Teachers Kekkaishi คุณครูผู้ผนึกมาร

    บทที่97 ผู้อํานวยการจ้าวรู้สึกทึ่ง

    ไม่กี่นาทีก่อนระหว่างทางไปบริษัทเฮงเฮงจํากัด ขณะที่หวังคังกําลังขับรถอย่างกังวลเขาที่ไม่ได้คาดคิดว่าพี่ชายของเขาจะพูดก็ประหลาดใจ

     

    “นายคงจะสงสัยสินะว่าทําไมฉันถึงได้เปลี่ยนไปมากขนาดนี้?’’เสียงของมู่หลินดังขึ้น หันกลับไปจึงพบว่าชายหนุ่มพูดในขณะที่มองไปยังริมหน้าต่างหวังคังจึงพยักหน้า เขาสงสัยเป็นอย่างมากว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่พี่ชายของเขาถึงได้เปลี่ยนไปมากขนาดนี้

     

    “นายรู้แค่ว่าโลกนี้ยังมีอะไรอีกเยอะให้นายรู้ก็พอดังนั้นฉันที่ไปรู้เรื่องราวต่างๆมาจึงไม่แปลกที่จะเปลี่ยนไปอย่างไรก็ตามหากนายเป็นเหมือนฉันแล้ว นายคงจะไม่แปลกใจเลย…’’ มู่หลินพูดถึงเขาจะยังไม่ต้องการเปิดเผยเรื่องข้ามไปแดนเต๋ากับป้าฉู่และหวังคังแต่เขาก็จะเล่าบางส่วนเท่าที่ทําได้ทั้งหมดนี้ก็เพราะอีกฝ่ายนั้นเปรียบเสมือนน้องชายแท้ๆของเขา

     

    “แล้วมันเรื่องอะไรกันล่ะพี่ชาย?’’เห็นท่าทีของชายหนุ่มดูพูดจริง หวังคังก็ถามอย่างอยากรู้เขาล่ะอยากรู้จริงๆว่ามันเป็นเรื่องราวแบบไหนกันแน่ที่พี่ชายของเขาไปรู้มาจนเปลี่ยนไปได้มากขนาดนี้

     

    “เอาล่ะเกรงว่าถ้าฉันพูดไปเฉยๆนายคงไม่เข้าใจเพราะงั้นฉันจะถ่ายทอดบางอย่างให้นายฟังแล้วเล่าไปด้วยละกัน…’’มู่หลินส่ายหัวก่อนค่อยๆเปลี่ยนเสียงเป็นนํ้าเสียงลุ่มลึกมันเป็นไปไม่ได้ที่อีกฝ่ายจะเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นดังนั้นค่อยๆเป็นค่อยๆไปจะดีกว่า

     

    ไม่ช้าภายใต้การถ่ายทอดและเล่าเรื่องบางส่วนหวังคังที่ขับรถอยู่แม้จะไม่ได้พยายามตั้งใจฟังมากนัก แต่เขาก็สามารถบรรลุถึงจุดสูงสุดแห่งปุถุชนเหมือนๆกับยี่เฟิงได้อย่างไรก็ตามความแข็งแกร่งของเขาก็ไม่สามารถเทียบเท่ายี่เฟิงที่มีพื้นฐานร่างกายมาก่อนเพราะอย่างนั้นหากให้พูดความแข็งแกร่งของเขาคงเทียบเท่ากับผู้ใช้กําลังภายในที่เพิ่งข้ามขั้นมาได้ไม่นานดังนั้นเมื่อการถ่ายทอดเสร็จสิ้นเขาที่ได้ฟังเรื่องราวเกี่ยวกับผู้ฝึกยุทธ์และปรโลกก็ตะลึงไปแต่ไม่ช้าเขาก็หายตะลึงเพราะจากสิ่งที่ได้เห็นมาทั้งหมดรวมเข้ากับความแข็งแกร่งของเขาที่เพิ่มขึ้นนั่นย่อมสามารถใช้อธิบายแทนสิ่งที่เกิดขึ้นได้แล้ว

     

    ดังนั้นเขาจึงอดหันไปมองพี่ชายของเขาผู้ซึ่งเป็นต้นเหตุของเรื่องราวทั้งหมดไม่ได้“พี่ชายนี่พี่คงผ่านเรื่องราวมามากมายเลยสินะ…’’

     

    มู่หลินเพียงยิ้มบางให้อย่างอบอุ่นเกรงว่าถ้าเขาเล่าเรื่องทั้งหมดที่ผ่านมาออกไปนอกจากความลี้ลับของโลกน้องชายของเขาผู้นี้คงจะช็อคน่าดูชม

     

    …

     

    ปัจจุบันหลังจากที่ฝ่าเหล่าผู้ดูแลรักษาความปลอดภัยมาด้วยความแข็งแกร่งใหม่หวังคังจึงรู้สึกปราศจากความสงสัยใดๆต่อตัวมู่หลินอีกแล้วเขาจึงเดินตรงเข้าหาก้านเทียนอย่างไม่เกรงกลัวแล้วเตรียมที่จะตบเพื่อสั่งสอน

     

    “แก...แกคิดจะทําอะไร?’’เห็นอีกฝ่ายเข้าประชิดตัวอย่างรวดเร็ว แม้ก้านเทียนจะตกใจแต่เขาก็ไม่สามารถทําอะไรได้นอกจากถามอย่างกลัวๆออกไป

     

    ผวัะ!

     

    โดยที่ยังไม่ทันได้ทําอะไรก้านเทียนก็ถูกตบหน้าอย่างจัง ก่อนปรากฏเลือดสาดกระเซ็นออกมาพร้อมฟันจํานวนหนึ่ง

     

    “กะ...แก!’’ครู่ต่อมา หลังจากที่ตั้งสติได้ก้านเทียนก็แทบไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้นสายตาของเขามองไปยังชายกํายําตรงหน้าด้วยความโกรธ

     

    ผวัะ!

     

    เป็นอีกครั้งที่หวังคังตบออกไปอย่างไม่บอกไม่กล่าวอย่างไรก็ตามในวินาทีต่อมาเขาก็เอ่ย ซึ่งเต็มไปด้วยนํ้าเสียงแห่งความโมโห “ก้านเทียนแกรู้ไหมว่าตลอดหลายปีมานี้ที่แกส่งคนมาน่ะความจริงแล้วทางสถานสงเคราะห์จะยอมทําตามที่แกบอกแล้ว เพียงแต่แกมันไม่ยอมรอคอยเองไม่อย่างนั้นเรื่องราวในวันนี้คงจะไม่เกิดขึ้น!’’

     

    เดิมทีข้อเสนอของก้านเทียนแม้จะไม่ถูกยอมรับแต่ก็ไม่ได้ถูกปฏิเสธซะทีเดียวเพราะทางสถานสงเคราะห์กําลังหาทางส่งเหล่าเด็กๆไปให้ผู้อุปการะที่สนใจรับเลี้ยงดังนั้นสิ่งที่ต้องทําก็แค่รอเท่านั้นทว่าเรื่องราวที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นก็เกิดขึ้นซะก่อนดังนั้นในวันนี้หวังคังจึงสามารถบอกได้ทันทีเลยว่ามันเป็นก้านเทียนเองที่รนหาที่

     

    รนหาที่ตายไม่เข้าเรื่อง!

     

    “พอแล้ว!’’พูดไปก็เปล่าประโยชน์ มู่หลินจึงตบบ่าหวังคังเบาๆแล้วจัดการฆ่าก้านเทียนทันที

     

    กร็อบ!

     

    พริบตาก้านเทียนก็ตกตายลง ตกตายทั้งๆที่ยังไม่ตะหนักว่าเกิดอะไรขึ้น!

     

    “เอาล่ะได้เวลาเผาตึกนี้ทิ้งแล้ว…’’ด้วยฌานหยั่งรู้ มู่หลินสามารถรับรู้ได้ทันทีว่าพวกพนักงานที่พวกเขาสั่งอพยพออกไปนั้นได้ออกไปกันหมดแล้ว

     

    “เข้าใจแล้ว...’’ถึงจะเพิ่งเห็นคนตายต่อหน้าต่อตาไป หวังคังก็ไม่ได้รู้สึกอะไรอีกแล้วเพราะในตอนนี้หลังจากที่ได้รับรู้เรื่องราวบางส่วนเขาก็เริ่มตะหนักได้ว่าโลกยังมีอะไรอีกเยอะ ดังนั้นความตายของก้านเทียนมันย่อมเป็นเพียงสิ่งเล็กๆที่ไม่สามารถแปรผันกระแสของโลกได้

     

    ไม่ช้าภายใต้ความโกลาหล บริษัทเฮงเฮงจํากัดก็ถูกเผา ถูกเผาให้จมอยู่ในกองเพลิง!

     

    …

     

    ณคฤหาสน์ทางใต้ของเมืองหลวง ห้องโถงใหญ่

     

    “น้องเล็กพี่ได้ข่าวมาว่านายไปแพ้คนแปลกหน้ามาเหรอ?’’เบื้องหน้าของลู่เฉินปรากฏชายหนุ่มคนหนึ่งเขาคนนี้มีหน้าตาคล้ายคลึงกับลู่เฉินเป็นอย่างมาก แน่นอนว่าเขาคนนี้ก็คือคุณชายรอง!

     

    คุณชายรองลู่เปียว!

     

    ลู่เปียวนั้นได้ยินมาว่าน้องชายของเขาไปแพ้พนันคนแปลกหน้ามาดังนั้นเขาจึงสงสัยว่าหมอนั่นเป็นใครถึงได้มีความสามารถพอทําให้น้องชายเล็กของเขาเสียเงินหมดตัวเช่นนี้ได้

     

    “พี่รองหมอนั่นน่ะไม่ธรรมดาเลยนะอย่างน้อยความแข็งแกร่งของมันก็ต้องเป็นระดับกงหลิงไม่อย่างนั้นแล้วมันคงไม่สามารถรับรู้การฝึกของผมได้สําคัญเลยคือมันมีความสามารถอย่างหนึ่งที่ทําให้ทุกๆคนหวาดกลัวได้ดังนั้นบางทีนะผมว่ามันอาจจะไม่ใช่แค่ผู้ใช้กําลังภายในเสียแล้วแต่เป็นถึงนักสู้กําลังภายใน!’’ ถูกถามแม้จะรู้สึกเสียหน้าอยู่บ้างแต่ลู่เฉินก็ไม่โกรธเขาเพียงบอกเล่าสิ่งที่พบเจอมาด้วยความเคร่งขึม

     

    “โอ้!ดูเหมือนว่าหมอนี่จะน่าสนใจใช่ย่อยนะแต่ไม่ว่ายังไงพี่ก็ไม่คิดว่ามันจะเป็นนักสู้กําลังภายในหรอกนะเพราะอย่างไรซะในเมืองหลวงก็เป็นที่รู้กันดีว่าผู้ใช้กําลังในที่โดดเด่นที่สุดของรุ่นเยาว์มีเพียงสี่ตระกูลใหญ่และไม่กี่คนเท่านั้นเพราะอย่างนั้นอย่างมากมันก็น่าจะแค่ผู้ใช้กําลังภายในที่มีความสามารถแปลกๆอีกอย่างถึงต่อให้เป็นงั้นถ้าลองให้มันเจอกับพี่ใหญ่ดู ไม่ว่าจะแข็งแกร่งซะแค่ไหนพวกมันก็ต้องพ่ายแพ้!’’ หลังจากที่ได้ฟังแม้จะรู้สึกทึ่งไปบ้างแต่ลู่เปียวก็ไม่เชื่อว่าจะมีนักสู้กําลังภายในที่อายุเทียบเท่ากับน้องชายของเขาดังนั้นเขาจึงตั้งใจว่าจะไปทดสอบฝีมือของหมอนั่นซะหน่อย

     

    “แน่นอนอยู่แล้วว่าไม่มีใครสามารถเอาชนะพี่ใหญ่ได้!’’ลู่เฉินพยักหน้าเห็นด้วยเป็นที่รู้กันดีว่าพี่ใหญ่ของพวกเขานั้นมีความสามารถมากมายดังนั้นเรื่องการฝึกยุทธ์ยิ่งไม่ต้องพูดถึง

     

    เพราะอย่างนั้นถ้าให้มู่หลินมาสู่กับพี่ใหญ่ของพวกเขาล่ะก็…

     

    สิ้นท่าตั้งแต่กระบวนท่าแรกอย่างแน่นอน!

     

    …

     

    เวลาเดียวกันณ โรงพยาบายเป่ยจิง

     

    “นําทางผมไปยังห้องของผู้ป่วยคนนั้นเดี๋ยวนี้!’’ทันทีที่มาถึง โยวเก้อก็หน้าตั้งพูดกับผู้อํานวยการจ้าวเขานั้นตื่นเต้นและอดทนอยากรู้ไม่ไว้แล้วว่ามันเป็นการรักษาแบบไหนกันแน่ถึงได้ทําให้มะเร็งหายไปได้ง่ายๆ

     

    “ผู้อํานวยการจ้าวชายหนุ่มคนนั้นชื่อมู่หลินจริงๆเหรอ?’’ระหว่างทางไปห้องผู้ป่วยระดับสุดยอด โยวมี่ถามออกไปด้วยความไม่อยากเชื่อเธอไม่อยากเชื่อเป็นอย่างมากว่าคนที่เธอเพิ่งเจอไปจะเป็นคนที่มีวิชาแพทย์แผนจีนอันน่าทึ่งจนสามารถรักษามะเร็งได้ง่ายๆเช่นนี้

     

    “ใช่!เขาชื่อมู่หลิน ทั้งนี้เขายังเป็นเพื่อนกับคุณชายรองจากตระกูลเสี่ยวอีกด้วย!’’ถูกถาม ผู้อํานวยการจ้าวก็พยักหน้า เขาคาดไม่ถึงเลยจริงๆว่านอกจากเซียนหมอแล้วหลานสาวของอีกฝ่ายยังจะสนใจในตัวของชายหนุ่มคนนี้ด้วย

     

    แพทย์เทวะมู่หลิน!

     

    อา...คุณนี่มันช่างน่าทึ่งจริงๆ!

    คล้ายกับเรื่องTeachers Kekkaishi คุณครูผู้ผนึกมาร ที่คุณอ่าน