เหล่าชายหญิงต่างมองยังใบหน้าหล่อเหลาของหานลี่ ทั้งยังทำสีหน้าแบบงุนงง
" พี่หาน ท่านพูดราวกับว่า เต๋าฝึกฝนได้ง่ายดายขนาดนั้น " เถียนป๋อเอ่ยออกมา
" เสี่ยวป๋อไร้มารยาท " เถียนจ้าเอ่ยเสียงเข้ม
" มิเป็นไร " หานลี่โบกมือไปมา
" ข้าเพิ่งหยั่งรู้เต๋าได้เพียงยี่สิบวัน ข้ากลับสามารถหยั่งรู้เต๋าขั้นต้นระดับสองได้ เจ้าว่าง่ายรึไม่ " หานลี่เอ่ยออกมา
" อืม " เถียนป๋อพยักหน้าช้าๆ
เขาเองใช้เวลานานหลายปีกว่าที่จะหยั่งรู้เต๋าขั้นต้นระดับหนึ่งได้ สำหรับเขาแล้วนี่คือความยากชนิดที่การเดินข้ามกองไฟยังง่ายกว่า
" เช่นแล้ว พี่หาน ท่านช่วยแสดงเต๋าให้ข้าดูทีเผื่อข้าจะข้ามกำแพงใหญ่ได้เช่นท่าน " เถียนป๋อเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา
" ได้สิ " หานลี่พยักหน้า
ชายหนุ่มปรับเปลี่ยนท่านั่งเป็นขัดสมาธิ แลยืดหลังตั้งตรง " จะเริ่มแล้วนะ "
" อึ้ม " ชายหนุ่มแลหญิงสาวที่อยู่บนรถม้าต่างเร่งนั่งขัดสมาธิในทันใด
" เต๋าคือสิ่งใด " หานลี่เอ่ยออกมา
" ข้ารู้อยู่แล้ว " เถียนป๋อเอ่ยออกมาในทันใดเมื่อได้ยิน
" เต๋าก็คือธรรมชาติ ธรรมชาติก็คือเต๋า " หานลี่เอ่ยออกมา
" แม้นหากเราเข้าใกล้กับเต๋าได้มากเท่าใด เราก็จะสัมผัสกับธรรมชาติได้มากเท่านั้น " หานลี่เอ่ย
" ทุกสิ่งที่อยู่รอบกายของเราที่ก่อกำเนิดจากธรรชาตินั้น ล้วนแล้วแต่คือเต๋า " หานลี่เอ่ย
ชายหนุ่มยกฝ่ามือขึ้น พลางวาดโบกไปมา " วู๊มม " พลันปรากฎลามวายุพัดพาอย่างบ้าคลั่ง
" อา " เถียนป๋อร้องครางออกมาในทันใด ทั่วร่างของเขาพลันแข็งทื่อ
มิเว้นแม้นแต่เถียนจ้านที่แข็งทื่อ เขาเองก็สัมผัสเต๋าขั้นกลางได้แล้ว แต่เขาเองกลับมิสามารถเข้าถึงธรรมชาติได้มากมายขนาดนี้
" องค์ความรู้ที่ข้ามีนั้น หาได้เทียบเคียงเจ้าไม่ " เถียนจ้านพูดในใจ
" สัมผัสสิ หลับตาแลครุ่นคิดถึงสายลม สายลมก่อกำเนิดมาจากที่ใด สัมผัสมันให้ได้ " หานลี่เอ่ยออกมา
" อืม " เถียนจ้านพยักหน้าช้าๆ พลางครุ่นคิดถึงต้นกำเนิดของสายลม
" มิว่าจะเป็นขุนเขา สายน้ำ ทะเลทรายอันแห้งแล้ง ทุกที่นั้นล้วนแล้วมีสายลม " หานลี่เอ่ยออกมา
หานลี่มองยังเถียนจ้าน ที่หลับตาทำหน้านิ่ว ทั้งสองหมัดยังกำแน่น
" ปล่อยใจให้สบาย อย่าเคร่งเครียด " หานลี่เอ่ยออกมา
" อืม " เถียนจ้านพยักหน้า พลางผ่อนคลายร่างกาย
" นายน้อยเราถึงสำนักบัณฑิตแล้วขอรับ " คนขับรถม้าเอ่ยออกมา
" ฮื่อห์ " เถียนจ้านถอนหายใจออกมาอย่างแรง เขาเปิดเปลือกตาขึ้น
สองตามองจ้องยังหานลี่ " เจ้าหยั่งรู้ได้เช่นใด " เถียนจ้าเอ่ยออกมา
" เสมือนข้าคล้ายจะสัมผัสได้ แต่กลับมิได้ เสมือนใกล้ แต่แท้จริงแล้วกลับไกลห่าง " เถียนจ้านเอ่ยออกมา
" เจ้ายังนิ่งมิพอ " หานลี่เอ่ยออกมา
" เพราะเมื่อครู่เร่งรีบเกิน จึงมิอาจที่จะถลำลงลึกไปมากกว่านั้น " หานลี่เอ่ยออกมา
" เห็นจะจริงอย่างที่เจ้าว่า " เถียนจ้านเอ่ยออกมา
" ไปกันเถิด " เถียนจ้านเอ่ยออกมา
" อืม " หานลี่พยักหน้า แลหยัดกายลุกยืน
" เจ้าลงไปก่อนเลย " เถียนจ้าเอ่ยออกมา
" อืม " หานลี่พยักหน้าแลก้าวเดินไปยังทางเข้า มือหนึ่งยื่นเหยียดออกไปเปิดผ้าม่าน
เขาก้าวเดินลงจากรถม้า สองตากวาดมองทั่ว พลางพยักหน้า
สำนักบัณฑิตอันโด่งดัง ตั้งเด่นอยู่บนยอดภูเขาใหญ่ มีบันไดสามพันขั้นเปรียบเสมือสามพันสรรคาใช้เดินขึ้นไปยังสำนักบัณฑิต
อาณาเขตของสำนักบัณฑิตนั้นกว้างใหญ่ กลืนกินพื้นที่ไปหลายหมื่นแสนลี้
ภูเขาน้อยใหญ่ตั้งเรียงรายทั่วอาณา ยอดภูเขาแต่ละยอดปรากฎมีตำหนักหลังใหญ่ ตามไหล่ลาดเชิงเขาปรากฎตำหนักเล็กอยู่ทั่ว
" สหายข้า ต้องเดินไต่สามพันบันไดไปยังยอดภูเขาให้ได้ นี่คือการทดสอบบทแรก " เถียนจ้านเอ่ยออกมา
" อืม " หานลี่พยักหน้าช้าๆ
" ข้าส่งพวกเจ้าได้เพียงแค่นี้ ที่เหลือขึ้นอยู่กับความสามารถของพวกเจ้า " เถียนจ้านเอ่ยออกมา
" ขอรับ " เถียนป๋อพยักหน้าช้าๆ
" ไปเถิด " หานลี่เอ่ยออกมาแลผินกายเดินฝ่าผู้คนมากมาย เข้าไปยังซุ้มประตูใหญ่ที่กว้างราวห้าสิบจ้าง
หน้าประตูพบพานศิษย์ของสำนักบัณฑิตหลายคน ยืนตรวจสอบคุณสมบัติของผู้คน
ร่างสูงยืนสงบนิ่งรอเวลาเรียก สองตาของเขาชำเลืองมองยังเหล่าคุณหนูคุณชายทั้งหลายที่แต่งตัวงดงาม ผ้าแพรไหมป่านชั้นดีถักทอขึ้นรูปงดงามตระการตา
ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาอย่างอย่างแผ่วเบา พลางส่ายหน้าช้าๆ
" พี่หาน พวกข้าคงมิอาจร่วมทางทดสอบกับท่านได้แล้ว " เถียนป๋อเอ่ยออกมา
หานลี่ผินกายกลับ มองยังเถียนป๋อ
" เหตุใดรึ " หานลี่เอ่ยถาม
" เอ่อ " เถียนป๋อก้มหน้ามองต่ำ พลางชำเลืองหางตาออกด้านข้าง
เห็นเช่นนั้น หานลี่จึงผินกายมองตาม " ตระกูลหมงรึ " หานลี่พึมพำ
" พวกเจ้าไปเถิด " หานลี่เอ่ยออกมา
" ขอรับ " เถียนป๋อพยักหน้าแลเร่งทะยานร่างจากไปอย่างรวดเร็ว
" หึ " หานลี่มองยังตระกูลหมงพลางแสยะยิ้ม เขาผินกายกลับแลมองไปยังซุ้มประตู
" คนต่อไป " เสียงหนึ่งร้องดังลั่น
หานลี่เดินเข้าหาศิษย์ผู้นั้น พลางใช้สองมือยื่นหนังสือแนะนำตัวออกไป
ศิษย์ผู้นั้นรับหนังสือแนะนำตัวพลางเปิดอ่าน " เจ้าคือหานลี่ " ศิษย์ผู้นั้นเอ่ย
" เป็นข้า " หานลี่พยักหน้าช้าๆ
" อืม " ศิษย์ผู้นั้นพยักหน้าช้าๆ
" หลอมรวมวิญญาณระดับหก อายุห้าสิบ " ศิษย์ผู้นั้นร้องตะโกนสุดเสียง
" ฮ่า ฮ่า ฮ่า " พลันปรากฎเสีงหัวเราะดังสนั่นทั่ว หมู่ชนมากมายต่างส่งเสียงพูดคุยทั้งยังชักสีหน้าใส่
" มันตลกอันใด " หานลี่พึมพำ
" ข้าจะบอกให้ ต้วเจ้าสำหรับสำนักแล้ว ถือว่าไร้ค่า " ศิษย์ผู้นั้นเอ่ยออกมา
" หากมิมีหนังสือแนะนำตัวจากตระกูลเถียน ข้าจะตะเพิดเจ้ากลับไปแล้ว " ศิษย์ผู้นั้นเอ่ย
" สวะ " ศิษย์ผู้นั้นร้องตะโกนออกสุดเสียง
" ฮื่อห์ " หานลี่ถอนหายใจออกมาอย่างแรง สองหมัดของเขากำแน่น สองตามองจ้องยังศิษย์ผู้นั้น
" ข้าเข้าไปได้รึยัง " หานลี่เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงดุดัน
" เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นผู้ใด " ศิษย์ผู้นั้นเอ่ยออกมา
" อยู่ที่ข้า ข้าจะให้เจ้าเข้าไปรึไม่ มันอยู่ที่ข้า " ศิษย์ผู้นั้นเอ่ยออกมา
ท่าทางที่หยิ่งยโสอวดดีปรากฎอยู่ทั่วร่างของศิษย์ผู้นั้น มันยืดอกเชิดหน้าอย่างมาดมั่น
สองตาของมันเหยียดมองอย่างดูแคลนต่อผู้ที่ต่ำต้อยกว่า แต่กลับก้มหน้ามองต่ำกับผู้ที่เหนือก่า
" เจ้ารออยู่ที่นี่ จนกว่าข้าจะพอใจแลปล่อยเจ้าไป " ศิษย์ผู้นั้นเอ่ยออกมา
" คนต่อไป " ศิษย์ผู้นั้นร้องตะโกนสุดเสียง
" ยังมิทันได้เข้าสำนักก็ต้องพบกับเรื่องราวเช่นนี้แล้ว หากฝีนเข้าไปมีหวังมิตกตายก่อน คงกลายเป็นทาสรับใช้ของใครสักคน "
" อายุมากถึงห้าสิบแล้ว แต่กลับมีขั้นฝึกเพียงหลอมรวมวิญญาณระดับหก ถามจริงๆเถอะว่าฝึกเช่นใดใยจึงช้านัก "
เสียงผู้คนมากมายต่างพูดคุยกัน บางครู้สึกสงสาร บางคนเหยียดหยาม
" รอก่อนเถิด " หานลี่พูดในใจ
" รึว่า เพราะตระกูลหมง " หานลี่พึมพำ
หานลี่ผินกายกลับ มองจ้องยังกลุ่มคนตระกูลหมงทั้งสิบ ที่นั่งดื่มสุราอย่างสบายอารมณ์
" ทั้งหมดเพียงขั้นหลอมรวมฟ้าดินระดับสามแลสี่ " หานลี่พึมพำ
" จะสังหารพวกมันเช่นใด จึงจะมิมีผู้ใดพบเห็น " หานลี่พึมพำ
" ใช่ กระบี่น้ำแข็ง " หานลี่พึมพำ
หานลี่ยืนกอดอก พลางเพ่งสมาธิ " วู๊มมม " พลันปรากฎกระบี่น้ำแข็งบางใส บางใสเสียจนมิอาจตรวสอบสัมผัสได้ ล่องลอยอยู่เหนือศีรษะ
" ไป " หานลี่ตวัดสองนิ้วที่กอดอกอยู่
" ฟิ้ว " กระบี่น้ำแข็งพุ่งทะยานเข้าหาคนตระกูลหมงอย่างรวดเร็ว
" ฉึก " กระบี่น้ำแข็งเจาะทะลวงกลางหว่างคิ้วของคนตระกูลหมง ทะลวงออกหลังศีรษะแลพุ่งทะยานเข้าเจาะกลางหว่างคิ้วของตนถัดไป ถัดไปจนหมดสิ้น
กระบี่น้ำแข็งรวดเร็วเสียจนมิอาจมองได้ทัน สิบกระบวนท่าสังหารของกระบี่น้ำแข็งใช้เวลาเพียงกระพริบตา
" กรี๊ดดดด " เสียงหญิงสาวกรีดร้องดังลั่น