต่มันก็คงไม่สามารถเติมเต็มความ้าของนางได้เลยเพคะ” น้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความสงสารของฮองเฮาทำให้ฮองไทเฮานั้นก็รับรู้ได้เช่นกัน
“โธ่ ชีวิตของนางช่างน่าสงสารนัก เมื่อไหร่ที่นางเข้ามาในวังหลวงเ้าบอกให้นางไปหาข้าที่ตำหนักของข้าที ข้าอยากพูดคุยกับนางเป็การส่วนตัว”
“ได้เพคะ”
ฝั่งด้านหนิงเอ๋อที่กำลังนั่งนึกถึงงานเลี้ยงในวังหลวงสถานที่ที่นางไม่เคยได้เหยียบเข้าไปสักครั้ง นางครุ้นคิดหากว่าวันนั้นมาถึงนางได้เดินเข้าไปในงานพิธีผู้คนเหล่าเสนาบดีน้อยใหญ่ สายตาจากนางกำนัลและขันทีจะมองนางเช่นไร จะรักเกียจและขับไล่นางหรือไม่ นางนั่งคิดนอนคิดจนลืมไปเลยว่านางได้ให้คำสัญญากับหางเฟิ่งเอาไว้ จนกระทั่งได้ยินสาวใช้ที่กำลังนำเสื้อผ้าของนางไปซักพูดคุยกันขึ้นมาเพราะไม่คิดว่าหนิงเอ๋อจะนั่งอยู่ในห้องในเวลานี้
“คืนนี้เ้าว่างหรือไม่” เสียงพูดคุยคิ้กคั้กดังเข้ามา
“ทำไมรึ เ้าก็รู้ว่าข้านะว่างเสมอ”
“ข้าได้ยินเขาลือกันว่าที่หอนายโลมมีนายโลมที่มาใหม่หน้าตาหล่อเหลาราวเทพเทวดาเ้าจะออกไปที่หอนายโลมกับข้าหรือไม่”
“นี่เ้าจะแอบออกไปหรืออย่างไร”
“ก็ไม่เห็นจะเป็อันใด หากทุกคนในเรือนนี้ดับไฟนอนเมื่อไหร่ข้าค่อยออกไป ข้าขอได้เห็นสักคราให้บุญแกข้าก็เพียงพอ”
“ก็ได้ๆ งั้นข้ากับเ้าคงต้องรีบทำงานให้เสร็จอย่าให้ได้เหลืองานค้าง เราจะได้ออกไปเที่ยวกันโดยที่ไม่ต้องโดนดุ” สาวใช้อีกนางได้พูดขึ้นและอุ้มเสื้อผ้าอาภรณ์ของหนิงเอ๋อนำออกไปจากห้อง หนิงเอ๋อได้ยินและนึกขึ้นได้นางรีบลุกขึ้นจากเก้าอี้ที่นางชอบนั่งอยู่ริมหน้าต่าง เดินไปหาองครักษ์หลิวทันที
“องครักษ์หลิวเ้าอยู่ที่ใด”
“กระหม่อมอยู่นี่พะย่ะค่ะ องค์หญิงมีเื่อันใดถึงได้เรียกหากระหม่อม”
“เ้าตามหามา ข้ามีเื่ต้องทำ” หนิงเอ๋อพูดจบก็ได้เดินเข้าไปที่ห้องพร้อมหยิบถุงใส่เงินจำนวนมากไปที่หอนายโลม
หางเฟิ่งนายโลมผู้เลอโฉมกำลังนั่งบรรเลงเพลงที่เต็มไปด้วยความเงียบเหงาปล่าวเปลี่ยวในหัวใจบทเพลงที่ผู้ใดได้ยินก็ต้องมีน้ำตาซึม
“หางเฟิ่งนายหญิงให้ข้ามาตามเ้าไปหาที่ห้องโถง” คนใช้ที่อยู่ทำงานอยู่ในหอแห่งนี้ก็ได้วิ่งมาตามหางเฟิ่งอย่างรีบร้อน หางเฟิ่งค่อยๆ วางมือจากเครื่องเล่นของตน และเก็บไว้อย่างระมัดระวัง
“มีเื่อันใดรึ ตอนนี้มันเป็เวลาพักของข้านายหญิงมีเื่สำคัญอันใดกัน” หางเฟิ่งพูดจาเย็นเยือกต่างจากตอนที่เขาทำงาน เมื่ออยู่ต่อหน้าสตรีมากมายหางเฟิ่งจะแสดงความอารมณ์อย่างกับคนละคน ทุกคนทำงานที่นี่ต่างก็รู้กันดี
“ข้าเห็นมีสตรีงดงามผู้หนึ่งมาพร้อมคนใช้เห็นว่ามาหาเ้า” หางเฟิ่งใช้ความคิดเพียงครู่ก็จำได้ทันที ใช่แล้วนั่นคือองค์หญิงหนิงเอ๋อ เขาจำเธอได้ดีองค์หญิงที่มีรอยยิ้มที่สดใส แต่ทว่าเธอเองกลับจำเขาไม่ได้แถมตอนนี้นางก็ได้มีนิสัยที่เปลี่ยนไปจากเดิม ทำให้หางเฟิ่งมิกล้าเปิดเผยตนเองว่าตนนั้นเป็สหายที่เคยวิ่งเล่นกับนาง หางเฟิ่งรีบลุกขึ้นและเดินตรงไปที่ห้องโถงทันที
หนิงเอ๋อมาถึงที่หอนายโลมยามกลางวันทุกคนต่างพากันนอนพักผ่อนทำให้สถานที่แห่งนี้เงียบแตกต่างกับยามราตรียิ่งนัก
“องค์หญิงท่านจะทำอย่างนี้จริงๆ หรือพะย่ะค่ะ”
“ใช่ ข้าไม่สนผู้ใดหากข้า้าสิ่งใดข้าต้องได้สิ่งนั้น” ที่องครักษ์หลิวถามนั้นเกรงกลัวว่าหากเื่นี้ถึงหูของฝ่าาจะส่งผลให้องค์หญิงต้องพบเจอกับความลำบาก หากนี่คือพระประสงค์ของนางเขาเองก็มิอาจจะขัดใจนางได้
“นายหญิงเ้าอยู่ที่ใด ไปบอกนางว่าข้า้าพบ” หนิงเอ๋อได้เอ่ยปากบอกคนใช้ที่กำลังกวาดพื้นอยู่
“ได้เ้าค่ะ เชิญท่านนั่งรอที่ห้องโถงสักครู่ข้าจะไปตามนายหญิงมาให้เ้าค่ะ” บ่าวรับใช้ได้บอกให้หนิงเอ๋อไปนั่งที่ห้องโถงรอ แล้วนางก็ได้เดินไปหานายหญิงของนาง สักพักนายหญิงก็ได้เดินมาหาหนิงเอ๋อ
“โฮ๊ะๆ^ ^ ข้าก็คิดว่าสตรีแห่งหนใด ท่านนี้เอง” เมื่อเห็นหนิงเอ๋อนายหญิงก็ทำเหมือนเห็นบ่อเงินบ่อทอง
“ข้าจะมาตกลงกับท่านเื่ที่เคยได้พูดกันเอาไว้” หนิงเอ๋อไม่รอช้านางเข้าประเด็นทันที
“ท่านที่นี่รีบร้อนเหลือเกินนะเ้าคะ”
“ท่าน้าเท่าใด จงบอกข้ามา”
“แหมๆ ของดีและมีค่าที่สุดในหอของข้าเช่นนี้ราคาก็ต้องให้สาสมกับรายได้ที่ข้าต้องเสียไปนะเ้าคะ” นางพูดพร้อมยกพัดมาพัดตนเองไปมา
“ข้าไม่หวั่นให้เ้าเรียกมาได้เลยข้าพร้อมจ่าย” หนิงเอ๋อพยักหน้าให้องครักษ์หลิวเขาก็ได้ล้วงถุงเงินจำนวนมากกองบนโต๊ะให้นายหญิงนั้นได้ดู นางมองดูด้วยแววตาลุกโซนเป็ประกายแต่ทว่านางกลับตีหน้าใส่หนิงเอ๋อ
“ท่านคิดว่าเงินที่กองอยู่ตรงหน้านี่มากพอแล้วหรือเ้าคะ นี่แค่ค่าตัวของหางเฟิ่งที่หาเข้ามาที่หอเพียงไม่กี่คืนเองนะเพคะ”
“หึ หึ ข้าคิดไว้แล้วว่าเ้าต้องไม่พอใจ” หนิงเอ๋อหัวเราะออกมาและตบมือเรียกให้บ่าวรับใช้ของนางยกหีบสมบัติออกมาให้นายหญิงทันที
“รอบนี้คงพอใจท่านแล้วนะ” หนิงเอ๋อพูดจบนายหญิงก็รีบวิ่งเข้าไปเปิดดูของในหีบทันที นางนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเรียกบ่าวรับใช้ทันที
“นี่ผู้ใดอยู่ด้านนนอกไปเรียกหางเฟิ่งมาพบข้าที”
ไม่นานนักหางเฟิ่งก็ได้เดินเข้ามาที่ห้องโถง หนิงเอ๋อเมื่อเห็นหน้าของหางเฟิ่งนางก็ยิ้มออกมาอย่างดีใจ